Group Blog
 
All Blogs
 

ปายไหนปายกัน ภาคสองตอนสาม

ตลอดทริปที่อยู่ที่ปาย เราแทบไม่ได้เห็นท้องฟ้าใสๆ เลยสักครั้ง มากสุดก็คือฝนไม่ตกแต่ฟ้าก็ถูกคลุมด้วยหมอกขาว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นฟ้าครึ้มๆ เมฆชะอุ่มฝน พร้อมที่จะโปรยละอองตลอดเวลา กิจกรรมของเราเลยไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไหร่ ไม่มีอะไรเกินกว่าการไปเที่ยวขี่รถเรื่อยเปื่อย เข้าร้านโน้น ออกร้านนี้ การวางแผนจะไปเที่ยวที่ไหน ก็สุดแต่ฟ้าดินเป็นใจอนุญาตให้ แต่จะว่าไปก็ไม่ได้รู้สึกว่าพลาดอะไรไป เพราะเรามีความคิดตรงกันว่าปายเป็นเมืองที่เหมาะจะมาพักผ่อน มากกว่าเมืองท่องเที่ยว เราเลยใช้เวลาในการนอนอ่านหนังสือ แวะทัก พูดคุย ชมวิวทิวทัศน์ สูดอากาศบริสุทธิ์ และถ่ายรูปเป็นกิจกรรมหลัก

เราลองขี่รถผ่านไปดู ที่พักที่เราจองไว้ชื่อ ปายบุรี เข้าไปทางซอยวัดกลาง แต่ปรากฏว่าปิด เหมือนกับบรรดาที่พักที่ตั้งริมน้ำหลายๆ แห่ง เพราะน้ำในแม่น้ำปายสูง และแดงมาก จนเกรงว่าจะมีน้ำป่า สะพานที่ข้ามก็ถูกซัดหายไปแล้ว

แล้วในซอยเดียวกันนี้ มีที่พักเยอะมาก เราขี่ไปจนสุดทาง จนบังเอิญเห็นปายการ์เด้นท์คอนเนอร์ ก็เลยเข้าไปถาม เลยรู้ว่าที่นี่เมื่อก่อนชื่อ จัสมิน นั่นเอง ชื่อนี้คุ้นๆ ในเว็บอยู่เหมือนกัน ราคาค่าห้องพักมีสองส่วนคือที่เป็นจัสมินเก่าหลังละ 250 ดูแล้วก็สวยดีเหมือนกัน กับฝั่งที่เป็นปายการ์เด้นท์ อันนั้น 700 บาท แต่เข้าไปถ่ายรูป สวยมาก แต่เพราะเกรงใจกระเป๋า เลยพักห้องราคา 250 บาทก็พอเหมาะสมกับอัตภาพ



แต่ถึงจะได้ที่พักแล้วก็ตาม เราก็ยังขี่มอเตอร์ไซค์วนเวียนไปดูที่พัก เพราะตั้งใจว่าจะมาอีกหลายๆ ครั้ง เลยไปดูบรรยากาศเตรียมไว้ก่อน มีหลายๆ ที่น่าสนใจ ทั้งบ้านตะวัน ปายริเวอร์ลอดจ์




ได้ไปคุยกับพี่เปรม แห่งปายริเวอร์ฮิล ที่พักวิวสวยมาก ราคาก็ถูกมาก พักคนเดียวราคา 100 บาท ถ้า 2 คน 120 บาท แต่เป็นห้องน้ำรวม ครั้งหน้าถ้ามาหน้าหนาว จะพักที่นี่แหละ แพนเค้กที่นี่รสชาติอร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ



