ละครในดวงใจขอยกให้ “ธรณีนี่นี้ใครครอง”





เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังคงประทับใจกับละครเรื่องนี้อยู่ แม้เวลาจะผ่าน
มานาน นับถึงวันนี้ก็ประมาณสิบกว่าปีแล้ว จำได้ว่าดูละครเรื่องนี้ ช่วงที่ยังเรียน
อยู่เลย เห็นยิงทีเซอร์ครั้งแรกก็สะดุดตาแล้ว เพราะพระเอกคนโปรดของเรา
นั่นเอง ต่อมาก็เห็นภาพวิวทิวทัศน์ บรรยากาศในเรื่อง เรื่องราวที่น่าสนุก
และแถมเล่นประกบคู่กับนางเอกที่ตอนนั้นกำลังมาแรงด้วย คือ ป๊อก
ปิยะธิดา เห็นทีเซอร์ครั้งแรกก็แทบกรี๊ด ถูกใจมาก เพราะเพิ่งดูแอนดริวรับ
บทพี่เดชาชาญ จากละครเรื่องรอยอดีตมาได้ไม่นาน ก็มาเห็นแอนดริวใน
บทบาทใหม่อีก โอ้ยถูกใจมากและก็ติดตามดูไม่พลาดเลยซักตอน หลัง
ละครจบเล่นเอาเราเพ้อไปเลย ไปตามหาซื้อหนังสือเรื่องย่อก็ไม่มีขายแล้ว
ได้มาแต่เทปเพลงประกอบละครให้เก็บไว้เป็นที่ระลึกหลังละครจบ และก็ได้
ดูตอนที่ช่อง 3 เอาละครเรื่องนี้มารีรันอีกรอบ เพราะอนิสงฆ์จากละคร
ไม้เมืองที่แอนดริวเล่นนั่นแหละ ทำให้ได้ดูละครเรื่องนี้รีรีนอีกรอบ



ละครเรื่องนี้เนื้อเรื่องดีมาก ๆ เข้ากับทุกยุคสมัย มีแนวคิดในการประกอบ
อาชีพเกษตรกรรมด้วยความขยัน มีความตั้งมั่นในการพัฒนาผืนแผ่นดิน
ดำเนินชีวิตด้วยความพอเพียง ชอบในความผูกพันที่ย่าแดงและหลานทั้งสอง
มีให้กับพื้นแผ่นดิน ความรักความผูกพันธ์ระหว่างย่ากับหลาน และคนใน
ไร่สวนคุณย่า ชอบวิถีชีวิตของตัวละคร โดยเฉพาะตัวพระเอก-นางเอกที่
เริ่มต้นความสัมพันธ์กันจากพี่น้องค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรักฉันท์หนุ่ม
สาว ละครเรื่องนี้หยิบมาดูที่ไรก็ยังรู้สึกสนุก สุขใจและอิ่มใจทุกที



ต้องขอบคุณเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้เราได้เก็บละครเรื่องนี้ไว้ดูอีกหลาย ๆ
รอบ เมื่อต้องการในรูปแบบของ DVD และขอบคุณช่อง 3 ที่นำละครเรื่องนี้
มารีรัน จนได้มีโอกาสบันทึกละครเรื่องนี้เก็บไว้ สุดท้ายขอบคุณผู้จัด ทีมงาน
ผู้กำกับและนักแสดง ที่ช่วยกันสร้างสรรค์ละครคุณภาพเรื่องนี้ให้อยู่ในความ
ประทับใจของคนดูละครหลาย ๆ คน
บอกตามตรงว่าไม่อยากให้ละครเรื่องนี้ถูกนำมารีเมคใหม่ อย่างที่กล่าวใน
ตอนแรกว่าเนื้อเรื่องดีมาก จริง ๆ ถ้ามีใครคิดจะทำใหม่ก็ได้ แต่สำหรับนัก
แสดงแล้วมันยากที่จะลบภาพพี่อาทิจและน้องณีจากแอนดริวและป๊อกได้
รวมถึงย่าแดง น้าแก้วและตัวแสดงอื่น ๆ นักแสดงชุดนี้เล่นเป็นธรรมชาติ
มาก จนคนดูอินตามว่าเขาเหล่านั้นคือตัวละครตัวนั้นจริง ๆ อยากจะเก็บ
ละครเรื่องธรณีนี่นี้ใครครองเวอร์ชั่นแรกนี้ไว้ในความประทับใจนาน ๆ ...
และนี้คือเหตุผลที่ลุกขึ้นมาเขียน blog ถึงละครเรื่องนี้ ขอนำเอาบทความ
และสัมภาษณ์ที่เกี่ยวกับละครเรื่องนี้มารวมไว้ใน blog ด้วย ขอให้เครดิต
ตาม link เลยนะค่ะ





http://www.geocities.com/op_andrew/torranee/interview_tn.htm
บทสัมภาษณ์ธิติมา สังคพิทักษ์ (ผู้จัด) และ ยิ่งยศ ปัญญา (ผู้กำกับ) script
สัมภาษณ์จากรายการ "คืนนี้เรามีหนังสือเป็นเพื่อน"
โดย คุณจอย + คุณ Jim

เป็นรายการที่จะแนะนำหนังสือที่น่าสนใจรวมทั้งนิยายที่นำมาทำละครด้วย
จะมีการเชิญผู้เกี่ยวข้องมาคุย (คล้ายๆกับรายการ"ดูละครย้อนดูตัว" ของ
ช่อง 5 ที่ดูเหมือนจะเพิ่งเลิกไปเมื่อสิ้นเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว) แขกรับเชิญ
ที่มาวันนั้นมีพี่แหม่มธิติมาผู้จัด กับ คุณยิ่งยศ ปัญญาผู้กำกับ เรื่องที่คุยพอ
สรุปได้ก็คือ คุณยิ่งยศอ่านนิยายเรื่องนี้แล้วติดใจมาก หลงใหลในตัวอาทิจ
เลยขอกำกับเอง ปกติจะเป็นคนเขียนบทละคร บทสนทนาคร่าวๆระหว่าง
พิธีกรกับแขกรับเชิญ ดังข้างล่างนี้

นิรมล (นก) - การเลือกตัวแสดงในเรื่องนี้เป็นยังไงบ้างคะ

ธิติมา (แหม่ม) - ในฐานะที่เป็นผู้จัด นึกไม่ออกว่าดาราวัยรุ่นมีใครบ้าง
แต่ดรุณีนี่นึกถึงป๊อก เพราะเคยเล่นละครกับเขาเป็นแม่เขา ก็เห็นว่าป๊อกเนี่ย
พอจะปรับได้ เลยบอกยุ่น (ยิ่งยศ) ว่าผู้หญิงขอป๊อกนะ

ยุ่น - ตัวอาทิจเนี่ย หายากมาก

นก - ก็เป็นวีรบุรุษของคุณเลยนี่ก็ต้องเลือกมากหน่อย จะเล่นเองก็เกรงใจ
คนดูเนอะ (หัวเราะกันหมด)

แหม่ม - แต่เรามีในใจไว้ว่าอาทิจนี่ต้องหล่อเพราะผู้หญิงเห็นแล้วหลงรัก
ในที่สุด สวรรค์ก็ส่งคุณแอนดริวมาให้

นก - ได้ข่าวมาว่าต้องมีการปรับตัวกันเล็กน้อย ต้องถอนคิ้ว เติมฟัน....พี่ไก่
(วรายุทธ) บอก

แหม่ม - ค่ะ ทีแรกมาเลยจอนยาว ก็ถามน้องเขาว่า น้องครับหวงจอนมั๊ย
ครับ เขาก็ตอบว่าไม่หวงครับ

ยุ่น - ผมที่หยิก ก็ยืดออก

อรรณพ - ถ้าตามนิยายนี่พระเอกจะมาจากภาคอีสาน แต่พอได้คุยแอนดริว
มานี่ ต้องมีการปรับอะไรรึเปล่าครับ

แหม่ม - อือ! หน้าเขาเป็นฝรั่งเนอะ....แต่เสียงเขาเหน่อนะ (หัวเราะ)

ยุ่น - เสียงเขาเหน่อจริงๆ....แต่ในระหว่างถ่ายทำนี่ เกิดความรู้สึกแปลกมาก
คือเราลืมความเป็นลูกครึ่งของเขาไปเลย คือเขาถ่ายทอดหัวใจของตัว
ละครออกมาได้อย่าง..คนดูลืมไปเลยอ่ะว่าเขาเป็นลูกครึ่งนะ

นก - เออ! พูดถึงตรงนี้ขอแทรกนิดนึง ได้ดูละครแล้วรู้สึกประทับใจการ
ปฏิบัติตัวของเด็กต่อผู้ใหญ่ อย่างอาทิจ หรือดรุณีปฏิบัติต่อคุณย่า นอบน้อม
นุ่มนวล แนบเนียนดีค่ะ ขอชมตรงนี้

แหม่ม - อันนี้ต้องยกให้ผู้กำกับค่ะ

ยุ่น - คืออันนี้มันเป็นบุคลิกส่วนตัวของนักแสดงเอง เราไม่ได้ไปกำหนดให้
เขาทำอย่างนั้นอย่างนี้ เขาแสดงออกมาจากตัวเขาเอง เด็กพวกนี้ น่ารัก
จริงๆ (แสดงว่าตัวจริงแอนดริวเป็นเด็กน่ารักจริงๆ อย่างที่คุณเล็ก ไอศูรย์เคย
ชม)

นก - การเลือกตัวแสดงหลัก อย่างป้าจุ๊เนี่ย คิดว่าคงเลือกก่อนเลย รึเปล่าคะ

แหม่ม - ก่อนตัวอื่นเลยค่ะ ตัวคุณย่านี่ ต้องดูแล้วยิ่งใหญ่ เพราะเป็นเจ้าของ
สวนคุณย่าที่ยิ่งใหญ่

อรรณพ - พูดถึงสวนคุณย่า จริงๆแล้วมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยใช่มั๊ยครับ
เพราะธรรมดาถ้าพูดถึงภาคตะวันออกแล้วก็น่าจะเป็นสวนเงาะ หรือทุเรียน
อะไรเนี่ย

แหม่ม - น่าจะเป็นแถวจันทบุรี ระยอง แต่เนื่องด้วยหลายๆอย่าง อย่างแรก
เลยพอได้คุณแอนดริวมาเนี่ย หน้าเขาจะเป็นลูกครึ่ง

อรรณพ - จะทุเรียนก็ยังไงอยู่ (หัวเราะกัน)

แหม่ม - ค่ะ หน้าแกก็ไม่ค่อยเหมาะกับทุเรียนเนอะ หรืออย่างป้าจุ๊ น้องป๊อก
นี่ก็เป็นคนสมัยใหม่ มุมมองก็เลยต้องเปลี่ยนไป แล้วเผอิญเราไปได้สวนส้ม
ธนาธรและบ้านคุณย่าที่เชียงราย เลยต้องปรับให้เป็นกลิ่นอายของฝรั่งนิด
นึง อยากให้ได้ภาพที่สวยค่ะ

นก - ก็จะต้องมีปัญหาเรื่อง อุณหภูมิ ดินฟ้าอากาศ การ continue เสื้อผ้า

แหม่ม - ค่ะก็ถ่ายกัน 4 เดือนเต็มหลายที่ ทั้งเชียงราย สระบุรี โคราช
(ห้องดรุณี) ตั้งแต่หนาวสุด มาร้อน แถมมีฝนไล่ตอนท้ายๆด้วย

อรรณพ - พูดถึงตัวละครอย่างอาทิจที่เป็นฮีโร่ของคุณยิ่งยศนี่ พอได้คุณ
แอนดริวมาเล่นนี่ คิดว่าตรงกับภาพที่อ่านในหนังสือมั๊ยครับ

ยุ่น - อา! ให้น้องเขา 90% ฮะ

อรรณพ - อื้อฮือ...แสดงว่าตรงเกือบทั้งหมดเลยนะครับ แล้วตัวละครอื่นๆ
ล่ะครับ

ยุ่น - พอใจครับ

นก - คราวนี้ที่สงสัยคือ นักแสดงนี่ต้องอ่านหนังสือมั๊ยคะ หรืออ่านจากบทที่
ทำเสร็จแล้ว

แหม่ม - ตัวหลักๆอ่านค่ะ อย่างคุณแอนดริว คุณป๊อก ป้าจุ๊ พี่จิ๊ นี่อ่าน

ยุ่น - ตอนเจอแอนดริวครั้งแรกนี่ บทละครยังไม่สมบูรณ์ ก็แนะนำให้เขา
อ่าน เพราะแก่นของเรื่องมันแทรกอยู่ในทุกบรรทัดเลย

นก - ทีนี้อยากให้เล่าความประทับใจของทั้ง 2 ท่านต่อกันหน่อย เลือกคุณ
แหม่มก่อนดีกว่า ให้เล่าความประทับใจที่มีต่อคุณยิ่งยศ ปัญญา เพราะว่า
อย่างเช่นคุณอาทิจนี่หลงรักว่าเป็นวีรบุรุษในดวงใจ เวลาจะทำเป็นละครก็
อาสาเป็นผู้กำกับเอง ต้องมีหลายเรื่องแน่ที่เป็นเรื่องอะค่ะ

แหม่ม - โอย! หลายเรื่องมาก เธอพิถีพิถันไปหมดทุกอย่าง แม้กระทั่งฉาก
บางทีก็จัดเอง ที่สำคัญที่สุดก็ acting ของผู้แสดง ไม่มีหลุด ก็มีบางฉากที่
อินไปกับพระเอก ฉากพระเอกร้องไห้ตอนคุณย่าตาย เธอร้องไห้ซะน้ำหู
น้ำตาไหล (หัวเราะ)

นก - ฉากนั้นลืมสั่งคัตไปเลย...

ยุ่น - ก็บอกแล้ว ตอนอ่านหนังสือพอคุณย่าตายเราช๊อค เสียใจจริงๆ พอขึ้น
ไป coach ถึงที่เขาเซ็ตกัน พูดกับพี่จิ๊ได้ประโยคเดียว ก็ทะลักทะลายกันเลย


แหม่ม - เป็นเพราะทุกคนอินกับเรื่องนี้มาก

นก - คงจะเป็นเพราะนักแสดงอย่าง ป้าจุ๊ พี่จิ๊ด้วย

ยุ่น - ฮะ ทุกคนปล่อยออกมาเต็มที่เลย

จากนั้นก็คุยกันเรื่องละครเรื่องต่อไปของผู้จัดแล้วก็ขอบคุณกัน...
ขอขอบคุณคุณจอยสำหรับ script นี้ค่ะ



http://news.giggog.com/entertain/cat1/news1965/
ธรณีนี่นี้ใครครอง

คอลัมน์ ย้อนอดีต
พระเอกคนดัง แอนเดริว เกร้กสัน ข้ามห้วยจากช่อง 7 มาเล่นละครช่อง 3
ก็ดังระเบิดจากเรื่อง ธรณีนี่นี้ใครครอง ที่ออกฉายเมื่อปีพ.ศ.2541
ธรณีนี่นี้ใครครอง เป็นละครแนวเบาสมอง-กุ๊กกิ๊กเกี่ยวกับเกษตรกรที่
สะท้อนชีวิตกลุ่มเด็กวัยรุ่นหนุ่มสาวที่เรียนจบมหาวิทยาลัย แต่มีใจและ
อุดมการณ์ที่อยากทำไร่ ทำสวนในชนบท ผลงานการสร้างของผู้จัดคู่หู
เจ๊ไก่วรายุธ มิลินทจินดา และ แหม่มธิติมา สังขพิทักษ์ จากบทประพันธ์
ของ กาญจนา นาคนันท์ บทโทรทัศน์โดย วรการ กำกับการแสดงโดย
ยุ่นยิ่งยศ ปัญญา

โดยพระเอกที่ แอนดริว ต้องประกบในตอนนั้นคือนางเอกคิกขุ ป๊อกปิยธิดา
วรมุสิก ที่การจับคู่ที่ลงตัวทำให้เป็นคู่ขวัญในตอนนั้นก็ว่าได้ ร่วมด้วย
พาเมล่า เบาว์เด้น, จตุรงค์ โกลิมาศ, จุรี โอศิริ, เวย์น ฟอลโคลเนอร์,
วิยะดา อุมารินทร์, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ, ธงชัย ประสงค์สันติ,
ดารณีนุช โพธิปิติ, อาภรณ์ ทิชากรณ์, เบญจพล เชยอรุณ, วรเชษฐ์ นิ่ม
สุวรรณ, กล้วย เชิญยิ้ม ฯลฯ

วันนี้คู่พระ-นาง แอนดริว-ป๊อก จะมาร่วมย้อนอดีตละครเรื่องนี้
ฝ่ายชายให้เกียรติฝ่ายหญิงได้เริ่มก่อน โดย ป๊อก เปิดเผยว่า ในเรื่องป๊อก
เล่นบท ดรุณี จะเป็นเด็กที่อยู่ในสวนส้มของคุณย่า เนื่องจากพ่อแม่ทิ้งไป
ตั้งแต่เด็ก คุณย่าเลยเก็บมาเลี้ยง
ตอนนั้นสาว ป๊อก ต้องแอ๊บแบ้วแล้ว ในบทค่อนข้างเฮี้ยวมากๆ จะต้องกด
อายุตัวเองลงมา เรื่องนี้เล่นเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ตอนนั้นอายุ 23 ปี ต้องกดมาเล่น
เป็น 15 ปี ตอนนั้นตอนแรกกังวลอยู่ เพราะกดอายุลงมาเยอะ ดีแต่ว่าต้อง
เป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเป็นเด็ก และช่วงตอนโต ช่วงเด็กอาจดูลำบากใจ แต่ช่วง
ตอนโตไม่เท่าไหร่

ตอนเป็นเด็ก ทำอย่างไรก็ได้ให้ดูสนุก ทำให้เป็นความรู้สึกจริงๆ ไม่ได้แกล้ง
ทำ โชคดีมากๆ ที่ได้ผู้กำกับฯ พี่ยุ่น (ยิ่งยศ ปัญญา) เป็นคนมาอธิบายบท
ต่างๆ ให้ละเอียด จนเรานึกตามตัวละครได้ชัดเจน ต้องบอกว่าพี่ยุ่นไม่ใช่แค่
ผู้กำกับฯ แต่เป็นถึงครูเลย

การทำงานที่สนุกทำให้เธอประทับใจ เรื่องนี้ถ่ายสนุก เพราะว่ามีไปถ่ายต่าง
จังหวัดบ่อย มีผู้ใหญ่หลายคนที่ร่วมเล่นแล้วน่ารัก แถมยังเก่งทุกคน ทำให้
ป๊อกได้เรียนรู้หลายเรื่อง ไปต่างจังหวัดแล้วชอบ บางคนไปกลับ แต่เราถ้า
ไปอาทิตย์ก็จะอยู่ทั้งอาทิตย์เลย สวนส้มที่ไปถ่ายที่เชียงใหม่กับเชียงราย
สวยและอากาศเย็นดีเลยชอบ

เธอยังพูดถึงพระเอกของเธอ ในส่วนแอนดริว ตอนนั้นเราก็ใหม่ด้วยกันทั้งคู่
ซึ่งป๊อกจะเรียกเขาว่าน้องแอน เขาก็จะเรียกเราว่าพี่ป๊อก เพราะเขาเป็นรุ่นน้อง
ตอนเล่นด้วยกันเขาแสดงดี เขาเป็นคนค่อนข้างมีวินัย โอเคในการทำ
งาน บางคนมองว่าเขาคุยยาก แต่สำหรับป๊อกแล้วเขาคือนักแสดง เขาเล่น
ด้วยใจจริงๆ เราถือว่าคุณทำงานดี ทำงานด้วยกันแล้วรู้สึกดี ไม่ขโมยซีน
ก็ถือว่าพอแล้ว
ป๊อก ทิ้งท้ายว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปกับละครเรื่องนี้ก็ไม่อยากเปลี่ยนแปลง
อะไรแล้ว ถือว่าดีที่สุดแล้ว แม้แต่ทุกวันนี้ยังดีใจที่ได้เล่นละครเรื่องนี้ เพราะ
ตอนนี้ไม่ว่าจะไปไหนก็จะยังมีคนถามถึงละครเรื่องนี้อยู่ เป็นความทรงจำที่ดี
มากๆ

ถึงคิวพระเอก แอนดริว บ้าง โดยเจ้าตัวเล่าว่า ละครเรื่องนี้ ธรณีนี่นี้ใครครอง
ไม่ใช่ละครเรื่องแรกที่ข้ามมาเล่นช่อง 3 แต่มีละครสั้น ร้อยรสบทละคร
ก่อน และละคร กรงเกียรติยศ ของ แหม่หนูสรวงสุดา ชลลัมพี แต่เรื่องนี้เป็น
เรื่องยาวที่ได้ออกอากาศก่อน กรงเกียรติยศ ของแม่หนู
เขาเล่าย้อนถึงการตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้ ตอนนั้นก็คุยกับพี่ไก่ พี่แหม่ม เรื่อง
นี้ผมรับเล่นโดยที่ไม่ได้อ่านบท อ่านแค่หนังสือ อ่านเรื่องแล้วมันน่ารักก็เลย
เล่น ตอนอ่านไม่คิดว่าจะได้ภาพออกมาแบบนี้ แต่พอไปถ่ายทำที่สถานที่
จริงแล้วมันดี บรรยากาศที่เห็นในละครมันพาไปหมดเลย

อย่างในส่วนของบทพี่ยุ่นจะแก้หน้ากองตลอด การทำงานถ่ายกรุงเทพฯ
นิดหน่อย แล้วก็ไปถ่ายต่างจังหวัด แต่ตัวผมเองก็เครียด ที่เครียดและเกร็ง
เพราะตอนนั้นยังเล่นละครไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ สนุกที่ได้เจอพี่แหม่ม พี่ไก่ เขา
ใจดี ตอนนั้นจะมีการปลุกให้ตื่น 6 โมงเช้าเพื่อมาทำงานกันทั้งหมด เย็นก็
กลับมาหมดแรงกัน

แล้ว ป๊อก ล่ะ? ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ก็ไม่ได้ใช้เวลาปรับตัวอะไรมาก ป๊อก
เป็นพี่ผม เขาก็มนุษยสัมพันธ์ดี ใจดี

ก่อนลา พระเอกมีมาดบอกถึงความประทับใจ ตอนถ่ายละครเรื่องนี้ผมไม่รู้ว่า
ภาพมันจะออกมาแนวไหน พอดูแล้วออกมายิ้ม เป็นละครเรื่องหนึ่งที่ไปถ่าย
แล้วมีความสุข เป็นความสุขคนละแบบกับที่ผมเวลาทำงานในปัจจุบัน ใน
ปัจจุบันผมเครียดกว่านั้น ตอนนั้นสบายๆ เหมือนไปเจอพี่ๆ เพื่อนๆ เหมือนไป
เข้าค่าย แล้วสนุกในการเข้าค่าย



จากใจผู้กำกับฯยุ่น
ผู้กำกับฯ อารมณ์ดี ยุ่นยิ่งยศ ปัญญา ก่อนมาเป็นผู้กำกับฯ เริ่มต้นจากงาน
เขียนบทโทรทัศน์ อาทิ รักเดียวของเจนจิรา, เยี่ยมวิมาน, ตามหัวใจไปสุด
หล้า ฯลฯ ถึงตอนนี้ก็ยังเขียนบทอยู่ แต่ก็มีงานกำกับฯ ควบคู่ไปด้วย ผลงาน
กำกับฯ ล่าสุดที่ออกอากาศอยู่คือเรื่อง กงจักรลายดอกบัว ส่วน ธรณีนี่นี้ใคร
ครอง ถือเป็นผลงานกำกับฯ ละครยุคแรกๆ

เจ้าตัวบอกว่า ตอนทำงานละครเรื่องนี้แทบไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่มีเรื่องข้อ
จำกัดการทำงาน คือเรามีเวลาอยู่ในสวนส้ม 3 วัน เราต้องถ่ายเจาะตั้งแต่ต้น
เรื่องจนจบเรื่อง ทุกฉากของสวนส้มที่เป็นโลเกชั่นหลักต้องการให้ห่อหุ้ม
ความโรแมนติกของละคร

จุดเริ่มต้นในการสร้างละครเรื่องนี้ก็มาจากเขา เราเป็นคนเสนอละครเรื่องนี้
เอง ช่วงนั้นช่อง 3 มีละคร 6 ตอนจบ ช่วง ร้อยรสบทละคร ทางช่อง 3 ก็
ติดต่อว่ามีเรื่องไหนสนุกให้ส่งไป เรานึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องหนึ่ง อ่านตอนเด็ก
เป็นนิยายเรื่องแรกที่อ่านในชีวิต เรื่องนี้ท่าจะสนุก ทำกุ๊กกิ๊กหวาน บอกเขา
ไปเสร็จ ก็กลับไปเอาหนังสือมาอ่านแล้วโทร.กลับไปบอกว่าไม่สามารถเป็น
ละคร 6 ตอน ต้องทำเป็นละครยาว ทางช่องโอเค แล้วช่องก็โยนให้พี่แหม่มทำ

โดยนิสัยลึกๆ เราเป็นคนชอบงานเกษตร พออ่านเรื่องแล้วมันปะทะ ชีวิต
เกษตรทำไมมันโรแมนติก ช่วงสวยงาม ทั้งๆ ที่เรื่องชีวิตเขาเป็นเรื่องยาก
เข็ญ แต่เรามองกลับเห็นความงามในความทุกข์ของเกษตรกร ทำยังไงให้
ความรู้สึกนี้แผ่มาถึงคนดูได้ และแทนที่จะเป็นทำนา ทำไร่ธรรมดา มีความ
จำเป็นต้องสร้างบรรยากาศห่อหุ้มความสวยงามตระการตา และซาบซึ้งใจ
ผลที่ตามมาเป็นเรื่องสวนส้มในเรื่อง

ผู้กำกับฯ ยังวิจารณ์คู่พระ-นาง ทั้งคู่น่ารักมาก คือ ป๊อกเขาเก่งมากใน
ลักษณะ ตอนนั้นแอนดริวมีงานไม่กี่ชิ้น เราขยับจี้ไปที่พระเอกมากกว่านาง
เอก โดยทุนเราเชื่อว่าป๊อกยังไงก็ได้ จับบทอยู่มือแน่ ฉากแรกเข้าฉาก เขา
ต้องเล่นเล่นอายุ 14-15 จับผูกแกละ ขี่จักรยานไปส่งอาหารแล้วด่าไป บ่น
ไป ช็อตเดียวเรารู้ว่าเขาเป็นตัวละคร เขาเก่งมาก เก่งพอที่จะสร้างสรรค์อะไร
ได้ กับแอนดริวก็เทลงไปกับเขาเยอะ กว่าจะจับคาแร็กเตอร์ได้ก็สักพัก แต่
พอจับอยู่ก็ได้เขาก็เข้าใจหัวจิตหัวใจตัวละคร

กระแสละครตอนนั้นดีมาก ทุกวันนี้มีคนจำได้อยู่ และมันเหมือนอารมณ์เรา
อ่านหนังสือแล้วทิ้งไว้ 30 ปี แล้วยังจำได้ เหมือนที่คนดูยังจำได้ เราเชื่อว่า
ถ้าจะมีคนทำละครแนวนี้ มีเรื่องไร่ส้ม ไม่มีใครทำสวยเท่าเรา เจ้าตัวทิ้ง
ท้ายอย่างภูมิใจ




























 

Create Date : 18 สิงหาคม 2552
179 comments
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2557 22:53:36 น.
Counter : 11292 Pageviews.

 

ในที่สุดก็ทำ bg ถึงละครเรื่องนี้เสร็จซะที หลังจากจด ๆ จ้อง ๆ อยู่นาน ใช้ฤกษ์ดีวันนี้ที่หัวหน้าไม่อยู่ ขออู่งานซะหน่อย นั่งทำจนเสร็จ ขาดก็แต่เพลงประกอบละคร วันหลังคงได้เอามาลงค่ะ ตอนนี้ขอตัวไปทำงานต่อแล้วค่ะ และขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมนะค่ะ ติชมได้ค่ะ ตัวหนังสืออาจอ่านยากหน่อย แต่จะพยายามปรับปรุงไปเรื่อย ๆ ค่ะ

 

โดย: ศรกล 13 ตุลาคม 2552 11:07:28 น.  

 

น่ารักมาก พี่ชอบภาพสวย
น่าจะเป็นแรงบันดานให้พี่ไปทำเรื่องย่อดีไหม(เป็นหนังนะคนละอย่างกับจอย)

 

โดย: หนึ่งคิด 14 ตุลาคม 2552 16:37:00 น.  

 

สุดยอดมากๆๆเป็นภาพที่สวยงามในใจมาตลอดเราก็รักแอนดริวเรื่องนี้จนถีงทุกวันนี้ก็ยังปลื้มไม่เคยเปลี่ยนแปลงและตลอดไป

 

โดย: P&N IP: 58.8.117.161 14 ตุลาคม 2552 18:05:35 น.  

 

สุดยอดมากๆๆเป็นภาพที่สวยงามในใจมาตลอดเราก็รักแอนดริวเรื่องนี้จนถีงทุกวันนี้ก็ยังปลื้มไม่เคยเปลี่ยนแปลงและตลอดไป

 

โดย: P&N IP: 58.8.117.161 14 ตุลาคม 2552 18:05:59 น.  

 

พี่จอยทำรูปน่ารักมากเลยจ้า พี่อาทิจกะน้องณีหว๊าน หวาน

 

โดย: mesaya 14 ตุลาคม 2552 23:23:41 น.  

 

น่ารักจัง
เหมือนเข้ามาย้อนอดีตของตนเอง เอ๊ย ไม่ใช่ ของดริว
อิอิ

ขอบคุณที่ทำมาให้ดูกันนะคะ

 

โดย: พิชามญชุ์ IP: 85.226.198.118 16 ตุลาคม 2552 11:47:05 น.  

 

เป็นละครที่น่าประทับใจมาก ถ้าจะมาทำใหม่คงจะไม่ได้อารมณ์แบบนี้ อืนบทประพันธ์ครั้งแรกปี 2521 ตอนนั้นเรียน ม.ศ.1 (เป็น ม.ศ.1 รุ่นสุดท้าย) เด็กรุ่นหลังไม่รู้จักม.ศ.1 รู้จักแต่ม .1 ตอนนี้เราดูละครเรื่องนี้เกือบทุกวัน เพราะชอบมาก ขอบคุณคุณจอยทำรูปได้ดีมาก ๆ ค่ะ

 

โดย: violin IP: 180.183.49.204 16 ตุลาคม 2552 19:35:40 น.  

 

สวยจังค่ะ

ดูเรื่องนี้ทีไรประทับใจตลอด ดูแล้วอยากมีไร่ส้มจัง

ขอบคุณนะคะ

 

โดย: baby_15 นุช IP: 124.121.87.169 24 ตุลาคม 2552 18:42:05 น.  

 

ทำได้ละเอียดและน่ารักมากๆ ค่ะ ขอบอกว่าส่วนตัวก็ชอบเรื่องนี้มาก ๆ เหมือนกันค่า ขอบคุณมากนะคะ

 

โดย: nidnoi IP: 110.164.37.41 31 ตุลาคม 2552 10:50:22 น.  

 

ผมชอบมากคับพอดีไปถ่ายทำ เรื่องนี้ที่บ้านเกิดผมด้วย ชอบๆมากๆคับทำให้ได้คิดได้หลายๆอย่าง เป็นละครที่มีสาระต่อสู้ชีวิต เป็นแบบอย่างอย่างดี ไม่เหมือนละคนเดี่ยวนี้มีแต่เรื่องไร้สาระ

 

โดย: เด็ก ฝาง แม่อาย ไชยปราการ IP: 10.0.100.5, 118.172.32.183 1 พฤศจิกายน 2552 18:18:07 น.  

 

http://www.oldthaitv.com/movie-film-%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87-112885.html เอาไปดูกันคับ

 

โดย: เด็ก ฝาง แม่อาย ไชยปราการ IP: 10.0.100.5, 118.172.32.183 1 พฤศจิกายน 2552 18:19:14 น.  

 

ช่วยแปะ link ให้คุณเด็กฝาง แม่อาย ไชยปราการ นะค่ะ จะได้เข้าดูกันง่ายขึ้นค่ะ รวมทั้งขอบคุณทุกคนที่แวะมาเยี่ยมชมนะค่ะ

เรื่องย่อ ธรณีนี่นี้ใครครอง

 

โดย: ศรกล 2 พฤศจิกายน 2552 12:56:36 น.  

 

เป็นละครในดวงใจจูนด้วยค่ะ ทุกอย่างลงตัวหมดเลย ประทับใจ สุขใจมากๆ กับเรื่องนี้ ที่สำคัญจูนว่าเรื่องนี้เลิฟซีนบนเตียงของแอนดริว พริ้ว เนียน น่ารักได้อีกนะ คิคิ

 

โดย: enjoyjune IP: 124.120.74.198 2 พฤศจิกายน 2552 17:04:44 น.  

 

คุณจอย..น่ารักมากนะคะ(ต้วคุณเองนะคะ) ที่ทำwebนี้ และVDO ละครเรื่องนี้ LINKมาให้เราดู ตอบได้เลยว่า..เป็นละครในดวงใจค่ะ

ขอขอบคุณจริง ๆค่ะ

 

โดย: violin IP: 180.183.53.239 3 พฤศจิกายน 2552 18:17:51 น.  

 

น่ารักจังเลยค่ะ ภาพสวยมากค่ะ ท้องฟ้าก็สวย เห็นแล้วคิดถึงเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด มีความสุขมากๆ

ขอบคุณค่ะ

 

โดย: auddy IP: 58.9.118.94 6 พฤศจิกายน 2552 23:50:49 น.  

 

นับเดินหน้า 14 พฤศจิกายน ละครมงกุฏแสงจันทร์ออนแอร์วันแรก

 

โดย: ศรกล 13 พฤศจิกายน 2552 10:42:09 น.  

 

ชอบตั้งแต่เข้าวงการเป็นนายแบบแล้วมาดขรึมจริงจังแต่จริงใจดาราที่มีบุคลิกแบบแอนดริวนับคนได้เลยเรื่องนี้ชอบมากตอนคุณย่าตายเราร้องไห้ตามเลยค่ะเป็นกำลังใจให้แอนดริวในทุกกระแสข่าวที่ไม่ดีนะคะ

 

โดย: moofat15 IP: 125.26.7.82 17 พฤศจิกายน 2552 14:54:53 น.  

 

สวัสดีคะแฟนคลับพี่แอนดริวทุกคน..เราก้อเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบและติดตามผลงานของพี่แอนดริวมาตลอด
อยากจะสมัครเป็นแฟนคลับของพี่แอนดริวต้องทำยังงัย
อยากจะมีโอกาสไปมิสติ้งกะพี่แอนดริวบ้าง
ยังงัยช่วยเมลมาบอกด้วยนะคะ mai.wan@hotmail.com

 

โดย: ชอบพี่แอนดริวมากเลย^^ IP: 124.157.214.106 24 พฤศจิกายน 2552 23:40:09 น.  

 

เคยฝันไว้ว่า"ธรณีนี่นี้ใครใครครอง"จะมีภาค2เพราะความน่ารักความประทับใจยังไม่เคยจางหายไปจากใจเราขอบคุณเจ้าของบล็อกที่ทำภาพแห่งทรงจำไว้ให้ชื่นชมน่ารักๆๆๆ

 

โดย: P&N IP: 58.8.121.197 11 ธันวาคม 2552 13:30:59 น.  

 

ชอบเหมือนกันเลย ละครเรื่องนี้ชอบมาก แม้กระทั่งตอนนี้เวลาเครียด ก้มักจะชอบเข้าไปดูใน youtube ตลอดเลย ชอบมาก

 

โดย: ดิน IP: 113.53.74.138 14 ธันวาคม 2552 17:29:10 น.  

 

อยากได้ละครเรื่องนี้มากๆค่ะ หาซื้อที่เขาขายกัน ตอนมันขาดหายไปเป็นตอนที่พระเอกบอกรักนางเอกอะค่ะ ซื้อมา 2 ครั้งแล้วเป็นเหมือนกันเลย ใครพอจะมีแบบครบทุกตอนบ้างหรือเปล่าค่ะ อยากได้มากๆเลย

ใครรู้ว่าจะหาซื้อได้ที่ไหนหรือท่านได้ต้องการจำหน่ายให้ ช่วยรบกวนติดต่อ Email nat_naka_@hotmail.com ขอบคุณค่ะ

 

โดย: nutnaka IP: 124.121.130.33 15 ธันวาคม 2552 19:18:18 น.  

 

เรื่องนี้ก็ชอบนะ น่ารักดี ชอบธรรมชาติ ดูแล้วมีความสุข

 

โดย: tewtew IP: 58.11.3.48 15 ธันวาคม 2552 21:11:19 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ขอให้พี่จอยมีความสุข สุขภาพแข็งแรง
สมปรารถนาทุกสิ่งนะคะ


 

โดย: mesaya 1 มกราคม 2553 1:52:17 น.  

 

สวัสดีปีใหม่คุณจอยคะ มีความสุขมากๆ สุขสมหวังกับทุกสิ่งที่หวังและตั้งใจทำ ตลอดปีและตลอดไปค่ะ และที่สำคัญขอให้ดริว มีผลงานให้ชมตลอดทั้งปีให้เบื่อหน้ากันไปเลย คะ ^_^

 

โดย: McCutest 2 มกราคม 2553 21:18:26 น.  

 

สวัสดี..ปีใหม่คะ..จอย
ปีใหม่นี้ก็ขอให้.....
ได้ในสิ่งที่ต้องการ...
ผ่าน...กับอุปสรรคใดๆทั้งปวง..
ไม่เจ็บ..ไม่จน.....
เฮง...เฮง...และก็เฮงนะคะ
และก็มาช่วยกันลุ้นให้พระเอกของเรามีละครเรื่องใหม่เร็วๆน๊า....

 

โดย: tewtew IP: 61.90.105.56 3 มกราคม 2553 11:44:40 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณจอย
นินพึ่งเห็นการ์ดอวยพรปีใหม่ที่คุณจอยทำไปฝากค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
รู้มั๊ย...นินนะแอบน้อยใจอยู่ตั้งหลายวัน คนโน้นก็มี คนนี้ก็ได้ ทำไมของนินไม่มี อิอิอิ ที่แท้ก็เซ่อเอง ไม่เห็นว่าคุณจอยไปแปะไว้ที่หน้าดาราคนโปรด คุณจอยทำได้สวยดี ชอบมากๆเลยค่ะ

 

โดย: nin77 8 มกราคม 2553 21:55:22 น.  

 

ดีใจค่ะ ที่คุณนินชอบ

 

โดย: ศรกล 11 มกราคม 2553 12:20:06 น.  

