วันที่ 14 Zurich - Schafffhausen




 วันที่ 14  วันนี้ตื่นแต่เช้า ก็รีบไปที่สถานีรถไฟ HB Zurich  เจอนางฟ้าเลย

พอไปถึงก็มีงานแสดงสินค้าภายในสถานีรถไฟพอดี มีร้านขายของแยะเลยคะ

มีต้นคริสมาสต์ SWAROVSKI ด้วย

ศิลปะในสถานีรถไฟ ใครมาถึงสถานีรถไฟ Zurich ก็ต้องเจอทุกคน

วันนี้จะไปเที่ยวเมืองใก้ล Zurich กัน คือเมือง Schafffhausen  มารอรถไฟแต่เช้า เพื่อจะได้มีเวลาเที่ยวเยอะๆ

เมือง Schafffhausen มีสถานที่ท่องเที่ยวคือ น้ำตก Rheinfall และป้อม Munot

จาก Zurich - Schafffhausen ใช้เวลา 0.39 นาที
ที่แรกที่จะไปเที่ยวคือ ป้อม Munot ให้ขึ้นรถเมล์เบอร์ 5 จากหน้าสถานีรถไฟ Schafffhausen ป้ายรถเมล์เบอร์ 5 จะอยู่ติดกับตัวสถานีรถไฟเลย (จะมีคิวรถเมล์เบอร์ 5 จอดอยู่คันแรกๆ) นั้งรถเมล์ไปประมาณ 3 ป้าย ก็ให้ลงที่ป้ายชื่อ Schifflande

ป้ายรถเมล์ พร้อมตารางเวลา

พอลงที่ป้าย Schifflande  (ป้ายที่ลงจะเป็นแบบรูปนี้ ) แล้วให้เดินข้ามไปป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามแล้วเดินเข้าซอยไปอีกนิดเดียวก็จะถึงทางขึ้นไปป้อม Munot

รูปทางขึ้น ป้อม Munot

แวะพักระหว่างทางขึ้น

...เห็นตัวป้อม Munot แล้ว เหนื่อยเหมือนกันนะเนี้ย

มองย้อนกลับไปจากจุดที่นั่งพัก

ย้อนกลับไปมองทางที่ขึ้นมา เห็นวิวสวยๆ

พร้อมจะเข้าไปกันรึยังคะ

ด้านในป้อม Munot

บันไดทางขึ้นไปชมวิวด้านบน

มองลงมา

จุดชมวิวด้านบน

ลานปิกนิกด้านบน แต่วันที่เราไปฝนตกพอดี เลยไม่มีใครมานั่งปิกนิกกันคะ

ขากลับออกจากป้อม ลองกลับอีกทางหนึ่ง จะมาโผล่ ที่ลานโล่งๆ แบบนี้

 เดินตามทางไปเรื่อยๆ จะเป็นบันได ลงไปที่ถนน ที่เราลงรถเมล์

ลงบันได จนมาเจอถนนก็ให้เลี้ยวขวา ก็จะเจอป้ายรถเมล์ ก็ให้นั่งรถเมล์เบอร์ 5 กลับไปที่สถานีรถไฟ  

 พอถึงสถานีรถไฟแล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถเมล์เบอร์ 1 แทน (ก็ขึ้นฝั่งเดียวกับตัวสถานีรถไฟนั้นแหละ ) ไปลงที่ Rhein Fall พอลงจากรถมาแล้วให้สังเกตรอยเท้าสีเหลีองที่พื้นจะเป็นทางเดินไปน้ำตก

เดินลงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงคะ

มาถึงแล้ว Rhein Fall

...