ผมไป all about coffee อีกหลายครั้งตามคำสัญญากับเด็กชายบางกอก แต่ไม่ได้เจอ ไปแต่ละครั้ง เราจะรู้สึกสบาย เอกเขนก และนั่งแช่อยู่นาน ส่วนใหญ่จะนั่งอ่านสมุดเยี่ยม พยายามหาหน้าที่เราเขียนเมื่อปีที่แล้ว ปรากฏว่าไม่เจอ เลยสรุปเอาง่ายๆ ว่าจริงๆ แล้ว เราคงไม่ได้เขียน มาเขียนซะปีนี้แล้วกัน ถ้าใครได้แวะไป ผมเขียนอยู่ที่หน้า 51 เล่มของปี 2005 นะครับ

มีอยู่วันนึง เราตกลงจะไปอาบน้ำร้อนที่ท่าปาย สปา แค้มปิ้ง ระหว่างทางมีอุบัติเหตุเล็กน้อย รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งยางแบน ก็นึกอยู่ว่าทำยังไงดี ก็ได้คำแนะนำจากคนแถวนั้นว่าให้โทรไปที่ AYA แล้วเค้าก็จะมาเปลี่ยนรถให้ เลยทำตามนั้น บริการสุดยอดจริงๆ

แปลกจัง ตั้งแต่ปีที่แล้ว คือเวลามีทริปไปเที่ยวอย่างนี้จะตื่นเช้ามาก ทั้งที่นอนดึก ถ้าเป็นที่กรุงเทพฯ กว่าจะตื่น กว่าจะทำกิจธุระส่วนตัวออกไปทำงาน รู้สึกไม่สดชื่น ไม่เหมือนที่นี่ เพราะอากาศ หรือข้ออ้างของใจที่ขี้เกียจก็ไม่รู้เหมือนกัน

ครั้งนี้เราหาข้อมูลกันเยอะมาก มีหลายๆ โปรแกรมที่นักท่องเที่ยวคนอื่นๆเล่าสู่กันฟัง แล้วเราก็ตั้งใจว่าจะต้องไปให้ได้ อย่างการไปถ่ายรูปที่วัดแม่เย็น เพื่อดูวิวปายจากมุมสูง



แล้วก็แวะไป FuBar เราไปในช่วงไม่เหมาะเท่าไหร่เพราะร้านปิด แต่หลังจากไปแวะ 2-3 ครั้ง น้องขวัญ พนักงานก็เห็นใจ โทรไปขออนุญาตเจ้าของเพื่อขายเหล้าให้เรา เราอยู่ที่ร้านสักพักหนึ่ง พูดคุยกันเหมือนเพื่อนที่มาแวะทักทายมากกว่าลูกค้ากับคนขายของ นับเป็นคนปายคนแรกที่เราได้คุยด้วย นอกจากการซื้อขายของกันธรรมดา ได้รู้เรื่องเมืองปายจากสายตาคนท้องถิ่น ได้มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นในใจ รู้สึกดีอีกแล้ว

ร้านนี้วิวดีมาก มองออกไปเห็นทุ่งนา ได้เห็น “ทางด่วน” ปายด้วย ใครยังไม่เคยเห็นอย่าพลาดนะครับ ครั้งหน้าตั้งใจว่าจะมาหน้าหนาวให้ได้ จะมากินอาหารที่นี่ เพราะนอกจากวิวจะดีแล้ว น้องเค้าคุยว่าอาหารร้านนี้อร่อยมาก

ร้านที่เราฝากท้องไว้บ่อยที่สุดก็คือร้าน Good Life บรรยากาศเหมือนไปกินข้าวบ้านเพื่อน เพราะร้านเป็นบ้านจริงๆ แล้วทั้งพนักงาน ทั้งเจ้าของร้านน่ารักมาก และเมื่อผมกลับมาก่อน แล้วหมูต้องอยู่คนเดียว พอเจ้าของร้านเธอรู้ก็บอกว่าจะมาคุยเป็นเพื่อน จนกระทั่งหมูบอกว่าคงไม่ไปกินอีก เพราะกลัวจะผูกพัน ร้านนี้อยู่ซอยเดียวกับบ้านน้ำปาย กับ Mellow Yellow นั่นแหละครับ

