Bloggang.com : weblog for you and your gang

Group Blog

 
All blogs

 

Gindako & Wasabi & Chaho @ Esplanade

ณ วันหนึ่งกลางเดือนกันยายน

วันนี้หลั่นล๊ามากๆ เพราะเพื่อนจะเลี้ยงข้าววันเกิดเราย้อนหลัง

เมื่อมันโทรมาถามว่าอยากกินอะไร... เราก็ถึงกับนึกไม่ถูก
ในสมองมีร้านแพงๆ เรียงมาเป็นตับ... เพื่อนเลี้ยงทั้งที ร้านไหนแพงสุดวะ 55

ในที่สุดก็นึกถึงทาโกะยากิที่เอสพลานาด... ตั้งใจจะไปกินนานแล้ว แต่ไม่ได้ไปซะที
เล็งทาโกะยากิเป็นเป้าหมายหลัก... แต่แค่ทาโกะมันไม่พอยาไส้ ต้องหามื้อหนักด้วย
เอาเป็นว่านัดเจอกับเพื่อนที่เอสพลานาดก่อนแล้วค่อยเลือกร้าน

พอไปเจอกับเพื่อนที่หน้าบีทูเอสก็พากันเดินๆ วนๆ หาร้านอาหาร
เห็นร้านข้าวแกงกะหรี่ โคโค่อิจิบังยะก็น่าสน แต่เคยกินที่ญี่ปุ่นแล้วไม่อร่อย เลยเอาไว้ก่อน

สรุปว่าไปลงเอยที่ร้าน "วาซาบิ" รู้สึกว่าชื่อคุ้นๆ เหมือนเคยอ่านรีวิวจากไหนซักแห่งเลย
จริงๆ พนักงานเสิร์ฟบอกว่า เมนูฮิตของร้านคือ ชาบุชาบุ แต่ขี้เกียจนั่งจิ้มจุ่มเลยไม่เอาดีกว่า

จานแรกเรียกน้ำย่อยด้วย เทมปุระรวม แป้งบางกรอบดี กุ้งสดมาก ผักที่เอามาทอดก็หวานอร่อย


ฟุโตมากิอาโวคาโด... ไส้รู้สึกจะเป็นแซลมอน ไม่มีกลิ่นคาวเลย อาโวคาโดหวานมัน
มีไข่ปลาอิคุระคลุกน้ำส้มวางข้างบนให้รสเปรี้ยวปลายลิ้นพอดีๆ


สลัดซาชิมิปลาไทกับผักโฮเรนโซ ลื่นๆ เย็นๆ ดี กินแล้วชื่นใจ


จานสุดท้าย.... ทงคัตสึ ทอดกรอบดี ไม่อมน้ำมัน เนื้อหมูข้างในก็นุ่ม อร่อย น้ำจิ้มก็อร่อย
ถ้ากินกับข้าวน่าจะยิ่งอร่อย... แต่มื้อนี้เน้นกับไม่เน้นข้าว เพราะกลัวอิ่ม 55




สั่งไป 4 จาน บวกน้ำผลไม้ปั่นอีก 2 แก้ว สนนราคารวมแวตและเซอร์วิสราวๆ 800 บาท


พอกินเสร็จแล้วก็ลงไปเดินย่อยชั้นใต้ดินรอบนึง... เหล่ร้านไว้เพียบ เอาไว้จะมาชิมให้หมด
เดินไปพักนึงก็มาต่อที่กินดาโกะ กินพอหายอยากแค่ชุด 6 ลูกก็พอ เพราะเล็งขนมไว้อีก
เอาแบบซอสออริจินัล เพราะเพื่อนบอกว่ารสนี้อร่อยที่สุดแล้ว หวานๆ เปรี้ยวๆ กำลังดี


ชาเขียวของร้านก็เป็นชาเขียวดี สีเขียวได้ใจ แต่ไม่ขม (สำหรับเราอ่ะนะ)



กินเสร็จก็ไปตบท้ายด้วย Chaho สั่งกรีนทีลาเต้กับ ไดฟุกุไส้ฟักทองเป็นของหวานล้างปาก
กินกรีนทีลาเต้ที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่นี่จริงๆ สตาร์บัคส์ใส่นมเยอะไปนิด แพงกว่าอีกต่างหาก

 

Create Date : 13 ตุลาคม 2551
Last Update : 13 ตุลาคม 2551 11:16:38 น.  