เหนื่อยแล้วก็ไปหาอะไรกินกันดีกว่า บริเวณน้ำตกมีร้านอาหาร 2 ร้าน
เราเลือกนั่งร้านที่เป็นแบบร้านบริการตัวเองคะ โชคดีมากเลยเจอพนักงานรับออเดอร์เป็นคนไทยอีกแล้วคะ ก็เลยให้พี่เขาแนะนำเมนูให้ว่าอะไรถูกปากคนไทยที่สุดคะ ไปที่ไหนก็เจอคนไทยอยู่ทั่วไปหมด ดีใจจังเลย หายเหงาไปได้บ้าง
กินอาหาร 2 จาน น้ำ โค๊ก 1 ขวด ราคา 25 ฟรัง คะ ถือว่าไม่แพงสำหรับการได้นั่งวิวน้ำตกไปด้วย

นั่งทานตรงนี้สามารถชมวิวได้ด้วย

เดินเล่นสักพักก็ นั่งรถเมล์ สาย 1 กลับไปที่สถานีรถไฟ แล้วก็ขึ้นรถไฟกลับไป Zurich  ที่สถานี Zurich มีตลาดนัดพอดี ก็เลยแวะหาอะไรรองท้องกินเล่นๆ แถวนั้น 

นั่งรถรางไปเก็บตกที่ท่าเรือ ริมทะเลสาบอีกสักรอบ

ขากลับแวะซื้อขนมร้านอร่อย แถวๆ สถานีรถราง ParadePlatz 

ชื้อร้าน  Sprungli  http://www.spruengli.ch พนักงานน่ารักมาก เห็นเราสองคนยืนเลือกกันแบบ งงๆ  ก็เลยหยิบขนมมาให้พวกเราชิมกันคนละอัน  อร่อยมากๆ ไม่ต้องคิดเลย เอามา 1 กล่องเล็กเลย เลือกเป็นแบบ Luxemburgerli ราคาประมาณ 900 บาท มี 12 ลูก แพคเก็จดูดีมาก คิดแล้วอยากกลับไปซื้ออีก (ขอโทษด้วยที่ไม่มีรูปถ่าย เพราะกินหมดเลย ไม่ทันได้ถ่าย 555  )  ถ้าใครไม่มีเวลา ที่สนามบิน Zurich มีขายคะ ไม่ต้องไปตามหาซื้อให้ยุ่งยาก 

เสร็จแล้วกลับที่พัก ไปนอนพักผ่อน ค่ำๆ ค่อยออกมาหาอะไรกินกัน เพราะวันนี้เหนื่อยมากๆ ตะลอนกันทั้งวัน  ถ่ายรูปเล่นแถวๆ ที่พัก

 นอนพักสัก 2 ชั่วโมงค่อยดีขึ้นหน่อย  ก็ออกไปหาไรหม่ำกัน  วันนี้คุณสามี อยากอาหารไทยมาก บอกไม่ไหวแล้ว อยากกินข้าว  ก็เล่นนั่งรถรางไปลงแถวๆ สถานีรถไฟหลัก Zurich เดินหาร้านไปเรื่อยๆ ก็เจอร้านอาหารไทย ดูดีที่เดียว  ไม่สนแหละเข้าเลย  สั่งโล้ด  ผัดเนื้อน้ำมันหอย  ต้มยำกุ้ง ปลาสามรส  ข้าวสวย น้ำเปล่า  อิ่มเรียบร้อย จ่ายไป 118 ฟรั่ง  เงินไทยประมาณ 3,709 บาท  สบายกระเป๋าเลย 555  เสร็จแล้วรีบกลับห้องพักไปจัดกระเป๋าเตรียมกลับบ้านดีกว่า




Create Date : 06 พฤษภาคม 2558
Last Update : 20 มิถุนายน 2559 12:07:04 น.
Counter : 199 Pageviews.

0 comment
วันที่ 13 Luzern - Zurich

  วันที่ 13 ภาพสะพานไม้ Kapell Bruecke ตอนเช้า

 เดินถ่ายรูปตอนเช้าบรรยากาศดีดี๊ คนไม่ค่อยเยอะ  หามุมถ่ายสบายเลย 

 

ตึกสวย

...แถวนี้ทุกตึกจะเเพนท์ด้วยลวดลายที่ต่างกัน ดูแล้วเพลินตาดีจัง

เดินชมเพลินเลย

เดินชมไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน

วิวเมืองริมน้ำ

เดินต่อไป

 

