บทสรุปAfter endindของรักแห่งสยาม (ไขปริศนาอัลบั้ม August thanx)

เนิ่นนานเหลือเกิน...ที่ฉันซึมลึกกับมัน
ก็ไม่รู้ว่า...เธอยังซึมลึกด้วยรึเปล่า
ไม่รู้ความจริง..มะเดี่ยวคิดอะไรไว้
แต่ที่ฉันคิด...มันเป็นอย่างนี้

___________________

หลังจากที่ฟังaugust thanx แล้วเศร้ากับ"คนธรรมดา"อยุ่นาน
ก็เลยหยิบOST รักแห่งสยามมาฟัง
กลับพบเรื่องน่าประหลาดว่า

Track 2:Ticket (Day trip) -เพลงแรกของออกัสที่โต้งฟังบนรถ
Track 3:รู้สึกบ้างไหม -เพลงรักเพลงแรกที่มิวแต่งให้โต้ง
Track 4:เพียงเธอ -ร้องที่ปาร์ตี้
Track 5:กันและกัน -ร้องที่ปาร์ตี้
Track 6:คืนอันเป็นนิรันดร์ -เรื่องมันเศร้า
Track 7:กันและกัน -ร้องที่คอนเสิร์ตคริสต์มาสอีฟ
_______________
เฮ้ย นี่มัน Score music ตามลำดับหนังเลยนะ
ถ้าเกิดเอาวิธีเดียวกัน (หักเพลงเด่นออก) ก็จะได้ลำดับการฟังaugust thanxใหม่ดังนี้

1.คนธรรมดา
เป็นการเล่าย้อนถึงความรู้สึกของมิว

ที่รู้สึกวันเวลาสวยงามจบลงในวินาทีที่สุนีย์เข้ามาหาถึงบ้าน

ความกลัวของมิวทำให้
ไม่กล้า...ที่จะรับโทรศัพท์
ไม่กล้า....ที่จะทักทาย


กลับกลายเป็น"คนไม่รู้จัก"

___________________________

2. Ticket
"เราคงเป็นแฟนกับมิวไม่ได้....."

ในDay trip เป็นความรู้สึกของมิวที่สูญเสียอาม่าไป
ส่วนNight Trip ....มิวสูญเสียโต้งไปแล้ว

รถไฟที่อาม่าได้เดินทางจากไป ก็คือความตาย
มิวเองก็เสียใจจนแทบอยากจะตาย



_______

3-4. ความขัดแย้ง ของ
ยังอยู่ในใจ
กับ ขอบคุณกันและกัน

มิวได้ปลง และขอให้ความรักหยุดอยู่แค่นั้น

....แต่มิวยังไม่รู้เรื่อง รอยยิ้มของสุนีย์


รอยยิ้มแห่งการยอมรับ ความสุขของลูกชาย
รอยยิ้มแห่งชัยชนะของ ความรักที่จะ
"...เติบโตไปด้วยกัน"



".........มีทางให้เราเดินเคียง
และมีแต่เสียงของเธอกับฉัน

มีทางให้เราเดินเคียง..........
และมีแต่เสียงของเธอกับฉัน

.............แสนนานเท่านาน~"




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2551 17:32:18 น.   
Counter : 899 Pageviews.  


รักแห่งสยาม รักแห่งคริสตศาสนา

อารัมภบท
ก่อนที่จะดูภาพยนตร์"รักแห่งสยาม"และบทความนี้
ขอให้คุณเปิดใจถอดแว่น"อคติ"ก่อนดูเช่นเดียวกับโต้งในวัยเด็ก
ตามคำสอนของพระเยซูที่ว่า

“ตาคือความสว่างของร่างกาย
ถ้าตาท่านปกติ ทุกสิ่งก็จะใสสว่าง
แต่ถ้าตาท่านไม่ดี ทุกสิ่งก็จะพลันมืดไป ”

(พระวรสารโดยนักบุญมัทธิวบทที่ 6ข้อที่23)



"...แด่ทุกความรักที่สร้างเรา"

พระเจ้าผู้สร้างสรรพสิ่ง ทรงเป็นความรัก (1ยอห์น4:8)
และทรงสร้างทุกสิ่งที่ทรงเห็นว่าดี
เมื่อทรงสร้างอดัม ก็ทรงสร้างเอวาเพื่อเป็นคู่อุปถัมภ์