ฉลองวันเกิดที่โชคชัย สเต็คเฮาส์



เสาร์ที่ 6 กันยายน.... นัดเลี้ยงวันเกิดล่วงหน้ากับพ่อแม่และพี่ชาย
"เลี้ยง" ในที่นี้คือ เจ้าของวันเกิดเลี้ยงครอบครัวอ่ะ... ทำงานแล้วก็ยังงี้
ของขวัญก็ไถใครไม่ได้ จะกินทียังต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงอีก

วันเกิดปีนี้ให้ชอยส์ที่บ้านไป 3 ข้อ... อาหารเกาหลี อาหารญี่ปุ่น หรือโชคชัย สเต็ค

อาหารญี่ปุ่นถูกตัดออกข้อแรก เพราะทานบ่อยแล้ว ทานมาหมดแล้วทุกร้านในฟิวเจอร์

อาหารเกาหลี.... เท่าที่รู้จักและเคยทาน... มีที่เซียร์ที่เดียว ได้ยินว่ามีอีกร้านแถวคลอง 3
แต่แม่ไม่เอา บอกว่า ถ้าจะกินอาหารเกาหลี กินอาหารญี่ปุ่นดีกว่า (เป็นเหตุผลตรงไหน ?)

แต่ในเมื่อไม่เอาอาหารญี่ปุ่น ก็เหลือชอยส์สุดท้าย คือ โชคชัย สเต็ค

เหตุที่เจาะจงร้านนี้ก็เพราะพี่ชายบ่นอยากกินสเต็ค แล้วมันก็อยู่ใกล้บ้านมากๆ
อยู่ใกล้แต่เคยมากินแค่ครั้งเดียว ตอนนั้นประทับใจในความใหญ่ของเนื้อมาก
ผ่านไปหลายปีพอสมควร กลับมาลองอีกทีซิ ว่ายังอร่อยเหมือนเดิมมั้ย

จานแรกที่สั่งมาเรียกน้ำย่อย เชฟ สลัด ใส่ครบทั้งไก่ฉีก กุ้ง แฮม และไข่ต้ม
ผักก็ธรรมดาไม่ถึงขั้นอร่อยจนน่าประทับใจ น้ำสลัดมีให้เลือกแค่แบบครีม กับทาวซันด์ ไอส์แลนด์
เลยเลือกแบบหลังมา แต่ก็ยังหวานเกินไปอยู่ดี น่าจะมีน้ำสลัดอิตาเลียน หรือแบบญี่ปุ่นนะ


ไส้กรอกเนื้อโชคชัยย่าง... ไส้กรอกใส่มันเยอะเกินไป เลี่ยนมาก น่าจะมีสัดส่วนเนื้อมากกว่านี้นะ
ผักต้มที่ให้มาเหมือนต้มแช่แข็งไว้แล้วเอามาดีฟรอช กัดแล้วรู้เลยว่าไม่สด ความอร่อยหายเกลี้ยง
แย่จัง ร้านใหญ่ขนาดนี้กับแค่ปรุงผักสดๆ มันยากนักรึไงนะ หั่นๆ ต้มๆ แค่ไม่กี่นาทีก็เสร็จแล้ว
รึคิดว่าคนส่วนใหญ่ไม่สนใจเครื่องเคียงทำชุ่ยๆ ก็ได้ ส่วนแตงกวาดองก็พอใช้ได้