วันอาทิตย์ ประชากรของปาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว กลับไปเกินกว่าครึ่ง เลยเห็นชัดว่าเมืองปาย เงียบลงอย่างเห็นได้ชัด พรุ่งนี้ก็เป็นรอบของเราต้องกลับกรุงเทพแล้ว ไม่อยากกลับเลย เราจองรถตู้รอบบ่าย 2 ครึ่ง ไว้ เพราะอยากอยู่ปายให้นานที่สุด แต่ดูเหมือนมีเวลาไม่พอ เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำ เลยฉุกละหุกนิดหน่อย แต่ก็ได้แวะไปเยี่ยม all about coffee พี่วัชรีพอรู้ว่าจะกลับวันนี้ ก็อวยพรว่าขอให้ตกรถ อยากให้เป็นจริงเหมือนกันครับพี่

แล้วก็ถึงเวลาร่ำลาเมืองปายกันจริงๆ ขึ้นรถตู้ที่ร้าน AYA รถตู้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แต่แปลกไม่ว่าจะเร็วแค่ไหน ก็ไม่พ้นกลิ่นไอของปายก็ยังวนเวียนอยู่ให้คิดถึง แม้จนกระทั่งเมื่อมาถึงดอนเมืองแล้วก็ตาม


ครั้งหน้ารูปล้วนๆ สำหรับคนที่รออยู่ครับ




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2548    
Last Update : 4 สิงหาคม 2548 22:48:10 น.
Counter : 853 Pageviews.  
Share to Facebook

ปายไหนปายกัน ภาคสองตอนสอง

หลังจาก 4 ชั่วโมงผ่านไป บนทางขึ้นลงเขาที่แสนจะคดเคี้ยว บนรถประจำทางแน่นเอี๊ยด อวลไปด้วยกลิ่นสารพัด และอบเพราะทุกคนพร้อมใจกันปิดหน้าต่างเพื่อกันสายฝนที่ตกปรอยๆ ไปตลอดทาง มาครั้งนี้สังเกตเห็นว่าบนรถประจำทางมีถุงพลาสติกผูกติดไว้กับราวจับเรียงกันไป เอาไว้ใช้ประโยชน์หากใครแพ้ทางคดเคี้ยว และต้องการเอาของเก่าออก บริการเทียบเท่าสายการบินเชียวนะเนี่ย



เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง เราก็หอบสังขารโทรมๆ ลงจากรถ ปายก็ต้อนรับเราด้วยสายฝน รู้สึกเหมือนกับปีที่แล้ว ปายก็รับเราด้วยสายฝนอย่างนี้เหมือนกัน เราฝ่าละอองฝนที่โปรยปรายเดินไปเช่ามอร์เตอร์ไซค์ที่ร้าน AYA แล้วก็ขี่ตระเวนหาที่พักของเรา

ที่แรกที่เราเลือก ก็คือ ปายราไดซ์ เพราะเห็นรูปในเว็บสวยมาก แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเต็ม ต้องลองหาใหม่ แล้วก็ไปได้ที่ ปายยาราม ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น สวนหม่อนเกสต์เฮ้าส์ อันนี้ก็เลือกเพราะรูปจากเว็บเหมือนกัน

ห้องพักที่นี่ราคา 350 บาท (ถ้าเอาทีวี 400 บาท) แต่ถ้าอยากนอนดูทีวี เราคงนอนดูอยู่กรุงเทพ ดีกว่าถ่อมาดูถึงที่ปายมั้ง