 

ขอบคุณทุก ๆ คนที่แวะมาเยี่ยมบ้านของจอยนะค่ะ
และขอบคุณพรจากทุกคนที่ให้ ขอให้พรนั้นส่งผล
ถึงทุกคนให้มีความสุขและสมหวังกันนะค่ะ...
วันนี้ขอระบายหรือบ่นถึงละครเรื่องนี้ซะหน่อยหลัง
จากที่ไปหยิบมาดูอีกแล้ว เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้

เป็นความประทับใจที่ไม่รู้จักจบจักสิ้นจริง ๆ
สำหรับละครในดวงใจ “ธรณีนี่นี้...ใครครอง”
หยิบมาดูเมื่อไหร่ก็มีความสุขทุกที เป็นละคร
ที่มีเรื่องราวเรียบง่าย แต่มีความลงตัวในทุก ๆ
อย่าง ไม่ว่าจะเป็นบท เนื้อเรื่อง การดำเนินเรื่อง
การตัดต่อ โลเคชั่น และนักแสดง โดยเฉพาะ
กับป้าจุ๊และป้าจิ๊ เล่นเป็นตัวละครในเรื่องได้อิน
ไม่แพ้ตัวพระเอกนางเอกเลย รวมถึงนักแสดง
ร่วมคนอื่น ๆ อย่างลูกน้องของพระเอกก็เล่นเข้า
กับแอนดริวได้ไหลลื่น ไม่ดูฝืด ทำให้ดูแล้วเชื่อ
จริง ๆ ว่านายอาทิจเป็นนายที่มีลูกน้องรักมากมาย
คือไม่รู้สึกรำคาญที่เวลาพระเอกออกมาแล้วมี
เพื่อน ๆ หรือลูกน้องตามมาด้วย แต่กลับดูกลมกลืน
เป็นธรรมชาติกันดี ...ป้าจุ๊รับบทย่าแดงเล่นจนเรา
ร้องไห้ตามตอนที่ย่าแดงสิ้นลม คือรู้สึกผูกพันธ์กับ
ย่าแดงไปด้วยเหมือนพี่อาทิจกับน้องณี และทุกคน
ในสวนคุณย่าที่รักและเคารพย่าแดง ส่วนน้าแก้ว
ก็ทำให้คอยเชียร์ คอยลุ้น และเป็นกำลังใจให้น้า
แก้ว รู้สึกอยากจะกระโดดไปจับมือกับน้าแก้ว
ว่าเราเป็นพวกเดียวกับน้าแก้วนะ ให้พี่อาทิจกับ
น้องณีเขารักกัน...
ดีใจมาก ที่พระเอกคนโปรดของเราได้เล่นเรื่องนี้
มีความสุขจริง ๆ เวลาเครียด ๆ แล้วหยิบละครเรื่อง
นี้มาดูจะรู้สึกดีขึ้นมาทันตาเห็น หรือว่าอารมณ์ดี
อยู่แล้วหยิบมาดูอีกก็ยิ่งเพิ่มความสุขใจขึ้นมาอีก
โลเคชั่น บ้านของย่าแดงในเรื่องนี้สวยมาก ดูแล้ว
อยากมีชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติอย่างในเรื่องนี้จังเลย
เราไม่ค่อยดูละครนัก ไม่รู้ว่ามีละครเรื่องไหนบ้าง
ที่สร้างออกมาในแนวเรื่องนี้บ้าง เคยตั้งคำถามใน
Pantip เหมือนกัน ก็มีคนบอกว่ายังไม่มีเรื่องไหน
ที่ทำออกมาได้ดีและลงตัวเท่าเรื่องธรณีนี่นี้ใครครอง
ส่วนละครผู้ใหญ่ลีกับนางมาเวอร์ชั่นล่าสุดเราก็ชอบ
นะ แต่ก็ยังไม่เท่าเรื่องนี้...ละครในดวงใจขอยกให้
“ธรณีนี่นี้...ใครครอง”.

 

โดย: ศรกล 11 มกราคม 2553 12:27:14 น.  

 

ขอยกมือด้วยคนเห็นด้วยมากๆๆๆๆที่สุด

 

โดย: P&N IP: 58.8.122.59 11 มกราคม 2553 13:18:41 น.  

 

ตอนนี้กำลังอินกับเรื่องนี้มากเลยจอย ดูหลายรอบแล้วเหมือนกัน ประทับใจในบทบาทของทุกๆคน ดูกี่ที กี่ที ก็มีความสุข..จริงๆ

 

โดย: tewtew (tew DR ) 13 มกราคม 2553 1:56:32 น.  

 

ถ้าปาฏิหารย์มีจริงพวกเราคงได้ดูภาค2เนื้อเรื่องก็ขอให้น่ารักๆเอาแบบรักของคุณย่าถ่ายทอดรักแผ่นดินเกิดรักลูกรักครอบครัวรักน้องนีและมีลูกเล็กป่วนๆๆพี่อาทิจและน้องนีจะได้เห็นเงาในอดีตของตัวเองท่าสนุกเน้อะคุณtewtewว่าไหงสุดท้ายขอขอบคุณศรกลมากที่ทำบล๊อกนี้ขึ้นมาให้เรามีความสุขยามเครียดกับชีวิตขอถามว่าจะซื้อDVDจากที่ไหนจะที่จะได้คมชัดไม่ขาดมีครบทุกตอนช่วยแนะนำด้วยที่จริงมีดูแล้วแต่รู้ว่ามันขาดหายไปอยากมีดูแบบสมบูรณ์อีกสักชุด

 

โดย: P&N IP: 58.8.237.202 13 มกราคม 2553 11:42:59 น.  

 

เราอยากจะช่วยคนที่อยากจะได้ DVD เรื่องธรณีนี่นี้ใครครอง
แบบชัด ๆ และสมบูรณ์นะ แต่มันจะยุ่งยากตรงที่ว่าเราจะต้อง
เป็นคนสั่งให้น่ะค่ะ เพราะว่าเราเป็นลูกค้าประจำเขา เขา
ไม่รับออเดอร์จากลูกค้าใหม่ค่ะ

 

โดย: ศรกล 13 มกราคม 2553 16:27:03 น.  

 

แวะมาทักทายคุณจอยค่ะ และไม่ลืมทำ Gif ซีนที่คุณจอยฝากรีเควสมาคะ มีมาสองขนาด 200 kb อันเล็ก และอีกอันไม่ใหญ่มากแต่ 720 kb เลยค่ะ ทำภาพใหญ่มากไม่ได้ เพราะวัตถุดิบในการทำ ไม่ค่อยชัดเลย

คุณจอยคงชอบนะคะ หรือว่างๆจะหัดทำก็ได้ค่ะ ง่ายมาก ตั้งแต่ชอบดริวมาและมาเจอบล๊อคพี่แสงเนี่ยะ ทำอะไรได้เยอะดีคะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เลยนะคะ