วิวสวยมาก  อิจฉาคนที่นี้อีกแล้ว

เดินย้อนกลับมาทางถนน เพื่อขึ้นรถไปเมล์ ที่เที่ยวที่ต่อไป วิวสวยๆ ระหว่างรอรถเมล์

ไปต่อกันที่ Loewendenkmal สิงโตสลักบนหิน
ให้ขึ้น รถเบอร์ 1 หรือ 19 ไปลงที่ Lowenplatz แล้วเดินอีกนิดเดียวก็ถึง หรือจะเดินไปจาก สะพานไม้ Kapell Bruecke ก็ได้ ไม่ไกลมาก

หลังจากตอนที่แล้วเดินเล่น Loewendenkmal สิงโตสลักบนหิน ระหว่างทางเดินกลับไปขึ้นรถเมล ผ่านร้านขายของที่ระลึก เจ้าของร้านเป็นคนไทย ชื่อพี่อารี น่ารักมาก เราเลยแวะซื้อของฝากเมืองนี้เสียหน่อย เจ้าของร้านใจดีลดราคาให้ด้วย ราคาของที่ร้านพี่อารีถูกกว่าไปซื้อร้านอื่นๆ ด้วยคะ แถมได้ส่วนลดด้วย
ถ้าใครผ่านไปแถวนั้นอย่าลืมแวะอุดหนุนกันนะคะ

 

เสร็จจากร้านพี่อารี ก็ไปแวะที่ ห้าง Coop แวะซื้อของฝากกัน
แนะนำนะคะ ถ้าใครต้องการหาของฝาก ให้ไปซื้อที่ Coop ก็ได้ มีให้เลือกเยอะเลย อาทิเช่น ขนม ช็อคโกแลต ไวน์ เครื่องสำอาง น้ำหอม ฯ แถมราคาก็ถูกด้วยคะ

ซื้อของฝากเสร็จแล้วก็รีบกลับโรงแรมเพื่อไปเอากระเป๋ากัน เพราะจะต่อรถไฟไป Zurich
Luzern - Zurich (ใช้เวลา 1 ช.ม.)

เมื่อมาถึงสถานีรถไฟ Zurich ก็ต่อรถรางไปโรงแรมทันที่ วันนี้พักโรงแรมชื่อว่า x-tra Limmathaus hotel Zurich มีอาหารเช้า ราคา 5600 บาท ต่อคืน อยู่ใกล้สถานีรถราง ชื่อว่า Limmatplatz
ห่างจากสถานีรถไฟ HB Zurich ประมาณ 3 ป้ายเองคะ


รูปห้องพัก (รกไปหน่อยนะคะ)

เอากระเป๋าเก็บห้องเสร็จแล้วก็ไปลุย Zurich กันเลยคะ

นั้งรถราง เบอร์ 13 ไปลงที่สถานี Rennweg แล้วเดินเข้าถนน Augustinergasse

รูปร้านต่างๆบนถนน Augustinergasse

 

เดินตรงตามถนน Augustinergasse ไปเรื่อยๆเพื่อไปชม
จุดชมวิว Lindenhof hill

อีกสักรูป

พอเสร็จแล้วก็เดินไปที่ นาฬิกายักษ์ที่โบสถ์ St.Peter อยู่ใกล้กันกับจุดชมวิว

 

ให้เห็นนาฬิกายักษ์ที่โบสถ์ St.Peter กันใกล้ๆ

เดินตรงไปอีกนิดก็จะเจอ โบสถ์ Fraumuenste อยู่ใกล้ๆ สะพาน Munsterbrucke

 

ภาพนี้ให้ดูว่า โบสถ์ St.Peter กับ โบสถ์ Fraumuenste อยู่ใกล้กันแค่ไหน

ด้านซ้าย โบสถ์ Grossmunster

ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า

เดินไปเที่ยวท่าเรื่อ ก็เดินตามถนนไปเรื่อยๆ วิวสองข้างทาง จะเป็นแบบนี้  เห็นทะเลสาบไกลๆโน้น

เดินไม่นานก็ถีงทะเลสาบแล้ว

บริเวณท่าเรือ

ชมวิวที่ทะเลสาบกัน

อีกสักภาพ

ใช้เวลาชื่นชมอยู่นานพอสมควร ก็ได้เวลากินข้าว  เราเดินย้อนกลับไปที่สถานีรถราง ParadePlatz