ที่นี่จริงๆ แล้วน่าจะชื่อสวนมะม่วงเกสต์เฮ้าส์มากกว่า ช่วงที่เราไปกำลังออกลูกดกทีเดียว เจ้าของที่นี่น่ารักมากอนุญาตให้เราเก็บมะม่วงมากินได้ เราก็หมายมาด เลือกลูกที่จะสำเร็จโทษไว้ในใจ แต่สุดท้าย เราก็ไม่ได้ลองลิ้มสมความตั้งใจ และที่น่าเสียดายอีกอย่างคือ หลังจากมาเลือกรูปจะมาอวด ปรากฏว่าเราแทบไม่ได้ถ่ายรูปจากที่นี่เลยนอกจากถ่ายจากโทรศัพท์ แถมรูปที่ชัดๆ ก็ดันถ่ายติดหน้านายแบบโทรมๆ กันสุดฤทธิ์ติดอยู่ทุกรูป เลยไม่ผ่านเซ็นเซอร์ให้ออกอากาศครับ

หลังจากเก็บข้าวของ และอาบน้ำแต่งตัวให้เข้ากับบรรยากาศเรียบร้อย ก็ได้ฤกษ์ไปดูเมืองปายกันแล้ว

ที่แรกก็คือน้องเบียร์ ที่เราพลาดไปเมื่อปีที่แล้ว เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราตั้งใจคิดเมนูกันตั้งแต่อยู่ที่บ้าน แต่เมื่อไปถึงที่ร้าน จะด้วยดวงเราไม่ถูกกับร้านนี้หรืออย่างไร มาครั้งนี้ ไม่มีอาหารสด ทำให้ไม่มีอาหารตามสั่ง เมนูที่ตั้งใจเป็นอันพับไปก่อน เหลือเฉพาะข้าวซอย ซึ่งเราก็เลยกินไป 2 ชามด้วยความแค้น

แล้วก็ถึงภาคบังคับ เราไปกินกาแฟที่ร้าน all about coffee ฝนที่นี่อาจจะเกลียดเราเป็นการส่วนตัว เพราะตอนนั่งอยู่ที่ร้านน้องเบียร์ก็ตกเพียงปรอยๆ แต่พอเรามาที่มอเตอร์ไซค์ ฝนดันกระหน่ำลงมาเหมือนจะลงโทษคนชั่ว ซึ่งก็คือเจ้า 3 ตัวนี้นั่นเอง แต่เราก็พาร่างเปียกปอนมาถึงหน้าร้านกาแฟชื่อดัง พอตั้งรถได้ ฝนที่กระหน่ำลงมาเมื่อกี้ ก็หมดแรงเหลือเพียงฝนปรอยๆ เท่านั้นเอง

หลังจากสั่งกาแฟกันแล้ว ก็ขาดไม่ได้ที่ต้องสั่ง Binoffi Pai ซึ่งน่าจะเรียกได้ว่าเป็น OTOP ของที่นี่ได้แล้วมั้ง เพราะโด่งดังขึ้นชื่อคู่กันมากับชื่อร้านเลย หลายๆ คนที่ได้ลองชิมมาแล้วคงเห็นตรงกัน โดยไม่ต้องรอทั้งแม่ช้อย ทั้งหมึกแดง หรืออาจารย์ยิ่งศักดิ์มาการันตีแต่อย่างใด แต่เพื่อไม่ให้ขนมชนิดอื่นๆ น้อยใจ เราก็เลยลองสั่ง บราวนี่ กับ เค้กแครอทมาลองบ้าง แต่ก็คงต้องบอกว่า Binoffi Pai อร่อยกว่าจริงๆ ครับ



ใครที่เคยไปร้านนี้อาจจะเคยเห็นเด็กชายบางกอก ครั้งนี้มามาดมือปืน เห็นเราปั๊บก็ทักทายด้วยการยิงปืนใส่ พอเรายิงกลับ บอกว่าเค้าไม่เป็นอะไรเพราะเค้ามีเข็มขัดป้องกันได้ ทั้งกระสุน และอัด เอากับเค้าซี่ หลังจากเล่นกันได้สักพัก ตามประสานางงามรักเด็ก ก็ได้เวลากลับออกมา ยังได้ยินเสียงเด็กน้อยตะโกนไล่หลังมาว่าพรุ่งนี้มาใหม่นะ อาจจะเป็นเพราะเสียงนี้มั้ง ที่ทำให้เราต้องไปทุกวันที่อยู่ที่นี่