มีทำมาฝากอีกช๊อทด้วย แบบแมวชอบมากซีนนี้ ดูน่ารักมากมาย พี่อาทิจกะน้องนี ท่ามกลางสวนดอกไม้ เฮ้อ อยากดูละครแนวนี้อีกนะคะ และแน่นอนพระเอกก็ต้องเป็น แอนดริว เกร้กสัน เท่านั้น




~~~~~~~~~~~~~~~~

 

โดย: McCutest 14 มกราคม 2553 4:10:02 น.  

 

คุณศรกลพอจะช่วยหน่อยช่วยได้มั้ยคะช่วยบอกราคามาตามนี้NOOCHZII@HOTMAIL.COMมีหลายเรื่องที่อยากได้ของแอนดริวมีทางไหนที่เราจะสะดวกในการติดต่อกันง่ายกว่านี้ช่วยแนะนำ

 

โดย: P&N IP: 58.8.122.91 19 มกราคม 2553 12:04:28 น.  

 

ส่ง mail ไปให้แล้วนะค่ะ คุณ P&N

 

โดย: ศรกล IP: 203.158.209.218 20 มกราคม 2553 9:45:19 น.  

 

ลืมขอบคุณ คุณแมว

ขอบคุณนะค่ะคุณแมวสำหรับภาพดุ๊กดิ๊ก น่ารักมาก ๆ ค่ะ

 

โดย: ศรกล IP: 203.158.209.218 20 มกราคม 2553 9:49:49 น.  

 

ขอบคุณมากนะคะ

 

โดย: P&N IP: 58.8.118.229 20 มกราคม 2553 10:27:38 น.  

 

ไม่ทราบว่าได้รับmailหรือเปล่าตอนนี้ได้ได้รับDVDที่สั่งซื้อมาแล้วกำลังดูอยู่

 

โดย: P&N IP: 203.144.144.164 27 มกราคม 2553 17:54:52 น.  

 

ได้รับ mail ของคุณภัทรแล้วค่ะ
เป็นไงบ้างค่ะ ดูจากแผ่นชัดสมบูรณ์ดีไหมค่ะ
ดีใจและยินดีมากที่ได้ช่วยคนที่อยากดูเรื่องนี้
แบบชัด ๆ และสมบูรณ์ค่ะ

 

โดย: ศรกล 28 มกราคม 2553 11:41:03 น.  

 

ได้อ่านพล็อตเรืองการบ้านของพี่แสงแล้วอยากให้คุณจอยลองทำภาค2ของ"ธรณีนี่นี้ใครครอง"ไว้ในบล็อกของคุณจอยเอาไว้อ่านเล่นๆๆดูบ้างเพราะคุณจอยเขียนได้ดีทีเดียวอย่าถ่อมตัวเลยน่านะสักนิดตอนนี้ดูหมวดเจ๊งภาพOkกำลังมันส์แล้วจะมาเยี่ยมใหม่นะจ๊ะ

 

โดย: P&N IP: 58.8.124.156 3 กุมภาพันธ์ 2553 20:00:35 น.  

 

ขอบคุณนะค่ะคุณภัทร แฮะ ๆ เล่นชมกันอย่างนี้ ตัวลอยเลย ไอเดียคุณภัทรก็น่าสนใจดีนะค่ะ เขียนไว้ให้อ่านกันเล่น ๆ ...

เอาไว้รอให้วิญญาณนักประพันธ์เข้าสิงอีกครั้งนะค่ะ คงได้มีธรณีนี่นี้ใครครองภาค 2 ในนี้ค่ะ

ถ้ามีภาค 2 คงเปลี่ยนเป็น "ธรณีนี่นี้เราครอง"

 

โดย: ศรกล 4 กุมภาพันธ์ 2553 16:21:49 น.  

 

นี่ค่ะลูกสาวคนโตของพี่อาทิจกับน้องณี เอ๊ย ไม่ใช่ต้องคนที่ 2 เพราะคนโตคือนายตะวันนี่ค่ะ



น่ารักไหมค่ะ

 

โดย: ศรกล 4 กุมภาพันธ์ 2553 16:26:56 น.  

 

แผ่นดินนี้...รักเราครอง (ธรณีนี่นี้...ใครครอง ภาค 2)

ตอนที่ 1

อาทิจกำลังตรวจเช็ครถยนต์ เก็บสัมภาระที่จำเป็นหลายอย่างใส่ไว้ในรถ
รอยยิ้มที่บอกถึงความดีใจ และตื้นเต้นยังคงปรากฏให้เห็นอยู่บนใบหน้า
ตลอดเวลา เพราะอีกไม่กี่วันเขาก็จะได้เห็นหน้าลูกสาวที่ดรุณีภรรยาสุด
ที่รักของเขากำลังอุ้มท้องใกล้ถึงกำหนดคลอดเต็มที่ เขานึกไปถึงวันที่
ดรุณีบอกข่าวดีกับเขาเกี่ยวกับลูกที่อยู่ในท้องอ่อน ๆ ของเธอ วันนั้น
เขากำลังจะเตรียมตัวเข้าสวนส้มเหมือนทุกวัน เพื่อไปคุ้มและสั่งงาน
คนงาน ก่อนที่จะไปทำงานอย่างอื่นต่อไปตามปกติ ดรุณียังนอนอยู่บน
ที่นอน ซึ่งปกติเธอจะตื่นก่อนเขาเสมอเพื่อมาตระเตรียมเสื้อผ้าและอาหาร
เช้าให้เขาและนายตะวันลูกชายคนโตวัยเพียงสองขวบเศษ แต่วันนี้เธอลุก
ขึ้นไม่ไหว เพราะเวียนหัวมาตั้งแต่เช้ามืด อาทิจหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ
เขาก็เข้ามานั่งลงบนเตียงข้างภรรยา เอามืออังหน้าผากเธอและถามเธออย่าง
อ่อนโยนซึ่งเป็นความรู้สึกอบอุ่นที่ดรุณีได้รับจากสามีอย่างคุ้นเคยเสมอมา
“น้องณี เป็นไงบ้างจ๊ะ...ยังรู้สึกเวียนหัวอยู่หรือเปล่า” เขาเอามือลูบผมภรรยา
พร้อมก้มลงจูบข้างขมับของเธอ
“พี่อาทิจจะไปทำงานแล้วเหรอค่ะ...ณียังไม่ได้เตรียมอาหารเช้าให้พี่อาทิจเลย”
เธอเงยหน้ารับเอาความรักและความห่วงใยจากเขาที่ถ่ายทอดมาให้เธอ
อาทิจยิ้มอบอุ่นให้ภรรยา เขามองดรุณีด้วยความรักเธออย่างที่สุด
“น้องณีไม่ต้องห่วงหรอกจ๊ะ น้าแก้วกำลังทำให้แล้ว และพี่ก็สั่งน้าแก้ว
ให้เตรียมยาให้น้องณีแล้วด้วย” อาทิจพูดพลางยกมือดรุณีขึ้นมากุมไว้
พร้อมกับบ่นพึมพำกับตัวเอง
“น้องณีเป็นอะไรนะ”
ดรุณียิ้มให้เขา
“พี่อาทิจไม่ต้องห่วงณีหรอกค่ะ ณีไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”
อาทิจมองภรรยาอย่างรักยิ่ง
“เดี๋ยวสาย ๆณีก็ดีขึ้นเอง”
“ไปหาหมอหน่อยไหมน้องณี หรือพี่ไปตามหมอมาตรวจน้องณีที่บ้าน
เลยล่ะกัน”
ดรุณียิ้มให้เขาด้วยสายตาที่เอ็นดูความไม่รู้เรื่องอาการของผู้หญิงที่กำลัง
เริ่มตั้งครรภ์ แต่เธอก็ยังไม่อยากบอกเขาเดี๋ยวนี้ เพราะขอให้เธอแน่ใจ
ด้วยวิธีการตรวจขั้นพื้นฐานด้วยตัวเธอเองอีกที อาจจะเป็นเย็นนี้ที่เธอจะ
บอกข่าวดีกับเขา

อาทิจเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร โดยมีอาหารเช้าวางเตรียมอยู่บนโต๊ะอย่าง
เรียบร้อย โดยเช้าวันนี้เป็นฝีมือของน้าแก้ว
“น้าแก้วผมฝากน้องณีด้วยนะครับ เช้านี้ผมจะรีบไปสั่งงานคนงานที่ไร่
เดี๋ยวสาย ๆ ผมจะกลับเข้ามาดูน้องณีอีกที”
น้าแก้วอมยิ้มอย่างเข้าใจและพลอยดีใจไปกับดรุณีและอาทิจ ซึ่งอาทิจนั้น
ยังไม่รู้ว่าเขากำลังจะเป็นคุณพ่อแล้ว เพราะเมื่อวานช่วงบ่ายดรุณีได้มาคุย
กับเธอบอกถึงอาการแปลก ๆ หลังจากที่รอบเดือนไม่มาประมาณสองเดือน
เศษ แต่ดรุณีก็กำชับกับน้าแก้วไว้ว่าอย่าเพิ่งบอกพี่อาทิจ รอให้เธอออกไป
ซื้อเครื่องตรวจครรภ์มาตรวจดูก่อน ซึ่งดรุณีบอกว่าวันนี้สาย ๆ เธอจะเข้า
ตลาดในเมืองโดยให้จิ๋วกับแจ๋วไปเป็นเพื่อนด้วย แต่น้าแก้วเห็นทีต้องให้
จิ๋วกับแจ๋วไปซื้อเครื่องตรวจครรภ์ให้ดรุณีจะดีกว่า
“คุณอาทิจ ไม่ต้องห่วงนะค่ะ คุณณีเธอไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะ เชื่อ
น้าแก้วเถอะ” หน้าแก้วยิ้มหวาน พยักหน้าให้อาทิจ อาทิจมองหน้าน้าแก้ว
ขณะนั่งลงหน้าโต๊ะอาหาร
“แล้วน้องณีเธอเป็นอะไรล่ะครับน้าแก้ว” เขาขอความเห็นจากน้าแก้ว
ด้วยความสงสัย น้าแก้วยังคงยิ้มชื่นบาน ตอบอาทิจให้คลายความเป็น
ห่วงภรรยา
“ไปทำงานตามสบายเถอะค่ะ น้าแก้วจะดูแลเธอเอง” น้าแก้วพูด พลาง
ตักข้าวใส่จานให้อาทิจ
“นะค่ะ” น้าแก้วตบไหล่อาทิจเบา ๆ เป็นเชิงปลอบให้คลายความห่วง
พร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่นและไว้ใจได้ของน้าแก้วอย่างนี้ที่อาทิจและดรุณี
เห็นจนเป็นภาพชินตาและเกิดความรู้สึกอบอุ่นใจมาตลอดเวลาที่อยู่กับ
น้าแก้ว
“ครับ...ขอบคุณครับ” อาทิจยิ้มกว้าง แววตาคลายความห่วงใยลง

อาทิจขับรถจิ๊บโดยเก็บตกต๊อน อึ้ง และพันธ์จากข้างทางขับมาถึงสวนส้ม
วันนี้ก็เหมือนดังเช่นทุกวันที่เคยเป็นมา คนงานทุกคนหลังจากรับคำสั่ง
การทำงานในแต่ละวันจากนายอาทิจแล้ว ก็แยกย้ายกันไปทำงานตามที่
นายอาทิจสั่ง ส่วนอาทิจก็ทำงานร่วมกับคนงานในสวนส้มสักพัก ก็วาง
มือไปดูงานที่ไร่ข้าวโพดและขับรถเลยไปถึงโรงงาน ที่อยู่ไม่ไกลกันมากนัก
นับวันงานในสวนและโรงงานก็ยิ่งมากขึ้นตามพื้นที่ดินที่อาทิจพาลูกน้อง
บุกเบิกถักถางขยายออกไปอีกจากที่แต่ก่อนเคยรกร้าง
อาทิจและดรุณีเป็นเจ้าของที่ดินจำนวนพัน ๆไร่ซึ่งเป็นสมบัติที่คุณย่ายกให้
เป็นสินสมรสแก่ทั้งสอง และทั้งสองก็ไม่เคยคิดที่จะขายพื้นแผ่นดินนี้ที่คุณย่า
ยกให้ แม้จะมีนักธุรกิจหลายรายพยามยามตื้อ แวะเวียนมาจีบเพื่อหวังจะซื้อ
ที่ดินบางส่วนของอาทิจและดรุณี เพื่อไปทำรีสอร์ท โรงแรมที่พักตากอากาศ
หรือกระทั่งสนามกอล์ฟ แต่ก็ไม่สำเร็จ อาทิจยังคงให้ลูกน้องหรือคนในความ
ปกครองของเขาได้ใช้พื้นแผ่นดินผืนนี้ทำการเกษตรเพื่อเลี้ยงชีพต่อไป...
เขารักและภูมิใจในอาชีพเกษตรกร การเป็นชาวไร่ ชาวสวนของเขามากกว่า
เขาคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่เลือกเรียนเกษตรและได้ทำในอาชีพที่เขารักบนพื้น
แผ่นดินที่เขารักซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากปู่ย่า อาทิจภูมิใจในความเป็น
พลเมืองที่ประกอบอาชีพหลักของประเทศ เขาคิดเสมอว่าถ้าเขามีลูกก็อยาก
ให้ลูก ๆ ได้ประกอบอาชีพเดียวกับเขา หากลูก ๆ ของเขาชอบในอาชีพนี้
แต่ถ้าลูก ๆ ไม่ชอบ เขาก็จะไม่บังคับฝืดใจให้ลูกทำ ลูกอาจจะไม่ชอบเหมือน
กับเขาก็ได้ แต่เขาก็คิดว่าอาชีพเกษตรกร ชาวไร่ชาวสวนที่เขาทำอยู่นี้แหละ
จะช่วยผลิตทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพเพื่อจะได้ไปพัฒนาประเทศและช่วย
เหลือสังคม นั่นหมายถึงลูกของเขาอาจจะได้เป็นหมอ เป็นอาจารย์ หรือวิศวกร
ฯลฯ ก็ได้ ซึ่งถึงวันนั้นเขาคงรู้สึกภูมิใจมากที่สุดในชีวิต ที่มือสองมือที่จับ
จอบจับเสียบ เท้าสองเท้าที่เหยียบย้ำดินไปทั่วพื้นแผ่นดินเป็นพัน ๆ ไร่ และ
ขับรถไถ่เป็นว่าเล่น ได้ช่วยสร้างคนให้มีคุณภาพและสามารถออกมาช่วยเหลือ
สังคมต่อไป...
อาทิจมักจะนึกถึงภาพตัวเองและดรุณี มองดูลูก ๆ เติบโตโดยแต่ละคน
ประกอบอาชีพอย่างที่ตัวเองชอบและถนัด ที่สำคัญคืออาชีพที่ซื่อสัตย์และสุจริต
ถึงเวลานั้นเขากับดรุณีคงเป็นคนแก่สองคนตายายที่มีความสุขที่สุด


ยามบ่ายแก่ ๆ ค่อนจะเข้าเวลาเย็นเต็มที่ ดรุณีนั่งจัดดอกไม้อยู่ที่โต๊ะ
อาหาร ตรงระเบียงหน้าห้องครัว เธอรู้สึกสบายตัวขึ้นหลังจากอาการ
เวียนศีรษะในตอนเช้าหมดไป ในใจนั่งคิดถึงข่าวดีที่จะบอกอาทิจ
คำแรกที่เขาจะพูดออกมาคงพูดคำว่า “จริงเหรอจ๊ะ น้องณี” แน่ ๆ เลย
เมื่อนึกถึงเธอก็อดอมยิ้มกับตัวเองและดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้...
เวลาผ่านไปไม่นานนักอาทิจก็เดินขึ้นมาหาเธอที่ระเบียง
“น้องณี...” เสียงทุ่ม ๆ ใหญ่ ๆ แต่นุ่มนวลและอ่อนโยน ได้ยินมาจาก
ด้านหลังของเธอ เป็นเสียงที่คุ้นเคยเป็นที่สุด ดรุณีหันไปมองตามเสียง
“พี่อาทิจ มาแล้ว” เธอหันมาส่งยิ้มหวานให้สามี ขณะที่อาทิจเข้ามาลงนั่ง
ข้าง ๆ ประคองโอบภรรยา
“เป็นไงบ้างจ๊ะ” เขายกหลังมือเตะแก้มดรุณีและไล่มาที่ซอกคอ สายตา
สำรวจอาการป่วยของภรรยาว่ายังมีอาการอีกไหม
“ณีไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ” เธอยิ้มหวานให้เขา
“เดี๋ยวณีไปหยิบน้ำหวานเย็น ๆ ให้พี่อาทิจนะค่ะ” ดรุณีขยับตัวกำลังจะลุกขึ้น
แต่อาทิจจับรั้งแขนไว้ครู่หนึ่ง
“แน่ใจนะ” เขาถามย้ำ อีกมือยังโอบประคองไหล่บาง ๆ ของภรรยา
“ค่ะ” ดรุณีส่งยิ้มตอบด้วยความมั่นใจ เขายิ้มกว้างรับพร้อมจูบลงที่หน้าผาก
สวยของภรรยา ดรุณีลุกขึ้นเดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์เพื่อจะเสิร์ฟน้ำหวานเย็น ๆ
ชื่นใจให้สามี
“พี่อาทิจ ณีมีอะไรจะบอกค่ะ” เธอส่งแก้วน้ำหวานให้เขาพร้อมกับลงนั่งข้าง ๆ เขา
“ขอบใจจ๊ะ”
ดรุณรอเขากินน้ำจนเสร็จ เธอจึงเอ่ยขึ้น
“พี่อาทิจ ณีกำลังจะมีลูกค่ะ” เธอพูดพร้อมส่งยิ้มให้เขา
อาทิจจ้องหน้าภรรยาสุดที่รักด้วยสายตาที่ตื่นเต้นและดีใจเป็นที่สุด
“จริงเหรอจ๊ะ...น้องณี”
ดรุณีกึ่งยิ้มกึ่งหัวเราะ เธอจ้องหน้าเขาพร้อมพยักหน้ารับ อาทิจยิ้มพร้อม
หัวเราะดีใจ กอดรวบตัวภรรยาเข้ามาแนบอก
“เรากำลังจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ที่สุดแล้วใช่ไหมน้องณี”
“ค่ะ” ดรุณียิ้มอย่างมีความสุขภายใต้อ้อมกอดอบอุ่นและสัมผัสที่แสนรัก
จากผู้ชายที่เธอรักที่สุดในชีวิต ผู้ชายคนนี้ที่เป็นให้เธอได้ทุกอย่าง และ
ผู้ชายคนนี้แหละที่เธอจะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขาและดูแลเขาตลอด
ชีวิตของเธอ
“พี่อาทิจค่ะ...” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “ณีอยากมีลูกหลาย ๆ คน เหมือน
คุณย่าค่ะ”
อาทิจยิ้มรับ
“พี่ก็อยากมีลูกเยอะ ๆ เพราะเรามีที่ดินเยอะ ลูก ๆ จะได้วิ่งเล่นกันอย่าง
สนุกสนานไงจ๊ะ”
อาทิจและดรุณีโอบกอดกันกระชับมากขึ้น เพื่อรับและถ่ายทอดสัมผัสความ
รักและความอบอุ่นให้กันและกัน ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็น ลมพัดโชยอ่อน ๆ
มาเป็นระยะ แสงแดดนวลอ่อนส่องกระทบดอกไม้เล็ก ๆ ที่ปลูกรายล้อมรอบ
ระเบียง ดูสดใสและอ่อนโยนยิ่งนัก มองทอดยาวออกไป ตรงทิวเขาแสงอาทิตย์
ลำสุดท้ายกำลังจะลาวันนี้แล้ว เพื่อกลับมาเติมพลังให้ในวันพรุ่งนี้ต่อไป

 

โดย: ศรกล 8 กุมภาพันธ์ 2553 8:05:15 น.  

 

เย้มีความสุขตอนรับวาเลนไทน์และแล้วความฝันเราก็เป็นจริงที่คุณจอยช่วยสานฝันให้เป็นจริง10ปีแห่งการรอคอยเชียวแหละคุณจอยสุดยอดภาวนาให้ผู้จัดได้เข้ามาอ่านไอเดียจะได้บรรเจิดทำละครเรืองนี้ขึ้นมาจริงๆประโยคคำพูดมันคุ้นๆๆมากมันได้อารมณ์ต่อเนื่องจากภาคแรกจริงๆนะว่าแต่ว่าตอนนี้แค่น้ำจิ้มใช่มั้ยมีตอนต่อไปอีกใช่มั้ย...คุณจอยขา...ลูกสาวน่ารักมากคะแต่ขอเป็นแฝดนะหญิง2ชาย2น้องนีจะได้ไม่โทรม

 

โดย: P&N IP: 203.144.144.164 8 กุมภาพันธ์ 2553 13:27:13 น.  

 

เขียนตอนที่ 2 เสร็จแล้วค่ะ
ขอตรวจความเรียบร้อยอีก
นิด เดี๋ยวจะเอามาให้อ่านนะค่ะ

 

โดย: ศรกล 10 กุมภาพันธ์ 2553 9:22:10 น.  

 

แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 2

หลังจากที่อาทิจและดรุณีแต่งงานกัน ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของคุณย่า
และทุกคนในไร่สวน อาทิจและดรุณีจึงกลายเป็นจุดศูนย์รวมของทุกชีวิตบน
พื้นแผ่นดินนี้ คนงานในไร่สวนรวมถึงบริวารในบ้านต่างรักและเคารพทั้งสอง
มาก ทั้งสองเหมือนเป็นตัวแทนของคุณย่า ที่ยังคงผูกใจของคนในไร่และใน
ความดูแล ไม่หนีหายไปไหน ทุกคนรักผืนแผ่นนี้ของคุณย่า เพราะอยู่กับคุณย่า
มานาน ซึ่งอาทิจและดรุณีเข้าใจถึงจิตใจทุกคนในข้อนี้เป็นอย่างดี อาทิจและ
ดรุณีจึงไม่ได้แต่เพียงรักและหวงแหนพื้นแผ่นดินนี้ที่เป็นของคุณย่าเท่านั้น แต่
ทั้งสองต้องการเก็บผืนแผ่นดินนี้เพื่อให้เป็นที่ทำกินของคนในความดูแลและ
อยู่ด้วยกันมานานตลอดไป แต่การจะเปลี่ยนไปทำรีสอร์ทหรือโรงแรมอย่างที่
นักธุรกิจหลายรายเสนอ มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะอาทิจรักที่จะปลูกต้นไม้คอย
เก็บดอกเก็บผลของมัน มากกว่าที่จะไปทำสถานที่ให้บริการ และคนงานหรือลูก
น้องของอาทิจก็คงไม่ถนัดเหมือนกัน หลายคนเติบโตขึ้นบนพื้นแผ่นดินนี้ อยู่กัน
มาตั้งแต่สมัยคุณย่าเริ่มบุกเบิกพื้นแผ่นดินแห่งนี้ใหม่ ๆ จับจอบจับเสียมปลูกต้น
ไม้กันมาตลอด แม้บางคนมาจากที่อื่นก็ถนัดและรักที่จะทำสวนมากกว่าเปลี่ยน
ไปทำอย่างอื่น
...............................................................
ดรุณีนอนเล่านิทานให้ตะวันลูกชายคนโตฟังอยู่บนเตียง โดยมีอาทิจนั่งดูข้อมูล
เกี่ยวกับเรื่องการเกษตรในอินเทอร์เน็ตอยู่ที่โต๊ะทำงานถัดออกไป หลังจากที่ดรุณี
เล่านิทานเรื่อง “กอดวิเศษ” จบ ตะวันก็ถามดรุณีว่า
“แม่ครับ อย่างนี้ตะวันก็ต้องกอดน้องบ่อย ๆ ด้วยใช่ไหมครับ”
ดรุณียิ้มเอ็นดูเด็กชายตัวน้อยที่ขี้สงสัยและชอบตั้งคำถามกับเธอและอาทิจอยู่บ่อย ๆ
“ใช่จ๊ะ เพราะถ้าเรากอดคนที่เรารักทุกวัน กอดของเราก็จะกลายเป็นกอดวิเศษไปใน
ที่สุดจ๊ะ”
“แล้วเมื่อไหร่ น้องจะออกมาให้กอดล่ะครับ”
ดรุณีหัวเราะให้กับความเรียงสาของตะวัน เพราะอีกหลายเดือนเลยที่ตะวันจะได้
เห็นหน้าน้อง อาทิจละจากจอคอมพิวเตอร์ เดินมาที่เตียงและโผเข้ากอดทั้งสองคน
แม่ลูกที่นอนกอดกันอยู่แล้ว
“มา...เรามากอดพร้อมกันเลยสี่คน...นี่ไง” อาทิจเอาคางของเขาที่เริ่มมีเคราขึ้นบาง ๆ
กดไชเบา ๆ ที่หลังคอตะวัน เด็กน้อยกรีดหัวเราะเสียงใสด้วยความจั๊กจี๋ อาทิจกอด
รวบแน่นไปถึงดรุณี ตอนนี้ทั้งสามคนรวมทั้งลูกอีกคนที่อยู่ในท้องอ่อนๆของดรุณี
กำลังอยู่ในอ้อมกอดวิเศษของพ่ออาทิจอย่างอบอุ่นที่สุด
น้าแก้วกำลังจะมารับตะวันไปเข้านอน มองดูภาพสามคนพ่อแม่ลูกกำลังกอดเล่นกัน
ทำให้น้าแก้วยิ้มตามไปกับความน่ารักของทั้งสาม...น้าแก้วอดที่จะคิดถึงคุณย่าไม่ได้
น้าแก้วหวังว่าคุณย่าคงได้มองลงมาจากสวรรค์ คุณย่าจะเห็นว่าหลานชายคุณย่าคนนี้
ไม่ได้ทำให้คุณย่าผิดหวังเลย เขาทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวที่ดี รวมถึงเป็นหัวหน้า
คนงานและเป็นผู้นำของทุกชีวิตที่ได้อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินแห่งนี้ที่คุณย่าเคยเป็นเจ้า
ของ แต่ตอนนี้เขาได้ทำหน้าที่ผู้นำแทนคุณย่าได้อย่างดีเยี่ยมที่สุด
..............................................
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ สาย ๆ หลังจากที่อาทิจรับประทานอาหารเช้าพร้อมดรุณีและ
ตะวันลูกชายแล้ว เขานัดกับลุงเก็งว่าจะลงปลูกสมุนไพรที่ช่วยรักษาแผลงูกัด
รวมถึงสมุนไพรอื่น ๆ ที่เป็นยารักษาโรคได้ อาทิจเตรียมที่ดินไว้ 1 แปลง เขาเลือก
บริเวณใกล้ตัวบ้าน เผื่อดรุณีเดินมาเก็บสมุนไพรจะได้ไม่ไกลนัก แล้วเขายังทำที่นั่ง
เล่นไว้ให้ดรุณีใช้พักนั่งเล่น เมื่อมาดูแปลงสมุนไพร ขณะที่อาทิจกับลุงเก็งกำลัง
เพลินอยู่กับงาน ต๊อน อึ่ง และพันธ์ก็เข้ามาสมทบ
“อ้าว ! ไอ้สามตัว ไม่ไปไหนกันเหรอวะ” ลุงเก็งทักขึ้นก่อน
“โธ่ลุง จะให้พวกฉันไปไหนล่ะ” อึ่งพูดขึ้น ทั้งสามต่างลงมือช่วยอาทิจและลุงเก็ง
ทำงาน โดยไม่ต้องบอก อาทิจหันมายิ้มให้ลูกน้อง นึกในใจว่าไม่ได้เลี้ยงเหล้าลูกน้อง
มานานแล้ว วันนี้จะถือโอกาสเลี้ยงเลยล่ะกัน
“นาย !” ต๊อนเรียกอาทิจ
“ที่ทำแปลงสมุนไพรเนี่ย ต่อไปนายจะตั้งกองทุน อะไรนะ อย่างที่นายเคยบอกด้วย
ใช่ไหม”
อาทิจยิ้มที่ต๊อนจำทุกเรื่องที่เขาบอกได้เสมอและสนใจงานที่เขาจะทำโดยชอบเข้า
มาช่วยอยู่ตลอดเวลาที่ว่าง
“ฉันกับน้องณีปรึกษากันว่า ต่อไปเราจะตั้งกองทุนโดยใช้ชื่อของคุณย่า เป็น
กองทุนให้แพทย์ค้นคว้าวิจัยเรื่องสมุนไพรที่เกี่ยวกับงูกัด รวมถึงสมุนไพรต่าง ๆ
ที่รักษาโรคได้ คุณย่าจะได้มีส่วนช่วยเหลือส่วนรวมด้วยไง"
“นาย มีอะไรให้พวกฉันช่วย บอกมานะนาย” พันธ์ตะโกนบอกขณะช่วยกันกับ
อึ่งตอกไม้
“เฮ้อ ฉันเกรงใจพวกนายจริง ๆ “ อาทิจยิ้ม “เอาล่ะ เดี๋ยวตอนเย็นฉันเลี้ยงเหล้าตอบ
แทนล่ะกัน หลังจากที่ไม่ได้เลี้ยงพวกนายมานานแล้ว”
ทุกคนร้องเฮด้วยความดีใจ แต่ก็ดีใจแป๊บเดียว อาทิจก็พูดต่อว่า
“แต่มีข้อแม้ว่าห้ามกินกันมาก จนเสียงานพรุ่งนี้นะ” อาทิจพูดขู่เอาไว้ก่อน และก็รู้ดี
ว่าพวกลูกน้องถึงแม้จะกินเหล้ากันบ้างหลังเลิกงานในตอนเย็น แต่ก็ไม่เคยเสียงาน
“โธ่! นาย พวกเราไม่เป็นอย่างนั้นหรอก นายก็รู้ ใช่ไหม ๆ “ อึ่งหันไปบอกกับคนอื่น ๆ
ทุกคนขานรับเห็นด้วยกับอึ่ง อาทิจยิ้มพอใจ ส่วนลุงเก็งยืนหัวเราะส่ายหน้าให้กับพวก
ลูกน้องตัวแสบของนายอาทิจ เขายอมรับว่าคนงานทุกคนในสวนต่างเคารพและเกรงใจ
นายอาทิจมาก ไม่เว้นแต่สามคนนี้ถึงแม้จะสนิทกับนายอาทิจมากกว่าคนอื่น ๆ ในสวน
แต่เมื่อต้องทำงานก็ไม่เคยเรียกร้องขออภิสิทธิ์อื่นใดจากนายอาทิจเลย...
ขณะที่อาทิจ ลุงเก็ง ต๊อน อึ่งและพันธ์ กำลังช่วยกันทำงาน พูดคุยแซวเล่นกันไปด้วย
ความเพลิดเพลิน ดรุณีก็เดินนำน้าแก้ว จิ๋วและแจ๋ว ยกอาหารกลางวันมาเสิร์ฟให้พวก
ผู้ชาย โดยมีตะวันเดินจูงมือมากับดรุณี ต๊อนเมื่อเห็นจิ๋วก็ยิ้มหวานด้วยความดีใจ จนอึ่ง
และพันธ์รู้ทัน พูดแซวดักคอต๊อนเข้าให้
“คุณอาทิจค่ะ นี่คุณณีเธอทำอาหารกลางวันมาให้ค่ะ และทำเผื่อทุกคนด้วยนะ” น้าแก้ว
พูดนำมาก่อนเพื่อน ทุกคนขอบคุณดรุณี ส่วนอาทิจหันมาถามภรรยาที่มายืนข้างเขา ดู
เก้าอี้นั่งเล่นที่สามีทำให้
“ชอบไหมน้องณี”
“น่ารักดีค่ะ พี่อาทิจ” เธอตอบ “เป็นไงบ้างจ๊ะ ตะวันชอบที่นั่งเล่นตรงนี้ไหมลูก”
ตะวันเป็นคนแรกที่ขึ้นไปนั่งก่อนคนอื่น ทุกคนวางมือจากงานและมานั่งพักรับประทาน
อาหารกลางวันพร้อมกันกับอาทิจและดรุณีอย่างเป็นกันเอง...
ดรุณีมองภาพตรงหน้าอย่างมีความสุข วันนี้เธอมีพี่อาทิจ มีตะวัน และกำลังจะมีลูกอีกคน
ที่อยู่ในท้อง มีคนรอบข้างที่น่ารักและไว้วางใจได้ตลอดเวลาอย่างน้าแก้ว ลุงเก็ง จิ๋ว แจ๋ว
ต๊อน อึ่งและพันธ์ รวมถึงคนงานคนอื่น ๆ ในสวน อยู่บนผืนแผ่นดินผืนนี้ที่เธอรัก เธอไม่
ต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว
.................................................

 

โดย: ศรกล 12 กุมภาพันธ์ 2553 9:58:32 น.  

 

แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 3

น้าแก้วหิ้วตะกร้าใส่ของใช้ที่จำเป็นของดรุณีสำหรับการเตรียมตัวไปนอนรอ
คลอดที่โรงพยาบาลล่วงหน้า 3 วัน มาให้อาทิจที่รถ
“หมดหรือยังครับน้าแก้ว” อาทิจหันมาถามพร้อมกับรับตะกร้ามาจากน้าแก้ว
“หมดแล้วค่ะ ตะกร้านี้สุดท้ายแล้วค่ะ” น้าแก้วยิ้มเต็มใจ
“อือ??? น้องณียังมีอะไรขาดเหลืออีกหรือเปล่าครับ” อาทิจชักไม่แน่ใจ
ยืนกอดอกคิดโดยสายตาสำรวจสัมภาระท้ายรถไปด้วย น้าแก้วยืนยิ้ม
“รับรองค่ะ ไม่มีอะไรขาดแน่ ๆ น้าแก้วกับคุณณี จิ๋วและก็แจ๋วช่วยกัน
เตรียมมาหลายวัน ครบหมดแล้วค่ะ” น้าแก้ว อดหัวเราะและเอ็นดูให้
กับความตื่นเต้นของคุณพ่อคนใหม่ไม่ได้
“ครับ...ขอบคุณครับ” อาทิจยิ้มคลายความกังวลลง พร้อมกับปิดประตูหลังรถ
“เดี๋ยวคุณณีคงลงมากับจิ๋วค่ะ...อ่ะ นั่นไง ลงมาพอดี” น้าแก้วก้าวเท้าตาม
อาทิจที่เดินนำหน้าน้าแก้วไปหาดรุณีก่อน ดรุณีดูอุ้ยอ้ายเต็มที่
“เป็นไงบ้างน้องณี มีอาการเจ็บท้องบ้างไหม” อาทิจถามภรรยาขณะเข้า
ประคองจูงเธอ ดรุณีอมยิ้มและหันไปมองน้าแก้ว เพราะอาทิจ ถามเธออยู่
อย่างนี้หลายครั้งแล้ว
“ยังค่ะ ณียังไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร” ดรุณียิ้มสดชื่นให้เขา ถึงแม้ว่าเขาจะ
ถามเธอหลายรอบ แต่เธอก็เป็นสุขใจที่จะตอบเขาทุกครั้ง
“คุณณีทำใจให้สบายนะค่ะ อยู่ใกล้หมอแล้วไม่ต้องกังวลอะไรค่ะ”
จิ๋วจับมือดรุณีบีบให้กำลังใจขณะที่ดรุณีมานั่งที่รถแล้ว
“ฝากตะวันด้วยนะจิ๋ว” ดรุณียิ้มให้จิ๋ว
“ค่ะ คุณณีไม่ต้องห่วงค่ะ” จิ๋วยิ้มให้กำลังใจ
“คุณณีค่ะ เดี๋ยวน้าแก้วจะตามไปเฝ้าคุณณีพรุ่งนี้นะค่ะ” น้าแก้วเข้ากุมมือ
ดรุณี ให้กำลังใจเธอ
“ขอบคุณ ค่ะน้าแก้ว” ดรุณียิ้ม
“ขับรถดี ๆ นะค่ะ คุณอาทิจ” น้าแก้วอวยพร
“ขอบคุณครับ น้าแก้ว” อาทิจยิ้มรับขณะนั่งอยู่บนรถ เพื่อเตรียมขับพาภรรยา
ไปโรงพยาบาล ในหัวใจของเขาตอนนี้มีมากมายหลายความรู้สึกเหลือเกิน
ทั้งกังวลห่วงใยดรุณี ทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจที่จะได้เห็นหน้าลูก อาทิจรู้ซึ้งถึงความ
รู้สึกของคนที่กำลังจะเป็นพ่ออย่างนี้นี่เอง.
..............................................
เวลาผ่านไปได้สองวันอาทิจก็ได้เห็นหน้าลูกสาว สัมผัสแรกที่เขาได้อุ้มลูก
บอกถึงความตื่นเต้นดีใจและตื้นตันอย่างที่สุด ทำให้เขาคิดถึงพ่อและแม่ของเขา
‘ลูกจ๋า ลูกน่ารักที่สุดเลย’ อาทิจพูดในใจ ขณะยืนมองผ่านกระจกใสในห้อง
เด็กแรกคลอด...
เด็กหญิงแรกเกิดน้ำหนักตัว 3 กิโลกว่า ๆ สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดีทุกอย่าง
นอนตะแคงหลับตาพริ้ม แก้มอวบยุ้ย ผิวอมชมพู ขนตายาว อาทิจคิด คงได้มา
จากน้องณี ส่วนจมูกโด่ง ๆ ได้มาจากเขาแน่ ๆ ปากน่ารักจิ้มลิ้มอย่างนี้เหมือน
น้องณีที่สุด ส่วนคิ้วก็น่าจะได้จากน้องณี...


ดรุณีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพบอาทิจนั่งจับมือเธออยู่ข้าง ๆ ความรู้สึกครั้งสุดท้ายที่จำ
ได้ว่าเธอออกแรงเปล่งมากที่สุด แล้วก็ได้ยินเสียงลูกร้องตามมา เธอถามอาทิจ
ที่เข้าไปในห้องคลอดกับเธอและยืนจับมือเธออยู่ตลอดเวลาว่าลูกสมบูรณ์ไหม
เธอเห็นเขายิ้มพยักหน้าพร้อมกับได้ยินคุณหมอบอกว่าได้ลูกสาว ครบสมบูรณ์ดี
ทุกอย่าง จากนั้นเธอก็หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนและเพลียอย่างที่สุด
“พี่อาทิจเห็นหน้าลูกหรือยังค่ะ” คำแรกที่เธอพูดกับอาทิจเมื่อรู้สึกตัว
“พี่เห็นแล้วจ๊ะน้องณี ลูกของเราน่ารักมาก ขอบคุณน้องณีมากนะ” อาทิจกุมมือ
ดรุณีแน่น ส่วนอีกมือก็ลูบผมเธออย่างอ่อนโยน
.............................................

 

โดย: ศรกล 12 กุมภาพันธ์ 2553 10:10:13 น.  

 

Happy Valentine's Day....ค่ะคุณจอย

Photobucket>

 

โดย: tew DR 14 กุมภาพันธ์ 2553 21:18:40 น.  

 

สุขสันต์วันตรุษจีนแห่งความรักด้วยค่า

Photobucket>

 

โดย: tew DR 14 กุมภาพันธ์ 2553 21:22:05 น.  

 

อ่านตอนที่3แล้วขนลุกบอกไม่ถูกอิ่มเอมใจในคำพูดและการใช้ภาษาความรู้สึกมันต่อเนื่องเหมือนดินแดนแห่งนี้ยังมีคุณย่าอยู่เสมอเยี่ยมๆขอตอนที่4ด่วนจ้า...
ขอบคุณคะ




 

โดย: P&N IP: 203.144.144.164 16 กุมภาพันธ์ 2553 17:54:38 น.  

 

ขอบคุณ คุณ tew และคุณภัทรนะค่ะ

รู้ไหมว่าจอยลองให้เพื่อน ๆ และน้องสาวอ่านด้วย แต่พวกเขาอ่านแล้วคงไม่ได้อารมณ์เท่ากับพวกเราที่อินกับละครเรื่องนี้มาก ๆ หรอกค่ะ

กำลังเขียนตอนที่ 4 อยู่ค่ะ แต่ยังไม่รู้ว่าจะจบตอนที่ 4 ยังไงให้มันโยงไปถึงตอนที่ 5 ได้

เอาไว้อ่านกันเล่น ๆ นะค่ะ สนุก ๆ ตามประสาของคนที่รักละครเรื่องนี้มาก ๆ เนอะ ไม่ต้องคิดอะไรมาก

 

โดย: ศรกล 17 กุมภาพันธ์ 2553 10:36:24 น.  

 

อีกนิดนะค่ะ

รู้สึกดีใจที่คุณภัทรอ่านแล้วมีความรู้สึกต่อเนื่องจากในละคร ซึ่งเป็นกำลังใจให้อยากจะเขียนต่อค่ะ

 

โดย: ศรกล 17 กุมภาพันธ์ 2553 10:57:11 น.  

 

แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 4

วันเวลาดำเนินต่อไป ปรายฟ้าหรือน้องปรายลูกสาวของอาทิจและดรุณีก็เริ่มโต
วันนี้เธออายุได้ประมาณห้าเดือนเศษกำลังน่ารักน่าช่างเป็นที่รักใคร่และเอ็นดูของ
ทุกคน ส่วนตะวันอีกไม่นานก็จะถึงเวลาที่จะต้องเข้าเรียนแล้ว ระหว่างรอไปเรียน
บางวันอาทิจจึงนำตะวันมาทำงานด้วย ให้ตะวันได้วิ่งเล่น เรียนรู้ประสบการณ์ต่าง ๆ
รอบตัวจากธรรมชาติ ก่อนที่จะต้องไปอยู่ในกฎระเบียบของโรงเรียน
....................................................
ตุลยานียังคงแวะเวียนมาเยี่ยมดรุณีและน้องปราย สัมพันธ์ของความเป็นเพื่อนของทั้ง
ดรุณีและตุลยานียังเหมือนเดิม ตุลยานีนั้นค่อนข้างเหงา ยิ่งเห็นดรุณีมีลูกก็ทำให้คิดถึง
ตัวเอง เพราะตัวเธอเองแต่งงานกับเวทางมานานแต่ก็ยังไม่มีลูกซะที บางครั้งเธอก็แอบ
นึกอิจฉาในความรักและการเป็นครอบครัวที่อบอุ่น สมบูรณ์แบบของดรุณี แต่ก็เป็นแค่
ความคิดเมื่อยามที่คิดถึงตัวเธอกับเวทาง ซึ่งเวทางมักจะเข้าสังคมอยู่บ่อย ๆ เพราะอาชีพ
นักธุรกิจของเขานั่นเอง ทำให้ต้องพาเธอไปพบเจอกับผู้คนมากมายตามไปด้วย
....................................................
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างต๊อนกับจิ๋วก็พัฒนาไปเรื่อย ๆ จนต๊อนเริ่มมีความคิดที่จะ
สร้างครอบครัวกับจิ๋วในอนาคตให้เร็วที่สุด ถ้าเขาพร้อม
“นาย...” ต๊อนเรียกอาทิจขณะที่อาทิจเดินดูคนงานเก็บข้าวโพด
“อะไรว้ะ ไอ้ต๊อน...”
“นาย...” ต๊อนยังคงอ่ำอึ้งไม่กล้าพูดซะที
“เอ้ย! ถ้าเรียกเป็นครั้งที่สามแล้วไม่พูด ฉันจะเตะแกแล้วนะ” อาทิจขู่
“จ๊ะนาย โถ ๆ พูดแล้ว...คือ...ฉันคิดว่า...ฉัน...เออ...ควรจะเริ่มสร้างครอบครัวได้แล้ว”
ต๊อนพูดประโยคสุดท้ายอย่างเร็วพร้อมหัวเราะแบบเขิน ๆ
“ก็แค่เนี่ย ก็คืออยากมีเมีย อยากแต่งงานซะที” อาทิจมองต๊อนแล้วหัวเราะ
“ก็ใช่น่ะซินาย ฉันเห็นนายมีลูก เห็นน้องปรายแกน่ารักน่าเอ็นดู แล้วฉันก็อยากมี
ครอบครัวของฉันบ้างง่ะ” ต๊อนทำหน้าหงอย ๆ
“แล้วแกพร้อมแค่ไหนแล้วล่ะ” อาทิจถามยิ้ม ๆ
“ฉันก็คิดว่าต่อไปนี้ฉันจะเริ่มเก็บเงินแล้วล่ะ จะเลิกกินเหล้าแล้ว จะได้มีเงินไปสู่ขอ
จิ๋วจากน้าแก้วซะที”
“ดีแล้ว ไอ้ต๊อน...แกก็คิดดีนี่หว้า...น้าแก้วเขาคงไม่เรียกสินสอดแกแพงหรอก ขอให้
แกรักลูกสาวเขาจริง ไม่ทำให้ลูกเขาลำบาก เขาก็พอใจแล้ว น้าแก้วแกเป็นคนใจดีและ
เป็นคนที่มีเหตุผล” อาทิจตบไหล่ต๊อน ต๊อนพยักหน้ารับ มีกำลังใจขึ้น
“ถึงเวลานั้นขาดเหลือยังไง หรือต้องการให้ฉันช่วยอะไรบ้าง ก็บอกมาล่ะกัน” อาทิจยิ้ม
ให้กำลังใจต๊อน
“โอ๊ะ ๆ นายไม่ต้อง ฉัน...เกรงใจและไม่อยากรบกวนนายกับคุณณี ด้วยเรื่องเพียงฉัน
จะมีเมีย”
อาทิจหัวเราะต๊อน
“เออน่า ขอให้แกตั้งใจจริงอย่างที่แกพูดไว้ล่ะกัน ยังไงแกก็อยู่กับคุณย่า คุณณีมาตั้ง
นาน จิ๋วเองก็เป็นเหมือนญาติสนิทกับคุณณี ฉันกับคุณณีก็ต้องช่วยเหลือแกบ้างแหละ”
“ขอบใจนายนะ ไอ้ต๊อนจะพยายามด้วยตัวเองให้เต็มที่ที่สุดก่อนเหมือนกันนาย เพื่อ
ไอ้ต๊อนจะได้มีเมีย มีครอบครัวที่น่ารัก อย่างนายบ้าง” ต๊อนพูดด้วยความมุ่งมั่นมาก
อาทิจยืนกอดอกยิ้มให้ต๊อน
“ไป ๆ...ไปทำงานต่อเถอะ” อาทิจบอกต๊อน และเดินไปดูคนงานอีกฝั่งหนึ่ง โดยเรียก
หาตะวันที่วิ่งเล่นอยู่แถว ๆ นั้น
....................................................
เวลาเริ่มเย็นลง อาทิจพาตะวันเตรียมตัวขึ้นรถจิ๊บขับกลับบ้าน อาทิจอุ้มตะวัน
ขึ้นนั่งข้าง ๆ แล้วเอามือจับหัวตะวัน ว่าตะวันจะมีไข้หรือไม่ เพราะตะวันตามเขา
มาเข้าสวนหลายวันแล้ว วิ่งเล่นตากแดด ตากลมตะลอน ๆ ตามอาทิจทั้งวัน เลยห่วง
ว่าตะวันจะไม่สบายขึ้นมา
“หัวลุม ๆ นะลูก” อาทิจหันมาพูดกับตะวันขณะสตาร์ทรถ
“หยุดพักตามพ่อมาสวนสักพักดีไหม อยู่ช่วยแม่เลี้ยงน้องที่บ้านกับย่าแก้วดีกว่า”
อาทิจถามลูกชาย ตะวันส่ายหัว สายตายังคงสนใจอยู่กับก้อนหินเล็ก ๆ ที่มีรูปร่าง
และสีสันแปลก ๆ ในกระป๋องที่วางอยู่บนตัก
“ผมอยากมากับพ่อนี่ครับ...สนุกดี” ตะวันตอบ