ได้เวลาอาหารเย็นพอดี แวะหาอะไรทานแถวสถานีรถราง ParadePlatz
ชื้อร้าน zeughauskeller (รูปหน้าร้าน ร้านอยู่ฝั่งขวามือ )

ร้าน zeughauskeller อยู่บนถนน Bahnhofstrsse เป็นร้านเก่าแก่ มีเมนูไส้กรอกหลายแบบให้เลือกด้วย (ถ้าไปหลายคนต้องจองล่วงหน้าคะ) ตอนเราไปถึงร้านยังต้องยืนคอยเลย พนักงานบอกว่ามีคนจองทุกโต๊ะ (จะขายดีอะไรปานนั้น..) ด้วยความน่าสงสารของกะเหรี่ยง 2 ตัว ผู้จัดการร้านก็เลยพาไปนั้นโต๊ะที่มีคนจองอยู่แล้ว แต่เขาจะมาทานตอน 19.00 น. แต่เรามาถึงตอนนั้นเป็นเวลา 18.00 น. ทำให้เรามีเวลาทาน 1 ชั่วโมง ก็ OK (แค่หาโต๊ะให้ก็ดีใจแล้ว คนสวิสนี้น่ารักจริงๆ ไม่ปล่อยเรา2 คนยืนหนาวก็บุญแล้ว อิอิ

รูปภายในร้าน

มีรูปหน้าร้านตอนกลางวันมาให้ด้วย เผื่อใครสนใจ

กินอิ่มเรียบร้อย ก็กลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้ลุยใหม่

 



Create Date : 05 พฤษภาคม 2558
Last Update : 15 มิถุนายน 2558 14:17:49 น.
Counter : 74 Pageviews.

0 comment
วันที่ 12 ขึ้น Jungfraujoch - เดินเล่น เมืองในInterlaken ost - Luzern

ตื่นแต่เช้า เขาครัวทำอาหารให้คุณสามีทาน ก่อนจะใช้ห้องครัวส่วนร่วมก็ต้องอ่านกฏระเบียบการใช้ห้องครัวเสียก่อน มีอะไรให้ใช้ฟรี...

ลงมือทำอาหารเช้า (ไม่ได้ทำอะไรมากมายเลย..ก็แค่ ทอดไส้กรอก กับครัวซอง ..อิอิ )

หน้าตาอาหารเช้า

 

เสร็จพร้อมเสริฟแล้ว

อาหารเช้าพร้อมวิวสวยๆ เนื่องจากไม่มีกาแฟ ก็เลยซัดไวน์ที่เหลือจากเมื่อคืนกันแต่เช้าเลย..

เช้านี้เราตื่นกันแต่เช้า จึงทำให้มีเวลาที่จะเดินเล่นในเมือง Lauterbrunnen กันแบบสบายๆ ...เห็นหิมะดีใจรีบเดินเข้าไปเหยียบ  พอเหยีบบุ๊ป จมปั๊บ รองเท้าจมไปในหิมะเลย...ต้องยื่นทิ้งน้ำหนักตัวไปที่ขาข้างเดียว ไม่งั้นจมมันสองข้าง แล้วจะแย่  (แต่ก็ไม่วาย จะต้องถ่ายรูปก่อน..555)

หน้าโรงแรมที่พัก 

พร้อมชมเมือง Lauterbrunnen ยังเข้าอยู่มาก หมอกเยอะมากๆ

 

เดินกันไปเรื่อยๆ ไม่มีคนเลย...

เดินกันมาสักพัก เจอคุณป้าชาวสวิส  ทักทายสวัสดีต้อนเช้า ...  เราก็สวัสดีตอนเข้าตอบไป 

คนสวิสน่ารักจริงๆ.. นึกว่าจะไม่เจอใครเลยเพราะเงียบมาก สงสัยยังไม่ตื่นกัน

ชมวิวเรื่อยๆ

บ้านเรือนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ

โรงแรมน่ารักระหว่างทางเดินเล่น

 

เดินมาสุดทางที่ โบสถ์

แอบหยิบอุปกรณ์ในการแซะหิมะ มาเป็นพร๊อบ ในการถ่ายรูป  ได้ลองแซะหิมะไป 2 ที่ ไม่ไหว เมื่อยแขน เห็นหิมะขาวๆ อย่างนี้ หนักเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี้ย ..

