Life is like a box of chocolate, you never know what you are going to get
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
28 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 

ลุยเมืองแขก

ตั้งแต่เกิดมาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งที่ถูกสั่งสอนมาจากสถาบันครอบครัวตลอดเวลาเลยคือ ให้นับถือศาสนาพุทธ และยึดมั่นในพระรัตนตรัย แม้ว่าตั้งแต่อนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย จะเรียนโรงเรียนคริสต์มาตลอดก็ตาม ขอสารภาพเลยว่าตอนเรียนหนังสือ สวดมนต์พุทธไม่เคยเป็น สวดนะโม 3 จบได้แค่นี้จริงๆ แต่สวดคริสต์ได้ตั้งแต่ภาษาไทยยันละตินเลยทีเดียว

แม้ว่าจะนับถือพุทธ แต่ก็ไม่เคยได้ลึกซื้งกับคำสอนและวิถีพุทธซักเท่าไหร่ แต่แล้วมาวันหนึ่ง ได้อ่านหนังสือธรรมะเล่มหนึ่งของพระอาจารย์ปราโมทย์ เลยทำให้ความรู้สึกในศาสนาเปลี่ยนไป และหาหนังสือมาอ่านเพิ่มเติมมากยิ่งขี้น (ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้) จนได้มาอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เกี่ยวกับสังเวชนียสถาน แล้วเกิดความรู้สึกอยากไป อย่างแรกคืออยากไปเที่ยว(ไม่เกี่ยวกับธรรมะ) แล้วก็คิดว่า ไหนๆนับถือพุทธมาตลอดชีวิตแล้ว ก็ขอไปในพุทธสถานซักครั้งก่อนตายแล้วกัน และที่สำคัญ อยากเปลี่ยนความคิดและทัศนคติของตัวเองในการใช้ชีวิต เลยอยากรู้(เหมือนท้าทาย)ว่า ไปอินเดียจะช่วยได้หรือไม่ (หลายๆคนชอบพูดว่า ไปอินเดียแล้วทำให้คิดเปลี่ยนไป เลยอยากลองบ้าง)

และแล้ววันนึง โชคเข้าข้างเหมือนถูกหวย บริษัทพาไปทัวร์ธรรมะ สังเวชนียนสถาน แบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เจ้านายบอกจะพาไปปฎิบัติธรรมที่อินเดียนะ (เหมือนสวรรค์มีตา รู้ว่าอยากไปเที่ยว ...อะ ม่ายช่าย..) หลังจากเตรียมตัว ทำใจล่วงหน้าก่อนไปอินเดียแล้ว (จริงๆแล้วใจอะ ไปถึงอินเดียตั้งแต่วันที่รู้ว่าได้ไปแล้ว แต่ตัวยังทำงานหัวปักหัวปำอยู่ในออฟฟิศ) วันเดินทางก็มาถึง เจ้านายถามว่า ตื่นเต้นไม๊ที่ไปทริปนี้ ตอบตรงๆ แมนๆเลย ว่าตื่นเต้นมาก ไม่คิดว่าจะได้ไปเร็วกว่าที่คิดเยอะมาก และสิ่งที่คาดหวังมากมายจากการไปทริปนี้จะได้ทำ และ ทำได้ตามที่คิดหรือเปล่า แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่า จะไปเจออะไรข้างหน้าอีก 11 วันนี้ (เหยียบอึ เข้าทุ่ง กินข้าวแขก และ อื่นๆอีกมากมาย) ภารกิจการแหวกส่าหรีกำลังเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนาว

เมื่อเครื่องบินแตะรันเวย์ที่คยา การผจญภัยก็เริ่มต้นขึ้น อย่างแรกเลยต้องปะทะคารมกับพี่ ตม เรื่องกระเป๋าจนต้องเอาพี่หัวหน้าทัวร์ไปเป็นตัวประกัน น้องที่ไปด้วยถามว่า ถ้าพี่หัวหน้าทัวร์ไม่เดินมาช่วยจะทำไง ตอบได้อย่างเดียวเลยน้อง มารยาของพี่เท่านั้นที่จะช่วยได้ หลังจากเช็กอินเข้าโรงแรมแล้ว คณะก็เดินทางไปที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์เพื่อกราบสักการะ ความรู้สึกในตอนนั้น บอกตรงๆว่าไม่รู้สึกอะไร แต่รู้ว่าเป็นสถานที่ที่อยู่แล้วรู้สึกสบาย ไม่อึดอัด และเย็น(ยะเยือกในบางขณะ) หลังจากกราบสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์และพระพุทธเมตตาแล้ว ได้มีโอกาสใช้เวลาช่วงหนึ่งสอบถามอาจารย์สุภีร์ ว่า การภาวนาคืออะไร คำตอบที่ได้ ทำเอาอึ้งไปสามวัน เพราะไม่คิดว่าคำตอบที่อาจารย์ตอบมาว่า การภาวนาคือการดูจิตของตัวเองนั่นเองงงงง (กรุณาทำเสียงให้เหมือนดูรายการทีวีแชมป์เปี้ยนด้วย) การที่มีสติตลอดเวลา รู้ว่าคิดอะไร ทำอะไร อยู่กับปัจจุบัน (แอบคิดในใจ เริ่มวันแรกก็งงซะแล้ว) เลยทำให้คิดไปว่า อีกสิบวันที่เหลือ จะต้องมีอะไรดีๆแน่ๆ เริ่มรู้สึกสนุกมากขึ้นละ

ประเทศอินเดีย เป็นต้นกำเนิดศาสนาพุทธ แต่ประชากรที่นับถือศาสนาพุทธมีน้อยมากถึงมากที่สุด ดังนั้น สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ วัตถุสำคัญทางศาสนา ได้รับการดูแลเพื่อใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น ผู้ที่ทำนุบำรุงพุทธศาสนา กลับกลายเป็นพุทธศาสนิกชนทั่วโลก แทนที่จะเป็นคนในพื้นที่ ในบางมุม เห็นแล้วก็สะท้อนใจ พระพุทธรูปที่เรากราบไหว้บูชากัน ยึดมั่นเป็นตัวแทนพระพุทธองค์ กลับกลายเป็นพุทธพาณิชย์ สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่เหล่านั้น แต่คิดไปในอีกมุมหนึ่ง พุทธพาณิชย์นี้ สามารถช่วยให้เค้าดำรงชีวิตอยู่ได้ เขาก็น่าจะซาบซึ้งในพุทธศาสนาด้วยนะ

พุทธสถานทุกที่ ทุกแห่งที่ไป รู้สึกดีที่ได้ไปใช้ความรู้สึกสัมผัสได้ด้วยตัวเอง ยากที่จะอธิบายได้ว่ารู้สึกอย่างไร เพราะครบรสชาติเหลือเกิน ทั้งดื่มด่ำ สงบนิ่ง เครียด สุข กังวล เศร้า(เหงา) สนุกสนาน เบิกบาน หดหู่ ผิดหวัง สมหวัง และ อื่นๆอีกมากมาย และความรู้สึกหนี่งที่เห็นชัดๆเลยว่า เป็นความรู้สึกใหม่ ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับตัวเองเท่าไหร่ คือ การปล่อยวาง ปกติเป็นคนที่ใช้ชีวิตแบบมีแบบแผนพอสมควร (ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ) ทุกอย่างต้องมีและได้อย่างที่คาดหวังไว้ (ตอนนี้เหลือ หลุยส์ วิตตอง กับ โรเร็กซ์ ที่ยังไม่ได้) จะพยามยามทำทุกอย่างให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ(แบบถูกต้องนะ ไม่เคยผิดศีล 5 เป็นอย่างน้อย เพราะรู้เท่านี้ - -”) ก็เลยเป็นการสร้างความกดดันในชีวิตอย่างหนี่ง

แต่พอได้เห็นการใช้ชีวิตของคนอินเดียในชนบทแล้วก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า เค้าอยู่กันได้อย่างไร เค้าคิดกันอย่างไร กินกันอย่างไร นอนกันอย่างไร ในสภาพแบบนั้น แต่หลังจากนั้น ก็กลับมาคิดอีกทีว่า เราจะไปเดือดร้อนทำไม เค้าเองยังอยู่กันได้ มีชีวิตดำรงกันอยู่ได้ และยังมีรอยยิ้ม(บ้าง)บนใบหน้าอยู่ได้ แล้วเราจะไปคิดแทนเค้าทำไมกัน ปล่อยวางกันไป แล้วมันก็ทำให้สบายใจขึ้นจริงๆ (ที่ไม่ได้ไปเดือดร้อนเรื่องชาวบ้านเขา)