“เดี๋ยวไม่สบายขึ้นมานะลูก อยู่กับแม่เขาบ้างเถอะนะ” อาทิจขับรถไปคุยกับลูกไป
ตะวันลงจากรถและวิ่งนำอาทิจขึ้นมาหาดรุณีบนบ้านก่อน อาทิจเดินตามมาพูดกับ
ภรรยาด้วยประโยคคุ้นเคยอย่างเช่นทุกวัน
“วันนี้ลูกเป็นไงบ้างจ๊ะน้องณี”
ดรุณีกำลังอุ้มน้องปรายยืนรอรับอาทิจ
“วันนี้น้องปรายนอนยาวเลยค่ะ สงสัยคืนนี้ท่าทางจะหลับยากแล้วค่ะพี่อาทิจ” ดรุณี
ยิ้มหวานให้สามีเหมือนเคย น้าแก้วยกน้ำตามมาให้อาทิจและตะวันกิน อาทิจอยาก
จะอุ้มลูกสาวใจจะขาด เขารีบกินน้ำและพูดว่า
“เดี๋ยวพ่อไปอาบน้ำก่อนนะน้องปราย แล้วพ่อจะมาเล่นด้วย” พูดเสร็จเขาก็คว้าตัว
ตะวันพาดบ่าอุ้มไปอาบน้ำด้วย
“ไปไอ้ลูกหมา มอมทั้งวัน”
น้าแก้วอมยิ้มพูดกับดรุณี
“อยากจะอุ้มลูกใจจะขาดนะนั่น คุณณี”
“ค่ะน้าแก้ว” ดรุณียิ้มมองตามหลังสองคนพ่อลูกที่พากันไปอาบน้ำ
อาทิจยืนอุ้มลูกสาวและร้องเพลงกล่อมเล่นกับลูกอยู่ตรงระเบียบ น้องปรายฟ้ากำลัง
อ้อแอ่ คุยกับพ่อ อาทิจดูผ่อนคลายมากเมื่ออยู่กับลูก ๆ โดยมีตะวันนั่งเล่นก้อนหินที่
เก็บมาอยู่บนโต๊ะ ส่วนดรุณีกำลังเตรียมอาหารเย็นโดยมีน้าแก้วค่อยช่วย ในบรรยากาศ
ยามเย็น แสงแดดอ่อนลง มีลมพัดโชยมาอ่อน ๆ และยังพัดเอากลิ่นหอมของดอกไม้
ที่ปลูกอยู่รายรอบระเบียงมาด้วย
....................................................
ไม่นาน ตะวันก็ต้องเข้าเรียนหนังสือ ในขณะที่น้องปรายฟ้าก็ใกล้จะอายุครบหนึ่งปี
อีกไม่กี่เดือน
สวนส้มส่วนที่ขยายออกไปติดกับเขตป่า มักจะมีปัญหาเรื่องไฟป่าที่มักลุกลามเข้ามา
ในเขตสวนส้ม อาทิจต้องนำกำลังของคนงานเข้าดับไฟป่า บางครั้งไฟป่ามีมากและ
รุนแรง จำเป็นที่ต้องขอกำลังจากทางการเข้ามาช่วยเหลือ
ค่ำนี้หลังจากที่ดรุณีสอนการบ้านตะวันเสร็จแล้วเธอก็พาตะวันเข้านอน ส่วนน้องปราย
นอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของอาทิจ อาทิจกำลังนอนดูข่าวในโทรทัศน์ซึ่งเป็นข่าวเกี่ยว
กับการลักลอบตัดไม้ในเขตป่าสงวนและเป็นป่าที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ดินของอาทิจและดรุณี
“พี่อาทิจ ลูกหลับแล้วเหรอค่ะ” ดรุณีถามขณะเดินเข้ามาในห้องนอน
“จ๊ะ...” อาทิจตอบ ขณะที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่โทรทัศน์
ดรุณีไม่พูดอะไรต่อ เพราะรู้ว่าอาทิจกำลังสนใจกับข่าวในโทรทัศน์อยู่ เธอเข้ามาดู
ลูกสาวที่หลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของสามี ในขณะเดียวกันก็ฟังข่าวในโทรทัศน์ไปด้วย
“น้องณี ข่าวนี่บอกว่าป่าสงวนที่อยู่ติดกับสวนของเราด้วย” อาทิจพูดโดยสายตายังไม่
ละจากจอโทรทัศน์ ดรุณีหันไปสนใจข่าวมากขึ้น
“เหรอค่ะ”
“ข่าวบอกว่า จับคนร้ายและของกลางได้บางส่วน และยังมีคนร้ายอีกหลายคนหนีไปได้”
อาทิจพูด
“เขาจับกันเมื่อไหร่ค่ะเนี่ย” ดรุณีถาม
“วันนี้จ๊ะ”
อาทิจและดรุณีหันมามองหน้ากันด้วยความกังวลเล็กน้อย เพราะทั้งสองคิดเหมือนกัน
ว่า หากคนร้ายที่หนีการจับกุมแล้วเกิดลักลอบเข้ามาปะปนกับคนงานในสวนจะกลาย
เป็นเรื่องที่ยุ่งยากขึ้นมา
....................................................

 

โดย: ศรกล 19 กุมภาพันธ์ 2553 9:07:10 น.  

 

กำลังสนุกจบอีกล่ะไอเดียคุณจอยเริ่มลื่นไม่มีสดุดเลยนะอินขึ้นเรื่อยๆเรื่องกำลังเข้มข้น(ลองทำรูปพี่อาทิจอุ้มลูกสาวเป็นหน้าน้องใยไหมดูว่าจะน่ารักมั้ย)อยากเห็นจังขอบอกในขณะที่อ่านไปยิ้มยิ้มไปมีความสุขเหมือนอยู่ในแดนดินแห่งความรักจริงๆ

 

โดย: P&N IP: 203.144.144.164 20 กุมภาพันธ์ 2553 16:16:35 น.  

 

เรียนคุณศรกล จะติดต่อซื้อ
DVD ละครของแอนดริวที่ชัดๆ เคยซื้อมาดูแล้วมันไม่ชัดเลยขอเบอร์โทรศัพท์หน่อยได้มั้ย หรือมาที่ panda_fern@hotmail.com

 

โดย: เฟิร์ส IP: 110.164.55.142 22 กุมภาพันธ์ 2553 22:10:32 น.  

 

ตอบ mail ให้แล้วค่ะ คุณ เฟิร์ส

 

โดย: ศรกล 23 กุมภาพันธ์ 2553 8:53:24 น.  

 

ได้รับ mail แล้วค่ะ ขอบคุณ
คุณศรกลมาก ๆ

 

โดย: เฟิร์ส IP: 110.164.32.13 23 กุมภาพันธ์ 2553 23:50:43 น.  

 


ขอโพสใหม่ตั้งแต่ตอนที่ 5 ยาวไปถึงตอนที่ 7 เลยนะค่ะ เพราะต้องแก้ไขข้มูลนิดหน่อย




แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 5

เช้าวันรุ่นขึ้น อาทิจสั่งให้ต๊อน อึ่ง และพันธ์ไปบอกคนงานทุกคนให้มาประชุม
พร้อมกันที่ลานหน้าโรงเก็บเครื่องมือ เมื่อทุกคนมาถึง อาทิจได้พูดถึงข่าวใน
โทรทัศน์ที่เขาได้ดูมาเมื่อคืนและสั่งกับคนงานทุกคนให้ช่วยกันสังเกตว่ามีคน
แปลกหน้าเข้ามาปะปนกับคนงานในสวนหรือไม่ แล้วถ้ามีและเห็นว่าผิดปกติ
น่าสงสัยว่าจะเป็นคนร้ายที่หนีการจับกุมเข้ามาก็ให้ช่วยกันนำตัวมาให้เขาได้สอบ
ถามประวัติความเป็นมาก่อน ถ้าไม่ชอบมายังไงเขาจะได้ส่งตัวให้ทางเจ้าที่ตำรวจ
ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เมื่อคนงานแยกย้ายกันไปทำงานตามปกติแล้ว เวลาสาย ๆ พวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ก็มาที่บ้านของอาทิจและดรุณี โดยพบกับดรุณี น้าแก้ว และจิ๋วก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจ
จึงได้อธิบายถึงสาเหตุที่มาพบให้ทุคนเข้าใจ ว่าเป็นเพราะเรื่องที่มีคนร้ายหนีการจับ
กุมจากการลักลอบตัดไม้ในเขตป่าสงวนและอาจจะมีคนร้ายหลบหนีเข้ามาในสวน
ที่เป็นของอาทิจและดรุณี จากนั้นพวกตำรวจจึงอยากพบกับอาทิจซึ่งลงไปทำงาน
ที่สวนแล้วและถือโอกาสสำรวจพื้นที่ไปด้วย ดรุณีจึงได้ให้จิ๋วพาพวกตำรวจไปหา
อาทิจที่แปลงปลูกผักที่ใหม่ซึ่งอาทิจเตรียมไว้สำหรับจะทดลองปลูกผักโดยไม่ใช้
ดิน ต๊อนและอึ่งรวมทั้งคนงานอีกสองสามคนกำลังช่วยอาทิจเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์
สำหรับการปลูกพืชไร้ดิน หรือระบบไฮโดรโพนิกส์ อึ่งนั้นยังสงสัยกับการปลูกพืช
โดยไม่ใช้ดินอยู่
“นาย ไอ้การปลูกผักแบบไม่ใช้ดินเนี่ย ฉันว่ามันไม่เป็นแบบธรรมชาติ ใช่ไหมนาย”
อึ่งถามขึ้นขณะช่วยกันกับต๊อนยกโครงแปลงปลูกเข้ามา
“นายถึงได้บอกว่ามันดีกว่าการปลูกผักบนดิน”
“ถ้าดูแบบผิวเผินก็จะคิดว่าการปลูกโดยวิธีนี้ไม่เป็นแบบธรรมชาติ แต่การปลูกทั้ง
สองวิธีพืชหรือผักมีการดูดธาตุอาหารและน้ำในลักษณะที่เหมือนกัน” อาทิจพยายาม
อธิบายอย่างง่าย ๆ เพื่อให้อึ่งเข้าใจขึ้น ในขณะที่เขากำลังวางแผ่นปลูกผักบนโต๊ะปลูก
“แต่การปลูกผักโดยไม่ใช้ดินเป็นการปลูกที่ใช้เทคโนโลยีที่มีการจัดการที่ดีกว่า
ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิตที่ดีกว่าและได้ผลผลิตที่ดีกว่าตามมา ที่สำคัญ
ปลอดสารพิษ” อาทิจหันมามองอึ่งที่ดูเหมือนมีคำถามอีก จึงพูดต่อ
“เอาน่า เดี๋ยวพวกนายช่วยฉันทำก็จะได้เห็นและเรียนรู้จนเข้าใจมากขึ้นเอง” อาทิจยิ้ม
“ใช่นาย ฉันก็คิดว่าคงเข้าใจมากขึ้นตอนลงมือทำนี้แหละ” ต๊อนพูดขึ้นบ้าง “เพราะ
ฉันเคยเห็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินมาแล้วเหมือนกัน”
“แกไปเห็นที่ไหนว้ะ ไอ้ต๊อน” อึ่งลุกขึ้นยืนถามหลังจากลงไปนั่งกับพื้นเพื่อพักเหนื่อย
“ก็ภาพในหนังสือที่นายเคยเอามาให้ดูไง” ต๊อนลอยหน้าตอบ
“โธ่ ไอ้ต๊อน นึกว่าเห็นของจริง...” อึ่งว่าเพื่อนและยังไม่ทันที่จะเถียงอะไรกันต่อทุกคน
ก็ต้องหันไปสนใจกับพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จิ๋วเป็นคนนำมา
อาทิจได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเรื่องคนร้ายและการเตรียมการป้องกันและรับมือ
ของเขาที่เรียกประชุมคนงานเมื่อเช้านี้ เมื่อพูดคุยกันเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ขอตัวกลับ
................................................
สิ่งที่อาทิจและหลายคนคิดว่าอาจจะมีคนร้ายแอบหนีลักลอบเข้ามาในสวน
ก็เกิดขึ้นจริง ๆ คนร้ายที่หนีการจับกุมของตำรวจ สองคนได้แอบเข้ามาใน
สวนของอาทิจและกำลังซ่อนตัวอยู่ในบริเวณสวนพยายามที่จะเข้าใกล้โรง
เก็บเครื่องมือและตัวบ้านของอาทิจ เพื่อจะขโมยรถยนต์และสิ่งของอย่างอื่น
เพื่อหลบหนีต่อไป เนื่องจากหนึ่งในสองคนร้ายนี้เคยทำงานในสวนของอาทิจ
มาก่อนและลาออกไปจึงพอรู้เส้นทางและสถานที่ต่าง ๆ ในสวน
ตอนหัวค่ำของวันต่อมาอึ่งวิ่งหน้าตั้งมาหาอาทิจและดรุณีที่บ้านซึ่งกำลังทาน
อาหารเย็นกับลูก ๆ อยู่ โดยมีน้าแก้วอยู่ด้วย
“นาย ๆ ...” เสียงอึ่งดังมาจากหน้าบ้าน น้ำเสียงนั้นผิดปกติ ไม่เหมือนทุกครั้ง
ที่อึ่งเรียก
อาทิจได้ยินก่อนเพื่อนจึงวิ่งออกมาดู...ดรุณี น้าแก้ว ตะวัน และน้องปรายซึ่ง
น้าแก้วกำลังอุ้ม ยังอยู่ในห้องอาหาร อาทิจคุยและสั่งอะไรกับอึ่ง เพียงชั่วครู่เดียว
เขาก็เดินเข้ามาและพูดกับน้าแก้วว่า
“น้าแก้วครับ ช่วยอยู่เป็นเพื่อนน้องณีกับลูกด้วยนะครับ ผมให้อึ่งไปตามจิ๋วกับ
แจ๋วมาอยู่รวมกันที่นี่แล้ว” อาทิจพูดเสร็จก็วิ่งไปที่ห้องนอนหยิบปืนสั้นที่เก็บ
ไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานออกมา และกำลังจะออกไปก็เจอดรุณีวิ่งเข้ามาถามว่าเกิด
อะไรขึ้น
“คนงานของเราบอกว่าเจอคนแปลกหน้า น่าจะเป็นคนร้าย ซ่อนตัวอยู่ในโรงเก็บ
เครื่องมือ และได้ทำร้ายคนงานของเราด้วย” อาทิจตอบมองหน้าดรุณีและน้าแก้ว
ขณะเอาปืนสั้นยัดใส่ที่เอว
“ตายแล้ว!” น้าแก้วอุทาน
“พี่อาทิจ ระวังตัวด้วยนะค่ะ” ดรุณีสีหน้าไม่ดีเพราะเป็นห่วงอาทิจ ในขณะที่น้าแก้ว
ก็มีอาการไม่ต่างไปจากดรุณี อาทิจเดินออกไป สวนกับจิ๋ว แจ๋ว และอึ่ง
“อึ่งแกอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนพวกคุณณีก่อนนะ” อาทิจบอกกับอึ่ง
ขณะที่มีคนงานสองคนขับรถมาจอดให้อาทิจ และมีคนงานผู้ชายอีกคนลงมาจากรถ
เพื่อมาอยู่สมทบกับอึ่ง ส่วนคนงานอีกคนขับรถไปกับอาทิจ
..........................................................
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง อาทิจยังไม่กลับ ทำให้ดรุณีและคนอื่น ๆ ที่อยู่กันในบ้าน
ขณะนี้เป็นห่วงและเป็นกังวลกันมากขึ้น อึ่งเห็นสีหน้าและอาการของแต่ละคนไม่
ค่อยดี จึงพูด
“คุณณีกับน้าแก้ว ไม่ต้องกังวลหรอกครับ นายไปถึงที่นู้น มีคนงานของเรารอนายอยู่
เกือบยี่สิบคนครับ นายไม่มีทางเป็นอะไรหรอกครับ” อึ่งพูดให้กำลังใจทุกคนรวม
ทั้งตัวเองด้วย สำหรับดรุณีนั้นเป็นห่วงว่าคนร้ายจะมีอาวุธปืนและจะเกิดการยิงปะทะ
กันขึ้นมาจนเกิดความเสียหายต่าง ๆ ตามมา โดยเฉพาะกับอาทิจสามีอันเป็นที่รักของ
เธอ...เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ แต่ละคนนั่งหลับสัปหงกกัน โดยมีดรุณีนั่งอยู่ตรงกลางบน
โซฟา ตะวันนอนหลับหัวหนุนตักเธอในขณะที่อีกข้างตัวเธอมีน้องปรายนอนหลับ
สนิทอยู่บนเบาะนอน ดรุณเอามือลูบหัวน้องปรายและตะวัน ในใจคิดถึงคุณย่า และ
ภาวนาขอให้คุณย่าช่วยคุ้มครองพี่อาทิจและทุก ๆ คนด้วย
................................................................



แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 6

ดรุณีได้ยินเสียงรถยนต์มาจอดที่หน้าบ้านทำให้เธอใจชื้นขึ้นและหันไปพูดกับน้าแก้ว
“พี่อาทิจคงกลับมาแล้ว น้าแก้ว” ดรุณีดีใจ คนอื่น ๆ ต่างตื่นขึ้นยกเว้นลูก ๆ ที่ยังคงหลับ
ไม่รู้เรื่องตามประสาเด็ก
ชั่วอึดใจเดียวอาทิจก็ปรากฏตัวให้ทุกคนเห็น ดรุณียิ้มกว้างด้วยความดีใจ...
.................................................................
อาทิจกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงนอน ขณะมองดูดรุณีกำลังห่มผ้าให้น้องปรายที่หลับอยู่
ในแปลเตียงนอนสำหรับเด็ก
“น้องณี ตอนหัวค่ำตกใจมากไหม” น้ำเสียงของอาทิจนุ่มนวล ดรุณีเมื่อห่มผ้าและดูแล
การนอนของลูกสาวเรียบร้อยแล้วก็เดินมาหาอาทิจและนั่งลงบนเตียงนอน อาทิจยันแขน
ลุกขึ้นมาโอบกอดภรรยาไว้ ในขณะที่ดรุณีซบศีรษะของเธอลงแนบอกของสามีจับแขน
ของเขาไว้
“ณีกลัวว่า พวกคนร้ายจะมีอาวุธปืนและยิงต่อสู้ขึ้นมา ณีไม่อยากเห็นพี่อาทิจเป็นอะไรค่ะ”
อาทิจลูบผมภรรยาอย่างอ่อนโยนและก้มลงหอมเส้นผมที่นุ่มหอมนั้น ในใจเขากำลงคิด
ย้อนไปถึงเหตุการณ์ในตอนหัวค่ำ
.................................................................
เมื่ออาทิจขับรถมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ พบคนงานคนหนึ่งกำลังนั่งร้องโอดครวญด้วย
ความเจ็บปวด เพราะถูกตีด้วยไม้ที่บริเวณศีรษะ เพื่อน ๆ คนงานคนอื่น ๆ รวมทั้ง ลุงเก็ง
และไพฑูลย์ กำลังช่วยกันห้ามเลือด เมื่อทุกคนเห็นอาทิจมาต่างก็อุ่นใจขึ้น
“น้าแผ่วเป็นไงบ้าง ลุงเก็ง” อาทิจถามถึงคนงานที่ถูกตี
“ผมใช้ยาผงสมุนไพรโรยบนแผลห้ามเลือดได้ระดับหนึ่งแล้วนาย” ลุงเก็งตอบ
อาทิจสั่งให้ช่วยอุ้มคนเจ็บขึ้นรถ เขาจะไปส่งที่โรงพยาบาล โดยมีเพื่อน ๆ คนงานอีกสองคน
ตามขึ้นรถไปด้วย ระหว่างทางลุงเก็งเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้อาทิจฟัง ว่านายแผ่วซึ่งกำลัง
นำเครื่องมือมาเก็บที่โรงเก็บ เผอิญไปเจอคนแปลกหน้าซึ่งเป็นคนร้ายสองคน กำลังรื้นค้น
ของอยู่ นายแผ่วจึงตะโกนถามว่าเป็นใคร และกำลังจะตะโกนให้คนงานคนอื่นมาช่วยกันจับ
คนร้าย แต่ก็โดนพวกคนร้ายเอาไม้ตีหัวนายแผ่วซะก่อน โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ก่อนที่คนร้าย
จะวิ่งหนีเข้าสวนไปอีกโดยมีต๊อน พันธ์และคนงานอีกจำนวนหนึ่งกำลังตามจับตัวคนร้ายอยู่

เมื่ออาทิจส่งตัวคนงานที่บาดเจ็บถึงมือหมออย่างปลอดภัยแล้ว โดยให้เพื่อนคนงานคนหนึ่ง
อยู่เป็นเพื่อนที่โรงพยาบาล ส่วนตัวเขา ลุงเก็ง และคนงานอีกคนก็กลับมาที่สวน เข้าสมทบกับ
พวกต๊อน พันธ์และคนงานคนอื่น ๆ ช่วยกันตามล่าตัวคนร้ายอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เจอ อาทิจ
จึงสั่งให้คนงานหยุดค้นหา เพราะเขากลัวว่าคนร้ายอาจมีปืนและอาจจะซุ้มยิงคนงานได้ เขาจึง
สั่งให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่ลานโรงเก็บเครื่องมือ แล้ววางแผนจัดเวรกันค่อยดักซุ้มจับคนร้าย
เพราะอาทิจเชื่อว่าคนร้ายต้องการจะเอารถยนต์และเครื่องมืออุปกรณ์ในโรงเก็บเครื่องมือหลบ
หนีไปด้วย...
ตลอดทั้งคืน อาทิจนอนไม่ค่อยหลับ เพราะเขาต้องการจะจับตัวคนร้ายส่งตำรวจให้ได้ จะได้
หมดเรื่องกังวล ทุกอย่างจะได้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม...
.................................................................
เวลาผ่านมาได้สองวัน ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ นอกจากนี้อาทิจยังได้รับรายงานจากคนงานว่า
ข้าวของบางอย่าง เช่นเสื้อผ้าที่ตากไว้ รวมถึงอาหารในครัว เรือนพักคนงานก็ถูกขโมยไปด้วย
และกลางดึกคืนนี้อาทิจยังนอนไม่หลับเขากำลังนั่งดูข้อมูลการเกษตรในอินเทอร์เน็ตที่โต๊ะ
ทำงาน โดยมีดรุณีนอนหลับอยู่บนเตียง และน้องปรายนอนอยู่ที่แปลเตียงนอน อาทิจได้ยิน
เสียงผิดปกติ เขาจึงหยิบปืนในลิ้นชักออกมาถือเตรียมพร้อมไว้ เสียงที่ผิดปกติดังมาจากหน้า
บ้าน ตรงที่จอดรถ อาทิจเดินเบา ๆ ไปดูที่ห้องของตะวันเห็นตะวันนอนหลับโดยมีแจ๋วนอน
เป็นเพื่อนตามปกติ เขาจึงเดินออกมาและเดินอย่างเบาไปตามเสียงที่ได้ยิน
อาทิจแย้มผ้าม่านเห็นผู้ชายแปลกหน้าสองคนพยายามจะไขประตูรถยนต์ของเขาอยู่ ซึ่งเป็นไป
ตามที่เขาคิดไว้จริง ๆ สองคนนี้คงเป็นคนร้ายที่เขาพยายามจับตัวอยู่ หนึ่งในสองเป็นคนที่เขาคุ้น
หน้า เพียงแวบเดียวอาทิจก็จำได้ว่าเป็นคนงานที่เคยทำงานในสวนและลาออกไป ก่อนที่อาทิจ
จะจู่โจมออกไป เขาเหลือบเห็นต๊อนกับพันธ์ถือไม้คนล่ะอันกำลงย่องเข้ามาทางด้านหลังคน
ร้าย เป็นจังหวะดีของอาทิจ ต๊อนและพันธ์ที่จะช่วยกันจับคนร้าย
“หยุด! เลยนะพวกมึง” อาทิจตะโกนและเดินถือปืนออกมาทางหน้าประตูบ้าน ต๊อนและพันธ์
ได้โอกาสดีจึงวิ่งเข้าเอาไม้ตีที่หลังของคนร้ายทั้งสองล้มลง อาทิจเดินเข้ามาดูหน้าคนร้ายใกล้ ๆ
“นายจับมันมัดไว้ก่อนเลยนะ” พันธ์พูด อาทิจยังคงจ่อปืนมาที่คนร้ายในขณะที่พันธ์คว้าเชือก
ในรถออกมามัดคนร้ายได้ในที่สุด
“พวกเอ็งนะ เล่นเอาทุกคนในสวน ลูกเด็กเล็กแดง มีชีวิตไม่เป็นปกติไปหลายวันเลย” ต๊อนมัด
คนร้ายไปก็บ่นไปด้วย
“เป็นไปตามที่นายบอกจริง ๆ ด้วยนาย ที่นายเอารถมาจอดหน้าบ้านเพื่อล่อพวกมันและให้พวก
ฉันคอยเฝ้าไว้” พันธ์พูด อาทิจพยักหน้าให้พันธ์ และหันไปถามคนร้าย
“พวกแกเป็นคนร้ายที่ลักลอบตัดไม้ในป่าสงวนจนถูกตำรวจไล่ล่าจับอยู่เมื่ออาทิตย์ก่อนใช่ไหม”
อาทิจถามเสียงเข้ม
“เอ้! นายไอ้คนนี้มันเคยเป็นคนงานของสวนเรานี่” ต๊อนพูดขึ้นเมื่อจำหน้าคนร้ายคนหนึ่งได้
“เออ จริง ๆ ด้วยนาย” พันธ์ก็นึกได้
“พวกมันถึงพยายามที่จะเข้ามาขโมยรถเพื่อหนีต่อไปไง” อาทิจพูด
ดรุณีรู้สึกตัวตื่นขึ้นไม่เห็นอาทิจ น้องปรายยังคงหลับสนิท ส่วนคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ
ทำงานยังเปิดอยู่ประกอบกับได้ยินเสียงเอะอะมาจากทางหน้าบ้าน เธอจึงรีบเดินออก
ไปดู ก็เห็นภาพผู้ชายสองคนโดนมัดมือไพล่หลังนั่งคุกเข่าโดยมีอาทิจ ต๊อน และพันธ์
ยืนคุม ดรุณก็เข้าใจถึงเหตุการณ์ทั้งหมด ในขณะเดียวกันเธอก็โล่งใจที่เรื่องยุ่งยากกำลัง
จะจบแล้ว
......................................................................

แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 7

เช้าวันรุ่งขึ้นอาทิจได้ส่งตัวคนร้ายทั้งสองให้กับทางการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อไป ความเป็นอยู่ภายในสวนกลับมาเป็นปกติ ไม่ต้องให้คนงานต้องผลัดเวรคอย
เฝ้าจับคนร้ายอีกแล้ว เป็นการลดภาระงานของคนงานและทำให้ทุกคนหมดเรื่องกังวลลง...
......................................................................
ดรุณีขับรถมาส่งอาหารกลางวันให้สามี ซึ่งวันนี้เธอทำของโปรดให้เขาทาน
คือก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และที่สำคัญเธออยากมาเห็นแปลงปลูกผักไร้ดินหรือระบบไฮ-
โดรโพนิกส์ที่อาทิจอยากให้เธอมาดูถึงความก้าวหน้าที่มีมากขึ้น ดรุณีเดินเคียงคู่กับ
อาทิจ ดูผักต่าง ๆ มากมายหลายชนิดที่ปลูกอยู่ในโรงแปลงปลูก
“พี่อาทิจ มีผักหลายชนิดเหมือนกันนะค่ะ ที่พี่อาทิจไม่เคยปลูกในดิน” ดรุณีเดินจูงมือ
กับอาทิจดูอย่างเพลิดเพลินและมีความสุข
“ใช่จ๊ะ เพราะต้องเป็นพืชผักที่เก็บเกี่ยวในช่วงอายุสั้น ๆ น่ะ” อาทิจพูดขณะหยิบผัก
คะน้าขึ้นมาส่งให้ดรุณี
“วันนี้มื้อเย็น พี่ขอผัดผักคะน้าน้ำมันหอยนะน้องณี” อาทิจยิ้มส่งสายตาเชิงออดอ้อน
ภรรยา
“แหม เห็นณีมาถึงแปลงผัก ได้ทีสั่งเลยนะค่ะ” ดรุณียิ้มปนหัวเราะและพูดต่อ “คนเรา
สมัยนี้ดูแลและใส่ใจกับสุขภาพกันมากขึ้น การปลูกพืชผักด้วยวิธีนี้ก็เลยได้ตอบสนอง
ความต้องการของผู้บริโภคไปด้วย”
“น้องณี พี่ว่าต่อไปเราคงไม่ต้องลงทุนมากเหมือนในตอนแรกแล้วล่ะ เพราะพี่จะ
ทดลองใช้เทคโนโลยีที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านดู มีวัสดุอุปกรณ์หลายอย่างที่ดัดแปลง
ทดแทนกันได้” อาทิจอธิบายขณะจูงมือดรุณีเดินต่อไป
“แล้วคนงานของเราเป็นไงกันบ้างค่ะ กับการปลูกผักในระบบนี้”
“หลายคนก็เริ่มเข้าใจและทำกันเป็นมากขึ้นแล้วจ๊ะน้องณี พี่ก็พยายามถ่ายทอด
ความรู้ทั้งหมดที่พี่ไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมมา ให้พวกเขาได้เข้าใจและเรียนรู้ให้ได้
มากที่สุด เพราะการปลูกพืชในระบบนี้คนปลูกต้องมีความรู้อย่างแท้จริง”
“ค่ะ ณีเชื่อว่าพี่อาทิจจะต้องพาคนงาน ทำงานได้อย่างดีค่ะ” ดรุณียิ้มให้กำลังใจ
รอยยิ้มอย่างนี้ของเธอที่ทำให้อาทิจหายเหนื่อยและมีกำลังใจขึ้นมาเสมอ



อาทิจถือตะกร้าซึ่งมีผักหลายอย่างเดินมาส่งดรุณีที่รถยนต์
“พี่ฝากหอมแก้มลูกมื้อกลางวันด้วยนะ น้องณี”
“ค่ะ พี่อาทิจ...แล้วตอนเย็น ณีจะผัดผักคะน้าน้ำมันหอยไว้รอค่ะ” ดรุณียิ้ม รับตะกร้า
ผักมาวางไว้ข้าง ๆ...อาทิจยืนส่ง จนดรุณีขับรถออกไปและหันหลังกลับมาเจอเอาสาม
ลูกน้องตัวป่วน แซวเข้าให้
“เฮ้ยยย! คนมีเมียแล้ว มันมีความสุขอย่างนี้นี่เอง อิจฉาเนอะ ไอ้อึ่ง ไอ้พันธ์” ต๊อนยืน
เกาคาง ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้พูดแซวอาทิจ
“ใช่ ๆ” อึ่งกับพันธ์เป็นลูกคู่ ช่วยกันขานรับต๊อน อาทิจอมยิ้มส่ายหน้า
“เออ ก็ยังดีกว่าไอ้พวกคนที่ยังหาเมียไม่ได้ซะที ล่ะว้ะ” อาทิจเดินนำหน้าไป
“นายไม่ต้องเขินพวกฉันหรอก ถ้านายจะสวีทกับคุณณีน่ะ...พวกเราไม่แอบดูหรอก”
อึ่งยังแซวอาทิจไล่หลังอยู่
“อยากให้หักค่าแรงไหมล่ะ ที่เลยเวลางานมาน่ะ ฉันคิดเป็นนาทีนะโว้ย แถมมีแตะส่ง
เป็นรายตัวอีกคนล่ะที” อาทิจหันมาขู่
พวกต๊อนหยุดแซวทันที
“โธ่! นายไปก็ได้” ทั้งสามหันหลังกลับไปทำงานต่อ อาทิจยืนยิ้มและลงมือทำงานของ
เขาต่อไปเหมือนกัน
......................................................................
น้าแก้วไปเยี่ยมทองประศรีที่บ้าน และกลับมาเล่าอาการของทองประศรีที่ป่วยด้วย
โรคมะเร็งปากมดลูกให้กับดรุณีฟัง
“ตอนนี้ทองประศรีอาการยังแค่เริ่มต้นเท่านั้นค่ะคุณณี คิดว่ายังพอมีโอกาสรักษาได้
ทัน ตาเก็งก็หายาสมุนไพรไปให้กินด้วยค่ะ” น้าแก้วเล่า
“ณีไม่ได้เห็นทองประศรีมานานแล้วเหมือนกัน จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เจอ ตอนนั้นณี
กำลังอุ้มท้องน้องปรายอยู่เลย ที่ทองประศรีแอบมาดูตะวันน่ะค่ะ”
“ค่ะคุณณี...พูดถึงนายตะวันยิ่งโตหน้าก็ยิ่งเหมือนทองประศรีนะค่ะ” น้าแก้วยิ้มให้ดรุณี
“ค่ะน้าแก้ว แต่ไม่ว่าแกจะเป็นยังไง ณีกับพี่อาทิจก็รักแกเหมือนลูกของเราคนหนึ่งค่ะ”
ดรุณีพูดและยิ้มหวานให้น้าแก้ว
“ดีแล้วค่ะคุณณี” น้าแก้วจับมือดรุณี ชื่นชมในความรักของเธอที่มีให้กับทุกคน
......................................................................
ดรุณีเริ่มมีอาการเหมือนจะตั้งครรภ์ ในขณะที่น้องปรายอายุกำลังจะย่างเข้าสองปีแล้ว
ดรุณีบอกข่าวนี้กับอาทิจในเช้าวันหนึ่ง
“น้องณี ตรวจด้วยเครื่องตรวจครรภ์แล้วเหรอจ๊ะ” อาทิจถามขณะที่ดรุณียืนติดกระดุม
เสื้อให้เขา
“ยังค่ะ แต่ครั้งนี้ ณีสามารถบอกได้ก่อน” ดรุณียิ้มสายตาก็สำรวจดูความเรียบร้อยเสื้อ
ของสามี
“จริงซิ น้องณีเคยมีน้องปรายมาแล้ว...คราวนี้พี่อยากให้น้องนีมีลูกแฝดไปเลย” อาทิจยิ้ม
มือไล่เลี่ยอยู่ข้างแก้มดรุณี นึกอยากจะจูบเธอเป็นรางวัลที่ทำให้เขามีความสุขอีกแล้ว ใน
ที่สุดเขาก็โน้มใบหน้าลงมาจูบลงบนริมฝีปากอวบสวยที่เผยอรอรับจูบจากเขา สัมผัสหวาน
ดำเนินไปเพียงครู่เดียวยังไม่ทันที่อาทิจจะรู้สึกอิ่ม น้องปรายก็ตื่นลุกขึ้นมาเกาะขอบแปล
ยืนมองพ่อกับแม่ ทำให้ดรุณีกับอาทิจต้องผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ ดรุณีรีบเดินเข้า
มาอุ้มน้องปราย อาทิจกอดอกยืนยิ้มบ่นอยู่ในใจ
‘น้องปราย หนูขัดจังหวะพ่อกับแม่อีกแล้วนะลูก’
อาทิจเดินเข้ามาอุ้มน้องปรายมาจากดรุณี แล้วหอมแก้มน้องปรายด้วยความรักที่สุด
“ทำไมวันนี้หนูตื่นเช้าจังล่ะลูก...อ่ะ ๆ รู้แล้ว เราไปปลุกพี่ตะวันกันดีกว่า เดี๋ยวพี่ตะวัน
ไปโรงเรียนสาย” อาทิจอุ้มน้องปรายออกไปที่ห้องตะวัน ดรุณีก็ลงมือจัดเก็บห้องและ
ที่นอนน้องปรายทันที
......................................................................

 

โดย: ศรกล 25 กุมภาพันธ์ 2553 9:01:10 น.  

 

ส่วนรูปพี่อาทิจกับลูกสาวรอนิดนะค่ะ กำลังหารูป ชรัญกันน้องแพร แบบโดน ๆ อยู่ค่ะ

 

โดย: ศรกล 25 กุมภาพันธ์ 2553 9:18:41 น.  

 

ขอยืมรูปน้องแพรกับพ่อชรัญมาใช้ก่อนนะค่ะ 555





เฮ้อออ ตกหลุมรักละครเรื่องนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วค่ะ
ตอนแรกที่ดูเรื่องนี้เพราะแอนดริวเล่น
และดูมาจนถึงทุกวันนี้ไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้ว
ปรากฏว่า เรารักทุกอย่างที่รวมกันเป็นละครเรื่องนี้
ไม่ว่าจะเอาแผ่นละครเรื่องนี้ออกมาดู หรือcapภาพ
แต่งภาพ photoshop แม้กระทั่งนั่งแต่งแผ่นดินนี้...รักเราครอง
ก็ยังมีความสุข เหมือนตกอยู่ในภวังค์ของเรื่องนี้
มีความสุขมาก ๆ รักละครเรื่องนี้ที่สุด
จนตอนนี้คิดอยากจะไปซื้อนิยายเรื่องนี้มาอ่านแล้วซิ






 

โดย: ศรกล 2 มีนาคม 2553 13:49:43 น.  

 

ละครเรื่องนี้จำได้ว่าดูแล้วชอบมากๆ น่ารักทั้งพระเอกนางเอกเลยนะคะ

 

โดย: ยายกุ๊กไ่ก่ 12 มีนาคม 2553 1:01:36 น.  

 

สวัสดีคะ คุณจอย ไม่ได้มาทักทายนานมากกกกก เลย สบายดีนะคะ และขอคุณมากๆคะสำหรับคำอวยพร และถือโอกาสสุขสันต์วันเกิดย้อนหลังคุณจอยด้วยนะคะ มีความสุขมากๆ สมหวังกับทุกสิ่งที่หวังและตั้งใจคะ ^_^

ยังไม่มีโอกาสแวะมาอ่าน ธรณี 2 เลยคะเดี๋ยวจะหาโอกาสมาแวะมาอ่านนะคะ เป้นละครเรื่องโปรดที่สุดอีกเรื่องหนึ่งเลย อยากเห้นแอนดริวรับบทประมาณนี้อีกจัง นะคะ จะมีโอกาสไหมเนี่ยะ อิอิ

 

โดย: McCutest 16 มีนาคม 2553 19:47:37 น.  

 

รออ่านตอนที่7อยู่นะคะคุณจอยอย่าให้รอนานนะจ๊ะ

 

โดย: P&N IP: 203.144.144.164 17 มีนาคม 2553 11:36:17 น.  

 

อิ ๆ มัวแต่อ่านธรณีนี่นี้ใคร
ครอง ฉบับนิยาย ก็เลยไม่
ได้เขียนต่อ ประกอบกับไม่
ค่อยว่างด้วยค่ะ

พอมาอ่านเรื่องนี้ในนิยาย
เลยรู้ว่าเราเขียนชื่อตัวละคร
ผิดหลายตัว ต้องโทษทีนะ
ค่ะ คิดว่าจะแก้ไขใหม่โดย
การขึ้น บล็อคหน้าใหม่ แต่
ยังไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่

ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่
แวะมาเยี่ยมนะค่ะ ขอบคุณ
มากค่ะ

 

โดย: ศรกล 17 มีนาคม 2553 16:08:20 น.  

 

แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 8

ทองประศรีแอบมาดูตะวัน โดยมีตุ๊เมียไพฑูรมาเป็นเพื่อน ทองประศรีนั่นดูซูบลงไปเยอะ
เพราะโรคมะเร็งปากมดลูกที่เธอกำลังเป็นอยู่
“ทำไมแกไม่เข้าไปหาลูกว้ะ นางทองประศรี แอบมองอยู่ได้” ตุ๊เท้าเอว ยืนเคียงข้างอยู่กับ
ทองประศรี ในขณะที่ทองประศรียืนมองตะวันด้วยความรักและสมเพสตัวเองไปด้วย
“ไม่ล่ะ พี่ตุ๊ ฉันไม่อยากเข้าไปรบกวนลูก ตะวันกำลังนั่งทำการบ้านอยู่” ทองประศรีพูด
โดยมีน้ำตาไหลซึมขอบตา
“ฉันกลับล่ะ” เมื่อทองประศรีพูดเสร็จก็เดินหันหลังกลับไป โดยทิ้งให้ตุ๊ยืนลังเล เมื่อเห็น
แจ๋วที่กำลังสอนการบ้านตะวันเดินหายเข้าไปในบ้านเพื่อเอาของว่างมาให้ตะวันทาน
ในที่สุดตุ๊ก็ไม่เดินตามทองประศรีไป แต่เธอกลับเดินเข้าไปหาตะวันที่ขณะนี้กำลังนั่งอยู่
คนเดียว
“นายตะวัน ทำการบ้านอยู่เหรอ นายตะวันเรียนอยู่ชั้นไหนแล้วค่ะ” ตุ๊พูดทักทายตะวัน
และพูดคุยกับตะวันอีกหลายประโยค จนสุดท้ายตุ๊ก็ถามตะวันว่ารู้จักทองประศรีไหม
“เขา เป็นใครเหรอ” ตะวันเงยหน้าถามตุ๊ ตุ๊อ่ำอึ่งยังไม่ทันจะตอบอะไรออกไป แจ๋วก็ยก
น้ำและขนมเดินมาหาตะวันเสียก่อน ตุ๊นั่งเล่นพูดคุยกับตะวันและแจ๋วอีกสักพักก็กลับไป
“นายตะวัน รีบทำการบ้านเร็ว ๆ ซิค่ะ... เนี่ย รู้อย่างนี้แจ๋วไม่รีบไปหยิบขนมมาให้กินก่อน
หรอก รอให้ทำการบ้านให้เสร็จก่อนก็ดี”
“พี่แจ๋ว อย่าเร่งนักซิ”
“เออ ขืนชักช้า โอ้เอ้ไม่รีบทำให้เสร็จไว ๆ เดี๋ยวอดไปขี่รถจักรยานเล่นไม่รู้ด้วย” แจ๋วเริ่มขู่
ตะวันถอนใจ จำใจต้องวางขนมที่กัดกินไปครึ่งหนึ่งลงก่อน เพราะนึกถึงรถจักรยานคันเก่ง
ที่พ่ออาทิจเพิ่งซื้อให้ เด็กน้อยยังติดใจความสนุกสนานที่ขี่รถจักรยานเล่นลัดเลาะไปตามที่
ต่าง ๆ บริเวณใกล้ ๆบ้าน ไม่หาย ถ้ารีบทำการบ้านเสร็จเร็ว เขาก็จะมีเวลาเล่นสนุกในตอน
บ่ายแก่ ๆ ของวันอาทิตย์นี้อีกหลายชั่วโมงก่อนที่มันจะเย็นลง และจะถูกตามตัวเข้าบ้าน
ตะวันอยากจะขี่รถจักรยานไปให้ไกลกว่าบริเวณรอบบ้าน แต่ก็ถูกพวกผู้ใหญ่กำชับไว้ว่า
ห้ามไปไกลนอกสายตาเด็ดขาด โดยเฉพาะบริเวณแถวสระหรือบ่อน้ำ ถึงแม้ตะวันจะเรียน
ว่ายน้ำอาทิตย์ละสองวัน และพอจะว่ายเป็นขึ้นมาบ้างแล้ว แต่อาทิจกับดรุณีก็ยังไม่ไว้ใจที่
จะปล่อยให้ตะวันไปเล่นแถว ๆ บ่อน้ำโดยไม่มีผู้ใหญ่ไปด้วย
แจ๋วยิ้มพอใจเมื่อเห็นตะวันหันกลับมาตั้งใจทำการบ้านเหมือนเดิม หล่อนชื่นชมที่ตะวันเป็น
เด็กที่รู้หน้าที่ และมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง แม้ตะวันจะมีอายุเพียงแค่ 5 ปีเศษ แต่ตะวัน
ก็รับรู้และเข้าใจในหลายเรื่องที่ผู้ใหญ่คอยสอน และเพราะตะวันเป็นเด็กที่อบรมสั่งสอนง่าย
เข้าใจและจดจำสิ่งต่าง ๆ ที่สอนอย่างดี จึงทำให้เป็นที่รักและเอ็นดูของผู้ใหญ่ไม่แพ้น้องปราย
แจ๋วเคยได้ยินแม่ของหล่อนพูดว่า เป็นบุญของตะวันที่เกิดมาเลี้ยงง่าย ไม่ดื้อ ไม่ซน เหมือนเด็ก
ทั่วไป เหมือนตะวันจะเจียมตัว ที่ไม่ได้เป็นลูกแท้ ๆ ของนายอาทิจและคุณณี ทั้ง ๆ ที่ตัวตะวัน
ก็ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ ๆ
ทองประศรีกลับมานั่งทอดอาลัย เมื่อคิดถึงชีวิตตัวเองที่ผ่านมา ในที่สุดหล่อนก็หาคนที่จะ
รักหล่อนจริง ๆ ไม่ได้ ทุกคนต่างพากันทอดทิ้งหล่อนไปหมด ไม่ว่าจะเป็นน้องสาวทั้งสอง
ที่พากันได้สามีและแยกย้ายกันออกไป แม่ที่วัน ๆ เอาแต่เล่นไผ่ ส่วนพ่อของหล่อนถ้าไม่อยู่
ในวงเหล้า ก็อยู่ในบ่อนไก่ ปล่อยให้หล่อนอยู่เฝ้าร้านขายของไปวัน ๆ และเผชิญกับโรค
