|
|
|
กระทรวงสาธารณสุข อาจต้องเจองานใหญ่ ในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์ใหม่
ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เป็นอาการที่มักเกิดกับพวกชอบวิจารณ์ทางการเมืองในสมัยนี้ โดยส่วนใหญ่มักเป็นในพวกที่ชอบเชลียร์ผู้ลี้ภัยหน้าเหลี่ยม
อนึ่งไวรัสนี้ เมื่อมีอาการ จะโรคแทรกซ้อนชื่อว่าโรคพลังเมถุน เราจึงขอรวมไว้ในหมวดเดียวกันเลย
อาการทั่วไป 1.แยกแยะ ข้อกล่าวหา กับ ความจริง ไม่ออก 2.หลงตัวเองว่าฉลาดเหนือใคร 3.เข้าใจว่าตัวเองคิดถูกทั้งหมด 4.เข้าใจว่าตัวเอง... มากกว่าคนอื่นๆ 5.เป็นห่วงเป็นใยคนอื่นมากถึงขนาดต้องการตัดสินใจแทน 6.คนที่คิดแตกต่างจะถูกมองว่าโง่ 7.อารมณ์โกรธเกลียดรุนแรง เห็นสี่เหลี่ยมไม่ได้ จะเกิดเห็นดีเห็นงามโดยไร้เหตุผล เป็นผลทางจิตวิทยาที่เรียกว่า "การระบาดทางอารมณ์" 8.ผู้ฟังเกิดตรรกะขึ้นมากระทันหัน จนบางครั้งรู้สึกว่าตรรกะผู้พูดหายไปไหน
อาการจำเพาะ 1.ถ้าเป็นผู้ที่ไม่เคยดูบอลมาก่อน จะเกิดอาการชอบบอลมากระทันหัน และติดตามแต่ทีม ..... 2.ถ้ามีความเห็นค้าน จะด่าทอว่าเป็นพวก 2.4 3.แต่ถ้าพวกตัวค้านคนอื่น ถือว่าเป็นสุดยอดความเห็น 4.ด่าทอคนที่ตรรกะต่ำ ด้วยตรรกะที่ต่ำกว่า 5.ต่อให้เป็นพระเทวทัต หรือ ผีห่าซาตานที่ไหน ถ้ามาเป็นสมาชิกพรรค ก็จะชมว่าเป็นยอดคนและเชียร์อย่างไม่ลืมหูลืมตา 6.ทำไก๋เมื่อมีคนเอาหลักฐานจังๆมาให้ดู อาจจะบอกเฉไฉไปว่า "ยังไงก็ร๊ากกทักษิณ" หรือ "กลูชอบระบอบทักษิณ"
กรณีศึกษา (Case Study) กรณีสองมาตรฐาน (ดับเบิ้ล สแตนดาร์ด) ถ้าใครพาดพิงถึงวาทะอดีตผู้ว่าจมูกบานบางคนที่เคยแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยคำพูดที่ว่า "ถ้าผมออกไปแล้วน้ำมันจะลดลงมั๊ย" พวกที่ติดเชื้อนี้จะบอกว่า สุดเจ๋ง ไม่สร้างภาพ พาลไปด่า ผู้ว่าฯคนก่อนๆอีกด้วย แต่ถ้าอดีตนายกคนหน้าเหลี่ยมไปนุ่งผ้าขาวม้า ขี่มอ'ไซค์ เจียวไข่โชว์ พวกที่ติดเชื้อนี้จะชมว่า เข้าถึงประชาชน
หมักเคยเป็นเบ๊เผด็จการหลายสมัย แต่บอกว่าคนเราเปลี่ยนกันได้ ไม่ก็บอกลุงหมักอยู่ในภาวะจำยอม (ตรงไหนหว่า ?)
แต่ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทำอะไรไว้เมื่อชาติที่แล้ว พวกนี้จะไม่เคยลืม และยกเอามาโจมตีเนืองๆ ยังบอก "ไอ้พวกนี้มันไม่เปลี่ยนหรอก"
ถ้าใครเอาเรื่องเลวๆของหมักมาพูด จะหาว่าฝ่ายนั้นดิ้นพล่าน ที่เห็นชมพู่ได้ดี แต่ถ้าพลเอกสุรยุทธไปสัมมนาระดับโลก หรือพวกฝ่ายตรงข้ามกับตนได้ดี จะออกมาสาดโคลนกันใหญ่
ด่า หน.พรรคคู่แข่งว่าชอบพูดกระแนะกระแหน ส่อเสียด ไม่เหมาะเป็นนายก แต่นายหมักของตัวเองพูดจาหยาบโลน ลามกจกเปรตกลับชมว่า คนจะเป็นนายก ต้องอย่างนี้สิ เยี่ยม!
นอกจากชมพู่จะเป็นตัวกินพรรค (คล้ายๆหญิงกินผัว ชายกินเมีย) แล้ว ถ้าสังเกตดีๆ ชมพู่ยังมีประสบการณ์ทรยศแล้วกบฏต่างๆนานาอีกมากมาย
เรียนจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แท้ๆ แต่ดันปลุกระดมไปฆ่านักศึกษาจาก ม.ธรรมศาสตร์ อย่างไม่แยแส
เป็นบุคคลเลียท๊อปบู๊ตรุ่นแรกของประเทศไทย ต้อนรับทรราชเผด็จการมาอย่างยาวนานและล่าสุด จับมือกับสุจินดา และอาศัยฐานเสียงจากทหารหลายครั้ง แต่ตอนหลังกลับด่าทหาร และยังมีหน้ามาชูนโยบายต้านเผด็จการอีก
หมักชมพู่เริ่มมาจากการเป็นสื่อสาดเสียเทเสียรุ่นแรกเช่นกัน แต่พอตัวเองเลิกเป็นสื่อ ผละไปกินตำแหน่ง โดนสื่อวิจารณ์มั่ง กลับปิดปากสื่อ ถึงขั้นอยากฆ่าสื่อ เปลี่ยนสีเร็วมาก
ได้ตำแหน่งจากรัฐบาลสมัยป๋า ตอนอยู่ในตำแหน่งหุบปากเงียบกริบ เกาะขาป๋าได้เป็นปีๆ แต่ตอนสมัยเปลี่ยนไปเลียผู้ลี้ภัย และด่าป๋าว่าเลือกข้าง (ตัวชมพู่ไม่ค่อยเลือกข้างเลยนะ) แล้วก็ได้รางวัลสุดคุ้มจากผู้ลี้ภัยในเวลาต่อมา นั่นคือการได้รับเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชาชน

| Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2551 |
| |
|
| Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2551 2:36:55 น. |
| |
| Counter : 362 Pageviews. |
| |
 |
|
|
| |
|
 |
ปรมาจารย์เจได |
|
 |
|
|
|