ตลอดเวลาที่เดินทางอยู่ในอินเดีย มีความรู้สึกว่า ตัวเองรวยมากๆ (รวยแบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน) มีพร้อมทุกอย่าง (แล้วยังจะอยากได้อะไรอีก) บ้านที่อยู่ก็ดีกว่าเขาเยอะมาก(ในขณะที่อยู่เมืองไทยก็คือตึกแถวธรรมดาๆ) อาหารการกินก็มีกินดีกว่าเขาและอิ่มทุกมื้อ (แม้ไปอยู่อินเดีย ก็ยังมีบราวนี่อร่อยๆกิน) ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่มีอยู่ก็ดีกว่าเขา(ตอนนี้เริ่มคิดถึงหลุยส์ กับ โรเร็กซ์น้อยลงแล้ว แต่ก็ยังแอบคิดอยู่บ้างเวลาเผลอ - -”) เห็นสภาพและชีวิตของชาวอินเดียในชนบทแล้ว ทำให้ “ความอยาก” มันลดน้อยลงจริงๆ อะไรที่เราว่าไม่ดี ไม่พอ มันก็ยังดีกว่าที่เขามี เขาเป็น แล้วเราจะทุรนทุรายอยากได้ อยากมีไปอีกทำไม

คนอินเดียส่วนใหญ่ยังยึดติดอยู่กับระบบชั้นวรรณะอยู่ ที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือ สถานที่อาบน้ำร้อน ตโปธารา มาถึงอินเดียทั้งที ก็ต้องถึงจริงๆ ไปแหวกส่าหรีดูแขกอาบน้ำกันดีกว่า ตอนที่จะไปที่นี่ แอบเขินอายเล็กน้อย กับการที่เป็นสาว(ยังไม่)เป็นนางจะไปดูผู้ชายอาบน้ำ แต่หนุ่มแขกเองก็ใช่ย่อย ไม่ได้เขินอายกันเลยที่จะมีสาวอย่างเราไปแอบดูเค้าอาบน้ำกัน ถอดกางเกงเปลี่ยนเสื้อผ้ากันตั่งแต่ตีนบันไดขึ้น ไหนๆแขกยังไม่อาย แล้วเราจะอายทำไม มุ่งหน้าไปดูแขกอาบน้ำทันที ไปถึงชั้นล่างสุด เห็นแล้วก็สะท้อนใจ เพราะน้ำที่เขาอาบกัน ไม่ต่างจากน้ำเน่า มันทั้งสกปรก ดำ ฟองฟอดจากการถูสบู่ แปรงฟัน ซักผ้า ทั้งหลายแหล่ แต่ คนวรรณะจัณฑานก็รับได้กับสภาพนี้ และอาบน้ำไปอย่างหน้าชื่น(อกตรมหรือป่าวไม่รู้) เดินขึ้นไปเรื่อยๆก็จะเจอน้ำที่สะอาดขึ้น เพราะเป็นวรรณะสูงขึ้น แต่น้ำนั้น ก็ไม่ได้สะอาดเท่าไหร่อยู่ดี สารภาพตามตรง ไม่รู้ว่าระบบวรรณะมีอะไรดี แต่คนอินเดียก็ยังยึดมั่น ถือมั่น อยู่กับสิ่งนี้ และไม่คิดว่าจะยกเลิกไปง่ายๆด้วย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเชื่ออย่างเดียวเลยจริงๆ ความคิดเห็นส่วนตัว(โปรดใช้วิจารณญาณในการับชมและรับฟัง) ไม่เห็นด้วยกับระบบนี้เท่าไหร่ จริงอยู่ความเสมอภาคและเท่าเทียมกันเป็นสิ่งที่สังคมทุกที่อยากให้มี แต่ในความเป็นจริง ก็เป็นไปไม่ได้ซะทีเดียว ยังมีเหตุและปัจจัยอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้คนไม่เท่าเทียมกัน แต่กระนั้น โอกาสเป็นสิ่งที่จะทำให้ความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน โอกาสทางการศึกษา โอกาสในการประกอบอาชีพ แค่ไม่ปิดกั้นโอกาสของผู้อื่น ความเสมอภาคก็มีได้ไม่ยาก