แสดงให้เห็นว่า ความรักมิได้มีแค่แบบชายกับหญิง:สามีภรรยา
หากยังมีความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์
รวมทั้งยังความรักที่เรามีต่อพี่น้องเพื่อนมนุษย์ทุกคน

ดั่งที่พระเยซูทรงสอนบรรดาอัครสาวกในพระกระยาหารมื้อสุดท้ายว่า
"จงรักกันและกัน ดั่งที่เรารักท่าน" (ยอห์น15:12)



พระตรีเอกภาพพระเจ้าแห่งความรัก
"เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาเมน"

แม้ว่ามนุษย์จะถูกมารผจญล่อลวงให้ตกในบาป จนต้องพลัดพรากจากพระเจ้าผู้วิสุทธิ์
ความรักของพระองค์ไม่หยุดยั้ง ยังบอกให้เรามนุษย์เรียกพระองค์เป็น "พระบิดา/พ่อ"
ทั้งเสด็จลงมาเกิดเป็นพระเยซูร่วมสภาพ"พระบุตร"แห่งมนุษย์ เพื่อชำระความบาปให้สินไป

"เพราะพระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงได้ประทานพระบุตรแต่องค์เดียว
เพื่อให้ผู้ที่เชื่อวางใจในองค์พระบุตรนั้น จะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร" (ยอห์น3:16)

พระเยซูยังเผยแสดงเรื่อง"พระจิต"ผู้สถิตอยู่กับเรา
จะคอยชี้แนะและเป็นพลังนำเราสู่การเป็นผู้ชอบธรรม เพื่ออยู่ร่วมกับพระองค์ในวิมานสวรรค์


ความรักไม่ใช่สิ่งงมงาย แต่เป็นสิ่งที่ต้องแสวงหา

"จงขอเถิด แล้วท่านจะได้รับ
จงแสวงหาเถิด แล้วท่านจะพบ
จงเคาะเถิด แล้วเขาจะเปิดรับท่าน ”

(มัทธิว 7:7)

"...มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย
และที่ผ่านมาฉันใช้เวลาเพื่อหาความหมาย..."

มิวใช้เวลาอยู่นานที่จะหาชิ้นส่วนของตุ๊กตา
แต่นั่นก็กลับเพิ่มพูนความรักมากยิ่งขึ้น
เช่นเดียวกับเรื่องราวที่ถูกสื่อผ่านละครคริสต์มาส
โหราจารย์ทั้งสามที่คำนวนดาราศาสตร์ หาดาวแห่งความหวัง
อดทนเดินทางอยู่หลายปีเพื่อพบพระเยซูเจ้า
ท่านทั้งสามได้ถวายของขวัญ3ประการคือ
"ทองคำ กำยาน และมดยอบ" (มัทธิว2:11)

ซึ่งข้าพเจ้าขออุปมาเป็นนิยามความรักของตัวละครใน3วัยที่ต่างกันได้ดังนี้

1.วัยชรา:อาม่า
ความรักประดุจทองคำไร้กาลเวลาเสื่อมสลาย


"ค่ำคืนนี้บนท้องฟ้า มีดวงดาวอยู่พราวพราย
หวนคิดถึงร้อยเรื่องราว ที่ผ่านมาดุจความฝัน
คิดแล้วหวัง อยากให้มันกลับคืนมา

ในบัดนี้ สองเราอยู่ห่างไกล นับพันลี้
ไม่อาจติดต่อ สื่อสารได้
ทำใจฉันหมองเศร้าเสียหนักหนา
วอนแสงจันทร์ที่เจิดจ้า ฝากถามทุกข์สุขแทนฉันที
คราใดคิดถึงเธอ น้ำตาก็ไหลริน

ค่ำคืนนี้ รอบกายฉันช่างเงียบเหงา
มีเพียงแสงสลัว ให้ฉันหมอง คิดถึงเธอเพียงลำพัง
สองเราอยู่ ห่างไกลกัน ไม่อาจยินเสียงสำเนียง
ฝากแสงจันทร์ส่งบอกความคิดถึง แด่เธอผู้ห่างไกล"