แล้วจะออกจากร้านนี้มาเฉยๆ เห็นจะไม่ได้ เพราะยังมีเพื่อนเก่าอยู่อีกคนที่ต้องทักทาย เราก็ข้ามฟากมาร้านมิตรไทย เจ้าของร้านจำได้ด้วย ดีใจจัง เลยซื้อเสื้อจากร้านนี้ 2 ตัว สีเขียว กับน้ำตาล ถึงจะไม่ใช่สีที่เราชอบก็ตาม แต่กลายเป็นเสื้อที่เราชอบมาก ถึงขั้นใส่ติดกันสองอาทิตย์ตั้งแต่กลับมาจากปาย

หลังจากนั้นเราก็ไปแวะที่กระท่อมริมปาย ตั้งใจจะไปทักทายเจ้าของคนสวย แต่น้องเอ๋ พนักงานบอกว่าเธอนอนอยู่ แต่ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้กลับบ้านก็คือ น้องเอ๋เธอจำได้ว่าเราเคยมาพักเมื่อปีที่แล้ว ที่เรือนแฝด แถมจำชื่อได้ด้วยซ้ำ จนเราเริ่มชักไม่แน่ใจว่าครั้งที่แล้ว เราทำอะไรที่น่าอายจนถึงขั้นเป็นที่น่าจดจำกันขนาดนี้หรือเปล่า




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2548    
Last Update : 4 สิงหาคม 2548 22:54:57 น.
Counter : 285 Pageviews.  
Share to Facebook

ปายไหนปายกัน ภาคสอง 21-25 ก.ค. 48

ผมเพิ่งกลับจากปาย เป็นครั้งที่สอง ตั้งใจไว้แต่แรกว่า เมื่อกลับมาจะต้องมีบันทึกการเดินทางที่สวยงาม ไว้อวดใครๆ ตามประสาเพื่อนที่ชอบเยาะเย้ยมนุษย์บ้างานทั้งหลาย ที่ไม่ยอมปลีกตัว หาเวลาไปเที่ยวหาความสุขใส่ตัวบ้างเลย

แต่เอาเข้าจริงๆ ลึก ๆในใจ ผมถามตัวเองเหมือนกันว่าเอาเหรอ จะกลับไปเที่ยวในที่ที่เคยเที่ยวมาแล้ว แถมเป็นเมืองเล็ก ๆอย่างปาย ที่เสียงลือเสียงเล่าอ้าง หนาหูเหลือเกินว่าปายเปลี่ยนไป ผมก็ค่อนข้างลังเล ประกอบกับในช่วงที่ผมไปนั้น เป็นช่วงของวันหยุดยาว โทรไปจองที่พักก็ได้ความว่าเต็มบ้าง ปิดบ้าง เพราะเป็นหน้าฝน ทำเอาเกือบๆ จะยกเลิกไปหลายครั้ง

แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยชอบฝืนอะไรของผม นั่นก็คือขี้เกียจปฏิเสธเพื่อน เพราะตกปากรับคำว่าจะไป ก็เลยเลยตามเลย ไปก็ไป ก็กำหนดวันที่ และการเดินทางไว้ ส่วนที่พัก ไปหาเอาข้างหน้า เพราะเชื่อจากคำเล่าลือว่าปายมีที่พักเปิดใหม่เยอะมาก

ในช่วงแรกของการเดินทาง เริ่มมีขลุกขลักด้วยเหตุส่วนตัว ทำให้เกือบไม่ได้ไป จนกระทั่งถึงหมอชิต 2 ตามกำหนดคือเราจะออกเดินทางโดยรถทัวร์ของนครชัยแอร์ ซึ่งจะออกจากหมอชิต 2 ชานชาลาที่ 102 เวลา 19.00 น. และแล้วนั้นก็คือความขลุกขลักอย่างแรกคือ หลังจากรอนานพอควร เราก็ตัดสินใจโทรไปถามว่าทำไมนานจัง ผู้หญิงรับแล้วบอกว่ารถออกไปแล้ว รถอาจจะติด ก่อนจะโอนสายให้กับพนักงานชายอีกคนที่บอกง่ายๆ ว่า รถนครชัยแอร์ไม่เข้าไปหมอชิตในวันนี้