ลัมพ์ สเต็คราดซอสกาแฟ แบบมีเดียม ทานกับมันบดและผักย่าง
ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเนื้อส่วนไหน แต่นุ่มดี มีความเหนียวนิดๆ พอได้เคี้ยว
ซอสกาแฟ... ไม่บอกคงไม่รู้เพราะไม่เห็นได้กลิ่น แต่ก็อร่อยดี


จานสุดท้าย... ริบอายสเต็ค ไซส์ใหญ่ แบบมีเดียมแรร์


เรากับพ่อแม่เห็นว่าเนื้อมันก็นุ่มมากแล้ว แต่พี่ชายยังบอกว่านุ่มไม่พออีกแน่ะ
เห็นว่าถ้าเป็นสเต็คที่เค้าเคยกินที่อเมริกา เนื้อจะนุ่มมากจนเหมือนกินเยลลี่เลย
ถ้าเป็นแบบนั้นจะกินสเต็คทำไมฟะ ? เป็นเราคงกินสตูว์ไปเลยดีกว่า
เพราะเราชอบเนื้อที่ยังมีความเหนียวอยู่บ้าง เคี้ยวแล้วรู้สึกว่ามันเป็น "เนื้อ" ดี


รวม 4 จาน กิน 4 คน.... ราวๆ 1500 บาท ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ เมื่อนึกถึงสลัดและไส้กรอก
เหมือนไม่ตั้งใจทำอาหารอื่นเท่าไหร่ กะขายแต่สเต็คตามชื่อร้านเลยว่างั้น

 

Create Date : 13 ตุลาคม 2551
Last Update : 13 ตุลาคม 2551 11:21:20 น.  

อาหารแนวฟิวชั่นกับ Le Casbah ณ Central Wolrd



หลังจากเดินเข้าพิซซ่า ฮัทไปเพราะถูกหลอกด้วยป้ายโฆษณา
ทำให้นึกว่าสามารถสั่งจานใหญ่ๆ จานเดียวที่มีพาสต้า 8 แบบได้
แล้วก็ลงเอยด้วยการสั่งสลัดและพิซซ่ามากินแก้แค้นแทน
เมื่อสาวเสิร์ฟบอกว่า "อ๋อ เข้าใจผิดแบบพี่มาหลายคนแล้วค่ะ"

แต่ความอยากพาสต้าก็ยังไม่หาย... เลยไปนั่งง๊องแง๊งอยู่กับแป๋วและดุที่ร้าน
สองคนนั้นเลยชวนไปกินร้านอาหารแถวโซน Heaven ซึ่งเพิ่งเปิดใหม่
เห็นว่าเคยมากินกันไปครั้งนึงแล้ว การันตีความอร่อยเต็มที่
คนใจง่ายกับอาหารอย่างเราเลยตกลงใจ บังคับให้พวกมันพาไปวันนั้นเลย 55

เข้ามานั่งก็ประทับใจการตกแต่งร้านแล้ว สวยดี


บรรยากาศดีมากๆ เหมาะกับการพาแฟนมาเดทเลยนะนี่... (พูดเหมือนมี 55)


มีระเบียงให้ออกไปนั่งชมวิวรับรังสียูวีด้วย... วิวสี่แยกราชประสงค์มันน่าดูนักรึ ร้อนก็ร้อน


โต๊ะที่นั่งเป็นคล้ายๆ โซฟา เบาะนุ่มเด้งดึ๋งมาก มีหมอนอิงให้เอาไว้ปิดพุงเวลาถ่ายรูปด้วย


เมื่อสั่งอาหารเสร็จสรรพแล้วก็รอเวลาโซ้ย


ของเรียกน้ำย่อยที่ร้านเซอร์วิสให้... หมดภายใน 3 วินาที
คล้ายๆ สลัดมะเขือเทศเย็นรสเปรี้ยวๆ เค็ม กินกับขนมปัง มันมีชื่อเรียกรึเปล่าก็ไม่รู้นะ