:คำแปลเพลงจีน"แสงจันทร์ส่องรัก"(ming yue qian li ji xiang si) โดย นิรนาม


ในสายตาอาลัยของอาม่า ขณะฟังมิวเล่นเพลงนี้
ก็ชวนคิดถึงสิเมโอน ผู้เฒ่าในวิหารที่ได้มีบุญเห็นพระกุมารเยซูก่อนตายและอุทานว่า

"พระเจ้าทรงปล่อยข้าพเจ้าเดินทางสู่แดนมรณาอย่างเป็นสุข
ด้วยว่าข้าพเจ้าได้เห็นองค์ความหวังของผู้คนเป็นอันมากประทับอยู่เบื้องหน้าข้าพเจ้า"
(ลูกา2:29-31)

อากงสอนให้อาม่ารู้จักความรักผ่านการเล่นเพลงนี้
ซึ่งมิวก็ได้แสดงอาม่าให้เห็นว่า มิวรู้ความหมายของความรักซึ่งจะต้องมอบให้คนอื่นแล้ว

เพลงนี้ถือเป็น ตั๋ว/"ticket" ให้อาม่า"เดินทาง"อย่างเป็นสุข

2.วัยผู้ใหญ่:สุนีย์
ความรักประดุจควันกำยาน ที่นำคำภาวนา(ของผู้เป็นแม่)สู่สวรรค์เบื้องบน


เช่นเดียวกับรถToyota"Wish"
สุนีย์ตั้งเป้าหมายที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุดจนต้องเสียใจ

หลายครั้งเราได้ละเลยเป้าหมายของการภาวนา(Pray)ไป
การภาวนาที่แท้จริงก็คือ"การสนทนา"ที่จะต้องมีการสื่อสารทั้ง2ทาง"


ในปาฎิหาริย์แรกที่พระเยซูทรงกระทำให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนนั้น
ก็เพราะการภาวนาอย่างถูกต้องของพระแม่มารีย์
เวลานั้นมีงานมงคลสมรสเกิดขึ้นที่หมู่บ้านคานา(ในปาเลสไตน์ในปัจจุบัน)
แต่อนิจจา เหล้าองุ่นเกิดหมดกลางงาน
พระนางมารีย์จึงไปทูลขอพระเยซูด้วยความเชื่อว่า "เขาไม่มีเหล้าองุ่นแล้ว"
พระเยซูตรัสปฎิเสธว่า

"เป็นธุระอะไรของลูกหรือของแม่ ? เวลานั้นยังมาไม่ถึง"

แม่พระก็น้อมรับคำปฎิเสธนั้น แล้วบอกกับคนงานว่า

"บุตรฉันว่าอย่างไร ก็จงทำดังนั้นเถิด"

ครั้นเมื่อถึงเวลาแล้ว พระเยซูก็ให้คนงานเตรียมตุ่มน้ำเปล่า
และพระองค์ก็ได้เสกให้เป็นเหล้าองุ่น
ซึ่งก็เป็นที่สะดุดใจบรรดาผู้กินเลี้ยง ด้วยว่าเหล้าองุ่นที่มาทีหลังกลับรสดีกว่าของเดิมเสียอีก
(จากพระชีวประวัติตามคำบอกเล่าของยอห์นบทที่2)

ด้วยเหตุนี้ เราคริสตชนจึงมีบทภาวนาเพื่อขอนางมารีย์ช่วยสอนแบบอย่างการภาวนาที่ถูกต้อง

"วันทามารีอา เปี่ยมด้วยหรรษทานพระเจ้าสถิตกับท่าน
ผู้มีบุญกว่าหญิงใดๆ และพระเยซูโอรสของท่านทรงบุญนักหนา
สันตะมารีอามารดาพระเจ้า โปรดภาวนาเพื่อเราคนบาป บัดนี้และเมื่อจะตาย อาเมน "


ในท้ายที่สุด สุนีย์ก็ยิ้มรับในสิ่งที่ลูกชายตัดสินใจเลือก

"สตรีจะลืมบุตรที่ดื่มกินน้ำนมของนางได้หรือ?
จะไม่เมตตาบุตรจากครรภ์ของนางได้หรือ?
แม้กระนั้นเรา(พระเจ้า)ก็จะไม่ลืมเจ้า"