ร้ายอย่างโดดเดี่ยว เมื่อถึงเวลาของในร้านเริ่มหมด พ่อกับแม่ก็จะไปหาของมาลงให้ โดยไม่
ใส่ใจถึงอาการป่วยของหล่อนนัก คงเห็นว่าหล่อนยังไม่เป็นมากและยังพอมีเรี่ยวแรงที่จะ
ขายของต่อไปได้ ก็ยังใช้หล่อนต่อไป ทองประศรีคิดว่าถ้าถึงวันหนึ่งที่หล่อนอาการหนัก
พ่อกับแม่จะกลับมาเหลียวแลหล่อนบ้างไหม ส่วนสำหรับผู้ชายสองคนที่หล่อนเคยให้ทั้ง
ตัวและหัวใจ อย่าหวังเลยว่าจะกลับมาดูใจหล่อน ทองประศรีรู้ดี และเมื่อนึกถึงตะวันก็ทำ
ให้หล่อนยิ้มได้ทั้งน้ำตา คงมีตะวันเท่านั้นมั้งที่ทำให้หล่อนมีหัวใจที่ชุ่มชื่นขึ้นมาได้
ถึงแม้ว่าหล่อนไม่สามารถใกล้ชิดลูก แต่ได้เฝ้าดูความสุขของตะวันห่าง ๆ หล่อนก็พอใจ
แล้ว หล่อนนึกถึงบุญคุณของคุณย่า อาทิจและดรุณี ทองประศรีจึงสัญญากับตัวเองว่าจะ
ไม่เข้าไปทำความยุ่งยากวุ่นวายใจให้กับอาทิจและดรุณีอีกเป็นอันขาด ที่ผ่านมาได้ทำสิ่ง
เลวร้ายกับอาทิจโดยการปรักปรำว่าเขาปลุกปล้ำหล่อนจนท้อง ก็เป็นสิ่งที่น่าละอายแก่ใจ
จนไม่สามารถจะลบเลื่อนการกระทำที่เลวร้ายอันนี้ของหล่อนได้
.....................................................................................................

เวทางค์กับตุลยานีแวะมาเยี่ยมอาทิจและดรุณีที่บ้าน ในตอนกลางวันของวันหนึ่ง เวทางค์
พาแขกซึ่งเป็นเพื่อนที่ร่วมลงทุนในธุรกิจของเขามาด้วยสองคน แขกที่เวทางค์และตุลยานี
นำมาเป็นผู้ชายและผู้หญิงคู่หนึ่ง ดรุณีเป็นคนแรกที่ต้อนรับแขก โดยอุ้มน้องปรายออกมา
ต้อนรับด้วย จิ๋วทำหน้าที่เสิร์ฟน้ำ ส่วนน้าแก้วกำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดอาหารกลางวันที่
วันนี้จะต้องเตรียมเพิ่มให้ผู้มาเยือนด้วย เวทางค์แนะนำแขกให้ดรุณีรู้จัก เขาและหล่อนชื่อ
ดนัยกับริสา ดูจากภายนอกของหนุ่มสาวทั้งสองน่าจะรุ่น ๆ เดียวกับอาทิจและเวทางค์ ริสา
นั้นแต่งตัวทันสมัยตามแฟชั่นมาก แม้แต่ตุลยานีก็ดูจืดไปเลย เมื่อเทียบกับริสา ส่วนการ
แต่งตัวของดรุณีนั่นยิ่งแล้ว หล่อนเทียบไม่ติดกับริสาเลย จะมาเปรียบเทียบการแต่งตัว
ระหว่างผู้หญิงที่เป็นเมียเกษตรกรช่วยสามี เป็นทั้งแม่บ้านดูแลลูก ๆ และงานกิจการแปรรูป
ผักและผลไม้กระป๋องจนถึงกระทั่งงานบันชี กับผู้หญิงสวยชาวกรุง คล่องแคล่วในการ
เข้าสังคมติดต่อธุรกิจคงไม่ได้ แต่ความเป็นธรรมชาติและเรียบง่ายในตัวของดรุณีก็ยังเป็น
ที่สะดุดตาของทั้งดนัยและริสา หนุ่มสาวชาวกรุงที่ไม่ค่อยได้สัมผัสกับธรรมชาติและวิถี
ชีวิตที่เรียบง่ายบ่อยนัก
“กี่เดือนแล้วล่ะณี” ตุลยานีถามถึงอายุครรภ์ของเพื่อน ขณะอุ้มน้องปรายมานั่งบนตักหล่อน
“สี่เดือนเศษได้แล้วล่ะ”
“ท้องนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายดีค่ะ” ริสาถามขึ้นบ้างด้วยน้ำเสียงสดใส
“ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ค่ะ เพราะเราก็มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายอยู่แล้ว” ดรุณียิ้มอย่างจริงใจ
“ณีเขามีลูกชายอีกคน คนโตน่ะค่ะ ตอนนี้เข้าเรียนอนุบาลแล้ว” ตุลยานีช่วยชี้แจ้ง
คุยสนทนาเรื่องลูก ๆ ของดรุณีไปได้สักพัก เวทางค์ก็เข้าถึงประเด็นที่พากันมาหาอาทิจ
และดรุณีในวันนี้
“คุณดนัยและคุณริสาเขาจะทำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในจังหวัดนี้น่ะน้องณี เขาเลย
ให้พี่พามาดูที่แถว ๆ ที่ของน้องณีเผื่อจะมีเจ้าของที่เขาสนใจจะแบ่งขายบ้าง” เวทางค์ยัง
ขอพูดอ้อม ๆ ไปก่อน และไม่ทันที่เวทางค์จะพูดต่อไปอาทิจก็ขับรถจิ๊บมาจอดตรงหน้า
บ้านทุกคนหันหน้ามองลงไปดูจากระเบียงที่จัดเป็นอีกสถานที่หนึ่งไว้รับแขกและเพื่อ
ให้แขกได้ชมวิวทิวทัศน์โดยรอบ ดรุณีจึงจัดให้แขกมานั่งคุยกันตรงนี้ ริสามองอาทิจ
อย่างสนใจ หล่อนแอบชื่นชมในรูปร่างและท่าทางเทห์ ๆ ของอาทิจที่ก้าวลงจากรถจิ๊บ
“พี่อาทิจมาพอดี เดี๋ยวทานข้าวกลางด้วยกันเลยนะค่ะ น้าแก้วเตรียมไว้แล้วค่ะ” ดรุณีนั่น
รู้อยู่แก่ใจว่าการสนทนาต่อไปจะเป็นอย่างไรเพราะเธอกับอาทิจเจอกับพวกนักธุรกิจ
ประเภทนี้มาหลายคนแล้ว แต่ที่ดรุณีขุ่นใจก็ตรงที่เวทางค์และตุลยานีเป็นคนแนะนำมา
ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองคนก็เข้าใจถึงความต้องการของเธอและอาทิจดีอยู่แล้ว แต่ดรุณีก็แสดง
มารยาทที่ดีของเจ้าบ้านที่พึ่งมีต่อแขกที่มาเยือน
อาทิจเดินเข้ามาและนั่งลงข้าง ๆ ดรุณี เวทางค์แนะนำดนัยและริสาให้รู้จักกับอาทิจ เมื่อ
เห็นหน้าอาทิจใกล้ ๆ ริสาก็บอกกับตัวเองว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่รูปร่างท่าทางที่ดีและดู
เทห์เท่านั้น เขายังหล่อเหลาสมความเป็นชายอีกต่างหาก เมื่อเขาเข้ามานั่งเคียงข้างกับภรรยา
แล้วดูเหมาะสมกันดีนัก
เมื่อทั้งหมดพากันมาที่โต๊ะอาหาร ซึ่งน้าแก้วจัดวางอาหารพร้อมรับประทานไว้เรียบร้อย
แล้ว โดยมีจิ๋วเป็นคนบริการตักข้าวแจกจ่ายเจ้าของบ้านและแขกผู้มาเยือน น้าแก้วเตรียม
ที่จะรับน้องปรายมาจากอาทิจ แต่น้องปรายยังติดพ่อ กอดคอพ่อแน่น ไม่ยอมปล่อย ริสามอง
ดูภาพความรักของคุณพ่อยังหนุ่มกับลูกสาวตัวน้อยที่ติดพ่อ ทำให้เธอรู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนี้
ช่างอบอุ่นนัก และผู้หญิงที่นั่งเขียงข้างเขาช่างน่าอิจฉาเสียเหลือเกิน
“คุณอาทิจทำการเกษตรมากมาย มีสถานที่กว้างขวาง ไม่เปิดเป็นสถานที่เชิงท่องเที่ยวให้
นักท่องเที่ยวเข้ามาดูการทำสวนและสามารถหยิบกินผักและผลไม้สด ๆ จากต้นได้เลย ตอน
นี้หลายที่เขาทำกันเยอะนะครับ” ดนัยแสดงความคิดเห็นของเขา
“ครับ ผมก็เคยคุยกับภรรยาเหมือนกัน แต่คนงานของเรามีน้อย และงานก็ยังมีให้ทำกันอีกมาก
ก็เลยยังไม่ได้คิดจะทำกันอย่างที่คุณว่าซะที มันจึงยังอยู่ที่การเพาะปลูกดูแลและเก็บเกี่ยวเพื่อ
ส่งขายเป็นหลักครับ” อาทิจอธิบาย
“สงสัยคงต้องรอไว้ให้รุ่นลูกทำแล้วมั้งค่ะ ถึงตอนนั้นความนิยมในการท่องเที่ยวลักษณะนี้ก็
อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปอีกก็ได้ค่ะ” ดรุณีช่วยเสริม
“คุณอาทิจกับคุณณีไม่รับคนงานเพิ่มล่ะค่ะ อาจจะทำได้ในตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ”
“จริง ๆ คนงานที่เรามีอยู่ตอนนี้ก็ไม่น้อย มีพอดีกับงานที่เราทำกันอยู่ เพียงแต่ว่าเรายังไม่ค่อย
อยากทำในลักษณะนั้นเท่าไหร่น่ะครับ”
“แต่ทางสวนของเราก็ยินดีตอนรับผู้ที่สนใจจะดูการทำงานของเราและพร้อมที่จะให้ข้อมูล
ในการเพาะปลูกพีชต่าง ๆ รวมถึงการสอนวิธีตอนกิ่งปักชำต้นไม้แก่ผู้ที่สนใจทั่วไปอยู่แล้วค่ะ
ที่ผ่านมามีหน่วยงานราชการ และพวกสมาคมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับต้นไม้ขอเข้าชมสวนของเรา
อยู่บ่อย ๆ ค่ะ”
“พี่อาทิจของเธอ เขาไม่หวงวิชาอยู่แล้วใช่ไหม” ตุลยานีแหย่เพื่อนเล่น
“คุณอาทิจเก่งนะค่ะ ควบคุมดูแลคนงานหลายสิบคนรวมทั้งพื้นที่อีกมากมายได้เป็นอย่างดีเลย”
ริสาพูดชมอย่างจริงใจ
“ขอบคุณครับ” อาทิจยิ้มรับคำชมและหันมามองภรรยาอย่างเข้าใจกันดี ดรุณียิ้มรับ
“สมใจคุณย่าเขาแหละครับ” เวทางค์พูดขึ้นบ้าง ออกแนวแหนบหน่อย ๆ ตุลยานีรู้ทันรีบปรับ
บรรยากาศให้เป็นเหมือนเดิม หล่อนนั่นรู้ดีว่าเวทางค์ยังมีความคิดอิจฉาอาทิจในเรื่องที่คุณย่า
ยกสมบัติที่เป็นที่ดินให้อาทิจแบ่งครึ่งกับดรุณี และแถมอาทิจยังได้หัวใจและตัวดรุณีไปครอง
ด้วย ซึ่งทำให้เวทางค์อกหักจากดรุณี และหันมาแต่งงานกับหล่อนในที่สุด
“คุณริสารู้ไหมค่ะ ที่พี่อาทิจเขาทำงานเก่งเพราะเขามีกำลังใจที่ดีจากคนข้าง ๆ เขาค่ะ” ตุลยานี
ส่งยิ้มให้ดรุณีอย่างรู้ทัน
“คงหมายถึงคุณณีใช่ไหมค่ะ คุณอาทิจ” ริสามองอาทิจอย่างยิ้ม ๆ ส่วนอาทิจนั้นยิ้มโดยไม่
ตอบแต่จับมือดรุณีมากุมไว้บนตักแทนคำตอบที่ทำให้ทุกคนในวงสนทนาเข้าใจดี ริสารู้สึก
หัวใจหายวูบปนเศร้าดูภาพคู่สามีภรรยาชาวเกษตรกรตรงหน้าแล้วทำให้หล่อนนึกอิจฉาภรรยา
ของหนุ่มหล่อชาวสวนคนนี้นิด ๆ แล้วซิ เวทางค์หมั่นไส้ นึกอยากให้ริสาใช้เสน่ห์ของหล่อน
ที่หล่อนชอบใช้หว่านเสน่ห์กับหนุ่ม ๆ ไม่เว้นแม้แต่ดนัยในขณะนี้ก็กำลังหลงเสน่ห์ของหล่อน
อยู่ด้วยเหมือนกัน มาจัดการกับอาทิจ เวทางค์คิดสนุกอยากรู้ว่าผู้ชายที่รักครอบครัวอย่างอาทิจ
วัน ๆ ทำแต่งานในสวนในไร่ ถ้าโดนเสน่ห์ของผู้หญิงสวยชาวกรุงช่างออดอ้อน ฉอเลาะอย่าง
ริสาเข้าให้ จะยังเป็นสามีที่ดีอยู่ได้ต่อไปไหม

 

โดย: ศรกล 23 มีนาคม 2553 9:43:40 น.  

 

แวะเข้ามาเยี่ยมค่า
จอยเป็นนักเขียนได้สบายเลยนะเนี่ย..เก่งจัง
อยากเห็นดริวเล่นบทสบายๆ แบบนี้อีกจัง
พี่อาทิจนี่ ดูกี่ทีๆ ก็ไม่เบื่อแฮะ
ชอบค่ะ

 

โดย: tew DR 31 มีนาคม 2553 20:41:55 น.  

 

แวะมาเยี่ยมคะ
ชอบเรื่องนี้มากมาก
ประทับใจจนถึงทุกวันนี้
ภาพสวยและแต่งเรื่อง
ภาค2สนุกดีค่ะ
ค่อยแวะมาใหม่นะคะ

 

โดย: High Flyer IP: 219.127.227.66 5 เมษายน 2553 14:19:45 น.  

 

สุขสันต์วันสงกรานต์นะจ๊ะ
เอารูปดริวยิ้มๆ มาฝาก

 

โดย: tew DR 14 เมษายน 2553 10:24:28 น.  

 

ดูเรื่องธรณีนี่นี้ใครครองหลายรอบมากรู้สึกประทับใจในความรักของอาชีพเกษตรกรรม และความรักที่ดูเรียบง่ายของพระเอกนางเอก ซื้อซีดีทุกเรื่องที่แอนดริวแสดงเก็บทุกเรื่องเลยชอบพระเอกคนนี้มาก และอยากให้เขาแสดงคู่กับป๊อกปิยะธิดา และเชอร์รี่เข็มอักษรอีกจัง

 

โดย: แหม่ม IP: 125.25.115.77 14 เมษายน 2553 21:45:29 น.  

 

วันนี้มีเรื่องเครียดหลายอย่างรอบตัวทั้งสถานะการณ์บ้านเมืองเลยแวะมาเยี่ยมคุณจอยอยากมาอ่านพี่อาทิจว่าไปถึงไหนแล้วผิดหวังนิดๆแต่ก็เข้าใจเราเองก็งานยุ่งคุณจอยก็คงเหมือนดูแลสุขภาพบ้างนะคะจะได้มีแรงเขียนตอนที่9ต่อด้วยความห่วงใยจริงๆเข้ามาบล๊อกนี้ทีไรสดชื่นกลับไปทุกที

 

โดย: P&N IP: 58.8.117.53 28 เมษายน 2553 18:59:50 น.  

 

หวัดดีและเหมือนเดิมค่ะ ขอบคุณทุก ๆ คนที่แวะมาเยี่ยม
แผ่นนี้...รักเราครอง ตอนที่ 8 ทิ้งห่างตอนที่ 9 ไปนาน คิดซะว่า
เป็นระยะเวลาปกติล่ะกันนะค่ะ...ช่วงที่ผ่านมาไปสนใจกับสถาน
การณ์บ้านเมืองมากเป็นพิเศษ เลยไม่ได้เขียนต่อ แต่ตอนนี้
เขียนตอนที่ 9 เสร็จแล้ว เชิญอ่านกันได้เลยค่ะ




แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 9

เวลาดำเนินมาถึงบ่ายแก่ ผู้มาเยือนพากันลากลับแล้ว อาทิจและดรุณีนั้นรู้ดี
ว่าพวกเขาคงไม่มาเพียงครั้งนี้ครั้งเดียวแน่ จากนี้ไปคงได้กลับมาเยี่ยมครอบครัว
ของอาทิจอีกหลายครั้ง จนกระทั่งพวกเขาจะบอกจุดประสงค์ตรง ๆ กับอาทิจและ
ดรุณี ถึงตอนนั้นการมาเยี่ยมเยือนเป็นอันยุติลง
น้าแก้วขึ้นมาดูแลความเรียบร้อยในห้องอาหารหลังแขกกลับไปแล้ว จิ๋วอุ้มน้องปราย
ตามมาด้วย พอน้องปรายเห็นอาทิจก็โผเข้าหาอย่างดีใจ อาทิจจึงอุ้มน้องปรายไปเล่น
ที่ห้องนั่งเล่น จิ๋วบอกว่าน้องปรายงอนแงไม่กินข้าวกลางวัน จะตามอาทิจ
“แล้วน้องปรายกินข้าวไปเยอะหรือเปล่าจิ๋ว” ดรุณีถาม จิ๋วจึงยื่นถ้วยข้าวน้องปรายที่
ถือตามมาป้อนให้ดรุณีดู
“กินไปได้นิดเดียวเองค่ะ คุณณี” อาทิจได้ยินจึงร้องบอกมาจากในห้องนั่งเล่นให้จิ๋ว
หยิบข้าวมาให้น้องปราย เดี๋ยวเขาจะเป็นคนหลอกล้อป้อนลูกเอง น้องปรายกำลังอยู่ใน
วัยของเด็กส่วนใหญ่ที่เบื่ออาหาร ดรุณีและอาทิจจึงหนักใจกับการกินของลูกมาก ซึ่ง
ต่างจากตะวันที่อาทิจกับดรุณีจำได้ว่าตะวันตอนอยู่ในอายุช่วงนี้แกไม่มีปัญหาเรื่อง
เบื่ออาหารเลย น้าแก้วทำอะไรให้กินก็กินหมด แม้กระทั่งผักที่เด็กส่วนใหญ่พากัน
เกลียด ตะวันก็กินได้ ไม่เขี่ยออกจากจานข้าวเหมือนเด็กคนอื่น

บ่ายแก่มากแล้ว อาทิจกลับเข้าสวนทำงานต่อหลังดูแลน้องปรายจนหลับลงได้ในที่สุด
โดยมีดรุณีนั่งทำบัญชี อยู่ข้าง ๆ น้าแก้วยกน้ำมะตูมที่ทำเองมาเสิร์ฟให้
“ขอบคุณค่ะ น้าแก้ว...ณีไม่ได้ไปดูเรือนแปรผักผลไม้มาหลายวันแล้ว คิดว่าพรุ่งนี้จะ
เข้าไปสักหน่อยค่ะ ไม่รู้เป็นไงกันบ้าง”
“ก็ไม่มีอะไรนี่ค่ะคุณณี เห็นแจ๋วมันก็บอกว่าปกติ ออเดอร์ยังคงที่มีเพิ่มขึ้นบ้างกับ
ผลไม้บางอย่างเท่านั้นค่ะ”
“เหรอค่ะ เห็นตอนบ่ายจิ๋วก็เข้าไปช่วยหรือค่ะ”
“น้าให้จิ๋วไปเองแหละค่ะ เพราะตอนบ่ายที่บ้านก็ไม่ค่อยมีอะไรยุ่งนัก” น้าแก้วกำลัง
จะลุกหันหลังกลับ แต่ดรุณีเรียกไว้ หล่อนจึงนั่งต่อ
“มีอะไรค่ะ คุณณี” น้าแก้วผิดสังเกตกับเสียงเรียกของดรุณี ที่กำลังบ่งบอกว่ามีอะไร
ที่ไม่ปกติ
“ณีรู้สึกเบื่อ ๆ น่ะค่ะ...” ดรุณีหน้าไม่สบายใจนัก
“เกี่ยวกับแขกที่คุณเวกับคุณตุ่นพามาวันนี้ใช่ไหมค่ะ”
ดรุณีพยักหน้าแทนคำตอบ อาจเป็นเพราะหล่อนกำลังท้องด้วยจึงทำให้หล่อนอารมณ์
ไม่ค่อยดีเหมือนแต่ก่อน
“ณีเบื่อกับพวกนักธุรกิจที่จะมาขอแบ่งซื้อที่ดินของเราจังเลย ที่สำคัญณีรู้สึกเคืองพี่เวกับ
ยายตุ่นที่ทั้งสองคนก็รู้ถึงเจตนาของณีและพี่อาทิจดีอยู่แล้ว”
น้าแก้วเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของดรุณีในขณะนี้ดี โดยเฉพาะอารมณ์ของผู้หญิง
ตั้งครรภ์ ที่ผ่านมาดรุณีไม่ค่อยบ่นถึงเรื่องที่พวกนักธุรกิจมาตื้อขอแบ่งซื้อที่ดินให้น้า
แก้วฟังเท่าไหร่ เพราะพวกเขาเข้ามาติดต่อโดยตรงกับอาทิจและดรุณีเองเลย แต่ครั้งนี้
มีเวทางค์และตุลยานีนำมา
“คุณณีค่ะ น้าแก้วไม่อยากให้คุณณีหงุดหงิดและคิดมากกับเรื่องนี้เลย คุณณีกับคุณ
อาทิจก็บอกเขาไปตรง ๆ เลยซิค่ะว่าเราไม่คิดที่จะแบ่งขายที่ให้ใครทั้งนั้น”
“พวกเขายังไม่บอกขอซื้อกับเราตรง ๆ ตอนนี้นี่ค่ะ พี่อาทิจบอกว่าพวกเขาต้องมา
อีกหลายเที่ยวแน่...”
“น้าแก้วเข้าใจดีค่ะ ว่าอารมณ์ของคุณณีตอนนี้ไม่ค่อยพร้อมจะเจรจาในเรื่องนี้ ถ้า
เป็นตอนคุณณียังไม่ท้องคุณณีก็ตั้งรับได้ด้วยใจเย็นอยู่แล้ว น้าแก้วจะช่วยกันให้ก็
แล้วกันนะค่ะ” น้าแก้วจับมือดรุณีบีบให้กำลังใจด้วยความรักและห่วงใยเหมือนดรุณี
เป็นลูกสาวอีกคนหนึ่ง
............................................................................................................
ด้วยความเป็นเด็กช่างจำช่างคิดของตะวัน ทำให้เด็กชายต้องตกใจและเสียใจกับความ
จริงที่เขากำลังจะได้รับรู้ในไม่ช้า
หลังเลิกเรียนของตะวัน ทุกวันอาทิจจะขับรถจิ๊ปไปรับตะวันกลับจากโรงเรียน โดย
ตอนเช้าตะวันขอร้องให้อาทิจเอารถจักรยานของเขาใส่ไว้ท้ายรถจิ๊ป พอตอนเย็นตะวัน
จะได้ขี่รถจักรยานจากสวนขับเข้าบ้านเองโดยไม่ต้องให้อาทิจมาส่งถึงบ้าน
“แน่ใจ...สัญญากับพ่อว่าเราจะไม่ขี่เล่นเถลไถลไปไหนก่อนถึงบ้าน เพื่อมาเปลี่ยนเสื้อผ้า
แล้วค่อยขี่รถเล่นใหม่”
“ผมสัญญาครับ” เด็กชายรับปากพยักหน้าหนักแน่น ขณะนั่งโต๊ะรับประทานอาหารเช้ากัน
ดรุณีมองหน้าอาทิจ สายตามีกังวล
“ไม่เป็นไรหรอก น้องณี ระยะทางจากสวนที่พี่ทำงานตอนนี้ไม่ไกลมาก ตะวันขี่จักรยาน
มาได้ ปลอดภัยน่ะ” อาทิจยิ้มและหันมามองลูกชาย
“ไชโย คุณแม่ก็อนุญาตแล้ว” เด็กชายร้องเสียงใสร่าเริง
“แน่ะ แม่ยังไม่บอกว่าอนุญาตเลยนะ” ดรุณีทำเสียงเข้ม แต่ตะวันก็มั่นใจว่าแม่จะต้องอนุญาต
และเชื่อในความเห็นของพ่อ
“ผมจะขี่รถจักรยานมาหาแม่กับน้องที่บ้านก่อนทันที ผมไม่ไปแวะเที่ยวไหนก่อนจริง ๆ
ครับ“ ตะวันนั่งเกาะโต๊ะ อ้อนวอนไม่หยุด อาทิจยิ้มพยักหน้าให้ดรุณีเป็นเชิงขอให้ตะวันด้วย
“ก็ได้แม่อนุญาต แม่จะค่อยดูว่าตะวันทำให้พ่อกับแม่ไว้ใจได้แล้ว”
“ไว้ใจตะวันได้แน่ครับ”
และวันหนึ่งตะวันก็ขี่รถจักรยานเข้าทางลัดเพื่อกลับบ้านมาเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่สัญญาไว้
แต่เส้นทางลัดที่ขี่ผ่าน เป็นร้านขายของ ของทองประศรีที่ขณะนี้มีตุ๊เมียไพทูร มานั่งคุย
อยู่ด้วย เมื่อตุ๊เห็นตะวันขี่รถมาก็เรียกตะวันและชี้ให้ทองประศรีดูตะวัน
“นายตะวัน นายตะวัน หยุดก่อน” ตุ๊ลุกขึ้นร้องเรียก ไม่ช้าตุ๊ก็จูงตะวันและรถจักรยาน
เข้ามาหาทองประศรีที่นั่งอยู่ในร้านจนได้
“นี่นายตะวันเพิ่งกลับจากโรงเรียนใช่ไหม มานั่งกินขนมก่อนซิ... มา มา” ตุ๊พาตะวัน
เข้ามาใกล้ทองประศรี ตะวันรีบปฏิเสธว่าเขาต้องกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ให้แม่เห็น
ก่อน
“เดี๋ยว เดียวเอง นายตะวัน นี่มาคุยกับแม่ทองประศรีเขาก่อน”
ทองประศรีกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ปล่อยให้มันไหลออกมาพร้อมกับโผเข้ากอดตะวัน
“ตะวัน ลูกแม่ ขอแม่กอดลูกหน่อยเถอะนะ...แม่รักลูกนะ” ทองประศรีร้องไห้และพลั่ง
พลูด้วยคำพูดที่มาจากใจจริง ตุ๊ยืนหน้าเศร้าทำท่าจะร้องไห้ตาม
“นายตะวันให้แม่เขากอดเถอะนะ แม่เขาไม่มีใครแล้ว...นี่แหละแม่แท้ ๆ ของนายตะวันล่ะ”
ตุ๊บอกความจริง ทำให้ตะวันตกใจ เด็กน้อยทำอะไรไม่ถูก นี่มันอะไรกัน มีคำถามมากมาย
เกิดขึ้นในใจของตะวัน และตุ๊ก็เป็นคนเล่าความจริงทั้งหมดให้ตะวันฟัง
.............................................................................................
ดรุณีนั่งเล่นกับน้องปราย รอตะวันกลับ แต่ว่าเห็นเลยเวลาจนผิดสังเกต จึงคว้าโทรศัพท์โทร
หาอาทิจ ที่ตอนนี้เข้าไปในเมืองเพื่อซ่อมเครื่องยนต์ในรถไถ อาทิจบอกว่าวันนี้เขาให้ต๊อดขับ
รถจิ๊ปไปรับตะวันที่โรงเรียน ส่วนตัวเขาถอดเครื่องยนต์ในรถไถที่เกิดเสียขึ้นมากะทันหันขณะ
ทำงานอยู่ใส่รถกระบะเข้าไปเปลี่ยนอะไหล่ในเมือง แจ๋วกลับจากงานที่เรือนแปรผักผลไม้
ก็เข้ามาช่วยดรุณีเลี้ยงน้องปราย
“แจ๋วมาพอดี ช่วยไปตามดูตะวันหน่อยซิแจ๋ว ปานนี้ยังไม่กลับมาเลย ต๊อดไปรับกลับมาจาก
โรงเรียนแล้วล่ะ แต่ทำไมยังไม่ขี่จักรยานกลับมาอีก”
“ค่ะ ๆ ได้ค่ะ เดี๋ยวแจ๋วไปตามให้ค่ะ”
ยังไม่ทันที่แจ๋วจะออกจากบ้านไป ตะวันก็เข็นรถจักรยานเข้ามาอย่างหงอย ๆ และเซื่องซึม
แจ๋วเข้าไปเอามืออังหน้าผากตะวัน รู้สึกร้อน ๆ และพาตะวันขึ้นมาหาดรุณี ตอนแรกดรุณี
ตั้งใจว่าจะดุตะวันที่ผิดสัญญา แต่พอเห็นสภาพตะวันในตอนนี้แล้วหล่อนก็ดุตะวันไม่ลง
“ตะวัน ไม่สบายเหรอลูก” ดรุณีเข้าไปจับและลูบตัวตะวัน
“ท่าทางจะไม่สบายนะค่ะคุณณี” แจ๋วบอก
“ตัวลุม ๆ...ไป แม่พาไปอาบน้ำให้” ดรุณีกำลังจะจูงตะวันไปอาบน้ำ แจ๋วจึงบอกว่าหล่อน
จะพาไปเอง ดรุณีบอกว่าไม่เป็นไร ให้แจ๋วนั้นช่วยดูน้องปรายไปก่อน ดรุณีรู้สึกว่าตะวัน
หง่อยไปจนผิดสังเกต ถามอะไรตะวันก็ไม่ค่อยตอบ หล่อนเข้าใจว่าตะวันคงกลัวหล่อนดุ
ที่ผิดสัญญากลับบ้านผิดเวลา จึงพูดปลอบตะวันว่าอย่าผิดสัญญาอีก ครั้งนี้จะให้อภัยให้
อาทิจกลับมาบ้านก็ค่ำแล้ว ทุกอย่างเข้าสู่สภาพปกติ เหลือเพียงน้องปรายที่ยังไม่นอน ส่วน
ตะวันหลังจากดรุณีอาบน้ำให้และดูแลให้กินข้าวและกินยาลดไข้ก็เข้าห้องนอนเลย โดยคืน
นี้ตะวันไม่ขอดูการ์ตูนก่อนเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา อาทิจคงคิดว่าตะวันหลับไปแล้วเพราะ
เมื่อเขาเข้าไปในห้องนอนตะวัน ก็เห็นตะวันนอนหลับตาอยู่ แต่หลังจากอาทิจออกไป ตะวัน
ก็ลืมตาขึ้น ความจริงที่เด็กน้อยได้รับรู้มาว่าเขาไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของพ่ออาทิจและแม่ดรุณีมัน
ช่างโหดร้ายซะเหลือเกินสำหรับเด็กอย่างเขา ตะวันนอนไม่หลับเดินตามออกมาเห็นภาพ
อาทิจ ดรุณี และน้องปรายกำลังคุยเล่นกับน้องในท้องของดรุณี ความรู้สึกว่าตัวเองเหมือน
เป็นส่วนเกินก็เกิดขึ้นในใจของตะวัน จะมีใครในบ้านรู้บ้างว่าตอนนี้ตะวันกำลังเผชิญกับ
ความทุกข์อันยิ่งใหญ่สำหรับเขาอยู่

 

โดย: ศรกล 4 พฤษภาคม 2553 9:57:23 น.  

 

อ่านเพลินจริงๆๆขอบคุณที่ทำให้แฮปปี้

 

โดย: P&N IP: 58.8.119.104 4 พฤษภาคม 2553 11:09:55 น.  

 

แวะเอารูปหมอรุจดริวมาฝากจ็ะน้องจอย

เป็นกำลังใจให้ในการเขียนนิยายเรื่องนี้ให้จบนะคะ

ดริวกับเด็กๆ นี่น่ารักอ่ะ

Photobucket

 

โดย: tew DR 9 พฤษภาคม 2553 23:35:51 น.  

 

ขอบคุณ พี่ TEW มาก ๆ ค่ะ

 

โดย: ศรกล 10 พฤษภาคม 2553 10:29:44 น.  

 

แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 10

คนงานในสวนเข้ามารายงานอาทิจว่า เขาเห็นเสือโครงตัวใหญ่หนึ่งตัว เมื่อช่วงใกล้
สว่างอยู่ในสวนส้มฝั่งที่ติดกับเขตป่าสงวน พวกคนงานพยายามขับไล่ให้เสือเข้าป่าไป
แต่มันกลับวิ่งเตลิดหลุดลอดเข้ามาในเขตพื้นที่เพาะปลูกจนได้ อาทิจจึงสั่งให้ต๊อดขับรถ
ไปแจ้งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เพื่อช่วยกันจับเจ้าเสือโครงตัวนี้ออกจากสวนโดยเร็ว เพื่อ
ความปลอดภัยของทุกคนโดยเฉพาะเด็ก ๆ ลูกหลานคนงานในสวน
อาทิจขับรถจิ๊ปย้อนกลับมาเอาปืนซึ่งเป็นปืนใช้ยิงสัตย์ป่าที่มีลูกกระสุนเป็นเข็มฉีดยา
นอนหลับ อาทิจได้ให้เพื่อนซึ่งเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคนหนึ่งช่วยหาให้ เพราะ
เหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นครั้งนี้อาจเกิดขึ้นได้เสมอสำหรับพื้นที่เกษตรที่อยู่
ติดกับป่าสงวน ซึ่งสุ่มเสี่ยงกับการที่สัตว์ดุร้ายในป่าจะหลุดหลงเข้ามาได้ และก็เป็นครั้ง
แรกที่เกิดเหตุการณ์เสือโครงหลุดเข้ามา นับตั้งแต่อาทิจมาอยู่กับคุณย่า ณ พื้นที่ดินแห่งนี้

จิ๋ววิ่งขึ้นบ้านมารายงานอาทิจกับดรุณีว่าตามตัวตะวันไม่เจอ
“จิ๋วดูทั่วรอบบริเวณบ้านแล้วนะ” ดรุณีถามย้ำด้วยความวิตก ร้อนใจ
“ทั่วรอบเขตบ้านเลยค่ะ แต่ตอนนี้แม่กับแจ๋วไปช่วยกันหาแถวเรือนคนงานและเรือนแปร
ผักผลไม้แล้วค่ะ แม่ให้จิ๋วมาบอกและอยู่เป็นเพื่อนคุณณีก่อนค่ะ”
อาทิจดูความเรียบร้อยของปืนเสร็จ ก็ลุกขึ้นกำลังจะออกไป
“น้องณี เดี๋ยวพี่จะขับรถตามหาตะวันไปด้วย ถ้าตะวันกลับมาแล้ว รีบโทรบอกพี่ด้วยนะ”
อาทิจเดินเข้าไปลูบผมภรรยาเป็นเชิงปลอบโยน
“ทำใจเย็น ๆ ตะวันคงไปเล่นกับเพื่อน ๆ ที่เรือนคนงานก็ได้จ๊ะ” อาทิจยิ้มอบอุ่นให้ดรุณี
และเดินออกไป โดยมีเสียงดรุณีร้องบอกให้เขาระวังตัวด้วย อาทิจขับรถอ้อมวนเวียนเพื่อ
จะตามหาตะวันไปด้วยแต่ก็ไม่พบ จนเขามาสมทบกับพวกคนงานและเจ้าหน้าที่พิทักษ์
ป่าอีกจำนวนหนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังเตรียมพร้อมจับเสือโครงที่หลงทางเข้ามา กลับสู่ป่าโดย
เร็วที่สุด ก่อนจะค่ำลงเสียก่อน

น้าแก้ววิ่งหน้าตั้งมาเล่าความจริงที่หล่อนเพิ่งได้รับรู้มาจากตุ๊ เมียไพฑูรที่บอกกับตะวัน
ว่าตะวันไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของดรุณีกับอาทิจ ให้ดรุณีฟัง
“น้าแก้ว ณีว่าตะวันคงเสียใจ และหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่เลยค่ะ” ดรุณีเข้าใจ
ความรู้สึกของตะวันได้ดีในทันที เพราะหล่อนเองก็เคยเผชิญกับความรู้สึกกลัว เสียใจ และ
ความรู้สึกที่เป็นส่วนเกินมาก่อน ตอนสมัยที่อาทิจเข้ามาอยู่กับคุณย่าใหม่ ๆ แต่หล่อนก็ได้
รับความอบอุ่นและความมั่นใจจากคุณย่าในเวลาต่อมา ตอนนี้หล่อนจึงอยากให้ตะวันได้
รู้สึกเช่นเดียวกับหล่อนในตอนนั้นที่ได้รับจากคุณย่า
“จะทำยังไงกันดีค่ะ น้าแก้ว พี่อาทิจกับคนงานก็กำลังไล่ล่าจับเสือโครงกันอยู่...ณีเป็นห่วง
ตะวันจังเลย” ดรุณีสีหน้าไม่สู้ดีนัก น้าแก้วต้องรีบเข้าประคองและปลอบ
“คุณณีขา ใจเย็น ๆ เถอะนะค่ะ เดี๋ยวน้าแก้วจะออกตามหานายตะวันอีกที...น้าแก้วคิดว่านาย
ตะวันคงหนีไปซ่อนตัวที่ไหนไม่ไกลหรอกค่ะ คงอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้แหละค่ะ เพราะนายตะวัน
เป็นเด็กหัวอ่อน คงไม่กล้าไปไหนไกล ตามที่พวกผู้ใหญ่เคยสั่งไว้น่ะค่ะ”
น้าแก้วนึกโมโหตุ๊ในใจไม่หาย แทนที่ตะวันจะรู้ความจริงเหล่านี้ในเวลาที่เหมาะสมและจาก
อาทิจกับดรุณีเอง แต่ตุ๊มาชิงบอกซะก่อน จนทำให้เป็นเรื่องวุ่นวายไป น้าแก้วเลยต่อว่าตุ๊ เสีย
ยกใหญ่ แต่ตุ๊ก็มีข้อแก้ตัวของหล่อนอยู่ดี
“แหม น้าแก้ว ก็ฉัน...ก็สงสารนางทองประศรีมันนี่ มันไม่มีใครเลย แล้วมันก็ไม่สบายอยู่ด้วย”
“แต่แกก็ไม่สมควรบอกความจริงกับนายตะวันอย่างนั้นทันที” น้าแก้วพูดต่อ
“แกหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดความจริงได้นี่นางตุ๊ แกเพียงแต่ทำให้นางทองประศรีได้เจอกับลูก
เท่านั้นก็พอแล้ว ส่วนเรื่องปูมหลังของนายตะวันจะเป็นยังไงนั้น นายตะวันยังเด็กเกินไปที่จะ
รับรู้เรื่องนี้ในเวลานี้ ถึงเวลาที่เหมาะสมเมื่อนายตะวันโตขึ้น คุณอาทิจกับคุณณีเขามีวิธีการที่
จะคุยกับนายตะวันเอง หรือเขาอาจจะไม่ต้องการให้นายตะวันรู้ความจริงเลยก็ได้...แกมันคัน
ไม่เข้าท่า มีเวลาว่างมากนัก ก็หัดช่วยผัวทำงานบ้างซิวะ จิตจะได้ไม่ว่าง ค่อยจัดการชีวิตให้
คนอื่นเขาอยู่ได้ ควรหันมาจัดการกับชีวิตของแกเองบ้างจะดีกว่านะนางตุ๊” น้าแก้วร่ายยาว
เสร็จก็กระแทกเท้าเดินกลับไปด้วยอารมณ์ขุ่น ปล่อยทิ้งให้ตุ๊นั่งกระทืบเท้าเล่า ๆ ด้วยความ
โมโห
“หนอย ถือว่าเป็นคนสนิท คนใกล้ชิดนายอาทิจกับคุณณี ถึงมายืนว่ากูได้ฉอด ๆ จะเหลิงมาก
ไปแล้วนังแก้ว ขนาดคุณย่าตอนมีชีวิตอยู่ยังสั่งให้กูทำงานไม่ได้เลยโว้ย จะมากไปแล้วอีแก่”
.........................................................................................................
การไล่ล่าเสือโครงโดยมีอาทิจเป็นผู้นำยังคงดำเนินต่อไปอย่างรีบเร่ง ในใจของอาทิจขณะนี้
เป็นห่วงตะวันมาก และเมื่อดรุณียังไม่โทรมาบอกว่าตะวันกลับมาบ้านแล้ว เขาก็ยิ่งร้อนใจ
ทำไมตะวันจะต้องมาหายตัวไปในขณะที่มีสัตว์ดุร้ายหลุดออกมาจากป่าในเวลานี้ด้วย
‘ขออย่าให้ตะวันเป็นอะไรเลยนะ’ อาทิจภาวนาในใจ
ขณะที่ในสวนมีการกระจายกำลังไล่ล่าเสือโครง ส่วนที่บริเวณบ้านของดรุณี เรือนพักคน
งานและทั่วบริเวณที่เป็นที่พักอาศัยก็มีการตามหาตะวันกันอย่างวุ่นวาย ขณะเดียวกันกลับ
มีแขกที่เจ้าของบ้านไม่พร้อมที่จะต้อนรับในตอนนี้ ก็พากันมาอีก
เวทางค์นำดนัยและริสา ลงจากรถยต์ เดินสวนกับอึ่งที่ตอนนี้มาช่วยพวกน้าแก้วตามหาตะวัน
ด้วย เวทางค์รู้สึกผิดสังเกตจึงเรียกอึ่งมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นจังหวะเดียวกับน้าแก้วที่วิ่ง
ตามอึ่งมา เพื่อจะถามว่าเจอตะวันไหม แต่น้าแก้วก็ต้องชะงักและมีอารมณ์ขุ่นขึ้นมาทันทีเมื่อ
เห็นแขกทั้งสามคน
‘มากันตอนนี้ทำไมนะ ช่างไม่รู้บ้างเลยว่าเขาไม่พร้อมจะต้อนรับ’ น้าแก้วแอบบ่นในใจ
ยังไม่ทันที่อึ่งจะตอบคำถามของเวทางค์ น้าแก้วก็ส่งเสียงถามอึ่งมาก่อนที่ตัวของหล่อนจะ
เดินเข้ามาใกล้
“เจอนายตะวันไหม ไอ้อึ่ง”
“ยังไม่เจอเลยน้าแก้ว” อึ่งตอบอย่างจนปัญญา
“โธ่นายตะวัน ไปหลบอยู่ไหนนะ” น้าแก้วบ่น
“ตามหานายตะวันกันอยู่เหรอครับ” เวทางค์ถามบ้าง
“ตอนที่ขับรถเข้ามา เห็นมีคนงานหลายคน เหมือนกำลังตามหาอะไรกันอยู่น่ะครับ” ดนัยพูด
“นายตะวันเป็นลูกชายคนโตของคุณอาทิจใช่ไหมค่ะ” ริสาหันมาถามเวทางค์ แต่อึ่งเป็นคน
ตอบเอง พร้อมกับเล่าเรื่องราวให้ฟัง
“ครับ...ตอนนี้นายอาทิจกำลังช่วยกันกับพวกคนงานและเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไล่ล่าเสือโครงที่
หลุดเข้ามาในสวนของเราอยู่น่ะครับ และพอดีนายตะวันก็หนีไปเล่นที่ไหนก็ไม่รู้ ป่านนี้ยังหา
ตัวไม่เจอเลยครับ”
“ตายแล้ว! แล้วทำไงกันค่ะเนี่ย”
“ก็ตามหากันอยู่เนี่ยแหละค่ะ คุณณีก็ไม่เป็นอันทำอะไรเลย สงสารเธอจัง” น้าแก้วพูดพร้อมกับ
ชำเหลืองมองอากัปกิริยาของแขกผู้มาเยือน ว่าจะมีท่าทียังไงบ้างถ้าวันนี้เจ้าของบ้านไม่สะดวก
ที่จะต้อนรับ
“งันเราขึ้นไปหาคุณณีก่อนล่ะกัน แล้วค่อยออกมาช่วยกันตามหาน้องตะวันด้วย ดีไหมค่ะ”
ริสาเสนอความเห็น
“คุณอาทิจอยู่ในสวนใช่ไหมค่ะ”
“ครับ” อึ่งตอบ
“คุณริสา คุณยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่ ปล่อยให้คนใช้เขาหาไปดีกว่าครับ เดี๋ยวก็เจอ คงไม่
ไปเล่นที่ไหนไกลหรอก...แต่...เอ้นั่นซิ มีเสือป่าหลุดออกมาซะด้วย หรือว่านายตะวันจะ
โดนเสือตะคุปไปแล้ว” เวทางค์พูดตามนิสัยเดิมที่แก้ไม่หาย
น้าแก้วและอึ่งไม่พอใจในคำพูดของเวทางค์ และน้าแก้วก็ทนไม่ได้ที่จะให้ทั้งสามคนขึ้น
ไปหาดรุณีในขณะนี้ หล่อนจึงพูดตรง ๆ กับแขกทั้งสาม จะหาว่าหล่อนเสียมารยาทหล่อน
ก็ไม่สนใจ เพราะสิ่งที่หล่อนสนใจคือดรุณีมากกว่า
“พวกคุณค่ะ เออ...น้าแก้วคิดว่าวันนี้คุณณีคงไม่พร้อมที่จะพบใครหรอกค่ะ เธอกำลังเป็น
ห่วงลูกชาย และอีกอย่างคุณอาทิจก็ไม่ว่างด้วย ต้องตามล่าเสือโครงให้ได้เร็วที่สุด น้าแก้ว
คิดว่าพวกคุณค่อยมาใหม่วันหลังดีกว่านะค่ะ”

 

โดย: ศรกล 10 พฤษภาคม 2553 10:31:56 น.  

 

อ่านแล้วน้ำตาจะไหลตอนที่คุณนีเข้าใจความรู้สึกของนายตะวันว่าเป็นส่วนเกินแสดงว่าคุณจอยเก่งสามารถทำให้คนอ่านอินได้แล้วจะรออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ

 

โดย: P&N IP: 58.8.123.232 11 พฤษภาคม 2553 11:16:35 น.  

 

โอ...ชอบบล๊อกนี้จังเลยค่ะ ^^

เพิ่งดูธรณีนี่นี้ใครครองทาง youtube จบเป็นรอบที่ 3
[ตอนดูทางทีวีก็ดูทั้งตอนฉายจริงและรีรัน]

ตอนนี้เลยเกิดอาการคิดถึงพี่อาทิจและน้องณีมากๆ เลย seach หารูปและเรื่องราวเกี่ยวกับละครเรื่องนี้ เลยได้มาเจอบล๊อกนี้ค่ะ :)


ขอบคุณนะคะที่เอาบทสัมภาษณ์มาลงและเขียนภาค 2 มาให้อ่าน
เขียนเก่งจังเลยค่ะ อ่านแล้วนึกภาพตามได้เลย

ขอบคุณมากๆ นะคะ
รักละครเรื่องนี้มากมายจริงๆ ค่ะ ^^

 

โดย: Blue Sky in My Heart IP: 202.176.98.116 13 พฤษภาคม 2553 2:34:45 น.  

 