จานแรกที่มา... ของแป๋ว ฟูลซิลลี่ทูน่าผัดน้ำพริกเผา.... เอ๊ะ หรือผัดขี้เมาก็ไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว
อร่อยใช้ได้ รสชาติไม่เผ็ดจัดมาก แต่ก็ได้กลิ่นหอมเครื่องเทศตามสมควร
จริงๆ วิจารณ์มากไม่ได้ เพราะได้ชิมแค่คำสองคำ.... เจ้าของมันหวง


จานต่อมา... ของดุ แซนด์วิชโฮลวีทแซลมอนรมควัน.... ทีแรกนึกว่าจะธรรมดา แต่ผิดคาด
อร่อยมากกกกกถึงมากที่สุด แซลมอนรมควันชิ้นใหญ่ดี หอม หวาน มัน บวกเค็มปะแล่มๆ
ผักสลัดก็สด กรอบ เย็นกำลังดี บวกด้วยชีสเยิ้มๆ กับขนมปังกรอบนอกนุ่มใน อร่อยเกินไปแล้ว
แย่งของเพื่อนกินเลยได้กินนิดเดียว... กลัวมันด่า.... ถ้ามากินร้านนี้อีกจะสั่งจานนี้แน่นอน


จานสุดท้าย... ของเราเอง พาสต้ารวม 4 แบบ เริ่มจาก มะกะโรนีโบโลญญาเนื้อ เฟตตูชินีผัดหอยลาย
สปาเกตตี้คาโบนารา และฟูลซิลลี่แซลมอนไวท์ซอส
รสชาติก็โอเคทุกแบบนะ... แต่ที่ถูกปากเราที่สุดคงเป็น โบโลญญาเนื้อ กับแซลมอนไวท์ซอส
รู้สึกว่ารสชาติมันเข้าเนื้อที่สุดน่ะ หอยลายยังไม่ค่อยเข้มข้น ส่วนคาโบนาราก็ชีสน้อยไปนิด


จริงๆ อิ่มกันพอดีๆ แล้ว แต่พนักงานเสิร์ฟดันเดินมาบอกว่าอีกแป๊บนึงจะได้เวลา เค้กซื้อ 1 แถม 1
คำนวนแล้วตกชิ้นละเกือบๆ 50 ถูกดี... ด้วยความงกก็เลยสั่งเค้กมาอีก

บัตเตอร์ไวท์ช็อค หวานและเลี่ยนเกินไป สำหรับคนไม่ค่อยชอบกินครีมอย่างเรา


ต้องช็อคเข้มๆ อย่างนี้ถึงจะถูกปาก... รสชาติน่ะเข้มดีหรอก แต่ครีมช็อกโกแลตมันหนืดและหนักไปนิด
ถ้าเนียนเป็นมูสก็โอเค แต่นี่เหมือนช็อคโกแลตหนืดๆ มากกว่า เลยไม่ค่อยถูกใจ มันติดฟันอ่ะ


เนื้อเค้กร้านนี้ยังธรรมดาไม่ค่อยฟูนุ่มเท่าไหร่ รวมแล้วก็นับว่าใช้ได้ถ้าจะสั่งมากินเป็นของหวานตบท้าย
แต่ยังไม่อร่อยจนต้องมาที่นี่เพื่อกินเค้กเท่านั้น


รวม 3 คน จ่ายไปราวๆ 600 กว่าบาท ไม่แพงเลยถ้าเทียบกับปริมาณ รสชาติ บรรยากาศ และการบริการ

 

Create Date : 13 ตุลาคม 2551
Last Update : 13 ตุลาคม 2551 1:14:33 น.  

Gourmet Corner โรงแรมดุสิตธานี


หลังจากไปเยี่ยมๆ มองๆ งานเจเอดูเคชั่นแล้วก็หิว

ทีแรกว่าจะเดินออกไปหาอะไรกินแถวสีลม แต่มาตายเอาตรง Gourmet Corner นี่เอง

ที่สะดุดตาก่อนเลยก็คือ ตู้ช็อกโกแลต.... น่าอร่อยจนมิอาจบรรยายออกมาได้

ไปยืนเกาะตู้กับนัทซักพัก... แล้วแลเลยไปยังตู้เค้ก... ตู้เบเกอรี่... ตู้สลัด....