(จากหนังสือประกาศกอิสยาห์49:15)

(บทคั่น)
กรณ์และจูน

พระคัมภีร์ใช้น้ำผึ้งเป็นสัญลักษณ์ของ"ความสมบูรณ์"
แต่ก็มีคำเตือนว่า
"หากท่านพบน้ำผึ้งจงกินแต่พอดี ด้วยเกรงว่าท่านจะอิ่มเกินและอาเจียนออกมา" (สุภาษิต25:16)
ปัญหาที่แท้จริงของกรณ์ไม่ใช่การขาดแตง แต่เป็นปมที่ปิดใจของตัวเองต่างหาก

แม้จูนจะเป็นคนแปลกหน้าสำหรับครอบครัว แต่โดยความเอาใจใส่
ก็แสดงให้เห็นว่าความเป็นพี่น้องเพื่อนมนุษย์ไม่ได้มาจากเพียงสายเลือด หากยังแสดงออกด้วยการกระทำ
เช่นเดียวกับเรื่องอุปมาชาวสะมาเรีย ชาวต่างด้าวที่ชาวอิสราเอลรังเกียจ
ก็ถือเป็นพี่น้องเพื่อนมนุษย์ เมื่อช่วยผู้ที่ทุกข์ยากลำบาก(:ลูกา10:29-37)


(บทคั่น0)

โดนัท:รูที่ขาดความรัก

คิดว่าหลายคนคงตั้งคำถามตั้งแต่เด็กๆว่า

"ทำไมขนมโดนัทต้องมีรู?"

ก็จะอาจจะได้รับคำตอบว่า

"ถ้าไม่มีรู ก็ไม่ใช่โดนัทสิ"

เช่นเดียวกัน การที่โดนัทกลับมาหาโต้ง(ก่อนจะลาขาด)หลังจากที่มีแฟนใหม่2คน
นั่นแสดงให้เห็นว่าเธอยังต้องการโต้งอยู่
แต่โดนัทก็ยังยึดมั่นว่า
"ฉันคือสวยเลือกได้""ทำไมต้องไปง้อโต้ง"

ดูท่าเธอจะไม่รู้ความหมายของความรักแท้
ใส้แป้งที่เธอควักออก เพื่อให้เธอยังคงเป็น"โดนัท"ต่อไป

“ความรักย่อมอดทน มีใจเอื้อเฟื้อ ไม่อิจฉา ไม่โอ้อวดตนเอง ไม่จองหอง
ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ความรักไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิดที่ได้รับ
ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง ”
(1โครินธ์ 13:4-6)



3.วัยสาว:หญิง
ความรักประดุจมดยอบ สมุรไพรเยียวยาแผลใจที่เจ็บช้ำ


แม้จะล้มเหลวกี่ครั้งเธอก็พยายามซ้ำแล้วซ้ำอีก
และแม้ เธอจะไม่มีทางเป็นของมิวได้
เธอก็ยังทำในสิ่งเจ็บปวดแต่เป็นสิ่งที่ถูกต้องมโนธรรมในใจตัวเอง
คือการเห็นคนที่เธอรักมีความสุขกับคนที่เขารัก

“เราภูมิใจในความทุกข์ เพราะรู้ว่า
ความทุกข์ก่อให้เกิดความพากเพียร
ความพากเพียรก่อให้เกิดคุณธรรมที่แท้จริง
คุณธรรมที่แท้จริงก่อให้เกิดความหวัง
ความหวังนี้ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะเป็นของประทานจากพระเจ้า”

(โรม10:3-5)


ดั่งใจความบอกในกวี
"ความรัก ให้อภัยทุกอย่าง เชื่อทุกอย่าง หวังทุกอย่าง อดทนทุกอย่าง "
(1โครินธ์ 13:7)

ลูกแกะของพระเจ้า:โต้ง

แกะเป็นสัตว์ที่ปราศจากมลทิน
ชาวอิสราเอลจะใช้แกะเป็นเครื่องบูชายัญชดเชยบาป

พระเยซูเปรียบตัวเองเป็นลูกแกะบูชายัญชดเชยบาปของโลก
พระองค์ยอมตายเพื่อยืนยันศรัทธา(Believe)
เช่นเดียวกัน โต้งก็ทุ่มเทในความรักที่มีต่อมิว
“ไม่มีรักใดยิ่งใหญ่กว่าการสละชีวิตของตนให้มิตรสหาย” (ยอห์น15:13)