เสร็จแล้วก็เดินกลับทางเดิม  แวะถ่ายรูปกับน้ำตกที่ตกมาจากหน้าผาหินเสียหน่อย..

วิวภูเขา

มีรถบัสวิ่งผ่านด้วย  แต่ไม่ได้ขึ้นดูรอบเวลา แล้วรอนานมาก เดินเองดีกว่า

เดินกลับไป มุ่งหน้าไปสถานนีรถไฟ Lauterbrunnen

 

มีที่ลากเลื่อนขายด้วย

 

ระหว่างทางมีแวะ เรื่อยเลย สามีคงอ่อนใจ...

และแล้วก็เดินมาถึง สถานีรถไฟ Lauterbrunnen เข้าไปซื้อตั๋วรถไฟขึ้น Jungfraujoch แบบขึ้น ทางหนึ่ง ลงอีกทางหนึ่ง  (คือ ขึ้น จาก Lauterbrunnen ขาลงให้ลงทาง Grindel wald) ราคา 110 CHF ต่อคน  แต่ถ้าซื้อแบบ ขึ้นลง ทางเดิม ราคา จะถูกกว่านี้นิดหน่อย ไม่ว่าจะเลือกลงทางไหนสุดท้ายก็จะไปลงที่ Interlaken Ost เหมือนกัน  แต่สิ่งที่ได้ไม่เหมือนกันคือวิวที่แตกต่างกัน  

ระหว่างรอรถไฟ ก็ถ่ายรูปสถานีเล่นไปก่อน

ใช้เวลารอรถไฟไม่นานก็มาแล้ว...ขึ้นไปเลือกที่นั่งได้ตามใจเลย

วิวระหว่างทาง

 

มองลงไปเหมือนบ้านในเทพนิยายเลย สวยมากๆ

... มองเห็นหมู่บ้านอยู่ลิบๆ โน่น

ภูเขาปกคลุมไปด้วยหิมะ

 รถไฟจะมาสุดที่สถานี Kleine Scheidegg ก็ตกลงจากรถไฟเพื่อเปลี่ยนเป็นอีกขบวน  จะมีรถไฟอีกขบวนพาเราขึ้นยอดเขา Jungfraujoch

ระหว่างรอรถไฟขึ้นยอดเขา Jungfraujoch ที่สถานี  Kleine Scheidegg ก็ไปถ่ายรูปเล่นกันหน่อย

สภาพอากาศเป็นใจแก่การถ่ายรูปมาก

เดินกลับมารถขึ้นรถไฟ เจอน้องหมาน่ารัก เลยขอถ่ายรูป เพื่อมารยาทที่ดี ควรขออนุญาตเจ้าของน้องหมา ก่อนการถ่ายรูปนะคะ

ใช้เวลารอรถไฟไม่นานหรอกคะแป๊บเดียวก็มาแล้ว หน้าตารถไฟที่พาขึ้นไปเป็นแบบนี้

ระหว่างทางขึ้นยอดเขา Jungfraujoch  รถไฟจะหยุดให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปดูวิวที่จุดชมวิว  2  ครั้ง  ครั้งละประมาณ  5  นาที

ภาพจากจุดชมวิว

พร้อมไปต่อแล้ว

มาถึงแล้วก็ต้องดูแผนผังกันก่อน จะได้เลือกเดินได้ถูก

อุณหภูมิวันนี้  ลบ 18  องศา  หนาวมากๆ

... Ice Palace เป็นอุโมงค์น้ำแข็งที่แกะสลัก   ทางเดินลื่นมากๆ  ต้องคอยจับราวทางเดินตลอดเลย

Top of Europe หมายถึงสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในโลกนะคะ ไม่ใช่ภูเขาคะ

ภาพถ่ายด้านนอกอาคาร   ออกไปยืนได้แป๊บเดียวเอง  ทนไม่ไหวต้องรีบวิ่งเข้าเลย  หนาวมากๆ  หิมะตีโดนหน้าเจ็บเลย  ยืนถ่ายรูปได้ 2 รูปเองอ่ะ