ขอบคุณ คุณภัทร (P&N)
ที่ค่อยติดตามอ่านมาตลอด
และขอให้ติดตามอ่านเพื่อ
เป็นกำลังใจจนถึงตอนจบ
เลยนะค่ะ

ต้องบอกว่าคุณภัทร เป็นคน
จุดประกายทำให้เกิดงาน
เขียน แผ่นดินนี้รักเราครอง
ขึ้น ขอบคุณ คุณภัทรมาก ๆ ค่ะ

และยินดีต้อนรับ คุณ Blue Sky in My Heart ค่ะ
ดีใจมากที่บล๊อกนี้มีส่วนช่วย
เติมเต็มความสุขให้กับคนที่
รักละครเรื่องนี้เช่นกัน

ละครเรื่องนี้จะอยู่ในใจเรา
ตลอดไป

 

โดย: ศรกล 14 พฤษภาคม 2553 9:04:10 น.  

 

แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 11

ผู้มาเยือนทั้งสามมองหน้ากันและก็ทำตามที่น้าแก้วขอร้องในที่สุด ระหว่างทางที่คณะของเวทางค์
ขับรถออกไปพวกเขาก็เห็นกับเหตุการณ์น่าตื่นเต้น คนงานและเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากำลังปิดล้อมดัก
จับเสือโครงกันอยู่ และดูเหมือนเสือโครงกำลังอยู่ในวงล้อมนั้นแล้ว เสียงตะโกนเอะอะดังไปทั่ว
บริเวณสวนส้ม ทำให้รถของคณะเวทางค์ต้องหยุดจอดเพื่อดูเหตุการณ์อย่างลุ้นระทึกและตื่นเต้น
อาทิจเห็นตัวเสือโครงชัด ๆ แล้ว แต่เขาเล็งปืนยิงยาสลบมาที่มันพลาดไปอย่างหวุดหวิด แต่เจ้าเสือ
โครงก็มีสติเคลื่อนไหวพยายามวิ่งหนีออกจากวงล้อมไปได้อีกไม่กี่นาที มันก็ต้องหมดสติลงเพราะ
ยาสลบที่วิ่งพุ่งมาอย่างรวดเร็วจากปลายกระบอกปืนของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคนหนึ่ง
เมื่อเข้าถึงตัวเสือโครงและจับมันได้ในที่สุด เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าให้การสันนิฐานว่า เจ้าเสือโครงตัวนี้
มันยังไม่ได้กินอะไรหรือทำร้ายคน ทำให้อาทิจโล่งใจขึ้น
อาทิจขับรถกลับมาบ้านเพื่อมาดูความคืบหน้าของตะวัน ขณะเดียวกันเขาก็บอกให้น้าแก้วช่วย
ทำอาหารเย็นเพิ่มเพื่อเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าด้วย อาทิจได้รู้เรื่องของตะวันทั้งหมดจาก
ดรุณีและน้าแก้ว ทำให้อาทิจรีบออกไปตามหาตะวันอีก

ตะวันไม่รู้เรื่องที่มีการจับเสือโครงกัน เพราะเขาเข้ามาหลบอยู่คนเดียวที่โรงเก็บเครื่องมือ เนื่องจาก
เขายังคงตกใจและเสียใจกับความจริงที่ได้รับรู้มาไม่หาย แต่ในที่สุดอาทิจก็มาพบตะวันที่นี่
“ตะวัน ตะวัน ลูกอยู่ในนี่หรือเปล่า” อาทิจร้องเรียก ส่วนตะวันได้ยินเสียงเรียกเขาค่อย ๆ ขยับตัวลุก
ขึ้นยืน ทำให้อาทิจเห็นเขาชัดขึ้น อาทิจยิ้มอย่างเข้าใจ เดินเข้ามาหาตะวันและลูบหัวเด็กน้อยเบา ๆ
พร้อมกับนั่งยอง ๆ ลงเพื่อให้ระดับตัวของเขาสูงเท่าตะวันที่ยืนอยู่
“ตะวัน ลูกกำลังเสียใจใช่ไหม” อาทิจถามแต่ตะวันก้มหน้านิ่ง
“พ่อกับแม่เข้าใจความรู้สึกของตะวันในตอนนี้ดีนะ” อาทิจหยุดพูดนิดหนึ่งเพื่อสำรวจความรู้สึก
ของตะวัน และพูดต่อ
“ต่อไปนี้เมื่อตะวันได้รู้ความจริงที่ตะวันไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของพ่อกับแม่แล้ว ตะวันยังคงเชื่อใจพ่อกับ
แม่อยู่ไหม...” อาทิจรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ในลำคอ จนทำให้เสียงเขาสั่นเล็กน้อย
“เชื่อใจว่าพ่อกับแม่ยังรักตะวันเหมือนเดิมและเท่าเดิม ตะวันจะเชื่อพ่อกับแม่ได้ไหมลูก”
ตะวันเงยหน้าขึ้นมองอาทิจด้วยแววตาเศร้า น้ำตาคลอเล็กน้อย ต่อหน้าพ่ออาทิจเขาจะต้องเข้มแข็ง
ตามที่พ่ออาทิจเคยสอนเสมอว่าเป็นลูกผู้ชายต้องเข้มแข็งไม่ร้องไห้หรืออ่อนแอต่อสิ่งใด ๆ โดยง่าย
ต้องให้เกียรติผู้หญิงและให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่อ่อนแอกว่าตนด้วย อาทิจลูบหัวเด็กน้อยช้า ๆ เบา ๆ
“ฟังพ่อนะตะวัน สิ่งหนึ่งที่ลูกต้องเข้าใจ นั้นก็คือคนเราทุกคนไม่สามารถเลือกเกิดได้ เหมือนเช่น
ตะวันในตอนนี้ที่ไม่สามารถเลือกเกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่ได้ แต่พ่อกับแม่ก็เลือกที่จะรับตะวัน
มาเป็นลูกของพ่อกับแม่ เป็นพี่ชายของน้องปราย ตะวันจึงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เป็นลูกของ
พ่อกับแม่อีกคนหนึ่ง ที่จะรักตะวันไม่น้อยไปกว่าลูกคนไหนเลย และเมื่อคนเราเลือกเกิดกัน
ไม่ได้แต่เราสามารถที่จะเลือกให้ตัวเรามีความสุข และเป็นคนดี มีประโยชน์ได้นะลูก ...สิ่งสำคัญก็
คือการที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ต่างหาก ที่จะทำให้ตัวเราได้พัฒนาชีวิตของเรา ไม่ต้องใช้ชีวิตตาม
สัญชาตญาณอย่างสัตว์ไงลูก พ่อกับแม่อยากให้ตะวันทำหน้าที่ของตะวันในตอนนี้ให้ดีที่สุด

อย่ามาคิดเสียใจกับกำเนิดของตัวเองเลยนะ มันไม่มีประโยชน์อะไร สิ่งที่ลูกต้องทำคือรับผิดชอบ
หน้าที่ของลูก เป็นลูกที่ดีของพ่อกับแม่ และเป็นเด็กดีของทุกคน ที่สำคัญที่สุดขอให้ลูกมั่นใจพ่อกับ
แม่ว่ายังรักลูกไม่เคยเปลี่ยนแปลง และไม่น้อยไปกว่าน้อง ๆ...” อาทิจยื่นมือไปหาตะวันเพื่อขอ
สัญญา
“สัญญากับพ่ออย่างลูกผู้ชายได้ไหม ว่าตะวันจะเชื่อใจพ่อกับแม่และไม่คิดว่าตัวเองเป็นส่วนเกินอีก
ให้คิดเสมอว่าตัวตะวันเป็นลูกชายคนโตที่จะทำหน้าที่เป็นพี่ที่ดี เป็นตัวอย่างที่ดีแก่น้อง ๆ และ
ปกป้องคุ้มครองน้องต่อไปแทนพ่อกับแม่ ได้ไหมลูก”
ตะวันยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลคลอออกมาเล็กน้อย และยื่นมือไปจับมือกับพ่อเพื่อยอมรับคำ
สัญญา
“ครับพ่อ ผมจะเป็นเด็กดี และจะดูแลน้อง ๆ ครับ” ตะวันให้สัญญาและโผเข้ากอดอาทิจที่อ้าแขนรับคอยอยู่ก่อนแล้ว
อาทิจตั้งใจเสมอมา ว่าจะพยายามปลูกฝั่งให้ตะวันโตขึ้นเป็นคนที่มีคุณภาพมีคุณธรรม รู้หน้าที่ และ
รู้รับผิดชอบ เป็นพี่ชายคนโตที่เป็นตัวอย่างที่ดีและเป็นที่พึ่งพาของน้อง ๆ ได้ อย่างเช่นตัวเขาเองที่
ทำหน้าที่พี่ชายคนโตอย่างดีมาตลอด จนกระทั่งสามารถส่งเสียให้น้อง ๆ ทุกคนเรียนจนจบและมี
งานทำ พัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองและสังคมได้ต่อไป แม้ตะวันจะไม่ต้องลำบากมากเท่ากับตัว
เขาที่เป็นมา แต่ตะวันจะเป็นพี่ชายที่ดีและเป็นที่พึ่งพิงได้สำหรับน้อง ๆ เสมอ ยามที่พ่อกับแม่แก่เฒ่า
ลง หรือตายจากไป

ต้นกำเนิดของมนุษย์เรานั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือการถามตัวเองว่า “เราเกิดมาทำไม”
มนุษย์ควรเกิดมาเพื่อกำหนดทิศทางชีวิตของตัวเอง ออกแบบชีวิตของตัวเองด้วยศักยภาพของมนุษย์
ที่สามารถพัฒนาตัวเองซึ่งอยู่เหนือสัญชาตญาณแห่งสัตว์โลกอื่น ๆ


สองพ่อลูกพากันเดินจูงรถจักรยาน มุ่งหน้ากลับบ้านเพื่อไปหาดรุณีที่คอยอยู่ด้วยความห่วงใย ใน
บรรยากาศยามเย็น แสงอาทิตย์อ่อนลงหลังจากที่มันท่อแสงหนักแน่นมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง
เพื่อให้การทำกิจกรรมในวันนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น และสำเร็จเสร็จสิ้นลง...
ตะวันมายืนปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอนให้ดรุณีเห็น โดยมีอาทิจยืนจับไหล่เขาอยู่
เบื้องหลัง เมื่อดรุณีหันมาเห็น เธอก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ตะวันรีบวิ่งเข้ามากอดดรุณี เธอสวมกอด
ตะวันด้วยความดีใจและโล่งใจ
“อย่าทำอย่างนี้อีกนะลูก รู้ไหมว่าใคร ๆ พากันเป็นห่วง...มีอะไรที่ทำให้ตะวันรู้สึกว่าพ่อกับแม่รัก
ตะวันน้อยลงหรือเปล่า” ดรุณีพูดปนร้องไห้ อาทิจสั่งเกตว่าภรรยาของเขาตั้งครรภ์คราวนี้ดูเธอ
อ่อนแอกว่าตอนท้องนอนปรายมากนัก ทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงไม่น้อย
“ขอให้ตะวันเชื่อใจพ่อกับแม่นะ ว่าพ่อกับแม่รักลูกไม่น้อยไปกว่าน้อง ๆ เลย อย่าคิดว่าตัวเองเป็น
ส่วนเกิน แต่ให้คิดไว้เสมอว่าตะวันเป็นส่วนหนึ่งและเป็นส่วนสำคัญในครอบครัวของเราที่จะคอย
ดูแลน้อง ๆ ช่วยพ่อกับแม่นะลูก”
“แม่ครับ ผมจะเลิกคิดว่าตัวเองไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่แล้วครับ ผมจะช่วยแม่เลี้ยงน้องครับ” ตะวัน
พูดพลางเอามือป้อม ๆ สั้น ๆ เช็ดน้ำตาให้ดรุณี
“แม่อย่าร้องไห้อีกนะครับ ผมสัญญาจะไม่ทำให้แม่ร้องไห้อีก”
อาทิจเดินเข้ามาและนั่งลงข้าง ๆ โอบกอดทั้งดรุณีและตะวัน ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกโอบกอดกันอยู่
กลางห้อง
เมื่อความเศร้าค่อยจางลง ความรัก ความเข้าใจ และความอบอุ่นกลับคืนมาในใจของตะวัน
เหมือนเดิม อาทิจจึงบอกกับตะวันว่า
“ตะวัน อย่างหนึ่งที่พ่อกับแม่อยากให้ตะวันจำไว้คือความกตัญญูนะลูก...เมื่อตะวันรู้แล้วว่าใครเป็น
แม่ที่แท้จริงของตะวัน ตะวันก็ควรเคารพและให้ความรักกับเขาด้วย เพราะเขาเป็นคนให้ชีวิตแก่เรา
เข้าใจไหม”
“แม่อนุญาตให้ตะวันไปเยี่ยม ไปหาแม่ทองประศรีเขาได้นะจ๊ะ อย่าไปรังเกียจเขา ที่เขาเป็นอย่างนี้
เพราะว่าเขาไม่สบาย เวลาตะวันว่าง หรือทำหน้าที่ของตะวันเสร็จแล้ว ตะวันก็ขี่จักรยานไปนั่งคุย
เป็นเพื่อนแม่ทองประศรีเขาบ้าง เขาจะได้ไม่เหงาและอาจจะหายป่วยเร็วขึ้นก็ได้นะลูก” ดรุณีลูบหัว
ตะวันอย่างเอ็นดู ส่วนตะวันรับฟังอย่างตั้งใจ
“เป็นเด็กดีต้องมีความกตัญญูรู้คูณด้วย รู้ไหมตะวัน” อาทิจพูดต่อ
“ครับ ผมจะทำทุกอย่างที่พ่อกับแม่บอกครับ” ตะวันรับคำ ยิ้มออก มีแววตากลับมาสดใสและกระ
ตือรื้อร้นเหมือนเดิม พลอยทำให้อาทิจและดรุณียิ้มอย่างพอใจไปด้วย
อาทิจโอบดรุณีกระชับขึ้นเป็นการปลอบโยนให้หล่อนคลายกังวลและเชื่อมั่นในตัวตะวัน ว่าเด็กชาย
ที่มีแววดีคนนี้ และได้รับการปลูกฝั่งที่ดี คงจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไปในอนาคต

อาทิจและดรุณีคิดว่า การเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็กคนหนึ่ง ให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพก็
เหมือนกับการปลูกต้นไม้หนึ่งต้น เขาผ่านการปลูกและดูแลต้นไม้มาจนนับไม่ถ้วน ตอนนี้เขาและ
เธอกำลังจะปลูกและเลี้ยงดูต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่มี เลือดเนื้อ ความคิดและหัวใจ ซึ่งต้องการความรัก
ความเข้าใจ และความอบอุ่นแทนน้ำและดิน นอกจากน้ำและดินที่อุดมสมบูรณ์แล้ว การให้ปุ๋ยก็
เปรียบเสมือนการปลูกฝั่งสิ่งดีงามให้มีคุณภาพและมีคุณธรรมในต้นไม้ชนิดพิเศษนี้ ต้นไม้ชนิดนี้จึง
ต้องการ การดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษมากกว่าการปลูกต้นไม้ทั่วไปอย่างที่อาทิจเคยปลูกมา
อาทิจและดรุณียังจำคำสอนของคุณย่าได้ดี คุณย่าเคยบอกว่าให้คนเราทำตัวให้ได้อย่างต้นไม้


 

โดย: ศรกล 14 พฤษภาคม 2553 9:30:28 น.  

 

ก็ต้องขอขอบคุณคุณจอยเช่นกันที่ทำให้ได้อิ่มเอมกับความประทับใจในละครเรื่องนี้อย่างมิรู้ลืมเชียวล่ะและแถมยังได้อ่านบทประพันธ์ต่อเนื่องอย่างที่เคยฝันไว้ขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ทำให้เราอยากให้มีเกิดขึ้นเป็นจริงและที่สำคัญคำพูดและความหมายที่เขียนในบทที่11นั้นกลั่นกรองมาจากใจนักเขียนจริงๆทำให้เรารักแผ่นดินนี้มากขึ้นแผ่นดินของคุณย่าแดง...คุณจอยรู้ตัวมั้ยว่าคุณมีพรสวรรค์มากเก่งขึ้นยิ่งอ่านยิ่งไม่อยากให้จบเลยขอบคุณอีกครั้งกับความสุขเล็กๆความสุขน้อยๆ

 

โดย: P&N IP: 58.8.239.137 17 พฤษภาคม 2553 21:25:27 น.  

 

ตอนที่ 12 นี้ยาวหน่อยนะค่ะ มีความรู้สึกว่าเป็นตอนที่เขียนยากด้วย
คงเป็นเพราะเปิดโทรทัศน์ติดตามดูสถานการณ์บ้านเมืองไปด้วย
ช่วงที่เขียนนี่ประสาทสัมพันธ์ต่าง ๆ ตีกันยุ่งเลย
ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อมูลที่เขียนมีส่วนผิดพลาดยังไง ขออภัยไว้ ณ ที่นี่
ด้วยค่ะ


แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 12

เวลาเริ่มเย็นมากแล้ว แจ๋วมาพาตะวันไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวรับประทานอาหารเย็น รวมทั้งบอก
อาทิจและดรุณีว่าเวทางค์ ดนัย และริสา มาพบ ดรุณีนั้นยังรู้สึกไม่พร้อมจะต้อนรับแขกประกอบกับ
ตุลยานีไม่ได้มาด้วย จึงง่ายกับการปลีกตัว
“พี่อาทิจค่ะ ณีไม่ออกไปล่ะกันนะค่ะวันนี้”
“ก็ได้จ๊ะ พี่เข้าใจน้องณี”
“เห็นน้าแก้วบอกว่า เย็นนี้ พี่อาทิจให้แกเตรียมอาหารเย็นเผื่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าด้วยเหรอค่ะ”
“จ๊ะ พี่อยากเลี้ยงข้าวเย็นตอบแทนพวกเขาหน่อยที่มาช่วยกันจับเสือให้เรา รวมทั้งคนงานคนอื่น ๆ
ด้วย”
“งันก็ต้องเตรียมอาหารกันที่ลานจัดเลี้ยง เพราะมีหลายคน พี่อาทิจคงไม่ว่าณีนะค่ะที่ณีไม่ได้ลงไป
ช่วยต้อนรับด้วย” ดรุณีกำลังรู้สึกว่าเธอควรจะออกไปช่วยสามีต้อนรับแขก ที่มีเวทางค์ ดนัย
และรสาร่วมด้วย อาทิจยิ้มอย่างอ่อนโยนแม้ในใจของเขาจะอยากให้ดรุณียืนเคียงข้างเขาอยู่
ตลอดเวลา แต่วันนี้เธอดูเหนื่อยและเป็นห่วงกังวลกับตะวันมาทั้งวันแล้ว เขาจึงอยากให้เธอได้
พักผ่อนเหมือนกัน อาทิจคลำท้องดรุณีเบา ๆ และถามว่า
“วันนี้ลูกดิ้นมากไหม น้องณี”
ดรุณียิ้มมองหน้าเขา
“ดิ้นค่ะ พอ ๆ กับทุกวัน”
อาทิจตะเคียงหูแนบกับท้องของดรุณี ทำให้เธอหัวเราะเบา ๆ
“วันนี้จะบอกอะไรกับลูกอีกล่ะค่ะ”
เขาโอบรอบเอวดรุณีและได้โอกาสหนุนศีรษะบนตักเธอ ยืดขานอนเยียดยาว หลับตานอนยิ้มโดยดึง
มือของดรุณีมากอดกุมไว้บนอก
“พี่จะบอกกับลูกว่า พ่ออยากให้แม่เขาไปต้อนรับแขกกับพ่อด้วย แต่พ่อรักและเป็นห่วงแม่เขามาก
พ่อเลยต้องจำใจไปคนเดียว พ่อเหงานะเนี่ย เวลาทำอะไรแล้วไม่มีแม่เขาอยู่ข้าง ๆ”
ดรุณีอมยิ้ม ลูบผมหยักโศกของอาทิจเบา ๆ ด้วยความรัก เธอคิดในใจถ้าลูกคนนี้ของเธอคลอด
ออกมาเป็นผู้ชายก็คงดี เขาจะได้เป็นผู้ชายที่น่ารักและอบอุ่นอย่างพ่อของเขา
“พี่อาทิจ ลุกเถอะค่ะ ลงไปดูแลแขกข้างล่างเถอะ”
อาทิจลืมตาขึ้นมองหน้าดรุณี เขายังอยากจะนั่งพักผ่อนอยู่กับเธออีกสักพัก เพราะวันนี้เขาเหนื่อย
มากมาทั้งวัน อาทิจขยับตัวลุกขึ้นและกอดดรุณีไว้ ศีรษะเขาหนุนซบอยู่บนไหล่เธอ
“ถ้าวันนี้ไม่มีใครมาหาเราก็ดีซิเนอะน้องณี”
ดรุณีเข้าใจดีว่าอาทิจหมายถึงผู้มาเยือนสามคนนั้นที่แจ๋วมาบอก ส่วนอาทิจกำลังคิดว่าวันนี้เขาต้อง
ต้อนรับกลุ่มบุคคลที่มีอุดมการณ์ต่างกันสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งที่ทำหน้าที่ป้องกันพิทักษ์รักษาป่าไม้
และสัตว์ป่า ดูแลอนุรักษ์ให้ป่าไม้และสัตว์ป่าคงอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ต่อไป รวมทั้งช่วยดูแลพืชผล
ของชาวบ้านเกษตรกรจากสัตว์ป่าที่บางทีหลงเข้ามา พวกเขาทำงานด้วยใจรักและพูกพันธ์กับป่าไม้
มาช้านาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้หลายคนที่เป็นลูกหลานของคนงานในสวน
ของอาทิจและดรุณี เจ้าหน้าที่เหล่านี้เป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราวของระบบราชการ ที่ไม่มีสวัสดิการ
อะไรให้ มีเพียงเงินเดือนไม่กี่พันบาท ไม่คุ้มกับการปฏิบัติงานที่ต้องเสี่ยงต่ออันตรายและไม่เคยมี
วันหยุดพัก โดยออกพื้นที่ลาดตระเวนอยู่ตลอดเวลา พวกเขาเปรียบเสมือนผู้ปิดทองหลังพระอย่าง
แท้จริง ส่วนอีกกลุ่ม เป็นกลุ่มนายทุนกวานหาซื้อที่ดินของชาวบ้านมาทำธุรกิจรีสอร์ต โรงแรม และ
สนามกอล์ฟ เพื่อธุรกิจการท่องเที่ยว แต่บางทีคนกลุ่มนี้ก็อาศัยช่องทางลัด ติดสินบนเจ้าหน้าที่ของ
รัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งพื้นที่ดินในเขตป่าสงวนหรือพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ อาทิจไม่ได้มีอคติกับอุดม
การณ์หรือจุดมุ่งหมายของคนกลุ่มหลัง ถึงแม้พวกเขาจะมีอุดมการณ์ต่างจากอาทิจ เพราะการทำ
ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ตก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่รองรับและส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้และ
ประโยชน์ต่อประเทศมากมายมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าอาชีพเกษตร แต่อาทิจอยากให้ธุรกิจนี้มี
ความสมดุลกับทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีอยู่ โดยที่ป่าไม้และพื้นที่ทำการเกษตรไม่ถูกทำลายหรือ
ถูกเบียดเบียนโดยวิธีการทุจริตของกลุ่มนายทุนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

“เอาเถอะค่ะ ยังไงวันนี้พี่อาทิจก็ยังมีเพื่อน ๆ อีกหลายคนที่อยู่คุยด้วย ไม่น่าเบื่อหรอกค่ะ”
“นี่พี่ต้องต้อนรับคนสองกลุ่มที่มีอุดมการณ์ตรงข้ามกันซินะ”
“แล้วณีขอสั่งห้ามเลยนะค่ะ ว่าไม่ให้พี่อาทิจเข้าไปลาดตะเวนในป่ากับเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีก”
อาทิจเคยเข้าไปลาดตะเวนในป่าตอนกลางคืนกับเพื่อนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากลุ่มนี้ร่วมกับต๊อด อึ่ง
และพัน มาสองสามครั้ง จนทำให้ดรุณีเป็นห่วงจนนอนไม่หลับ
“จ้า จะยกให้เป็นเมียหรือเป็นแม่ดีเนี่ย” อาทิจมองหน้าดรุณี ยิ้มล้อเธออย่างถูกใจ จนถูกดรุณีค้อนให้
.........................................................................................................
เวทางค์ ดนัย และริสา รู้ว่าจับตัวเสือโครงได้แล้ว พวกเขาจึงแวะกลับเข้ามาอีก จิ๋วยกน้ำมารับรอง
คณะของเวทางค์ โดยบอกว่าอาทิจกับดรุณีเชิญทั้งสามอยู่รับประทานอาหารเย็นด้วยกัน ริสาจึงถาม
ว่าหาตัวตะวันเจอหรือยัง
“เจอแล้วค่ะ นายตะวันหนีไปเล่นอยู่ในโรงเก็บเครื่องมือ ตอนนี้กำลังจัดการให้อาบน้ำเตรียมตัวทาน
ข้าวเย็นค่ะ” จิ๋วตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“หายห่วงไป...แล้วนี่น้องณีกับนายอาทิจจะลงมาหรือยัง” เวทางค์ถาม
“เดี๋ยวลงมาค่ะ วันนี้นายอาทิจให้ทำอาหารไว้เยอะเพื่อเลี้ยงเพื่อน ๆ ป่าไม้ของนายอาทิจ และพวก
คนงานที่ช่วยกันจับเสือ นายอาทิจกับคุณณีจึงเชิญพวกคุณให้อยู่ทานอาหารเย็นด้วยกันไงค่ะ” จิ๋วทำ
หน้าที่เสร็จก็ออกไป ดนัยจึงพูดขึ้นหลังอยู่กันสามคน
“ถ้าคุณอาทิจกับคุณณี เขายอมแบ่งขายที่ดินให้เรา จะดีมาก เพราะสภาพอากาศและภูมิทัศน์ในพื้นที่
บริเวณนี้ดีจริง ๆ”
“คุณเวทางค์คิดว่า เขาจะยอมแบ่งไหมค่ะ” ริสาถามขึ้นบ้าง
“ผมตอบตามตรงนะ ว่าผมเองก็ไม่มั่นใจ เรื่องอย่างนี้ต้องมีการลองพูดคุยกันก่อนหลาย ๆ ครั้งน่ะ
ครับ” เวทางค์ตอบ
“ริสาอยากลองเข้าไปดูพื้นที่ในสวนต่าง ๆ ที่คุณอาทิจเขาทำอยู่ว่าเป็นยังไงบ้าง รวมถึงพื้นที่
บางส่วนที่คุณอาทิจยังมีอยู่”
“นั่นซิ แต่วันนี้เห็นทีจะพูดถึงเรื่องนี้ไม่สะดวกซะแล้ว เพราะเห็นเด็กบอกว่าจะมีเพื่อน ๆ ของเขามา
ร่วมด้วย” ดนัยพูด
ทั้งสามคนไม่รู้ว่าอาทิจได้ยินการสนทนาของพวกเขาแล้ว อาทิจก้าวเข้ามาในห้องรับแขกโดยไม่
แสดงให้รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องที่ทั้งสามคุยกัน
“สวัสดีครับ ขอโทษที ที่ปล่อยให้รอ คือพอดีวันนี้น้องณีเธอไม่ค่อยสบาย ผมก็เลยอยู่ดูแลเธอหน่อย
ทำให้เข้ามาต้อนรับช้าไปนิดหนึ่ง” อาทิจอธิบาย และพูดคุยกันต่อไปอีกสักพักไม่นานนัก อาทิจก็
เชิญให้ทุกคนลงไปรับประทานอาหาร เพราะอาทิจนั้นอยากจะลงไปคุยกับเพื่อน ๆ มากกว่า

ที่ลานจัดเลี้ยง ซึ่งเป็นพื้นปูนเทลาดผสมกับก้อนหินเกลี้ยง มีเก้าอี้ซึ่งต่อขึ้นมาเป็นม้าไม้ยาวสูงจาก
พื้นประมาณครึ่งเมตร หนึ่งตัวสามารถนั่งได้ประมาณสามถึงสี่คน และม้าไม้แต่ละตัวจะอยู่ห่างกัน
ประมาณหนึ่งเมตร วางเรียงเป็นวงกว้างโดยรอบพื้นปูน ตรงกลางของลานปูนมีโต๊ะไม้หนาขนาด
ใหญ่สองตัววางต่อกันปูด้วยผ้าปูสีสะอาดตาสำหรับว่างถาดอาหารต่าง ๆ และเครื่องดื่ม ให้ทุกคนมา
เลือกตักอาหารกันตามใจชอบ วันนี้คนงานส่วนใหญ่จึงต้องย้ายจากการกินข้าวในเรือนพักคนงาน
มากินกันที่ลานจัดเลี้ยง โดยน้าแก้วทำอาหารในปริมาณที่มากขึ้น และเพิ่มเมนูใหม่เข้ามาอีกสอง
สามอย่าง
น้าแก้วยังคงทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี โดยไม่ขาดตก ถึงแม้แกจะไม่ชอบเวทางค์นัก แต่แกก็สั่งให้จัด
โต๊ะพิเศษต่างหากไว้ให้สำหรับพวกเขา และเพิ่มอีกหนึ่งที่สำหรับอาทิจด้วย น้าแก้วรู้ดีว่า ถ้าวันนี้
เวทางค์ไม่พาเพื่อนมา นายอาทิจของน้าแก้วก็จะนั่งล้อมวงกินข้าวกับพวกคนงานและเพื่อน ๆ
เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตักข้าว ตักกับ หม้อเดียวกันกับคนงาน เพราะอาทิจเป็นกันเองกับพวกลูกน้องตั้งแต่
ไหนแต่ไรแล้ว แต่อาทิจก็ไม่ได้นั่งโต๊ะที่น้าแก้วจัดไว้ให้นานนัก เขานั่งคุยอยู่พอสมควรเพื่อมารยา
ของเจ้าของบ้าน แล้วก็ขอตัวมาล้อมวงคุยกับเพื่อน ๆ ป่าไม้และคนงาน ริสาและดนัยคิดว่าคงต้องมา
ที่นี่อีกหลายหน ดูท่าทางเจ้าของที่ดินจะมุ่งมั่นกับอุดมการณ์ของเขามาก ริสาเคยพบเจอผู้ชายมา
หลายประเภท หลายแนว แต่ผู้ชายอย่างอาทิจที่มีพร้อมทุกอย่างทั้งรูปร่างหน้าตา ความรู้ ความ
สามารถ และทรัพย์สมบัติ แต่กลับสมถะติดดิน ดูมุ่งมั่น มั่นคงและมีอุดมการณ์ ริสายังไม่เคยเจอ
เธอรู้สึกอิจฉาผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างผู้ชายคนนี้จัง
.........................................................................................................
หลังจากที่ทุกคนอิ่มอร่อยกับอาหารเย็นและต่างพากันกลับไปหมดแล้ว โดยกลุ่มสุดท้ายที่กลับคือ
พวกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งได้เวลาออกลาดตะเวนต่อพอดี เหลือเพียงอาทิจ ต๊อด อึ่ง และพันที่ยังนั่ง
ตากลมกันอยู่ ต๊อดจึงถามอาทิจว่าเมื่อไหร่จะได้ไปออกลาดตะเวนในป่ากันอีก
“พวกแกอยากไปก็ไปกันซิว้ะ จะมารอฉันทำไม” อาทิจตอบ
“โธ่! นาย นายไม่ไปด้วยมันจะสนุกตรงไหนล่ะ มันก็ไม่ครบทีมน่ะซิ” อึ่งแย้ง
“คุณณีเขาเป็นห่วง ฉันไม่อยากทำให้เขาไม่สบายใจ”
“เนี่ย นะ ไอ้อึ่ง ไอ้พัน คนมีเมียก็เป็นเงี่ยะ เกรงใจหรือว่า...” และทั้งสามก็ประสานเสียงพร้อมกัน
“กลัวเมียก็ไม่รู้” ต๊อด อึ่ง และพัน แซวอาทิจกันอย่างสนุกสนาน ทั้งสี่คนนอกจากจะเป็นเจ้านาย
และลูกน้องกันแล้ว อีกสถานะหนึ่งก็เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ๆ
“หนอย ไอ้ต๊อดทำเป็นปากดี อย่ามาหัวหดให้เห็นตอนมีเมียล่ะกัน” อาทิจเถียง “รวมทั้งแกสองตัว
ด้วย ไอ้อึ่ง ไอ้พัน”
“งันไอ้ต๊อด เอ็งเดินตามรอยนายไปก่อนล่ะกัน ส่วนข้ากับไอ้อึ่ง ขอเป็นอิสระอีกสักพักดีกว่าว้ะ”
พันหัวเราะร่วน
“เออนาย...ว่าแต่คุณเวทางค์เขาพาเพื่อนมาทำไมล่ะนาย” อึ่งถาม
“คงจะมาดูที่และจะขอแบ่งซื้อน่ะแหละ” อาทิจตอบแบบเนือย ๆ
“แล้วนายว่าไง” ต๊อดถาม
“เขายังไม่ได้บอกกับฉันตรง ๆ แต่ฉันก็รู้แล้ว...ฉันไม่อยากขาย พวกแกก็รู้ที่ดินบางส่วน ฉันก็ให้คน
ของเราใช้ทำมาหากินเพาะปลูกตามความถนัดของพวกเขาเอง จะให้ฉันเอาที่คืนเพื่อมาขายให้พวก
นายทุน แล้วคนพวกนั้นจะทำไง ต้องไปหาเช่าที่คนอื่นที่คิดราคาแพง ๆ เหรอ”
ต๊อด อึ่ง และพัน รู้ดีว่า อาทิจให้ที่ดินบางส่วนแม้จะไม่มากนัก แกคนงานบางคนที่ทำงานกับคุณย่า
มาตั้งแต่สมัยที่คุณย่าบุกเบิกที่ดินใหม่ ๆ โดยไม่คิดค่าเช่าแม้แต่บาทเดียว ทั้ง ๆ ที่พวกเขาพยายามจะ
ให้ค่าเช่าอาทิจยามที่ขายผลผลิตได้ แต่อาทิจก็ไม่รับ ความมีน้ำใจและรักในอาชีพเกษตรอย่างจริงจัง
ของอาทิจ ทำให้ทั้งสามคนรักและศรัธราในตัวของอาทิจ
ต๊อด อึ่ง และพันคิดว่า ถ้าอาทิจทำอย่างเศรษฐีที่ดินคนอื่นป่านนี้อาทิจคงร่ำรวยกว่านี้อีกหลายเท่า
แต่นายของพวกเขาคนนี้ หยุดอยู่ตรงความพอและการช่วยเหลือแบ่งปัน

 

โดย: ศรกล 24 พฤษภาคม 2553 14:36:47 น.  

 

ฝันดีนะคะพี่จอย



 

โดย: mesaya 25 พฤษภาคม 2553 18:06:12 น.  

 

ขอบคุณสำหรับรูปสวยๆที่ทำ กุ้งแอบเอาไปแปะตามทู้ต่างๆนะคะ หวังว่าคงไม่ว่าอะไร เพราะใจดริวกันอยู่แล๊วววว

 

โดย: High Flyer IP: 219.127.227.66 26 พฤษภาคม 2553 19:36:16 น.  

 

ตามสบายเลยค่ะคุณกุ้ง
ใจดริวกันอยู่แล้วเนอะ

แฮะ ๆ คุณภัทรเล่นชมอย่าง
นี้ตัวลอยอีกแล้ว

เป็นความฝันอันหนึ่งที่ตอน
เด็กคิดไว้ว่าอยากเป็นนัก
เขียนค่ะ

แม้วันนี้ความฝันจะไม่ได้
เป็นจริง แต่ก็ได้ทำในสิ่งที่
ตัวเองชอบ เมื่อทำแล้วมี
ความสุข รู้สึกว่าเรามีสมาธิ
กับสิ่งที่เราทำอยู่จริง ๆ

อย่างที่เคยอ่านในหนังสือ
เล่มหนึ่งค่ะ เขาบอกว่าถ้า
เรารักและสนใจทำสิ่งใด เรา
จะมีสมาธิกับสิ่งที่เราทำอยู่

อันนี้สามารถนำไปใช้ได้นะ
ค่ะ ในเรื่องของความโกรธ
ถ้าเรามีอารมณ์โกรธ หรือ
อารมณ์ขุ่นมัว ลองหาอะไร
ที่เป็นสิ่งที่เราชอบหรือสนใจ
ทำความโกรธและอารมณ์
ขุ่นมัวต่าง ๆ ก็จะเบาบางลง
ค่ะ





 

โดย: ศรกล 27 พฤษภาคม 2553 12:16:23 น.  

 

เห็นด้วยอย่าแรงค่ะ อิอิ
แล้วจะแวะมาใหม่นะคะ

 

โดย: High Flyer IP: 202.128.66.58 27 พฤษภาคม 2553 14:45:41 น.  

 

ได้แอบไปอ่านในพันธ์ทิพย์เห็นคุณจอยเชียรคุณไตรภพกับคุณภัทรลดาให้กลับมาเจอกันแต่เราอยากให้กลับมาเจอกับน้องณีอีกสักครั้งถึงแม้นเธอจะย้ายช่องไปแล้วแต่ก็มีข่าวจะย้ายกลับมาช่วยเชียรหน่อยนะคะเผื่อว่าจะเข้าตาผู้จัดสักคน

 

โดย: P&N IP: 58.11.73.208 27 พฤษภาคม 2553 16:29:38 น.  

 

จริงด้วย เข้ามาblog นี้ แล้วชื่นใจ สุขใจ เพราะได้เห็นANDREW GREGSON ในบรรยากาศสวนสวย ดูสบายๆ เฮ้อ....คิดถึง ANDREW จัง..ดูซ้ำๆทุกเรื่องที่Andrewแสดง เขาเข้าถึงทุกบทบาท เป็นนักแสดงมืออาชีพจริง และเป็นนักแสดงคนเดียวที่ไม่เคยมีข่าวเสียหาย รักAndrew มากที่ซู้ด.....

 

โดย: nap IP: 115.87.102.118 29 พฤษภาคม 2553 14:02:47 น.  

 

อยากเห็นAndrew แสดงกับบัว อีกสักครั้งเป็นรักแบบกุ๊กก๊กๆ หรือถ้าแสดงกับแอน ทองประสงค์ ต้องแบบพ่อแง่แม่งอนน่าจะดี ฮิๆ

 

โดย: nap IP: 115.87.102.118 29 พฤษภาคม 2553 14:10:07 น.  

 

คุณภัทรค่ะ เรื่องที่ป๊อกจะย้าย
กลับมาช่อง 3 คงเป็นไปไม่ได้แล้วค่ะ
เพราะเธอเพิ่งให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานนี้
ว่าไม่ย้าย เป็นเพียงข่าวที่เขียนกันไปเอง และ
ยังอยากที่จะเซ็นสัญญากับ
ช่อง 7 ต่อไปอีก

จริง ๆ อยากเห็นดริวเล่นในบทอย่าง
พี่อาทิจอีก อยู่กับธรรมชาติ
บทสบาย ๆ ส่วนนางเอกก็อยาก
ให้เป็นคนที่เคยเล่นกันมาก่อน
เช่น เชอร์รี่ เจนี่ ป๊อก ริต้า
ถ้านางเอกที่ไม่เคยเล่นด้วยกัน
ก็อยากให้เป็นแอฟ แอน หรือน้องมาร์กี้ ก็ได้ค่ะ

หยุด 3 วันตั้งใจว่าจะเขียนตอนที่ 13 ต่อ
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เขียนเพราะมัวแต่เที่ยวเพลิน
บอกใบ้นิดหนึ่งว่าตอนท้าย ๆ จะออกเศร้า ๆ หน่อยนะค่ะ

สุดท้าย ยินดีต้อนรับคุณ nap นะค่ะ


 

โดย: ศรกล 31 พฤษภาคม 2553 9:20:06 น.  

 

อันนี้ภาพใหญ่ ทำเป็นภาพ wallpaper

 

โดย: ศรกล 31 พฤษภาคม 2553 12:59:03 น.  

 

ยังหลงอยู่อีกรูปค่ะ ชอบ
สายตาพี่อาทิจที่มองน้อง
ณีตอนนี้มาก

 

โดย: ศรกล 31 พฤษภาคม 2553 13:06:28 น.  

 

อ่านแล้วขนลุกนำหน้าก่อนเลยพอคุณจอยบอกว่ามีเศร้าใจไม่ดีเลยคิดไปก่อนเลยว่านายตะวันอาจเป็นอะไรไปแต่ก็แอบปลอบใจไปว่าได้อาทิจจูเนียร์ฝาแฝดมาแทนค่อยโล่งใจหน่อยอ้าวฝันไปอีกแล้วขอโทษทีก้าวก่ายเกินไปหน่อยคุณจอยหมู่นี้ไม่รู้เป็นไรเป็นไหงไม่รู้ใจอยากแต่จะเห็นแอนดริวจูเนียร์ตลอดเวลาโดยไม่สนใจว่าดาร์ลิ้งแอนดริวจะเป็นใครแค่ขอให้ได้เห็นไม่รู้ว่าจะน่ารักขนาดไหนรูปที่คุณจอยทำรูปใหม่ถูกใจจังชอบเหมือนกันทั้งสายตาและคำพูดมีอีกรูปอยากเห็นตอนหยอดข้าวโพดเป็นภาพดุ๊กดิ๊กคงจะน่ารักดีเน้อะ

 

โดย: P&N IP: 58.8.89.241 1 มิถุนายน 2553 20:07:27 น.  

 

555 คุณภัทร ไม่เป็นไรค่ะ

รูปดุ๊กดิ๊กที่คุณภัทรบอกก็น่า
รักดีค่ะ อยากเห็นเหมือนกัน
แต่จอยทำภาพดุ๊กดิ๊กไม่เป็น
ต้องไปขอคุณแมวกับน้องบัว
ทำให้ซะแล้วซิค่ะ

แต่เจอรูปพวกนี้ใน pantip
ในกระทู้ของคุณกิฟ ขอ save
และมาโพสไว้ที่นี้ด้วยละกัน
ดูแล้วเขิลเนอะ อ้ายยยยย
พี่อาทิจหวานกับน้องณีจริง ๆ

 

โดย: ศรกล 2 มิถุนายน 2553 11:03:48 น.  

 

สองสามวันมานี้แฟนคลับเป็นไรกันรู้สึกหดหู่ใจจังเลยแวะมาเยี่ยมคุณจอยซะหน่อย...เห็นภาพข้างบนก็ยิ้มได้ทั้งวัน...อีกเมื่อไรจะได้จะได้เห็นตัวจริง...เน้อะ!แอบทวงคุณจอยสักนิดอย่าลืมรูปหน้าปกแผ่นดินนี้...รักเราครองโชว์รูปน้องปรายด้วยนะเห็นยืมรูปน้องแพรมานานแล้วขอขอบคุณล่วงหน้ากับรอยยิ้มที่ได้กลับไป

 

โดย: P&N IP: 58.8.220.181 8 มิถุนายน 2553 6:47:10 น.  

 

คิดอยู่ในใจเหมือนกันค่ะว่า หลังเขียนแผ่นดินนี้รักเราครองจบ
จะทำรูปหน้าปกนิยายเรื่องนี้ด้วย

ตอนนี้กำลังเบลอ ๆ กับตอนที่ 13 อยู่ค่ะ บทจะเขียนไม่ออก
ก็เขียนเอาไม่ได้จริง ๆ เลยนะค่ะ เวลาบทจะเขียนได้นี่ไหลลื่นซะงัน

ต้องขอโทษคุณภัทรและทุกคนที่ให้คอยอ่านนานอีกแล้ว กำลังพยายามอยู่ค่ะ

 

โดย: ศรกล 8 มิถุนายน 2553 11:37:12 น.  

 

มาดูรูปพี่อาทิจอ้อนน้องณี
ให้อาบน้ำเร็ว ๆ นะ จะได้กินข้าวพร้อมกัน ดูตาเขาซิ







ซื่อ ๆ เปิ่น ๆ น่ารักมากเลย
พี่อาทิจตอนนี้...ชอบ
อยากเห็นดริวเล่นบทผู้ชายเปิ่น ๆ ซื่อ ๆ อย่างนี้อีก










รูปสุดท้าย คุยกับน้าแก้ว
น้าแก้วถามว่าอยากให้คุณณีกลับมาไหม



รูปพวกนี้เพื่อนส่งให้นานแล้ว ขอบคุณเพื่อนคนนี้มากค่ะ

 

โดย: ศรกล 8 มิถุนายน 2553 12:55:23 น.  

 

แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 13