ทูตสวรรค์:มิว

มิวเป็นบุคคลที่รวมทั้งเพศชายและเพศหญิงในด้านความรู้สึก
หรือจะกล่าวในอีกแง่ก้คือไม่มีเพศ
ซึ่งพระเยซูได้ตรัสถึงเขาเหล่านี้ว่า

"ผู้ที่บรรลุถึงโลกหน้าแล้วจะไม่สนใจพันธะสามีภรรยาอีกต่อไป
เขาจะไม่ตายอีก แต่จะเป็นเหมือนทูตสวรรค์
เป็นบุตรที่พระเจ้าทรงรัก เขาจะมีชีวิตใหม่คือชีวิตนิรันดร "

(ลูกา20:36)

มิวเป็นทูตสวรรค์ที่มาเสริมกำลังใจให้ลูกแกะของพระเจ้าในยามที่อ่อนแอ
ณ คืนพระเยซูกำลังระทมทุกข์ถืงความตายที่ใกล้เข้ามา(ลูกา 22:43 )


August:เดือนแห่งความเบิกบานของบรรดาอัครสาวก

ในแง่นักเรียนโรงเรียนคาทอลิคแม้ไม่ได้เป็นคริสตชน
ก็ย่อมจะเป็นปลื้ม หลังจากหยุดวันที่12สิงหาคม(วันแม่)
ก็ยังได้หยุดต่อในวันที่15สิงหาคมเนื่องเป็นวัน"อัสสัมชัญ/Assumption"

ตามประวัติศาสตร์ ยอห์นอัครสาวกได้ดูแลพระแม่มารีย์ตามคำของพระเยซูเจ้าบนกางเขน
ยอห์นก็ได้พาแม่พระไปอาศัยอยู่ ณ เมืองเอเฟซัส ประเทศตุรกี
เมื่อแม่พระใกล้จะตายก็ได้มีการประชุมบรรดาอัครสาวกเฝ้าอาการ
พอตกกลางคืนนางก็สิ้นลม เหล่าสาวกเสียใจฝังพระศพอย่างสมเกียรติ
ในเช้าวันต่อมาก็ได้ยินเสียงโลงศพแตกออก
เมื่อออกมาก็เห็นเหล่าทูตสวรรค์บนท้องฟ้า
กำลังอัญเชิญแม่พระขึ้นสู่สวรรค์
เป็นการยืนยันคำตรัสของพระเยซูที่ว่า

"เราเป็นการกลับคืนชีพและชีวิต
ใครเชื่อในเราแม้จะตายไปแล้วก็จะมีชีวิต
ส่วนคนที่มีชีวิตก็จะไม่มีวันตายเลย "

(ยอห์น11:25-26)

วงaugustเอง ก็เหมือนอัครสาวกทั้ง11คน
ที่"รู้"ว่ามิวเป็นอะไร แต่ก็ยอมรับซึ่งกันและกัน


เมื่อมิวได้นำจมูกตุ๊กตาจากโต้งแยงเข้ารูจมูก

ผมคิดถึง เช้าวันใหม่เมื่อพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนชีพนั้น
อัครสาวกโทมัสไม่ยอมเชื่อว่าเป็นพระองค์
พระองค์จึงยื่นพระหัตถ์ที่มีรอยตะปูให้โทมัสแยง
และตรัสว่า "เชื่อเถอะ" (ยอห์น20:27)
"ตราบใดที่มีรัก ย่อมมีหวัง"


“ไม่มีความกลัวในความรัก ความรักที่สมบูรณ์ย่อมขจัดความกลัวสิ้นไป” 1ยน 4:18

อาเมน!!!




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2551 17:46:33 น.   
Counter : 536 Pageviews.  



โยชูวาแห่งอัสซีซี
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อย่าให้ความชั่วเอาชนะเราได้
แต่จงชนะความชั่วด้วยความดี
โรม12:21
[Add โยชูวาแห่งอัสซีซี's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com