ซึ่งไม่ว่าเราจะโวยวายมากมาย ถามหาความรับผิดชอบของบริษัทมากแค่ไหน พนักงานก็ตอบนิ่งๆ เรียบๆ ว่า “พี่คงต้องเข้ามาที่นครชัยแอร์ แล้วเราจะจัดรถให้ไปคันอื่น ยังไงก็ได้ไปแน่ๆ”

เราก็ควันออกหู เพราะคิดว่ายังไงก็ไม่มีทางเลือก ต้องไปกับนครชัยแอร์แน่ๆ ไม่งั้นตั๋วนกแอร์เที่ยวกลับก็จะต้องเสียเปล่า นั่งแท็กซี่ไปนครชัยแอร์ แต่ไม่ว่าจะโวยวายยังไง ที่นี่ก็ยังตอบว่ารอ แล้วจะจัดรถไปให้ เที่ยวสุดท้ายที่ได้ไปแน่ๆ คือ 4 ทุ่ม แต่อาจจะได้ก่อนหน้านั้น แต่ก็รอไปก่อน

แล้วเราก็ได้ไปก่อนจริงๆ คือตอน 2 ทุ่ม แต่เป็นการเดินทางแยกกลุ่มกันไป เพราะอีกคนต้องไปเที่ยว 2 ทุ่ม 45 นาที ก็ไปถึงไล่ๆ กัน

ระหว่างเดินทางบนรถ ก็มีเรื่องให้หงุดหงิดคือ สุภาพสตรีที่นั่งเบาะข้างหน้า คงเคยชินกับการนอนเตียงที่ต้องแผ่ได้ 180 องศาขนานกับพื้นโลก เธอก็ไม่ต้องมีความคิดเกรงใจอะไรทั้งนั้น เบาะเอนได้แค่ไหน เธอก็เอนให้เต็มที่ ข้าวของ ได้แก่ ขนมน้ำ และหมวกก็กดทับลงบนขาของผม แม้จะแกล้งโวยวายเสียงดังนิดหน่อยว่า อยากนอนเตียง ก็ลงไปนอนบนทางเดินซิแม่คุณ เธอก็ทำหูทวนลม แล้วก็นอนหลับไป ด้วยความคั่งแค้น แต่ทำอะไรไม่ได้ เลยหันแอร์ ให้พัดลงกระหม่อมของเธอ แต่ดูท่าเธอไม่สะทกสะท้าน เพราะเอาผ้าห่มคลุ่มหัวหลับไป ปล่อยให้ให้คนนั่งหลัง รู้สึกเหมือนนอนอยู่ในโลงศพ เพราะขยับตัวไม่ได้ต่อไป จนมาถึงเชียงใหม่ตอนประมาณ 7 โมงกว่านิดหน่อย รออีกสักครู่ เพื่อนก็มาสมทบ แต่รถเที่ยวแรกที่จะไปปายหมดแล้ว ต้องรอตอน 9 โมง จริงๆ ก็คิดว่าจะไปรถตู้ดีไหม เพราะประหยัดเวลาไปมากอยู่ แต่หันไปดูราคา 250 บาท จากเดิม 150 เลยถอดใจ ทนรอต่อไปดีกว่า เพราะค่ารถเมล์ที่เราจะไปรถพัดลม 68 บาทเท่านั้นเอง


เดี๋ยวมาต่อนะครับ




 

Create Date : 02 สิงหาคม 2548    
Last Update : 2 สิงหาคม 2548 23:15:06 น.
Counter : 309 Pageviews.  
Share to Facebook