คำนวนตังค์ในกระเป๋า.... กินก็ได้วะ ใช้บัตรรูดไปก่อนแล้วค่อยโปะทีหลัง

เลือกไปเลือกมาก็ได้มา 3 จานนี่แหละ

ชีสเค้กชาเขียว... ชีสเป็นชีส ชาเขียวเป็นชาเขียว เนื้อเนียน เข้าปากแล้วละลาย
ว่าแล้วก็อยากกินอีก....


คีชแฮมกับผักโขม... เอามาเป็นของคาวให้หนักท้องนิดนึง
ขอบแป้งดูเหมือนจะแข็ง แต่จริงๆ กรอบร่วนดี เนื้อคีชก็หอมนุ่มชุ่มชีสสุดๆ
อร่อยจนต้องปาดน้ำตา...


ส่วนที่วางไกลออกไปนั่น เป้าหมายหลัก ช็อกโกแลตทรัฟเฟิล
จำไม่ได้แล้วว่าเลือกอันที่เป็นอัลมอนด์ หรือวอลนัต
ดูเหมือนจะแข็ง แต่พอกัดแล้วไม่แข็งเลย กรอบกำลังดี
ส่วนที่เป็นถั่วกรอบและหอมเหมือนเพิ่งคั่วใหม่ๆ แล้วเอามาทำเมื่อไม่นานมานี้
ช็อกโกแลตก็เข้มข้นถึงใจ กัดคำเดียวก็ซึ้งถึงรสช็อกโกแลต แต่ก็ไม่ขมเกินไป
ราคาราวๆ ชิ้นละ 30 บาทนับว่าคุ้มมาก

เครื่องดื่มที่กะสั่งมาแก้เลี่ยน ชาสเปเชี่ยลเบลนด์ของดุสิตธานี ให้น้ำเชื่อมกับมะนาวถึงใจมาก
พอกินชาหมดแล้วยังสามารถเอาน้ำเชื่อมกับน้ำมะนาวที่เหลือมาใส่น้ำแข็งกินได้อีกแก้ว
ส่วนนัทสั่งกาแฟปั่นที่ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่สำหรับเรา เพราะอ่อนจนเหมือนนมรสกาแฟ



เตรียมลงมือละน้า...........





ความเสียหายวันนี้ราวๆ 700 บาท แพงกว่าไปกินอาหารญี่ปุ่นกันซะอีกนะนี่

 

Create Date : 13 ตุลาคม 2551
Last Update : 13 ตุลาคม 2551 0:27:41 น.  

■□รอบสองที่ Le Norte □■



เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ตุลา เพิ่งมีบุญปากไปฟาดเค้กที่ Le Norte เป็นรอบที่ 2
ไม่ได้เกิดร่ำรวยอะไรขึ้นมา... แต่เพราะคิดไม่ออกว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดเพื่อน
ก็เล่นง่ายๆ เลี้ยงเค้กนี่แหละ.... พอดีมีครูอ้อมาเป็นตัวช่วยหารด้วยก็เลยเลือกร้านหรูหน่อย
คราวก่อนโดนค่อนว่าแอบมากินของแพงอยู่คนเดียว ...ช่วยไม่ได้นะ เมีย RK ต้องไฮโซว้อย

ไปถึงเจอร้านตกแต่งใหม่ด้วยธีมฮัลโลวีน สีส้ม-ดำ สวยดี แต่ไม่ได้ถ่ายมาอ่ะ....
อารามคิดถึงแต่เค้กก็เลยเดินดิ่งเข้าร้านไปเลย (ดีที่มันยังสังเกตเห็นการแต่งร้าน)