อากาศบนยอดเขาจะเบาบางมาก  แนะนำให้เดินช้าๆ  หายใจอย่าแรง  ถ้ารู้สึกหน้ามืด ก็ให้หยุดพักก่อน ไม่ต้องรีบเดินเที่ยว   เรากับสามี ยังหน้ามืดเลยขนาดเดินกันช้าๆนะเนี้ย  ขึ้นไปได้ฝั่งเดียวเอง  สามีบอกไม่ไหวแล้ว หายใจไม่ออก  เลยต้องนั่งพักรอรถไฟขาลงเที่ยวต่อไปแล้วลงเลยอ่ะ  ใช้เวลาอยู่ข้างบนไม่ถึง  30  นาที

มีกรุ๊ปทัวร์คนไทยที่ขึ้นไปเที่ยวพร้อมกับเรา มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเป็นลมล้มลงไปเลย  ต้องแบกขึ้นรถไฟลงทันที่เลย  ตกใจเหมือนกันว่าพี่เขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า ก็ส่งยาดมที่สามีก็นั่งดมอยู่ ให้เพื่อนๆพี่เขาไป เพราะอาการพี่เขาแย่กว่าสามีเรา แต่โชคดีบนรถไฟมีหมอที่เป็นชาวต่างชาติพอดี ดูอาการให้  บอกว่าไม่เป็นไร  พอรถไฟไต่ระดับลงไปแล้วจะดีขึ้น  จะหายใจได้ดีขึ้น  พอถึงสถานีข้างล่าง ก็จะแยกย้ายกันอยู่แล้ว นึกมาได้ว่า ยังไม่ได้ยาดมคืน เลยไปขอคืนจากพี่เขา เพราะพกมาแค่อันเดียว ยังต้องใช้อีกหลายวัน..อิอิ

การขึ้นยอดเขาไม่เหมาะกับคนเป็นโรคหัวใจ  และความดัน  นะคะ  อาจทำให้เสียชีวิตได้

วิวระหว่างขาลงอีกเส้นทางหนึ่ง

 

สถานีรถไฟ Interlaken ost

coop  ใกล้สถานีรถไฟเลย  ถ้าหิวก็แวะหาอะไรกินก่อนก็ได้  แต่เราตั้งใจจะไปหาอะไรกินในเมือง  Interlaken

   

ตั้งใจเข้าในเมืองด้วยการขึ้นรถเมล์  หน้าสถานี Interlaken ost  ไปประมาณ  3 -4 ป้าย ก็ถึงกลางเมืองแล้ว  หรือจะใช้วิธีเดินเล่นไปเรื่อยๆก็ได้  แต่เราเลือกขึ้นรถเมล์ไปลงที่สถานี  Interlaken west Bahnhof  แล้วเดินย้อยลงมา  
ก่อนขึ้นรถเมล์ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องขึ้น รถเบอร์ 3  แต่ยืนรออยู่สักพักไม่เห็นรถมาเสียที ด้วยความใจร้อน เราเลยเดินไปถามคนขับรถเบอร์ 5  ว่าผ่าน Interlaken west Bahnhof  รึเปล่า  เขาบอกว่าผ่าน ก็เลยโดดขึ้นเสียงั้น  มารู้ตัวอีกที่ว่ารถวิ่งอ้อมก็สายเสียแล้ว  แต่เป็นสายที่วิ่งขนานไปกับ สาย 3  แต่วิ่งไปแถวที่พักอาศัยในเมืองมากกว่า  นั่งประมาณ 10  นาที ก็ถึงเหมือนกัน
ยอมรับผิดแต่โดยดีค่ะ
เลยบอกคุณสามีว่า ถือเสียว่านั่งชมบ้านเรือนคนในเมืองแล้วกันเนอะ ...

พอลงที่ป้าย Interlaken west Bahnhof  ก็เดินเที่ยวโดยการย้อนกลับไปทาง  Interlaken ost   จะเจอร้านค้ามากมาย

 วิวเมือง น่าอยู่ดีค่ะ อิจฉาคนสวิสจังมีคุณภาพชีวิตดีมาก

 

อาหารเย็นเราเลือกทานร้านที่อยู่ตรงข้ามกับลานสนามหญ้าค่ะ นั่งกินแล้วได้ชมวิวสวยๆไปด้วย มีความสุขที่สุด...