ก่อนกลับบ้าน ได้มีโอกาสไปที่แม่น้ำคงคา สายเลือดใหญ่ของอินเดีย เมื่อได้เห็น เป็นการยืนยันความรู้สึกว่า ความเชื่อของคน เป็นสิ่งที่ลบหลู่กันไม่ได้จริงๆ ในขณะที่เรารู้สึกสกปรก(แอบรังเกียจนิดหน่อย) แต่คนฮินดูกลับยิ้มรับและมีความสุขกับมัน ในขณะที่เราไม่อยากให้ตัวโดนน้ำเลย แต่คนฮินดูกลับอาบน้ำ ว่ายน้ำ ดื่มน้ำกันอย่างมีความสุข (ตรงนี้ขอชื่นชมน้องอาร์ต ผู้ร่วมทริปด้วยความจริงใจ ที่สามารถดื่มน้ำจากแม่น้ำคงคาได้โดยไม่เป็นอะไร(แม้จะดื่มไปโดยประมาทก็ตาม)) ขณะที่พวกเรากำลังตื่นตากับสิ่งที่ได้เห็น ก็มีคนที่กำลังนอนรอความตายอยู่ที่นั่น ขณะที่พวกเราถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน(และเอาเป็นเอาตาย) ก็มีคนกำลังร้องไห้ให้กับผู้ที่จากไป ที่แห่งเดียวกันนี้เอง แต่มีเรื่องราวมากมายเกิดขี้นพร้อมๆกัน ให้อารมณ์และความรู้สึกได้มากมายจริงๆ ถ้ามีโอกาสอีกสักครั้งในชีวิต ก็อยากเลือกที่จะกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อพิจารณาดูจิตของตัวเองอีกครั้ง และสัญญากับตัวเองไว้ว่า ถ้ากลับไปอินเดียอีกครั้ง จะเปิดใจให้กว้าง รับรู้และรู้สึกให้มากกว่านี้แน่นอน .....ขอบคุณอินเดีย ไม่ไปไม่รู้(สึก)จริงๆ



สาวอินเดีย

Photobucket


รถบัสของเรา
Photobucket


พุทธคยา
Photobucket


เจ้าชายสิทธัตถะขณะบำเพ็ญทุกขกริยาที่เขาดงคสิริ
Photobucket


ทางขึ้นเขาดงคสิริ
Photobucket


แม่น้ำเนรัญชรา
Photobucket


ต้นพระศรีมหาโพธิ์
Photobucket


หนุ่มแขกอาบน้ำที่ตโปธาราม
Photobucket


รอยล้อเกวียนโบราณ
Photobucket


ทางขึ้นเขาคิชกูฎ
Photobucket


สภาพห้องน้ำอย่างดี(แล้ว)
Photobucket


ร้านตัดผม
Photobucket


มหาเจดีย์เกสรียา
Photobucket


เสาอโศกที่สมบูรณ์ที่สุด
Photobucket


สถานที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
Photobucket


พระพุทธรูปปางปรินิพพาน (พระอาจารย์คมสรณ์บอกว่าปางตายนั่นเองงง)
Photobucket


สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
Photobucket


ลุมพินี (สถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธถัตถะ)
Photobucket


วัดเชตวัน
Photobucket


คงคายามเช้า
Photobucket


หนุ่มแขกอาบน้ำในแม่น้ำคงคา
Photobucket


สารนาถ (ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน) สถานที่แสดงปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีทั้ง 5
Photobucket





 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2553
1 comments
Last Update : 9 มีนาคม 2553 13:28:24 น.
Counter : Pageviews.

 


โหหหห คุณแอนถ้าไม่มาทักทายกันวันนี้คงไม่ได้ลุยเมืองแขกกับคุณแอนแน่เลย
ถ้าคุณแอนอัพบลอกชวนกันบ้างนะคะ
วันนี้ตั้งใจเข้ามาสวัสดีช่วงเทศกาลแห่งความสุขแบบนี้ค่ะคุณแอน
ทำอะไร อยู่ที่ไหน ก็ขอให้สนุก และมีความสุขมากๆ นะคะ









 

โดย: Sweety-around-the-world 20 ธันวาคม 2553 17:20:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Krispy Kream
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวย ใส ใจดี มีอารมณ์ขัน..... (แต่อย่าให้ชั้นบ้าขึ้นมานะ).......





หลังมือ...เอ้ย...หลังไมค์ได้ที่นี่จ้า.........












Google


New Comments
Friends' blogs
[Add Krispy Kream's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.