ปาย ในเดือนปีที่เปลี่ยนแปลง

ในวันที่ผมอยู่ที่ปาย เพื่อนสนิทผมคนหนึ่ง โทรไปหา และถามผมว่า ปายยังน่ารักเหมือนเดิมไหม ผมไม่แน่ใจว่าผมตอบไปว่าอะไร แต่คำถามนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดผม จนกระทั่งเมื่อกลับมาแล้ว

ด้วยการเห็นและสัมผัสปายเพียงช่วงเวลาสั้นมาก เพียงครั้งเดียวเมื่อปีที่แล้ว ผมก็คงไม่สามารถตอบได้ว่าน่ารักอย่างปายเป็นแบบไหน และในมุมที่ผมพบเจอ เป็นความน่ารักแบบเดียวกับที่เพื่อนผมต้องการเห็นหรือเปล่า

ในสายตาผม ปายเป็นเมืองเล็กๆ ที่เพียงขึ้นไปมองจากที่สูงๆ ก็จะเห็นเมืองที่เราพักกวาดสายตาเพียงครั้งเดียว จริงอยู่มีเมืองที่ออกไปข้างนอกโน้น แต่ผมก็ไม่เคยไป



เราไปเที่ยวในปาย เราพักในรีสอร์ทที่เจ้าของเป็นคนกรุงเทพ เที่ยวหรือทานอาหารในร้านที่คนต่างถิ่นเป็นเจ้าของ



ครั้งล่าสุดที่ผมไป ผมทานข้าวซอยเพียงครั้งเดียว ในร้านน้องเบียร์ที่แสนขึ้นชื่อ นอกนั้น ผมทานอาหาร ในร้าน Good Life สิบสองพันนา ร้านส้มตำหน้าอำเภอ ปายริเวอร์ฮิลล์ คาเฟ่ เดอ ดอย บ้านกระทิง ซึ่งเป็นอาหารที่ปกติหาได้ทั่วไปในกรุงเทพฯ

ผมทักทายกับคนที่ไม่ใช่คนท้องถิ่นปายเลย มีบ้างก็คือซื้อผลไม้ในตลาด

ผมแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่คัดสรรว่าเข้ากับบรรยากาศ ใส่กางเกงทรงชาวเขา ใส่เสื้อยืดที่สกรีนว่า Pai is Beautiful

แต่ในวันที่ผมไปทานข้าว คนในร้านทักทาย ผมรู้สึกอบอุ่น รีสอร์ทหลายๆ ที่ แนะนำแหล่งที่เที่ยวให้ผม และบอกให้ผมลองพักหลายๆ แห่ง เพื่อให้ได้นอนในหลายๆ บรรยากาศ



ผมตั้งใจจะไปทานอาหาร และกินบรรยากาศที่ร้าน Fubar เพราะอ่านเจอในเน็ทว่าบรรยากาศดีมาก แต่วันที่ผมไป บังเอิญเจ้าของไม่อยู่ และร้านปิด ผมขอถ่ายรูป และน้องที่ร้าน นั่งคุยเป็นเพื่อน เปิดไฟให้ และโทรไปหาเจ้าของเพื่อขออนุญาตขายเครื่องดื่มให้ผม เพราะเห็นว่าพวกผมตั้งใจไปกันจริงๆ เราได้บรรยากาศที่สวยงาม เห็นบรรยากาศที่สวยงามตามที่ตั้งใจไว้ และมากกว่านั้น ผมได้น้ำใจมากกว่าที่คาดว่าจะได้ด้วยซ้ำ



ร้านกาแฟชื่อดังที่ทุกคนที่เคยไปปายต้องรู้จัก ที่ผมแวะไปหลายครั้ง เพื่อทานกาแฟและขนม ทักทายผมเหมือนเพื่อนที่คุ้นเคย นั่งลงคุยอย่างสนุกสนาน ร้านขายการ์ด และของที่ระลึกตรงข้าม จำผมได้ด้วยซ้ำว่ามาแล้วเมื่อปีกลาย