คนงานคนหนึ่งขี่รถจักรยานอย่างรวดเร็วเท่าที่กำลังของเขาที่มีอยู่ตอนนี้จะปั่นให้เร็วที่สุดได้ เพื่อไป
บอกข่าวแกอาทิจ ที่ขณะนี้อยู่ในสวนข้าวโพด
“นาย...นาย...นายอาทิจ” เสียงคนงานผู้นั้นตะโกนมาแต่ไกล ก่อนที่จะให้ทุกคนที่กำลังทำงานกันอยู่
เห็นร่างของเขา
“นายอาทิจครับ เหมือนมีคนเรียกนายนะครับ” คนงานคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้อาทิจที่สุดบอก ถัด
ออกไปเป็นต๊อด ต๊อดรีบกระโดดแวกดงข้าวโพดอีกฝั่งหนึ่งมาหาอาทิจ
“นาย...นายเขียวมันเรียกนายน่ะ ท่าทางผิดปกตินะนาย” ต๊อดพูด
อาทิจรีบวิ่งออกมาตามเสียงร้องเรียกของนายเขียว
“นายอาทิจ...คุณณีเดินลื่นล้มที่เรือนแปรผลไม้ครับ...” นายเขียวรายงานอย่างรวดเร็วจนปากคอสั่น
อาทิจโยนจอบทิ้งทันที และกระโดดขึ้นรถจิ๊ปขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พวกคนงานแตกตื่น
ตกใจ พากันเข้ามารุมล้อมถามนายเขียวถึงนายผู้หญิงของพวกเขา
ต๊อด อึ้ง และพัน ตามอาทิจมาที่เรือนแปรผลไม้ แต่คนงานผู้หญิงที่อยู่ที่นั่นบอกว่าอาทิจและน้าแก้ว
พาดรุณีไปโรงพยาบาลแล้ว
ที่โรงพยาบาล หมอและนางพยาบาลช่วยกันตรวจเช็คดรุณีในเบื้องต้น ผลเป็นที่น่าพอใจ ทั้งดรุณี
และลูกในท้องปลอดภัยดี การลื่นล้มของดรุณีไม่เป็นอันตรายจนถึงกับต้องแท้ง หรือต้องคลอดก่อน
กำหนด หมอเอ็กซเรย์ท้องของดรุณีและให้ยาบำรุงเพิ่ม สามารถกลับบ้านได้เลย ทำให้อาทิจโล่งใจ
เป็นที่สุด ที่ดรุณีและลูกปลอดภัย ตอนแรกเขาตกใจมากกลัวว่าดรุณีและลูกจะเป็นอันตราย

“เหลืออีกเพียงสองเดือนเท่านั้น น้องณีก็จะคลอดแล้ว น้องณีอย่าลงไปทำงานที่เรือนแปรผลไม้อีก
เลยนะ แม้แต่งานอย่างอื่นพี่ก็ไมอยากให้ทำแล้ว” อาทิจนั่งลงบนเตียงนอน ห่มผ้าให้ดรุณีที่นอนพิง
หมอนอยู่บนเตียง
“ค่ะ พี่อาทิจ ณีจะทำงานให้น้อยลงค่ะ...”
“ไม่ต้องทำเลยดีกว่า พี่ขอร้องเถอะนะน้องณี” อาทิจจับมือดรุณีมากุมไว้ สายตาห่วงกังวลมองลงมา
ที่มือเล็กเรียว ภรรยาของเขาช่างบอบบางยิ่งนัก เธอคงมีลูกมาก ๆ อย่างคุณย่าหรือแม่ของเขาไม่ได้
แน่นอน ถึงแม้เธอจะอยากมีลูกมาก ๆ เพียงไรก็ตาม การได้เป็นแม่ ทำหน้าที่แม่ ให้กำเนิดชีวิต
น้อย ๆ แกเขา มันจะทำให้เธอมีความสุขมาก แต่ในใจของอาทิจก็มีแต่ความห่วง วิตก กังวลเสมอใน
ยามที่ดรุณีต้องอุ้มท้องอย่างนี้ ประกอบกับมักมีข่าวเรื่องผู้หญิงคลอดลูกออกมาและเสียชีวิตตามสื่อ
ต่าง ๆ ที่เสนอข่าว ยิ่งทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงดรุณีมากขึ้น
“พี่อาทิจค่ะ ณีกับลูกไม่เป็นอะไรแล้วนะค่ะ” ดรุณีดึงมือของเขามาไว้ที่ข้างแก้มเธอ
อาทิจมองหน้าภรรยาอย่างห่วงใย ถึงแม้เธอจะดูบอบบาง แต่เธอก็ขยันขันแข็งทำงานไม่เคยอยู่นิ่ง
ทำหน้าที่แม่ของลูก และภรรยาที่ดีไม่เคยขาดตก ที่สำคัญเธอเป็นแหล่งกำลังใจของเขา อาทิจคิดว่า
เขาเป็นผู้ชายที่โชคดีอีกคนหนึ่ง ไม่แพ้ปู่และพ่อที่ได้เมียขยันขันแข็ง และเป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่สุขกันไป
“น้องณีจ๊ะ ถ้าน้องณีมีลูกมาก ๆ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ พี่สงสารณีที่ต้องอุ้มท้องหลายเดือน” อาทิจยิ้ม
“พี่เห็นแม่พี่เขาอุ้มท้องน้อง ๆ หลายคน ตอนนั้นพี่ก็ยังคิดเลยนะ ว่าแม่พี่เขาเก่งจริง ๆ แต่แม่พี่เขาดู
แข็งแรงกว่าน้องณีมาก พี่ก็มานั่งคิดว่าตอนนั้นพี่ไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงแม่เขานัก มันคงเป็นภาพเคยชิน
ของพี่ไปแล้วด้วย ที่เห็นแม่อุ้มท้องน้อง ๆ อยู่บ่อย ๆ”
ดรุณีมองหน้าอาทิจแล้วยิ้มอย่างเข้าใจ
“ค่ะพี่อาทิจ แล้วแต่ว่าจะมีใครอยากมาร่วมบุญและกรรมกับเราล่ะกันนะค่ะ เราสองคนอาจจะมีคน
มาร่วมบุญและกรรมกับเราไม่เยอะเท่าคุณย่าและคุณแม่ของพี่อาทิจ แต่ณีก็มีความสุขเสมอที่ได้เป็น
แม่ ได้ให้กำเนิดชีวิตน้อย ๆ ณีมีความรู้สึกว่า ณีได้ทำหน้าที่ของผู้หญิงอย่างสมบูรณ์ค่ะ”
“จ๊ะ...” อาทิจมองสบตาดรุณีด้วยความเข้าใจกัน

ดนัยและริสา มาหาอาทิจและดรุณีในสายของวันรุ่งขึ้น โดยคราวนี้เวทางค์ไม่ได้มาด้วย ทั้งสองเจอ
กับน้าแก้วเข้าก่อน น้าแก้วจึงบอกว่าดรุณีไม่ค่อยสบายต้องพักผ่อนมาก ๆ เนื่องจากเดินหกล้มเมื่อ
วานนี้
“อุ้ย!...แล้วคุณณีกับลูกเป็นอะไรมากไหมค่ะ” ริสาถาม
“ไม่เป็นอะไรมากค่ะ ปลอดภัยทั้งแม่และลูก คงเพราะคุณย่าค่อยคุ้มครอง หลานและเหลนของท่าน
ไว้” น้าแก้วยิ้มและมั่นใจตามความรู้สึกที่พูดออกไปจริง ๆ
“ขอโทษนะครับ คุณย่าที่ว่านี้ หมายถึง...” ดนัยถามด้วยความไม่แน่ใจ
“อ๋อ...คุณย่าแดง เป็นเจ้าของพื้นที่ดินทั้งหมดนี้แหละค่ะ พอท่านเสียก็ยกที่ดินทั้งหมดให้คุณอาทิจ
และคุณณีร่วมกันดูแลต่อไป ท่านเป็นย่าที่รักและเคารพของคุณอาทิจและคุณณีน่ะค่ะ”
คำบอกเล่าเพียงคร่าว ๆ ของน้าแก้วพอจะทำให้ดนัยและริสาเข้าใจถึงที่มาที่ไปของพี้นที่ดินกว้าง
ใหญ่นี้รวมทั้งเรื่องราวของอาทิจและดรุณี ซึ่งทั้งสองก็รู้มาจากเวทางค์และตุลยานีบ้างแล้ว
“คุณย่าของคุณอาทิจกับคุณณีมีที่ดินที่ยังว่างเปล่าไม่ได้ทำอะไรอีกมากไหมครับ”
เมื่อน้าแก้วได้ฟังคำพูดของดนัย ก็ทำให้แกไม่ค่อยสบอารมณ์นัก น้าแก้วก็เป็นคนเก่าคนแก่คนหนึ่ง
ของคุณย่าที่อยู่ค่อยรับใช้คุณย่ามาตั้งแต่น้าแก้วเป็นสาวรุ่น ๆ แม้น้าแก้วจะเป็นเพียงญาติห่าง ๆ ของ
คุณย่า แต่น้าแก้วนี่แหละที่ใกล้ชิดสนิทกับคุณย่ามากเสียกว่าลูกหลานของท่านบางคนเสียอีก และ
ด้วยความผูกพันที่มีต่อคุณย่าและช่วยงานคุณย่ามาตั้งแต่สมัยรุ่นสาว ทำให้น้าแก้วรักทุกอย่างที่เป็น
ของคุณย่า ทุกอย่างที่คุณย่ารัก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือคน น้าแก้วก็จะรักและหวงแหนไปด้วย
“คุณย่ามีที่ดินมากมายทิ้งไว้ให้คุณอาทิจและคุณณีเป็นมรดกก็จริงค่ะ แต่คุณอาทิจก็บรรหารที่ดินทุก
ตารางนิ้วของคุณย่าให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่องานเกษตร ที่ดินบางผืน คุณอาทิจก็ยกให้คนงานบาง
คนที่ช่วยงานคุณย่ามาช้านาน ทำเพาะปลูกตามความชอบและถนัดของพวกเขาไป โดยที่คุณอาทิจ
ไม่เคยคิดค่าเช่าแม้แต่บาทเดียวค่ะ เพราะคุณอาทิจแกรักในอาชีพเกษตรมาก แกจึงสนับสนุนคนงาน
ของแก...” น้าแก้วพูดอย่างจริงจังด้วยน้ำเสียงสุภาพและพูดต่อไปอีกว่า
“หากพวกคุณต้องการมา เพื่อจะขอแบ่งซื้อที่ดินไปทำธุรกิจอย่างที่คุณต้องการจากคุณอาทิจและคุณ
ณี ดิฉันคิดว่าคุณอาจจะผิดหวังก็ได้นะค่ะ แต่ถ้าพวกคุณคิดว่าควรลองคุยกับคุณอาทิจและคุณณี
ดูก่อน ก็เป็นสิทธิ์ของคุณที่จะทำได้...ที่ดิฉันพูดมาทั้งหมดนี้ก็เพราะดิฉันอยู่กับคุณย่า คุณอาทิจและ
คุณณีมานานค่ะ รู้จักพวกเขาดี”
ดนัยกับริสามองหน้ากันอย่างชังใจ แต่ก็อยากที่จะลองคุยกับอาทิจและดรุณีดูก่อน เพราะครั้งนี้ก็มา
กันเป็นครั้งที่สามแล้ว ควรจะพูดเจรจากันตรง ๆ ซะที ริสาจึงหันมาถามน้าแก้วว่า
“แล้วตอนนี้คุณอาทิจอยู่ที่ไหนค่ะ”
“คุณอาทิจเธอเข้าสวนไปแล้วค่ะ ถ้าตอนนี้คุณจะลองเข้าไปที่สวนส้ม ซึ่งอยู่ติดกับเขตป่าสงวนทาง
ด้านขวา ก็น่าจะเจอคุณอาทิจอยู่ที่นั้น” น้าแก้วคิดว่าทั้งสองหนุ่มสาวน่าจะรู้จักสวนฝั่งนั้นดี เพราะ
ถัดจากสวนส้มออกไปจะเป็นพื้นที่ ที่นายทุนหลายรายอยากจะขอซื้อกันมาก แต่อาทิจก็ใช้พื้นที่
บางส่วนดังกล่าวให้คนงานบางคนทำการเพราะปลูกของเขาเองตามที่น้าแก้วบอก
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี เราสองคนจะได้ถือโอกาสเยี่ยมชมสวนของคุณอาทิจกันเลย...งันเราไปกันเถอะริสา
จะได้รีบไปเจอกับคุณอาทิจด้วย เดี๋ยวสายกว่านี้จะร้อน” ดนัยกล่าวชวน พร้อมกับเดินนำขึ้นรถไป
ก่อน ปล่อยให้ริสาหันมาขอบคุณน้าแก้วอยู่คนเดียว
.........................................................................................................
ดรุณีรู้สึกผิดปกติกับลูกที่อยู่ในท้องตั้งแต่เช้ามืด เธอรู้สึกว่าลูกในท้องของเธอดิ้นน้อยลงกว่าทุกเช้า
ที่ผ่านมา จิ๋วเข้ามาในห้องของดรุณีเพื่อจะมาเก็บเสื้อผ้าไปซัก ก็เห็นดรุณีนั่งลูบท้องด้วยสีหน้าไม่
สบายใจนัก
“คุณณีเจ็บท้องเหรอค่ะ” จิ๋วเข้ามานั่งลงข้าง ๆ
“เปล่าหรอกจิ๋ว แต่ฉันรู้สึกว่าเช้านี้เขาดิ้นน้อยลงน่ะจ๊ะ”
“ดิ้นเบาลงด้วยหรือเปล่าค่ะ”
“เบาลงด้วย ไม่ค่อยสบายใจเลยน่ะจิ๋ว”
“คุณณีจะไปหาหมออีกไหมล่ะค่ะ”
“เดี๋ยวรอถึงช่วงบ่ายอีกหน่อย เพราะจะโทรไปถามผลเอ็กซเรย์ด้วย...ลูกแม่คงไม่เป็นอะไรหรอก
เนอะ ตอนนี้หนูอาจจะขี้เกียจ เดี๋ยวสาย ๆ หรือเย็น ๆ หนูคงขยันเอง” ดรุณีเอามือลูบท้องและหันมา
ยิ้มกับจิ๋วเพื่อปลอบใจตัวเองด้วย

และก่อนเที่ยง ดรุณีก็ได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลถึงผลตรวจเอ็กซเรย์ในครรภ์ ส่วนอาทิจรีบขับ
รถกลับบ้านทันที และรีบเข้าไปหาดรุณีในห้องนอน



 

โดย: ศรกล 9 มิถุนายน 2553 13:54:33 น.  

 

ไม่นะ... ภาวนาขอให้น้องณีและลูกปลอดภัย

เป็นกำลังใจให้คุณศรกลเขียนให้สำเร็จนะคะ

แวะมาอ่านอยู่เรื่อยๆ ค่ะ

 

โดย: Blue Sky in My Heart IP: 202.176.98.99 9 มิถุนายน 2553 22:40:56 น.  

 

ภาวนาขอให้ผลตรวจเป็นลูกแฝดที่น่ารักกกก...อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด

 

โดย: P&N IP: 58.11.75.18 10 มิถุนายน 2553 15:38:06 น.  

 

แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนที่ 14

“น้องณีเป็นไงบ้าง” เสียงอาทิจถามพร้อมถลาเข้ามาหาดรุณีอย่างรวดเร็ว
เมื่อดรุณีเห็นหน้าอาทิจ น้ำตาก็ไหลทันที ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้รับการแจ้งข่าวจากโรงพยาบาล เธอยัง
กลั้นน้ำตาเอาไว้ได้
“ณีสงสารลูก...” ดรุณีพูดได้แค่นั้นและก็ร้องไห้สะอื้นซบหน้าลงบนอกอาทิจ สามีอันเป็นที่รักและ
ให้ความอบอุ่นใจในยามนี้ที่เธอรู้สึกห่วงกังวลและสงสารลูกในท้องเป็นอย่างยิ่ง
“ไม่เป็นไรนะน้องณี ลูกของเราเขาต้องไม่เป็นอะไร เขาต้องปลอดภัย น้องณีอย่าเพิ่งกังวลนะ”
อาทิจปลอบใจภรรยา แม้ในใจของเขาจะห่วงกังวลมากกว่าเธอ แต่เขาก็ต้องพยายามซ่อนอาการไว้
เพื่อไม่ให้เธอใจเสียมากไปกว่านี้ อาทิจยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้ดรุณี และพูดกับเธอว่า
“ลูกดิ้นเป็นไงบ้าง”
“เขาดิ้นน้อยลงกว่าทุกวันที่ผ่านมาค่ะ ปกติตอนเช้ามืดเขาจะดิ้นแรงมาก แต่เช้านี้เขาไม่ค่อยดิ้นนัก
และก็ดิ้นเบาลง” ดรุณีมองหน้าอาทิจด้วยน้ำตาคลอ
“น้าแก้วบอกกับพี่ว่า เด็กอายุครรภ์แค่เจ็ดเดือนก็สามารถคลอดได้ เพราะอวัยวะทุกอย่างครบ
หมดแล้ว แต่อาจจะตัวเล็กหน่อย แต่หมอต้องดูแลอย่างใกล้ชิด...ไม่เป็นไรจ๊ะ เรายังมีความหวังอยู่”
“แต่เนื้องอกที่อยู่ในท้องลูก ณีกลัวว่ามันจะโตขึ้นเรื่อย ๆ”
อาทิจดึงดรุณีมากอดไว้ แววตาเป็นกังวลด้วยกันทั้งสองคน น้าแก้วเตรียมสัมภาระสิ่งของสำหรับ
ดรุณีที่จะไปนอนโรงพยาบาลเพื่อให้หมอดูอาการคืนนี้หนึ่งคืน และพรุ่งนี้เช้าหมออาจจะผ่าตัดทำ
คลอดก่อนกำหนดให้ดรุณี เพื่อนำเด็กออกมารักษาข้างนอก
“คุณอาทิจ น้าแก้วเตรียมของให้คุณณีเรียบร้อยแล้ว จะไปเลยหรือเปล่าค่ะ” น้าแก้วเดินเข้ามาในห้อง
“ไปเลยครับ ไปเลยครับ” และอาทิจก็ถามดรุณีต่อ “หมอนัดไว้บ่ายโมงใช่ไหมน้องณี”
“ค่ะ พี่อาทิจ”
“เออ!...แต่น้าแก้วว่าก่อนไปพบหมอ คุณอาทิจกับคุณณีทานอาหารกลางวันกันก่อนซะหน่อยเถอะ
นะค่ะ โดยเฉพาะคุณณี ทานก่อนนะค่ะ เมื่อเช้าก็ทานข้าวไปนิดเดียวเอง น้าแก้วให้จิ๋วเตรียม
ราดหน้ายอดผักเอาไว้ให้แล้วนะค่ะ”
“ทานข้าวก่อนนะน้องณี ยังไงก็เพื่อลูก” อาทิจก้มลงมองหน้าภรรยาขณะที่โอบกอดเธอไว้ พร้อมกับ
ลูบผมเธอเบา ๆ
“ค่ะ”
หลังอาทิจและดรุณีทานอาหารกลางวันเสร็จ น้าแก้วและจิ๋วเดินมาส่งอาทิจและดรุณีที่รถ น้าแก้วพูด
ให้กำลังใจ
“คุณณีค่ะ อย่ากังวลมากนะค่ะ ยังไงไปถึงมือหมอแล้วต้องปลอดภัยค่ะ น้าแก้วจะกราบพระรวมทั้ง
ขอพรจากคุณย่าให้คุณณีและเหลนของท่านปลอดภัยนะค่ะ”
“คุณณีกับนายอาทิจไม่ต้องห่วงน้องปรายและนายตะวันนะค่ะ จิ๋ว แจ๋ว และแม่จะดูแลให้ค่ะ”
“พรุ่งนี้แต่เช้าน้าแก้วจะตามไปนะค่ะ”
“ค่ะน้าแก้ว”
“ไปก่อนนะครับ”
เมื่อรถของอาทิจแล่นออกไปแล้ว โดยมีน้าแก้วและจิ๋วยืนมองจนสุดสายตา
“แม่ ฉันเป็นห่วงคุณณีกับลูกจังเลย สงสารทั้งคุณณีและคุณอาทิจด้วย” จิ๋วพูดกับแม่ขณะเดินกัน
กลับเข้าบ้าน
น้าแก้วถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะบ่นกับลูกสาวคนโต
“เฮ้อ ทำไมต้องมาเกิดอะไรอย่างนี้กับคุณณี คุณอาทิจด้วยนะ”
“แม่ แต่เด็กเจ็ดเดือนเขาก็คอลดกันได้นี่ ใช่ไหมแม่”
“มันก็ได้ แต่นี่ลูกในท้องคุณณีเธอมีเนื้องอกด้วยซิ” น้าแก้วกลุ้มใจไม่แพ้กัน แกยกมือประนมและ
อธิฐาน
“คุณย่าขา คุ้มครองคุณณีและเหลนของคุณย่าด้วยนะค่ะ ขอให้หมอรักษาได้นะค่ะคุณย่า” น้าแก้วพูด
จบก็สั่งให้จิ๋วไปบอกต๊อดว่าตอนเย็นไปรับตะวันที่โรงเรียนแทนนายอาทิจด้วย ส่วนแกก็ไปดูน้อง
ปรายซึ่งขณะนี้กำลังนั่งเล่นอยู่กับแจ๋วที่ระเบียงบ้าน
.........................................................................................................
เวทางค์และตุลยานีได้รู้ว่าอาทิจปฏิเสธการขอแบ่งซื้อที่ดินบางส่วนใกล้สวนส้ม เมื่อดนัยและริสา
แวะมาหาที่บ้าน
“ผมว่าลูกพี่ลูกน้องของคุณเว จะเก็บไว้ขายเพื่อเก็งกำไรตอนที่ถนนตัดผ่านก่อน มากกว่ามั้งครับ”
ดนัยพูดด้วยความไม่สบอารมณ์
“จริงซิ อีกไม่นาน ถนนก็จะตัดผ่านที่ของนายอาทิจแล้วซินะ” เวทางค์คิดขึ้นได้และพูดต่อไปว่า
“ก็คงจะเป็นไปได้ ที่เขาอาจจะเก็บที่ตรงนั้นไว้ก่อน...แล้วพวกคุณไม่ลองรอให้ถนนตัดผ่านก่อน
แล้วค่อยไปคุยกับเขาใหม่เหรอครับ”
“มันนานไป แล้วเราก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะยอมขายให้เราหรือเปล่า เผื่อมีคนอื่นที่มีทุนหนากว่าเราล่ะ
เขาอาจจะขายให้คนอื่นก็ได้” ดนัยพูด
ตุลยานีรู้สึกอึดอัดใจมาโดยตลอดกับเรื่องที่ดนัยและริสาจะขอแบ่งซื้อที่ดินจากอาทิจและดรุณี แต่
เธอก็พูดไม่ออก เพราะดนัยและริสาเป็นหุ้นส่วนสำคัญในธุรกิจของเธอและสามี และนี้คือเหตุผลที่
ช่วงหลังทำให้เธอไม่ได้แวะไปเยี่ยมดรุณีเลย
“คุณอาทิจเขาบอกว่า ที่ดินตรงนั้นบางส่วนเขายกให้คนงานทำการเกษตรกันเอง เขาจึงไม่อยากขาย
ให้ใคร เพราะเดี๋ยวคนงานของเขาจะต้องไปหาเช่าที่ของคนอื่นทำซึ่งมีราคาแพงน่ะค่ะ” ริสาพูดและ
คิดในใจว่าคนที่จิตใจเป็นแม่น้ำอย่างอาทิจและดรุณีก็ยังมีอยู่จริง ถึงแม้เธอจะอยากได้ที่ดิน แต่ก็อด
ชื่นชมสามีภรรยาคู่นี้ไม่ได้
“อ๋อ!...ยายณีเคยเล่าให้ตุ่นฟังนานแล้วเหมือนกันค่ะ ว่าเขาสองคนให้ที่ดินบางส่วนแก่คนงานบาง
คนทำการเพาะปลูกกันเอง โดยไม่เก็บค่าเช่าเลย” ตุลยานีเพิ่งนึกขึ้นได้
“นายอาทิจกับน้องณี เพื่อนรักของคุณเขาช่างเหมาะสมกันจริง ๆ เลยนะ...คิดได้ไงเอาที่ดินของคุณ
ย่า ที่คุณย่าอุตส่าห์บุกเบิกมาไปให้คนอื่นทำกินโดยไม่เก็บค่าเช่าเลย...โอ้ยเป็นคนดีกันจริง ๆ”
เวทางค์พาลพูดประชด
“ที่ดินที่คุณอาทิจและคุณณีแบ่งให้คนงานไม่ได้เยอะมากหรอกค่ะ แต่มันอยู่ในส่วนที่เราจะขอซื้อ
เขาก็เลยขายให้ไม่ได้” ริสาพูด
“แล้วผมจะคอยดูเมื่อถึงเวลาที่ถนนตัดผ่าน นายอาทิจเขาจะยอมขายให้ใครไหม” ดนัยพูดอย่าง
เยาะๆ ส่วนเวทางค์ก็นึกอยากจะเห็นอย่างที่ดนัยพูดเหมือนกันถึงแม้จะไม่แน่ใจนัก
การมาหาของดนัยและริสาทำให้เวทางค์และตุลยานีรู้ว่าดรุณีลื่นหกล้ม ตุลยานีจึงคิดที่จะถือโอกาส
นี้ไปเยี่ยมเพื่อน แต่ทั้งหมดไม่รู้ว่ามีสิ่งที่ร้ายแรงเกิดขึ้นมากกว่านั้นอีก
.........................................................................................................
อาทิจเพิ่งอาบน้ำเสร็จ หลังจากดูแลให้ดรุณีทานข้าวและกินยาบำรุง เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เธอเรียบร้อย
แล้ว เห็นเธอผล็อยหลับลงไป เขาจึงหันไปทำธุระส่วนตัวบ้าง ขณะนี้ทั้งสองอยู่ในห้องพิเศษของ
โรงพยาบาล อาทิจคิดทบทวนถึงคำพูดของหมอที่เฝ้าดูอาการของดรุณีและลูกอยู่ หมอบอกว่าสิ่งที่
เกิดขึ้นกับลูกของเขา เป็น หนึ่งในหมื่นคนเท่านั้นที่จะเกิดขึ้นได้ ลูกของเขาช่างโชคร้ายจริง ๆ ที่เป็น
อย่างนี้ หมอยังกระซิบบอกกับอาทิจให้ทำใจ โอกาสที่เด็กจะรอดนั้นยากมาก อาทิจนั่งบนโซฟามอง
ดรุณีที่หลับอยู่บนเตียงคนไข้ เธอยังไม่รู้ว่าหมอได้พูดอะไรกับเขาบ้าง แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่อาทิจ
ปรารถนา นั้นก็คือหมอบอกว่าดรุณีมีความปลอดภัยมากกว่าลูก การต้องผ่าตัดเพื่อเอาเด็กออกก่อน
กำหนดก็เพื่อเป็นการรักษาชีวิตของแม่ไว้ และดรุณียังมีโอกาสที่จะมีลูกได้อีก อาทิจยกมือขึ้นลูบ
หน้าเพื่อสลัดความรู้สึกต่าง ๆ ในจิตใจตอนนี้ให้เบาลงบ้าง เขาคิดภาวนาขอให้มีปราฏิหารณ์เกิด
ขึ้นกับลูกของเขาด้วยเถอะ เนื้องอกที่เกิดขึ้นในท้องของแกขอให้มีทางรักษาได้...พรุ่งนี้แล้วที่ดรุณี
จะต้องเข้าผ่าตัด...
‘คุณย่าครับ ช่วยให้ผมและน้องณีผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากตรงนี้ไปเร็ว ๆ นะครับ’

 

โดย: ศรกล 14 มิถุนายน 2553 9:37:25 น.  

 

Test กดภาพเล็กไปหาภาพใหญ่








 

โดย: ศรกล 16 มิถุนายน 2553 8:55:50 น.  

 

แวะเอาหนังสือเคหาสน์สีแดงมาฝากจ้าจอย เล่มนี้ไม่มีขายนะ แต่แจกฟรีค่ะ ไม่มีราคาแต่มันมีคุณค่าทางใจนะจ้ะ

เผื่อจอยจะมีไอเดียทำปกหนังสือจอยไง พี่คอยดูอยู่
และเป็นกำลังใจให้จร้า

Photobucket

 

โดย: tew DR 22 มิถุนายน 2553 1:30:58 น.  

 

แผ่นดินนี้...รักเราครอง

ตอนจบ


ดรุณีรู้สึกตัวและตื่นขึ้น เธอเห็นอาทิจกำลังนั่งมองเธออยู่พร้อมกับส่งรอยยิ้มมาให้
“พี่อาทิจไม่ง่วนเหรอค่ะ”
อาทิจส่ายหน้าน้อย ๆ และยิ้มให้เธอเป็นคำตอบพร้อมกับลุกขึ้นเดินมาหาเธอ
“น้องณีหลับต่อเถอะจ๊ะ” เขาขยับผ้าห่มให้เธอ “แอร์เย็นไปไหม”
“ดีแล้วค่ะ” ดรุณียิ้มบาง ๆ พร้อมกับจับมืออาทิจไว้
“หมอบอกว่าลูก...มีโอกาสรอดน้อยใช่ไหมค่ะ” แววตาของดรุณีหมองเศร้าจนอาทิจใจหาย
“น้องณี เรายังมีโอกาสมีลูกกันได้อีกนะ...พี่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ยากลำบากสำหรับเราสองคน
โดยเฉพาะกับน้องณี แต่พี่อยากให้น้องณีเข้มแข็งไว้นะจ๊ะ แล้วเวลาจะช่วยเราได้เอง...ขอให้อดทน
นะครับ” อาทิจกุมมือดรุณีไว้สบตาให้กำลังใจแก่เธอ และไม่มีคำพูดใดออกจากปากของดรุณี
นอกจากน้ำตาที่ไหลรินออกมาด้วยความรู้สึกสงสารลูกอย่างที่สุด
‘ลูกจ้า แม่สงสารหนูจริง ๆ อีกนิดเดียวหนูก็จะสมบูรณ์และจะได้อยู่ร่วมกันกับพ่อแม่และพี่ ๆ แล้ว...ลูกแม่’

เช้าวันรุ่นขึ้นหมอและพยาบาลต้องรีบนำดรุณีเข้าผ่าตัดทำคลอดก่อนกำหนดที่คาดไว้สองชั่วโมง
เนื่องจากพบว่าเนื้องอกในท้องเด็กโตเร็วขึ้น อาทิจนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องผ่าตัดไม่ยอมไปไหนจนกระทั่ง
น้าแก้วเดินทางมาสมทบเฝ้ารอดรุณีอยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยอีกคน...
เวลาดำเนินผ่านไปการผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี ดรุณีปลอดภัย ส่วนลูกชายของเธอถูกนำเข้าตู้อบเด็ก
อ่อนและให้ออกซิเจนอย่างเร่งด่วน อาทิจตามมาดูหน้าลูกและเฝ้าติดตามอาการของแกอยู่ตลอด
สลับกับการไปดูอาการของดรุณีด้วย และเมื่ออาทิจเห็นหน้าและสภาพของลูกในตู้อบเด็กอ่อนที่มี
สายออกซิเจนและสายอื่น ๆ เต็มรอบตัวลูกไปหมด น้ำตาของเขาก็ไหลหล่นจากขอบตาโดยไม่มี
เสียงสะอื่นใด ๆ เลย เป็นน้ำตาที่ไหลออกมาจากหัวใจที่ปวดร้าวเพราะสงสารลูก
‘ลูกคงเจ็บปวดมาก ถ้าพ่อทำได้ พ่อจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดที่เกิดกับลูกมาไว้ที่ตัวพ่อเอง’
อาทิจคิดในใจ

ดรุณีไม่ยอมพูดอะไร นอกจากร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ขณะที่น้าแก้วค่อยอยู่เป็นเพื่อนดูแลเธอ ความ
เศร้าเสียใจของดรุณีตอนนี้น้าแก้วไม่อาจช่วยรักษาให้ได้ นอกจากทำได้แค่เพียงพูดปลอบประโลม
เธอเท่านั้น
“น้าแก้วค่ะ ณีอยากไปดูลูกค่ะ น้าแก้วช่วยพาณีไปหน่อยนะค่ะ” ดรุณีขอร้อง
น้าแก้วสงสารดรุณีและเข้าใจความรู้สึกของเธอ
“แต่คุณณีเพิ่งผ่านการผ่าตัดมาได้ไม่นานเองนะค่ะ รออีกซะหน่อยเถอะค่ะ แล้วค่อยไปหาลูก”
“ณีกลัวว่าแกจะไม่รอณี ไม่รอพวกเรา...ณีอยากจะอยู่กับแกจนลมหายใจสุดท้ายของแก ได้มองแก
จากไปอย่างสงบ” ดรุณีพูดพร้อมทั้งน้ำตา
คำพูดของดรุณีทำให้น้าแก้วต้องเข้ามาจับมือเธอไว้ด้วยความสงสารเธอ อาทิจเข้ามาได้ยินที่ดรุณีพูด
พอดี โดยที่ทั้งดรุณีและน้าแก้วไม่ทันเห็นว่าอาทิจเข้ามาแล้ว

หมอบอกกับอาทิจว่าเนื้องอกที่เกิดขึ้นในช่องท้องของลูกชายเขา โตขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เด็กท้อง
บวม โดยหมอไม่อาจผ่าตัดให้ได้เพราะเด็กไม่แข็งแรงและตัวเล็กมาก ผ่าตัดไปก็ไม่มีโอกาสรอด
นอกจากนี้ยังมีเลือดออกในสมองของเด็กร่วมด้วย ควรปล่อยให้เด็กหมดลมหายใจไปเอง โดยที่เขา
สามารถต่อสู้กับความเจ็บปวดได้อย่างมากที่สุดอีกประมาณหนึ่งคืน

รุ่งเช้าของวันต่อมา หลังจากที่อาทิจและดรุณีทำใจกับการสูญเสียมาตลอดทั้งคืน ในที่สุดอาทิจก็พา
ดรุณีมาหาลูกชายที่ห้องเด็กอ่อน โดยหมออนุญาตให้ทั้งคู่นั่งเฝ้าลูกจนกระทั้งเด็กหมดลมหายใจไป
เอง ตามที่อาทิจและดรุณีขอ ดรุณีมองหน้าลูกชายอย่างสงสารจับใจ หน้าตาของแกเหมือนน้องปราย
มาก ผมหยักศกเหมือนพี่อาทิจ และแกตัวเล็กนัก
“พี่อาทิจค่ะ เราสองคนคงไม่มีบุญได้เลี้ยงแกนะค่ะ แกคงมีบุญมาก ถึงไม่ได้อยู่กับเรา” ดรุณีพูดโดย
ไม่มีเสียงสะอื้น แต่น้ำตายังคงไหลริน อาทิจจับมือดรุณีไว้เพื่อปลอบเธอ
“ขอให้ลูกได้กลับมาเกิดเป็นลูกพ่อกับแม่อีกนะ พ่อกับแม่จะรอลูกจ๊ะ” หลังจากดรุณีพูดจบทั้งสองก็
นั่งมองลมหายของลูกน้อยที่หมดลงไปอย่างช้า ๆ และเงียบสงบ
น้าแก้วยืนมองอาทิจและดรุณีผ่านแผ่นกระจกข้างนอกห้อง ด้วยความสงสาร
.........................................................................................................
แผลผ่าตัดของดรุณีดีขึ้นจนหมอให้กลับบ้านได้ ส่วนศพของลูกชาย อาทิจและดรุณียกให้ทาง
โรงพยาบาลไว้ศึกษาค้นคว้าเพื่อเป็นประโยชน์ในทางการแพทย์ต่อไป ตะวันกลับจากโรงเรียนโดย
อาทิจไปรับและรู้ว่าดรุณีกลับมาบ้านแล้ว ก็ดีใจมากพอ ๆ กับน้องปรายที่ร้องหาแม่อยู่ตลอดเวลา
ดรุณีอยากอุ้มน้องปรายแต่ยังทำไม่ได้ เพราะต้องระวังแผลที่ผ่าตัด เธอได้แต่เพียงกอดและหอมน้อง
ปรายด้วยความรักและคิดถึง ดรุณีคิดว่าลูกแต่ละคนไม่สามารถแทนที่กันได้ เพราะความรักที่เธอมี
ให้ลูกนั้นเท่ากันและเหมือนกันหมด ไม่มีใครจะแทนที่ใครได้
ค่ำของวันแรกที่ดรุณีกลับจากโรงพยาบาล เธอยังรู้สึกหดหู่และหมองเศร้าอยู่ อาทิจกลับจากแวะไป
ดูงานในไร่ตั้งแต่ช่วงบ่ายหลังจากรับดรุณีกลับจากโรงพยาบาล เขาก็วุ่นอยู่กับงาน จนไม่ได้แวะมาดู
เธอเลยจนถึงเย็น อาทิจเดินเข้ามาในห้องนอนเห็นดรุณีนั่งอยู่ที่เก้าอี้ม้าโยก มองเหม่อออกไปนอก
ระเบียง แสงในห้องเริ่มลดลงตามแสงของอาทิตย์ที่ใกล้จะลับขอบฟ้า อาทิจเดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้
ข้าง ๆ เก้าอี้ม้าโยกที่ดรุณีนั่งอยู่ เขาจับมือเธอมากุมไว้และหันหน้ามองออกไปนอกระเบียงด้วยกัน
“พี่อาทิจค่ะ ณีไม่ได้สังเกตแสงอาทิตย์ยามเย็นมานานแล้ว วันนี้มันสวยมากนะค่ะ...” ดรุณียิ้มบาง ๆ
ให้เขา
“จ๊ะ...” อาทิจยิ้มให้กำลังใจเธอและลูบผมเธออย่างรักใคร่ จากนี้ไปอาทิจเชื่อว่าภรรยาของเขาจะ
เข้มแข็งขึ้น แสงจากภายนอกรอบตัวอาทิจและดรุณีเริ่มมืดลงเรื่อย ๆ สักพักแสงสว่างจากนีออนใน
ห้องก็ถูกเปิดขึ้น โดยผู้ที่เปิดไฟ คือตะวันซึ่งยืนจูงมือน้องปรายมองพ่อกับแม่อยู่ตรงประตูห้อง
“ผมกับน้องปรายอยากมาหาแม่กับพ่อครับ ให้ผมกับน้องอยู่ด้วยได้ไหมครับ” ตะวันรับรู้และเข้าใจ
เรื่องที่เกิดขึ้นกับแม่และน้องในท้องดี ซึ่งน้าแก้วและจิ๋วช่วยกันอธิบายและบอกให้ตะวันช่วยแม่
ดูแลน้องด้วย
“หนูอยากอยู่กะแม่ด้วยกะพ่อ” น้องปรายยังพูดไม่ค่อยชัดนัก แต่สุ่มเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยก็
น่ารักสมกับรูปร่างหน้าตาของเธอ
อาทิจและดรุณีหันหน้ามาหาตะวันและน้องปราย ทั้งสองยิ้มและพูดพร้อมกัน
“เข้ามาซิลูก”
เด็กน้อยทั้งสองวิ่งเข้ามาหาอาทิจและดรุณี เขาและเธอยังมีต้นไม้น้อย ๆ เหล่านี้ให้ค่อยเลี้ยง ดูแลอยู่
ต้นกล้าต้นน้อย ๆ นี้จะต้องเจริญเติบโตงอกงามต่อไปด้วยสองมือของเขาและเธอ บนแผ่นดินอัน
เป็นที่รักผืนนี้... แผ่นดินนี้ที่มีแต่ความรักครอบครองเป็นเจ้าของทุกตารางนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นดินทุกเม็ด
ต้นไม้ทุกต้น คนทุกคนที่ทำมาหากินและเติบโตบนผืนแผ่นดินแห่งนี้ ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจากความ
รักที่อาทิจและดรุณีมีต่อพื้นแผ่นดินและอาชีพเกษตร...





บทส่งท้าย “แผ่นดินนี้...รักเราครอง”

วันเวลาดำเนินต่อไป โดยไม่มีใครคาดคิดว่าดรุณีจะสามารถมีลูกฝาแฝดได้ เธอคลอดลูกแฝดชาย
หญิงอย่างปลอดภัย ลูกทั้งสองสมบูรณ์แข็งแรงดี สร้างความโล่งใจและดีใจแก่อาทิจเป็นอย่างมาก
ลูก ๆ ทุกคนของอาทิจและดรุณีต่างกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อาทิจยังคงทำอาชีพเกษตรที่เขารักต่อไป
โดยอาศัยข้อมูลความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เข้าช่วยงานเกษตรของเขาควบคู่กันไป อาทิจคิดว่า
ข้อมูลความรู้หรือสารสนเทศเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ว่าเราจะทำอาชีพอะไร เราต้องอาศัยข้อมูลความรู้
เพื่อพัฒนาในงานอาชีพของเราเสมอ อาทิจจึงเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเข้าใจปัญหา
ต่าง ๆ ในงานเกษตรและค่อยหาทางป้องกันแก้ไขพร้อมกับพัฒนาให้ดีขึ้นไปด้วย โดยมีภรรยาที่
เข้าใจและเป็นกำลังใจให้เขาอย่างดรุณีค่อยช่วยเหลือแบ่งเบางาน อยู่เคียงกันและกันตลอดไป...
............................................................................จบ............................................................................




ขอบคุณความรักและความชื่นชอบที่มีต่อละคร “ธรณีนี่นี้...ใครครอง” จนทำให้
สามารถเขียน “แผ่นดินนี้...รักเราครอง” จนจบได้
ขอบคุณทุก ๆ คนที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม BG และติดตามอ่าน “แผ่นดินนี้...รักเราครอง”
งานที่เขียนนี้อาจมีข้อผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นสำนวนภาษา การสะกดคำ ไวยากรณ์ ที่ผิดหลัก
ภาษาไทย ตลอดจนข้อมูลที่นำมาแต่ง ผิดพลาดคาดเคลื่อนไป ก็ขออภัยด้วยนะค่ะ



 

โดย: ศรกล 22 มิถุนายน 2553 8:25:35 น.  

 

เยี่ยมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆที่สุดจากใจจริง

 

โดย: P&N IP: 58.8.84.210 22 มิถุนายน 2553 19:12:17 น.  

 

ไม่มีใครเล่นได้ดีเท่าแอนดริิวอีกแล้วเนอะพี่จอย

พี่จอยสุดยอดเลยค่ะ ถ้าเป็นไปได้อยากให้พี่จอยเขียนต่อภาค 2 ค่ะ อิอิ อยากเห็นพีอาทิจตอนปัจจุบันค่ะ

 

โดย: กิฟ เกร้กสัน (Sanhachutha ) 24 มิถุนายน 2553 13:11:29 น.  

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดด เข้ามากรี๊ดดดแบบไม่มีคำบรรยาย

เพิ่งรู้ว่ามี "สวนคุณย่า" อยู่บนอินเตอร์เน็ตด้วย

หนูตามมาจากพันทิปพี่จอย หนูชอบมากกกกกก

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดๆๆๆ

 

โดย: น.ส.เพ้อเจ้อ_028 IP: 114.128.50.41 24 มิถุนายน 2553 13:44:02 น.  

 

ลืมบอกๆ ขนาดช่วงนี้บอลโลกมาแรง

แต่นักฟุตบอลโลกทุกทีมรวมกัน ยังสู้พี่อาทิจของหนูคนเดียวไม่ได้เลย เรื่องแรงดึงดูดของเสน่ห์ อิอิ

เพราะฉนั้นยากกกส์ ที่หาคนมาเป็นพี่อาทิจ ที่สมบูรณ์แบบแบบนี้ได้อีก
พอๆ กับการหาสวนส้มที่ดูสวย และอบอุ่นได้เท่าสวนคุณย่านั่นแหละ อิอิ

 

โดย: น.ส.เพ้อเจ้อ_028 IP: 114.128.50.41 24 มิถุนายน 2553 13:49:06 น.  

 

เอารูปน่ารักของพี่อาทิจและน้องณีมาฝากค่ะ



ขอบคุณ คุณภัทรที่ติดตามอ่าน “แผ่นดินนี้...รักเราครอง” ตั้งแต่แรกเขียน
จนจบถือเป็นกำลังใจแก่คนเขียนเป็นอย่างมากค่ะ

“แผ่นดินนี้...รักเราครอง” คือ ธรณีนี่นี้...ใครครอง ภาค 2 จ๊ะกิฟ
พี่ขอเปลี่ยนชื่อเท่านั้นเอง ลองอ่านดูนะว่าจะสนุกไหม

ดีใจจ๊ะที่ออย (น.ส.เพ้อเจ้อ_028) ชอบ พี่ฝากรูปต่าง ๆ ใน blog นี้
ช่วยโพสในพันทิพย์ด้วยนะ ถ้าเจอกระทู้ “ธรณีนี่นี้...ใครครอง” น่ะ
เพราะ ออย เล่นพันทิพย์ประจำ

ตอนแรกคิดว่าจะเปลี่ยน blog หน้าใหม่ แต่ขอไว้ก่อนดีกว่า มันจะยาว
ต่อไปเรื่อย ๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะการโหลดรูปภาพก็ยังไม่ช้า ยังปกติอยู่
อยากให้ทุกคนที่เปิด blog เข้ามาหน้าแรกแล้วรู้สึกสดชื่น ตกอยู่ใน
บรรยากาศ แห่งละครเรื่องนี้...
ต่อไปคงมีการรีเมคละครเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่
เพราะเป็นละครเนื้อหาดีมาก แต่ยากที่ใครจะแสดงออกมาแล้วได้ใจ