สองอันนี้ชื่ออะไรจำไม่ได้ ตอนสั่งก็ตั้งใจจำชื่อไว้ล่ะนะ แต่ทิ้งระยะการอัพบล็อกนานไปหน่อย
ทางซ้ายเป็นโอเปร่า เค้ก รสชาติหวานมาก ดูๆ เหมือนช็อกโกแลตจะเยอะแต่ไม่รู้สึกถึงรสเท่าไหร่
คงเป็นเพราะเรากับครูอ้อชอบช็อกโกแลตขมๆ ไม่นิยมรสหวานเลยไม่ค่อยประทับใจ
แต่ขนาดคนกินหวานอย่างนัทยังบอกว่าหวานเลย... อืม คงจะหวานไปจริงๆ มั้ง



ทางขวาเป็นมูสช็อกโกแลต เคลือบน้ำตาลสีส้มที่ทำเป็นรูปฟักทอง น่ารักน่ากินมากกกก
ดูเหมือนจะหวาน แต่ไม่แสบคอเท่าโอเปร่า เพราะในตัวมูสมีถั่วอะไรซักอย่างบุบหยาบๆ ผสมอยู่
ความมันจากถั่วเลยช่วยได้เยอะ ตัวมูสเนียนดี รสชาติเน้นหวานมัน แนวมิลค์ ช็อกโกแลต
หารสขมไม่เจอ.... สงสัยต้องเมโมรี่ไว้ว่า ถ้าอยากกินช็อกขมๆ อย่ามาร้านนี้ T_T


อีกสองอย่าง.... ซ้ายมือคือชอร์ตเค้กสตรอเบอร์รี่ ที่เห็นสีเขียวๆ นั่นเป็นมินท์นะ ไม่ใช่ชาเขียว
ชิ้นนี้ถือว่ามาช่วยชีวิต เพราะชิ้นอื่นออกหวานหมด ได้ความเปรี้ยวของสตรอเบอร์รี่มาเบรคก็ค่อยยังชั่ว
มินท์ก็รสไม่แรงมาก พอได้กลิ่นหอมๆ นับว่าดีสำหรับเราซึ่งไม่นิยมขนมรสมินท์ (นอกจากหมากฝรั่ง)
เป็นไอเท็มแนะนำสำหรับร้านนี้เลย ถ้าใครไปแล้วไม่รู้จะสั่งอะไร คิดว่าชิ้นนี้น่าจะถูกปากคนส่วนใหญ่นะ



ชิ้นขวามือคือ ช็อกโกแลตกล้วยหอม... ไม่รู้มันเป็นเค้ก หรือ ทาร์ต หรืออะไร... แต่หวานมาก
จิ้มลงไปเจอแต่กล้วย (ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ากล้วย... อ่ะนะ) ช็อกโกแลตน้อยไปนิด
สั่งเพราะคาดหวังว่าช็อกโกแลตน่าจะขม เพื่อเบรครสกล้วย... กลายเป็นหวานส่งเสริมกันทั้งคู่


ภาพฉากการฆาตกรรมโหด.... ใครขวัญอ่อนก็อย่าดูนะ


..............


3


.............


2


............


1


.............



เราเตือนคุณแล้ว



................





ตายสนิท....... เลือดนองเลย โหดใช่มั้ยล่ะ




สั่งเค้กไป 4 ชิ้น น้ำแร่มิเนเร่ 1 ขวด (เป็นน้ำที่ถูกที่สุดในร้านแล้ว... ขวดละ 30 บาท.... น่าซื้อจากเซเว่นเข้าไปเป็นอย่างยิ่ง) สนนราคารวมอยู่ที่ 500 กว่าๆ

วันนั้นมีงานอีเวนท์ญี่ปุ่นอะไรซักอย่าง... เลยไปถ่ายรูปกับน้องแมวกวักมาด้วย

 

Create Date : 10 ธันวาคม 2550
Last Update : 12 ตุลาคม 2551 23:02:19 น.  

1  2  

reraith

Location :

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

Bloggang.com : KiriTora :

 
Friends' blogs
[Add reraith's blog to your weblog]
Links