ผมแวะไปรีสอร์ทที่ผมพักเมื่อปีที่แล้ว กระท่อมริมปาย พนักงานที่นั่น จำได้แม้กระทั่งชื่อ และห้องที่ผมพัก เจ้าของเชื้อเชิญให้ผมมาทานกาแฟ พร้อมเสนอตัวจะเลี้ยงกาแฟพวกผม ทั้งที่ครั้งนี้ผมไม่ได้พักที่รีสอร์ทของเธอ

ผมคงไม่อาจบอกได้ว่าปายควรจะเป็นแบบไหน เป็นเมืองแบบเดิม วิถีชีวิตแบบชาวบ้านที่เคยเป็น คืออะไร บางทีปายอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตั้งวันแรกที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปถึงพร้อมกับความเป็นทุนนิยม รีสอร์ท และร้านที่ถูกนิยามให้ว่าฮิป ร้านกาแฟ ร้านขายของศิลปะ ล้วนถูกตกแต่ง และสร้างขึ้นมา ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ หลายๆ คน รวมทั้งผมอาจจะไม่รู้จักปายด้วยซ้ำ

และวันนี้ ปายมีร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชม. อย่างเซเว่น เปิดแล้ว และในอนาคตอาจจะขยายสาขาอีกหลายๆ ร้าน เพื่อนผมที่ไปด้วยครั้งนี้ก็บ่นถึงเรื่องดังกล่าวว่า มันไม่เข้ากับบรรยากาศของปาย

แต่สำหรับผม ในฐานะคนผ่านทาง ที่เพียงแวะไปทักทาย ไปตักตวงความสุขเพียงชั่วคราว ผมคงไม่อาจบอกได้ว่า มันเหมาะสมกับคนของปายจริงๆ หรือเปล่า ผมเป็นแค่เพียงคนผ่านทางเท่านั้น ผมถือสิทธิอะไรไปตัดสินว่าสิ่งใดที่เหมาะ สิ่งใดที่ควรเป็น อยู่ ในปาย ในวิถีทุนนิยมที่พัดพาทุกอย่างไปในแนวทางนั้น ผมควรทัดทานปายไม่ให้ “เจริญ” ในแบบทุนนิยม ตามที่คนที่ใช้ชีวิตวันละ 24 ชั่วโมงอยู่ในปาย เห็นว่าดีอย่างนั้นหรือ

จนวันนี้ คำถามที่ว่า ปายน่ารักเหมือนเดิมหรือเปล่า ผมยังไม่มีคำตอบ แต่ปายเป็นเมืองในฝันที่ผมคิดถึง เมืองที่ไม่มีประเทศ เพราะเต็มไปด้วยผู้คนทั้งหัวดำ หัวทอง หัวหลากสี มีทั้งอาหารมุสลิม มีทั้งอาหารอินเดีย อาหารฝรั่ง อาหารเหนือ อีสาน ใต้



เป็นเมืองในฝัน ที่ผมรู้ว่าสุดท้ายผมคงจะต้องตื่น มาพบโลกแห่งความเป็นจริง แต่มันก็มีความสุขที่ได้ฝันดีในบางคืน แต่ผมกลัวว่าวันหนี่ง ทุนนิยมจะรุกเร้า และปลุกให้เมืองทั้งเมืองตื่นขึ้นมาสูวิถีของโลกทุนนิยมเต็มตัว เมือนั้น ผมอาจจะไม่มีเมืองเล็กๆ ให้ฝันถึงในวันที่เหน็ดเหนื่อยอีกต่อไป




 

Create Date : 02 สิงหาคม 2548    
Last Update : 2 สิงหาคม 2548 22:50:17 น.
Counter : 548 Pageviews.  
Share to Facebook


โดยดีดังเดิม
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add โดยดีดังเดิม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.