คนดูละครไปครองอย่าง แอนดริว ป๊อก ป้าจุ และป้าจิ๊ ได้ แต่ถ้าทำออก
มาได้ดีกว่าของเดิมก็ขอแสดงความยินดีด้วย...แต่สำหรับเรา
ละคร ธรณีนี่นี้...ใครครอง เวอร์ชั่นแรกเป็นละครไทยที่สุดยอดในใจเรา


 

โดย: ศรกล 25 มิถุนายน 2553 11:55:32 น.  

 

แวะเอาการ์ดมาฝากน้องจอยค่ะ

สุดยอดในใจพี่อีกเรื่องเหมือนกันค่ะจอย ชอบๆ

Photobucket

 

โดย: tew DR 30 มิถุนายน 2553 20:19:04 น.  

 

ขอบคุณค่ะ พี่Tew

ขอให้ฝันเป็นจริงเนอะ...

 

โดย: ศรกล 1 กรกฎาคม 2553 9:33:34 น.  

 

แวะมาทักทายคุณจอยเห็นแอนดริวหอมแก้มสองสาวแฝดในบล็อกพี่แสงแล้วก็คิดถึงลูกแฝดของพี่อาทิจยังไม่รู้ชื่ออะไรเลยเน้อะ...ดูแอนดริวจะรักเด็กนะเนี่ยน่ารักมากเลยเมื่อไรจะมีเป็นของตัวเองซะทีนะ

 

โดย: P&N IP: 61.90.9.142 15 กรกฎาคม 2553 7:23:10 น.  

 

คุณภัทรเห็นภาพนั้นที่กิฟเอามาฝากใน bg พี่แสง
แล้วแอบคิดว่าแอนดริวจะนึกอยากมีลูกกับเขาบ้างไหมเนอะ คิดว่าบางอารมณ์คงคิดอยากมีบ้างแหละ

อยากเห็นแอนดริวจูเนียร์จัง

 

โดย: ศรกล 15 กรกฎาคม 2553 10:41:22 น.  

 

แอบมาดูเผื่อว่าจะมีลูกแฝดพี่อาทิจมาให้ชื่นชมอีกสักรูปแถมมีชื่อมาด้วยนะ

 

โดย: P&N IP: 115.87.198.48 21 กรกฎาคม 2553 22:11:19 น.  

 

ขอบคุณมาก ๆเลยค่ะคุณจอย เยี่ยมมาก ๆ อ่านเพลินและมีความสุขมากกับนิยายของคุณจอย

แต่violin ขอเสนอนิดนึงนะคะ ตอนที่น้องณีท้องลูกคนที่ 2 น่ะค่ะ ขณะที่ท้องหมอเขาจะไม่เอ็กซ์เรย์หรอกนะคะเพราะมันอันตรายต่อเด็กค่ะ แต่เจาตรวจพบว่าลูกจะผิดปรกติหรือไม่ก็โดยการทำอัลตราซาวด์ ค่ะ ขออนุญาตแก้ไขนะคะ นอกนั้นเยี่ยมมากเลยค่ะ...

สวัสดีค่ะ...

 

โดย: violin IP: 180.183.53.137 30 กรกฎาคม 2553 4:09:58 น.  

 

ขอบคุณค่ะคุณ violin
และขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะสำหรับข้อมูลนี้ คงต้องเปลี่ยนจากคำว่าเอ็กซ์เรย์มาเป็นอัตราซาวด์แล้วล่ะค่ะ

คุณภัทรค่ะ มีชื่อลูกฝาแฝดของพี่อาทิจกับน้องณีไว้หลายชื่อเลยค่ะ
ไว้เดี๋ยวจะคัดมานะค่ะ

 

โดย: ศรกล 2 สิงหาคม 2553 11:14:47 น.  

 

สวัสดีค่ัะ คุณจอย..

คุณเขียนได้ดีมาก ๆ เห็นภาพพี่อาทิจกับน้องณีได้จับใจจริง ๆ ตัวละครทุกตัวเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่บางอย่างที่ขออนุญาตเปลี่ยนในเรื่องการตรวจทางการแพทย์ในสิ่งที่เรารู้มาก็เลยอยากจะบอก เพราะว่าถ้าคนอื่นอ่านเขาจะได้รู้สิ่งที่ถูกต้องแค่นั้น นะคะ ย้ำเลยค่ะคนท้องจะไม่เอ็กซ์เรย์นะคะ เพราะรังสีเอ็กซ์มีผลต่อเด็กอย่างมากค่ะ....

 

โดย: violin IP: 112.142.101.85 19 สิงหาคม 2553 12:39:10 น.  

 

พี่แวะมาเยี่ยมจ้าน้องจอย เอารอยยิ้มน่ารักๆมาฝาก

Photobucket

 

โดย: tew DR 16 กันยายน 2553 18:39:46 น.  

 

สวัสดีค่ะ หนูชื่อกิ่งนะค่ะ ดีใจมากเลยค่ะที่ได้มาเจอกับกลุ่มคนที่ชื่นชอบละครเรื่องนี้เหมือนกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุดเลยค่ะ ติดอยู่ในความทรงจำของกิ่งมาตั้งแต่เด็กเลยค่ะ ตอนนั้นอยู่แค่ ป.สองค่ะ จำได้แค่ว่ามีแอนดริว ป๊อก แล้วก็สวนส้มจำเนื้อเรื่องอะไรไม่ได้เลย แต่ถ้าเวลามีใครมาถามว่าละครเรื่องไหนที่ชอบก็จะบอกว่าเรื่องนี้ตลอดเลยค่ะ ทั้งๆที่จำไม่ได้ว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไง ตอนนี้เพิ่งได้มีโอกาสได้ดูค่ะ ดูทางยูทูป ดูแล้วคิดถึงมากค่ะ คิดถึงช่วงเวลาตอนนั้นมากๆจริงๆ ดุแล้วก็ยังประทับใจเหมือนเดิม หรืออาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะตอนเด็กเราคงไม่ได้ซึมซับเอาความรู้สึกของตัวละครได้เท่ากับตอนนี้มังค่ะ (ก็ตอนนั้นเพิ่งเจ็ดขวบปลายๆ แต่ตอนนี้ยี่สิบแล้วค่ะ) ไม่รู้เป็นเพราะละครเรื่องนี้เมื่อตอนนั้นหรือเปล่า ทำให้กิ่งฝังลึกไว้ในจิตใต้สำนึกถึงเรื่องของการเป็นเกษตรกร (แต่ตอนแอดมิดชั่นจำไม่ได้หรอกนะค่ะว่าเรื่องนี้มีเนื้อเรื่องว่ายังไง จำได้แค่ แอนดริว ป๊อก แล้วก็สวนส้มจริงๆ) ตอนนี้กิ่งเรียนคณะเกษตร ภาคดินค่ะ ยิ่งทำให้เรามีความฝันมากขึ้้นค่ะ ถึงเราจะไม่ได้มีที่ทางมากมายเท่ากับคุณย่า แต่กิ่งจะทำเพื่อแผ่นดินไทยผืนนี้ค่ะ สถานที่ถ่ายทำตอนนางเอกเรียน เป็นคณะที่กิ่งเรียนปัจจุบันค่ะ ยังขำๆอยู่เลยว่า ตอนนั้นกับตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างเท่าไหร่ รถบางคันที่จอดอยู่ในฉากตอนนั้น ก็ยังเห็นได้อยู่ที่คณะค่ะ คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ บางเขนค่ะ มันเป็นความบังเอิญที่กิ่งเพิ่งค้นพบในวันนี้จริงๆค่ะ ว่าละครเรื่องนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวกิ่งขนาดนี้ รู้สีกดีจริงๆ ขอพูดถึงละครหน่อยนะค่ะ รู้สึกแตกต่างจากละครสมัยนี้มากค่ะ ที่กิ่งสังเกตได้คงเป็นการพูด ร ล ที่ชัดเจนกันทุกคนค่ะ พี่แอนดริวเป็นลูกครึ่งที่พูดไทยชัดมากๆๆๆๆๆ ดูแล้วไม่มีความรู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยค่ะ พูดได้คำเดียวค่ะว่าพระเอกในดวงใจตลอดกาลของกิ่งคือ พี่แอนดริวนี่แหละค่ะ (ถึงใครจะบอกว่าพี่มีโลกส่วนตัวสูงก็เถอะ แต่นั่นมันก็เป็นเสน่อย่างนึงที่ทำให้แฟนคลับอย่างหนูหลงรักพี่นี่น่า อิอิ) เดือนหน้าต้องไปฝึกงานที่ไร่ข้าวโพดในเรื่องนี้เเล้วแล้ว เข้าถึงอารมณ์ตอนนี้สุดๆเลยค่ะ ไม่รู้ว่าตอนนั้นกับตอนนี้จะยังเหมือนเดิมหรือเปล่า พูดแล้วก้ตื้นเต้นนะนี่ จากที่เคยคิดว่าไปฝึกงานครั้งนี้คงจะเหงาๆหน่อยๆ พอมาดูชื่อสถานที่ถ่ายทำ ทำให้ดีใจมากเลยหละค่ะ ถึงมันจะไม่ใช่สถานที่ทั้งหมด แต่เป็นแค่ส่วนหนึ่งก็พอแล้ว โอ๊ยยย ดีใจจัง แล้วเรื่องที่บอกว่าคงไม่มีละครเรื่องไหนทำฉากสวนส้มได้สวยเท่ากับเรื่องนี้ อันนี้คอนเฟิร์ม อิอิ ไม่เคนมีเรื่องไหนทำให้กิ่งประทับใจได้เท่ากับเรื่องนี้เลย พูดแล้วก็อยากจะอยู่ในบรรยากาศแบบนัั้นบ้างจัง ได้มาแสดงความคิดที่มีตอนนี้ในที่แบบนี้ทำให้รู้สึกดีจังค่ะ ขอบคุณที่สร้างที่ดีๆแบบนี้ขึ้นมานะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ปล. อยากได้ดีวีดีเรื่องนี้จังค่ะ ต้องทำไงค่ะ กิ่งขอทิ้งเมลล์ไว้แล้วกันนะค่ะ kingza_032@hotmail.com แต่คงอีกนานกว่ากิ่งจะได้ตอบเมลล์เพราะอีก เดือนนึงกว่าจะกลับมาจากฝึกงาน แต่ยังไงก็ช่วยติดต่อด้วยนะค่ะ อยากได้ดีวีดีเรื่องนี้มาก ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งค่ะ
...กิ่ง...

 

โดย: กิ่ง IP: 158.108.230.113 1 ตุลาคม 2553 17:48:39 น.  

 

สองเดือนแล้วไม่ได้เข้ามาเยี่ยมเห็นว่าคุณจอยงานยุ่งวันนี้เหงาๆเลยมาอ่านนิยายยังไหงก็HAPPYทุกทีเลยและขอทวงสัญญาด้วยนะจ๊ะดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะคะ

 

โดย: P&N IP: 115.87.214.25 7 ตุลาคม 2553 18:00:41 น.  

 


หวัดดีค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่ยังแวะเวียนมาเยี่ยมกันเรื่อย ๆ นะค่ะ แม้ว่าเจ้าของ BG
ช่วงนี้จะบ้างานไปหน่อย ไม่อู่งานมาเขียนนิยายเหมือนแต่ก่อน...
อ่านเม้นท์น้องกิ่งแล้วนึกอิจฉานะ ที่ได้เข้าไปใกล้ชิดธรรมชาติ ทำงานเกษตร
อย่างคุณย่าและพี่อาทิจ
ใครที่ได้ดูละครเรื่องนี้เชื่อเถอะว่าอยากมีชีวิตที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ อย่างเรื่องราว
และตัวละครในเรื่องนี้กันทั้งนั้น...เชื่อไหมเวลาทำงานเหนื่อย ๆ หรือหมกมุ่นอยู่
กับงานมาก ๆ พอคิดถึงละครเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วเหมือนได้เติมพลังงานขึ้นมาทันทีเลย
คิดถึงว่า เอ้ย ! เริ่มเหนื่อย เริ่มเครียดแล้ว น่าหยิบพี่อาทิจกับน้องณีมาดูดีกว่า ท่าจะดี
อารมณ์จะเป็นประมาณนี้ค่ะ พอนึกถึงละครเรื่องนี้แล้วจะสดชื่นขึ้นเลย

คุณภัทร (P&N) ค่ะ รูปลูกฝาแฝดของพี่อาทิจกับน้องณีขอติดไว้ก่อนนะค่ะ ยัง
ไม่มีเวลาหารูปโดน ๆ เลย แม้แต่ปกก็ยังไม่ได้ออกแบบซะที อันนี้เพื่อนซี้ก็ทวง
อยู่เหมือนกันค่ะ...
สุดท้ายอยากฝากให้คนที่ได้อ่านเรื่อง “แผ่นดินนี้...รักเราครอง” ช่วยกันตั้งชื่อลูกฝาแฝด
ชาย-หญิง ให้พี่อาทิจกับน้องณี ทีค่ะ เผื่อคุณภัทรหรือใคร จะมีชื่อเพาะ ๆ หรือ
ไอเดียเก๋ ๆ ดีกว่าตัวคนแต่ง จริง ๆ ก็มีชื่อที่คิดไว้แล้วหลายชื่อนะค่ะ แต่อยาก
ได้ความคิดเห็นจากคนที่อ่านบ้างน่ะค่ะ ลองช่วยกันตั้งดูนะค่ะ

 

โดย: ศรกล 21 ตุลาคม 2553 8:36:42 น.  

 

คุณจอยวันนั้นได้ดูหนังอัคนีที่ณเดชเล่นทำให้คิดถึงพี่อาทิจกับน้องณีตอนยียวนกวนประสาทกันไหงงั้น

 

โดย: P&N IP: 58.8.84.99 27 ตุลาคม 2553 9:25:33 น.  

 

สวัสดี..ค่ะ น้องจอย..

ก่อนอื่นพี่ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ที่ได้เข้ารับราชการค่ะ..
ถึงเงินเดือนจะน้อย แต่มั่นคงค่ะ เหมือนน้ำซึมบ่อทราย ขยันทำงานขยันเก็บ
อีกหน่อยก็มีเองนะคะ..

แต่พี่ขอถามว่า รับราชการอะไรคะ..

พี่เป็นพยาบาลค่ะ จบมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำงานรับราชการมา 25 ปีแล้ว..555..

 

โดย: violin IP: 223.207.163.188 30 ตุลาคม 2553 18:36:45 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ ไวโอลิน
จอยเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการค่ะ
บริหารงานทั่วไป ทำงานเกี่ยวกับเอกสารทั้งนั้นเลย
คลุกคลีอยู่กับพวกจดหมายราชการ
ก็เลยชอบการขีดเขียนแต่งเป็นเรื่องเป็นราวตามความคิดน่ะค่ะ

 

โดย: ศรกล 31 ตุลาคม 2553 9:50:24 น.  

 

พี่แวะมาเยี่ยมจ้า..น้องจอย สบายดีนะคะ

Photobucket

 

โดย: tew DR 1 พฤศจิกายน 2553 14:03:16 น.  

 

พี่แวะมาเยี่ยมจ้า..น้องจอย สบายดีนะคะ

พูดน้อยจังเลยนะคะ คุณ(แม่น้องขนุน) TewTew..

แต่รูปคุณแอนดริวสวยดีค่ะ..

 

โดย: violin IP: 223.207.168.71 2 พฤศจิกายน 2553 2:51:08 น.  

 

ป๊อก ปิยะธิดา เคยเล่น ธรณีนี่นี้ใครครอง คู่กัน ยังบอกเลยว่า แอนดริว มีพัฒนาการทางการแสดงสูงมาก ถือเป็นพรสวรรค์ที่ไม่ได้เกิดกับทุกคน ป๊อก บอกว่า ถ้าหากได้มีโอกาสเล่นคู่ แอนดริว อีก จะยินดีมาก นี่คือเสียงสะท้อนจากเพื่อนดาราต่อดาราด้วยกัน”
พอดีอ่านเจอเลยเอามาฝากนานแล้วคุณจอยคงเห็นมามั้ง

 

โดย: P&N IP: 182.232.189.220 7 พฤศจิกายน 2553 20:41:58 น.  

 

แวะมาทักทายจ้า น้องจอย สบายดีนะคะ

พี่ไวโอลิน..แซวนะ อิอิ

Photobucket

 

โดย: tew DR 11 พฤศจิกายน 2553 13:14:31 น.  

 


หวัดดีค่ะ พี่ไวโอลิน พี่TEW (ขอบคุณสำหรับภาพสวย ๆ นะค่ะ) และคุณภัทร
คุณภัทรค่ะ สัมภาษณ์อันนี้จอยเคยได้อ่านแล้วเหมือนกัน
สมัยตอนทางผ่านออนแอร์กำลังฮอต ๆ เลย ตอนนั้น และก็
มีนักข่าวไปสัมภาษณ์ป๊อกมา อ่านแล้วปลื้ม อยากให้สองคนนี้
เขาโคจรมาเจอกันอีก จะงานอะไรก็ได้ จะได้ระลึกถึงสมัยพี่อาทิจและ
น้องณีตอนละออน



 

โดย: ศรกล 12 พฤศจิกายน 2553 15:45:41 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องจอย..

คิดเหมือนพี่เลย อยากให้สองคนมาเจอกัน
ไม่ต้องเอาเรื่องอื่นหรอก เอาเรื่อง"ธรณีภาค 2.."ของจอยนี่แหล่ะ..จะบอกผู้จัดคนไหนดีน้า..

คุณติ๋วติ้ว..
พี่พูดจริง ๆค่ะว่าพูดน้อย รูปสวยหนัก ๆ
(สวยมาก ๆ รูปคุณหมอรุจ ในดงดอกไม้สีชมพู ดูแล้วคิดว่าเป็นคุณหมอในฝันของ FC คนยากอย่างพวกเรา เนาะ)
แต่ไม่ใช่ต่อยหนักค่ะ..อิ อิ..

 

โดย: violin IP: 223.207.169.206 13 พฤศจิกายน 2553 2:33:50 น.  

 

ช่ายแล้วเห็นดัวยอย่างที่สุดภาคสอง...ทำไหงน้าจะให้ผู้จัดได้อ่านเนี้อเรื่องดีๆๆอย่างนี้....อยากบอกว่าก็ชอบนะอัคนีกับอัจจิมาน่ารัก......แต่ยังไหงก็ยังไม่เหมือนพี่อาทิจกับน้องณี..ยียวน...กวนประสาท...กลั่นแกล้ง...แอบรัก...แอบมอง...อบอุ่น...ชึมลึก...วางมาด..ยังไหงพี่อาทิจก็น่ารักที่สุดเน๊าะ.....ลองหลับตาแล้วคิดถึงตอนสอบได้แล้วกระโดดกอดพี่อาทิจซิ...ตอนที่น้องณีจะเข้าไปสอบแล้วลุงจอดรถคุยกับพี่อาทิจก็น่ารัก...ชอบๆๆจังเลย

 

โดย: P&N IP: 119.31.93.124 15 พฤศจิกายน 2553 10:49:15 น.  

 

สวัสดีค่ะ น้องจอย

อยากให้มีธรณี(ภาค2)ค่ะ

เห็นด้วยค่ะกับคุณภัทรนะคะ ว่า"ยังไหงก็ยังไม่เหมือนพี่อาทิจกับน้องณี.." เค้าแสดงได้น่ารักดีมาก ๆเลย(ทั้งคุณแอนดริวและคุณป็อก)

ถ้าไม่มีผู้จัดคนไหนสนใจพี่ขอแนะนำที่"บริษัท มานาโปรดักชั่น" นะคะ..แต่ว่าจะทำยังไงดีล่ะคะ..

สวัสดีค่ะ..

แต่ว่าจะทำยังไงดีล่ะคะ..

 

โดย: violin IP: 223.207.164.197 17 พฤศจิกายน 2553 4:14:48 น.  

 

ชอบตอนที่จัดงานเลี้ยง
เลี้ยงส่งน้องณีตอนสอบได้
และจะไปกรุงเทพ ตอนตบมือ
ร้องเพลง "มอง เธอสาว เธอสวย
ฉันจึงได้มอง มองเธอ"
ตอนนั้นน่ะค่ะ พี่อาทิจเริ่มรู้ใจ
ตัวเองว่าชอบน้องณีแล้ว

จริง ๆ ด้วยเนอะ ไม่มีละครแนวนี้เรื่องไหน
ที่ทำให้ประทับใจได้จริง ๆ ค่ะ ละครเรื่องนี้คลาสสิคมาก
ไม่ตกยุค อารมณ์เหมือนกับเราอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
ที่สนุกมาก ๆ อ่านกี่รอบก็ไม่
เคยเบื่อเลย เหมือนตกอยู่บรรยากาศของเรื่องราวนั้น

 

โดย: ศรกล IP: 203.158.208.28 17 พฤศจิกายน 2553 8:09:55 น.  

 

จริง ๆด้วยค่ะน้องจอย..
ไม่มีละครเรื่องไหนที่ทำ
แบบพระเอกเป็นชาวสวนชาวไร่แล้วให้ความรู้สึกว่าดู"คลาสสิคมาก ๆ"เท่าเรื่องนี้เลย ค่ะ

ขอให้น้องจอยสบายดีนะคะ..

 

โดย: violin IP: 117.47.101.134 28 พฤศจิกายน 2553 20:57:21 น.  

 

หวัดดีค่ะ เพิ่งอ่านในพีนทิพย์มา ว่าจะสร้างเรื่องนี้ใหม่ เลยขอเอาภาพไปโพสต์ในกระทู้ค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A9998793/A9998793.html#27
ขอบคุณมาก ๆ นะคะ

 

โดย: drug IP: 203.157.152.1 7 ธันวาคม 2553 17:26:26 น.  

 

ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้รอให้อนุญาตก่อนพอดีหาใน google แล้วเพิ่งจะมาเจอ blog ทีหลังค่ะ

 

โดย: drug IP: 203.157.152.1 7 ธันวาคม 2553 17:28:50 น.  

 

ไม่เป็นไรค่ะคุณ drug
ขอบคุณที่เอากระทู้จากพันทิพย์
มาฝากนะค่ะ
ห้ามเขาไม่ได้ ถ้าเขาจะรีเมคละคร
เรื่องนี้ใหม่ แต่เราก็ประทับใจ
กับเวอร์ชั่นเก่าอย่างมากมาย ยังไงก็ขอให้ทำออกมาดีนะค่ะ ไม่แพ้เวอร์ชั่นแรกเลยนะ

 

โดย: ศรกล 13 ธันวาคม 2553 15:06:18 น.  

 

test

 

โดย: ศรกล 27 ธันวาคม 2553 8:04:39 น.  

 

สวัสดีค่ะ น้องจอย..
ดีใจจังที่เห็นน้องจอยถ่ายรูปคู่กับคุณแอนดริวค่ะ ดีใจที่ได้เห็นน้องจอยตัวจริงค่ะ..

รักน้องนะคะ พี่ถมเองค่ะ..

 

โดย: violin IP: 223.206.194.240 29 ธันวาคม 2553 22:00:13 น.  

 

 

โดย: tew DR 1 มกราคม 2554 2:08:37 น.  

 

ขอบคุณพี่ถมและพี่ติ๋วนะค่ะ

 

โดย: ศรกล 6 มกราคม 2554 13:02:46 น.  

 

 

โดย: ศรกล 13 มกราคม 2554 12:49:36 น.  

 

ปกน่ารักมากคุณจอยสบายดีนะเป็นห่วงนะจ๊ะ

 

โดย: P&N IP: 110.49.76.245 13 มกราคม 2554 23:44:25 น.  

 

สบายดีค่ะ คุณภัทร ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

 

โดย: ศรกล 14 มกราคม 2554 8:33:03 น.  

 

สวัสดีค่ะ..น้องจอย..

พี่ถมเองนะคะ..

เรื่อง "ธรณีนี่นี้ ใครครอง" ถ้าใครจะทำใหม่ก็ช่างเขาเถอะ นะคะ..
แต่เรื่อง"แผ่นดินนี้ เรารักเราครอง"ของน้องจอยพี่อยากให้ทำละครค่ะ..และอยากให้คุณแอนดริวเล่นเองด้วย..
จะเป็นไปได้มั้ย..น้า....

พี่ถมเองค่ะ

จอยมีอีเมลล์อะไร บอกพี่หน่อยนะคะ..

 

โดย: violin IP: 117.47.103.20 22 มกราคม 2554 14:04:27 น.  

 

ไม่ได้เขามาที่ bg ซะนาน
ก็เลยไม่รู้ว่าพี่ถมถามถึง mail

mail ของจอยนะค่ะ

y_sirikun@hotmail.com

เคยคิดเล่น ๆ เหมือนกันว่าจะส่งเรื่องแผ่นดินนี้ รักเราครอง
ไปให้แอนดริวอ่านเล่น ๆ
ดริวไม่ต้องมาทำเป็นละคร
หรอก แต่อยากให้ดริวรู้ว่า
เขาเป็นส่วนหนึ่งในแรงบันดาลใจของจอย
ในการเขียนเรื่องนี้ค่ะ แต่ก็เกรงใจแอนดริว กลัวจะไปรบกวนเขาเปล่า ๆ

 

โดย: จอย (ศรกล) IP: 203.158.208.28 27 มกราคม 2554 9:06:15 น.  

 

แวะมาเยี่ยมคุณจอยจะมาบอกว่านอนไม่หลับคิดถึงคุณย่ากับพี่อาทิจและน้องณีรวมทุกคนที่นี่เลยหยิบDVD " ธรณีนี่นี้ใครครอง "มาดูอีกแล้ว(ไม่รู้ครั้งที่เท่าไรอ่ะ)...อ้อวันหน้าถ้าได้ไปเจอดริวอีกคุณจอยก็ทำเป็นของขวัญไปให้ไหงของขวัญที่ดริวจะไม่ลำบากใจในการรับ เพราะดริวไม่ค่อยรับของใคร น่าประทับใจดีออก ภาวนาให้คุณจอยมีวันนั้นอีกเราคงได้เจอกันนะ

 

โดย: P&N IP: 49.230.151.41 2 กุมภาพันธ์ 2554 19:04:32 น.  

 

ค่ะคุณภัทร
จอยก็ขอภาวนาให้มีวันนั้นอีกครั้งหนึ่ง
จอยจะรวบรวมเย็บเป็นเล่ม
อีกเล่มหนึ่งให้ดริว และขอให้วันนั้น
คุณภัทรได้มาเจอดริวด้วยกันนะค่ะ...ขอให้มีวันนั้นอีกครั้งหนึ่งเถอะ...
อ้อ!!! แต่จอยก็ส่งการ์ดไปขอบคุณ แอนดริวเขาแล้วค่ะ
ที่มาในวันนั้น มีคนเซ็นรับวันที่ 2 กพ 54 ส่งด่วน ems ไป
เพราะอยากจะขอบคุณเขาจากใจจริง ๆ เลย
แต่ความรู้สึกช้าไปหน่อย เพิ่งส่งให้ วันที่ 31 มค. นี้เอง
ที่ส่งการ์ดไป เพราะในวันงาน ลืมขอบคุณเขาค่ะ

ปล.ละครธรณีนี่นี้ใครครองเป็นละคร
ของดริวที่จอยดูบ่อยที่สุด แทบจะ
ไม่หยิบละครเรื่องอื่นของดริวมาดูเลย

 

โดย: ศรกล 3 กุมภาพันธ์ 2554 12:11:58 น.  

 



 

โดย: ศรกล 4 กุมภาพันธ์ 2554 16:54:32 น.  

 











 

โดย: ศรกล 4 กุมภาพันธ์ 2554 17:01:08 น.  

 

 

โดย: ศรกล 4 กุมภาพันธ์ 2554 17:04:08 น.  

 

คิดถึงๆๆๆๆๆจัง
คิดถึงพี่อาทิจ
คิดถึงหมอรุจ
คิดถึงคุณจอยสบายดีนะ

 

โดย: P&N IP: 110.49.31.6 26 กุมภาพันธ์ 2554 1:58:58 น.  

 

5555
อารมณ์เดียวกันเลยคุณภัทร

ขอบคุณค่ะ สบายดีค่ะ

 

โดย: ศรกล 28 กุมภาพันธ์ 2554 10:58:18 น.  

 

ขอบคุณภาพ cap สวย ๆ
จากพี่ติ๋วค่ะ

 

โดย: ศรกล 8 มีนาคม 2554 12:37:36 น.  

 

คลิกรูปเล็กไปหารูปใหญ่นะค่ะ





 

โดย: ศรกล 10 มีนาคม 2554 12:44:29 น.  

 



จากนิตยสาร "สาระแนดารา"

 

โดย: ศรกล 29 เมษายน 2554 15:25:44 น.  

 

สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากที่แวะไปเยี่ยมกันค่ะ ดีใจจัง เข้าบล็อคมาก็ได้ยินเพลงที่คุ้นหู ได้อ่านเรื่องที่ประทับใจ ได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับละครตรึมเลย ขอบคุณที่ทำบล็อคเรื่องนี้นะคะ

เราชอบเรื่องนี้มาก ๆ เป็นพระเอกและละครในดวงใจอันดับต้น ๆ มาตลอด เรื่องนี้ทำได้ดีจริง ๆ ทุกอย่างลงตัวไปหมด ทั้งนักแสดง บท การกำกับ โลเกชั่นที่สวยมาก

นึกไม่ออกเหมือนกันว่านอกจากแอนดริวแล้ว ใครจะเป็นอาทิจได้ดีเท่า ป๊อกก็เล่นเป็นน้องณีได้น่ารักน่าชังเป็นที่สุด

ที่ชอบมากพอ ๆ กันคือป้าจุ๊นี่แหละค่ะ เล่นเป็นย่าแดงได้ดีมากกกก ถ้าเวอร์ชั่นใหม่ ให้ท่านมาเล่นอีกได้ละก็เยี่ยมเลยค่ะ

ที่จริงณเดชน์กับญาญ่าได้มาเล่นเรื่องนี้ก็ค่อนข้างเหมาะนะคะ รอดูไปก่อนว่าทำออกมาเป็นยังไง เราว่า ผู้จัดคงนเดียวกัน คงไม่ปล่อยให้ละครออกมาแย่อย่างที่กลัวกัน เราตั้งตารอดูตั้งแต่ออกข่าวแล้วค่ะ

 

โดย: haiku 30 เมษายน 2554 11:25:04 น.  

 

ขอบคุณ คุณ haiku ที่แวะมาทักทายกัน

เราก็จะรอดูเวอร์ชั่นใหม่เหมือนกัน แต่ยังไงเวอร์ชั่นเก่า
แอนดริว+ป๊อก ขอเก็บเป็นความประทับใจไว้ตลอดไปล่ะกันนะค่ะ

ป้าจุคงมาเล่นไม่ได้แล้วมั้งค่ะ ผู้จัดคงต้องหาย่าแดงคนใหม่แน่นอน...ว่าแต่เขาเริ่มถ่ายทำกันหรือยังค่ะ

 

โดย: ศรกล 30 เมษายน 2554 13:46:20 น.  

 

 

โดย: ศรกล 6 มิถุนายน 2554 9:48:20 น.  

 

test





 

โดย: ศรกล 9 มิถุนายน 2554 13:16:42 น.  

 




เธออาจจะเป็นแค่คนหนึ่งในโลกนี้ แต่ในทางกลับกัน
เธออาจจะเป็นโลกทั้งใบสำหรับใครบางคน



ความสุขกับความทุกข์อยู่ใกล้กันเหมือนวันนี้กับวันพรุ่งนี้

 

โดย: ศรกล 17 มิถุนายน 2554 8:45:33 น.  

 

ไม่ว่าจะวันไหนๆๆ
ก็จะมี..เธอคนนี้คนเดียว
ในโลกของคนอย่างเราเรา
ใครเค้าจะคิดยังไหงก็ตามแต่ใจ เราพอใจที่จะอยู่ในโลกของเราอย่างนี้ แค่มีรอยยิ้ม ของพี่อาทิจ.....

 

โดย: P&N IP: 49.230.134.88 29 มิถุนายน 2554 20:11:49 น.  

 

สวัสดีค่ะ..น้องจอย..

พี่ขอให้กำล้งใจกับพี่อาทิจ และเพื่อน ๆทุก ๆคนค่ะ..
ยอมรับฟังทุก ๆ เรื่องที่เกี่ยวกับพี่อาทิจและเข้าใจเสมอ..

 

โดย: violin IP: 223.207.106.216 30 มิถุนายน 2554 5:57:25 น.  

 

สวัสดีค่ะ น้องจอย..
พี่ถมเอง นะคะ..
ธรณี.(เวอร์ชั่น 2011) มาแล้ว แต่ออกแนว(โมเดิลและตะวันตก)นะคะ..ก็รอดูแล้วกัน..

สำหรับพี่ พี่ถมว่าของเก่าลงตัวมากกว่าค่ะ..(สำหรับคนแก่ ๆอย่างเรามั้ง?..) 555..

 

โดย: violin IP: 223.206.120.173 15 กรกฎาคม 2554 0:42:33 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ถมกับคุณภัทร

ขอบคุณนะค่ะที่ยังคิดถึงกัน ...โดยเฉพาะกับพี่อาทิจ คนแรก คนนี้...

 

โดย: ศรกล 19 กรกฎาคม 2554 8:42:06 น.  

 

สวัสดีค่ะ จอย..

พี่ถามจริง ๆว่าคุณแอนดริวทำอย่างอื่นที่น้องบัวพูด จอยรู้ไหม๊ว่าคุณแอนดริวทำอะไรเหรอ..

เรื่องธรณีเวอร์ชั่น 2011 พี่ถมเฉย ๆ ยังงัยก็ไม่รู้(ไม่ตื่นเต้นเลยค่ะ พี่พูดจริง ๆ )น้องจอยรู้สึกยังไงคะ ของเก่าพี่ดูหลายรอบมาก บอกเลยว่าให้ความรู้สึกที่ดีและลงตัวมาก พี่อาทิจบุคลิกคุณแอนดริวมีความเป็นพี่เป็นผู้นำที่สามารถดูแลน้องณีและไร่ได้..

แต่ของใหม่คง..รักและโรแมนติกแบบน่ารัก ๆมั้งตามวัยรุ่นสมัยนิยม เพราะพี่ดูว่าณเดช ภาวะผู้นำยังมองไม่เห็นค่ะ..(พี่พูดแรงไปหรือเปล่าคะ)..แต่เป็นความคิดของพี่คนเดียวนะคะ..

 

โดย: violin IP: 49.49.116.138 23 กรกฎาคม 2554 5:02:58 น.  

 

จอยก็คิดเหมือนกันว่านเดช
ไม่มีลักษณะหรือบุคลิกภาพที่
ให้แสดงหรือสื่อให้เห็นว่าจะเป็น
พี่อาทิจที่ดูอบอุ่น เหมือนที่
ดริวแสดงและถ่ายทอดออก
มาได้ดีเหลือเกิน จอยรู้สึกว่า
ดริวเป็นพี่อาทิจที่อบอุ่นมาก
กว่าในนิยายเสียอีก...แต่ก็ต้อง
ให้โอกาสกันค่ะ เขาอาจจะเล่น
กันออกมาดีในอีกรูปแบบหนึ่ง
ก็ได้ค่ะ...ตอนนี้จอยไม่อะไรกับละครที่ดริวเคยเล่นแล้วจะกลับมารีเมคแล้วค่ะ
เราก็ยังคงรักและประทับใจ
กับภาพที่ดริวเล่นไว้ก็พอใจแล้ว

พี่ถมค่ะจอยไม่รู้หรอกว่าดริวมีอะไร
อย่างอื่นทำด้วยหรือเปล่า
จอยรู้แต่เพียงว่าดริวเขามีความสุขมาก
เมื่อเขาได้ไปโบสถ์ไปอยู่กับ
พระเจ้าทุกอาทิตย์ ได้รับใช้พระเจ้า เมื่อเขามีโอกาส และดริวไม่ทิ้งงานแสดงหรอกค่ะ เพียงแต่พวกเราคงต้องรอเขานานหน่อยเท่านั้นเอง...อดทนกันนะค่ะ

 

โดย: ศรกล IP: 203.158.208.28 1 สิงหาคม 2554 9:47:49 น.  

 

สวัสดีค่ะ จอย..

วันนี้พี่ไปร้านหนังสือซีเอ็ด เลยได้สุขกายสบายใจมาเล่มนึง อ่านแล้วเนื้อหาดีมาก ๆเลยนะคะ..

 

โดย: violin IP: 223.206.127.252 2 สิงหาคม 2554 18:47:35 น.  

 

2-3วันมานี้เหมือนเจออะไรๆๆที่เครียดๆเลยอยากกลับมาหาความสุขที่บ้านหลังนี้ของคุณจอยสักหน่อยคงไม่ว่ากันนะเข้ามาเติมพลังจิตใจคุณจอยสบายดีนะหายไปเลยว่างๆคุยกันบ้างนะเหตุผลเดียวที่มาคิดถึงพี่อาทิจที่สุดในโลก555

 

โดย: P&N IP: 110.49.235.103 2 กันยายน 2554 18:23:03 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องจอย..

คุณP&N ชื่ออะไรคะ เราชื่อ"ถม" เราไม่ค่อยเล่นเกมส์หรือface book หรอกไม่เล่นเลยก็ว่าได้..

ดีใจค่ะที่รู้จักคุณP&N

สวัสดีค่ะจอย แล้วเจอกันใหม่นะคะ..

 

โดย: violin IP: 171.4.25.199 4 กันยายน 2554 19:34:52 น.  

 

ยินดีที่รู้จักคุณถมดีใจที่เรามีสิ่งที่เหมือนกันคือ...รักผู้ชายคนเดียวกัน555...เราไม่ค่อยชอบเล่นเกมแต่มีเพื่อนอยู่ในFBส่วนใหญ่ก็แฟนคลับANDREWเท่านั้นว่างๆมาคุยกันนะNOOCHZII@HOTMAIL.COMคุณจอยสบายดีนะคิดถึงเมื่อไรจะได้อ่านนิยายรักอีก...รออยู่นะคะขอปีละเรื่องสนุกดีแต่ขอพระเอกเป็นคนนี้นะจ๊ะ

 

โดย: P&N IP: 49.228.224.248 5 กันยายน 2554 15:03:59 น.  

 

หวัดดีค่ะ พี่ถม พี่นุช (อิ ๆ ไม่เรียก คุณภัทรแล้วล่ะ มันดูห่างเหินนนนน)
ดีใจที่พี่ทั้ง 2 คนยังมาเยี่ยมหาความสุขจากใน bg นี้ ไม่ทิ้งกันไป ขอบคุณนะค่ะ

พี่นุช ตอนนี้จอยยังไม่มีแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เลยค่ะ ไม่ค่อยว่างด้วย อยากเขียนอยู่เหมือนกัน
แต่คราวนี้กลัวเขียนไม่จบ 555
เห็นข่าวถ่ายทำธรณีฯ เวอร์ชั่นใหม่กันไหมค่ะ ก็น่าดูอยู่นะ แต่บรรยากาศ และคุณย่ามันแปลก ๆ น่ะค่ะ บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่รับรองรอดูเวอร์ชั่นใหม่แน่ ๆ เป็นละครเรื่องแรก ที่ไม่ใช่ละครของดริว ที่จอยตั้งใจจะรอดูค่ะ อ้อ!!! อีกเรื่องก็รักเกิดในตลาดสด ว่าง่าย ๆ ละครที่ดริวเคยเล่นแล้วมารีเมคใหม่ ค่อยดูทั้งนั้นแหละค่ะ อิ ๆ ...ว่าแต่ถ้าเขารีเมค ทางผ่านกามเทพ กับเรือนไม้สีเบจเนี่ย แล้วใครจะกล้ามาเล่นเป็นคุณไตรภพกับพี่อาร์มนะ...อิ ๆ

เคยได้ยินมาเหมือนกันค่ะ ว่าตอนแรกเขาก็ไม่อยากรีเมคเรื่องธรณีฯ เพราะของเก่าดีอยู่แล้ว ไม่อยากทำใหม่
แต่คงเป็นเพราะได้คู่พระนางที่ดูเหมาะสมและน่าจะไปได้ดี เขาก็เลยทำ....จอยว่าผู้กำกับอย่างป้าแจ๋ว ผู้จัด
และทีมงาน คงรับรู้กระแสของละครเรื่องนี้ในเวอร์ชั่นเก่าดีนะค่ะ คิดว่าเขาคงหาข้อมูลจากในอินเทอร์เน็ตนี่แหละ
และก็คงตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุด...จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องท้าทายของนักแสดง ผู้กำกับ ผู้จัดและทีมงานมากนะค่ะ
และก็เป็นเรื่องที่น่าติดตามของแฟน ๆ ละครของนักแสดงทั้งเวอร์ชั่นใหม่และเวอร์ชั่นเก่าอย่างเราด้วย....

 

โดย: ศรกล IP: 203.158.208.28 7 กันยายน 2554 15:03:09 น.  

 

พี่นุช ถ้าคิดจะเขียนนิยายให้
พระเอกคนเดิม คนนี้เล่น ต้อง
เขียนให้นางเอกเรียบร้อยนะค่ะ ห้ามเขียนให้นางเอกเป็นนางเอก
อย่างในละครหลาย ๆ เรื่องอย่างตอนนี้นะค่ะ ถ้าเขียนอย่างนั้น
รับรองพระเอกคนนี้ไม่เล่นแน่...5555

 

โดย: ศรกล IP: 203.158.208.28 7 กันยายน 2554 15:12:46 น.  

 

สวัสดีค่ะ น้องจอย..

สวัสดีค่ะคุณนุช..

จอยคิดเหมือนพี่เลยว่าเรื่องทางผ่านกามเทพกับเรือนไม้สีเบจ พี่ว่าตอนนั้ย้งไม่มีใครที่สามารถเล่นได้ค่ะ ไม่ใช่ชมคุณแอนดริวหรอกพี่คิดอย่างนี้จริง ๆ เด็กรุ่นใหม่ถ้าเทียบอายุเท่าคุณแอนดริวตอนนั้น พี่ว่าฝีมือการแสดงยังห่างกันอยู่นะคะ..

อย่างเรื่องไม้เมืองคุณแอนดริวอายุยังไม่ถึง 20 ปีเลย(ตอนถ่ายทำนะคะ)แต่แสดงได้ดีมาก บทdrama ที่ต้องเป็นพ่อในวัยนักศึกษาคุณแอนดริวเค้าทำได้ดีมากเลยค่ะ

คุณนุชเดี๋ยวว่าง ๆจะเมลล์ไปหานะคะ..
จอยอีแมวเอ้ย..อีเมลล์ของจอยพี่จดไว้หายแล้ว..55 ขอโทษมั่ก ๆ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่เปิดในbg นี้ที่จอยเขียนให้พี่นะคะ..

 

โดย: violin IP: 223.206.52.27 7 กันยายน 2554 18:12:36 น.  

 

ชอบละครเรื่องนี้มากค่ะชอบพี่แอนดริว ใจจริงไม่อยากให้เค้านำละครเรื่องนี้มาเล่นใหม่เลยคะ อยากเก็บเอาความประทับใจนี้ไปนานๆ เพราะตอนนั้นยังเรียนมัธยมอยู่เลยชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะเพื่อนที่ทำงานด้วยกันไม่เข้าใจความรู้สึกของเราตอนนี้เลย เค้าคงไม่เคยได้ดูตอนพี่แอนดริวกับพี่ป๊อกแสดงมั้งค่ะ ขอบคุณพี่จอยที่ให้แสดงข้อความนี้

 

โดย: ภัทรมาส IP: 115.67.64.47 6 กรกฎาคม 2555 23:37:37 น.  

 

ชอบละครเรื่องนี้มาก ๆ ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลย

 

โดย: หนึ่ง IP: 49.49.36.108 8 กรกฎาคม 2555 16:41:52 น.  

 

รักมากมาย ทั้งอ่านนิยาย และดูละคร ชอบเวอร์ชั่นแรกค่ะ เวอรืชั่นใหม่สู้ไม่ได้เลย (ความเห็นส่วนตัวค่ะ)
ขอบคุณคุณจอยนะคะสำหรับภาคต่อน่ารักมากค่ะ ร้องไห้กับตัวละครด้วยแหละ เขืยนดืมากเลยค่ะ

 

โดย: kaka IP: 223.204.6.44 31 ตุลาคม 2555 20:55:29 น.  

 

รอละครเรื่องใหม่อยู่นะคะคุณแอนดริว

 

โดย: jamp IP: 27.130.174.248 2 มิถุนายน 2556 0:11:14 น.  

 

ดีใจจังเลยค่ะที่หาเจอคนคอเดียวกันที่ชอบ แอนดริว ขออนุญาตร่วมรับรู้ข่าวสารของแอนดริวด้วยค่ะ (เสาะหามานาน......มาก)

 

โดย: แอ IP: 171.99.180.111 29 สิงหาคม 2556 7:38:13 น.  

 

ขอรบกวนอีกคนได้ไมคะ อยากได้dvd ธรณีนี่นี้ใครครองที่แบบคมชัดด้วยอีกคนค่ะ เคยซื้อมาแล้วแต่ต้องผิดหวัง รบกวนด้วยนะคะ อยากทราบรายละเอียดจะต้องทำอย่างไรบ้างคะ ขอแจ้งอีเมลให้ไว้เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ apiyada_8@hotmail.com

 

โดย: Gigg IP: 27.55.141.175 17 ตุลาคม 2556 13:40:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Sonkon
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





แจกโค้ดปฎิทิน by zalim-code.com

Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
18 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Sonkon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.