จะเขียนกลอนอย่างไร ถ้าไร้รัก
ถ้าดวงใจ ไร้รัก มาถักทอแล้วมัวรอ วันหวาน เพื่อสานฝันจะกี่เดือน กี่ปี หรือกี่วันรออย่างนั้น เมื่อไหร่ จะได้ชมทั้งที่โลกกว้างใหญ่ ใบนี้นั้นมีร้อยพัน สถานการณ์ ผสานผสมเพียง รับรู้ ร้อยรำพึง ซึ้งอารมณ์กวีคม บังเกิดได้ แม้ไร้รักจะเขียน ว่า ดอกหญ้า รักฟ้าใสแววไสว น้ำค้างพราว ช่างหนาวหนักมีหมอกลอย เรี่ยราย มาทายทักเพียงขอสัก หนึ่งฝัน มาบรรเลงเอาเรื่องราว เมฆา บนฟ้านั่นเมฆที่ปั้น ก้อนกลม เพราะลมเร่งเป็นรูปร่าง อย่างยักษ์ ท่านักเลงแล้วเขย่ง เงื้อดาบฟัน ยักษ์นั้นตายเขียนถึงเรื่อง ราวคราว เป็นสาวน้อยเก็บเอาปอย ดอกหญ้า มาเป็นสายทำหม้อข้าว หม้อแกง แกล้งเรียงรายแล้วทำขาย คล้ายแม่ค้า น่าสนานเอาดินตม หยอดผสม ขนมครกใบไม้ปรก บังไพร ให้แทนบ้านเอากะโหลก กะลา มาแทนจานคราวสำราญ เมื่อกาลก่อน จะย้อนมาเธอเห็นไหม ในกวี ที่ไร้รักให้รู้จัก ทางเพลง บรรเลงว่าโลกหลานล้วน วรรณกรรม พร่ำพรรณามิใช้ว่า สิ้นรักไป จะไร้กลอน
ในวิถีแห่งบทกลอนวอนขานไข
หากไร้รักจักเห็นเป็นฉันใด
กานท์คงไม่สวยงามตามครรลอง..
คุณแม่ใจดีมาเยี่ยมนะคะ..
และคงจะได้เจอกันบ่อยๆ ขอบคุณสำหรับข้อความหลังไมล์นะคะ..