ถ่ายจากโต๊ะที่นั่งคะ

เห็นเมนูแนะนำเป็นปีกไก่ทอด เลยตกลงว่าจะลองดูเสียหน่อย สั่งมาแล้วไม่ผิดหวังคะ อร่อยคลายไก่วิงแซ่บ KFC บ้านเราเลย แต่รสชาติไม่เผ็ดเท่าไร ส่วนอีกจานเป็นสเต็คเนื้อ รสชาติก็โอเค แต่ไก่อร่อยกว่า
แล้วสัง โค๊ก มะนาว 2 แก้ว อร่อยดี ราคาอาหารมื้อนี้ 41 ฟรัง เป็นเงินไทย 1,271 บาท ไม่แพงคะ แถมได้ชมวิวด้วย

 

กินอิ่มเรียบร้อย  ก็เดินข้ามฝั่งมายืนรอรถเมล์ เพื่อกลับไปสถานีรถไฟ Interlaken ost

 

ภาพป้ายรถเมล์ ที่ป้ายรถเมล์จะมีบอกเวลาที่รถเมล์จะมาถึงป้ายนี้ตอนกี่โมง ขอบอกว่ามาตรงเวลามากๆ ไม่น่าเชื่อ
ขากลับนั่งรถเมล์เบอร์ 3 กลับไปที่สถานีรถไฟ Interlaken ost เพื่อนั่งรถไฟไป Luzern

ระหว่างยืนรอรถเมล์ ก็ถ่ายบรรยากาศตอนกลางคืนแถวๆนั้น

 

รถไฟจาก Interlaken ost - Luzern (ใช้เวลา 2 ช.ม.)
ที่พักคืนนี้ โรงแรมwladstac tterhot hotel ราคาคืนละ 6,080 บาท เป็นราคาที่พักแพงที่สุดในทริปเลย แต่ว่าก็คุ้มค่าค่ะ เพราะใกล้สถานีรถไฟ เดินประมาณ 60 เมตรเอง ห้องสะอาด กว้างมาก ห้องน้ำใหญ่ และใกล้แหล่งท่องเที่ยวเลย ไม่ต้องเดินไกล สามารถเดินเที่ยวได้ตลอดเวลา

พอเก็บของเสร็จก็ออกมาเดียวเที่ยวกันเลย เดินมาเที่ยว สะพานไม้ Kapell Bruecke ห่างจากโรงแรมไม่เกิน 100 เมตร ค่ะ

 

เดินถ่ายรูปบนสะพาน สบายๆ  ไม่มีใครเลย ประมาณว่าสะพานนี้เป็นของเรา 555

 

วิวยามค่ำคืน

 

อีกฝั่งหนึ่งของเมือง




Create Date : 15 กันยายน 2556
Last Update : 15 มิถุนายน 2558 14:17:15 น.
Counter : 98 Pageviews.

0 comment
วันที่ 11 Bern - Interlaken ost - Lauterbrunnen

วันที่ 11 Bern - Interlaken ost - Lauterbrunnen
วันนี้ตื่นแต่เช้าเพื่อไปขึ้นรถไฟ ที่สถานี Gare de Lyou เราขึ้นรถไฟ TGV ไป Bern

มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง เพื่อใครไปแบบเราอาจจะได้ใช้วิธีนี้
ทำให้คุณประหยัดอย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับใครที่ซื้อ swisspass มาแล้ว ต้องการเดินทางจาก ฝรั่งเศส ไป สวิสเซอร์แลนด์ โดยรถไฟ ตอนซื้อตั๋วรถไฟที่ฝรั่งเศส กับเจ้าหน้าที่ ก็ให้บอกเข้าด้วยว่าเรามี swisspass ด้วย แล้วโชว์ให้เขาดู เจ้าหน้าที่จะคิดเฉพาะค่ารถไฟในฝรั่งเศสเท่านั้น เราเคยเจอมาแล้ว ประหยัดสุดๆเลย ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก เกือบจะซื้อที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติแล้ว ดูราคาแล้ว คนละ 72 ยูโร แพงใช้ได้เลย แต่เรามาเอะใจที่ว่าถ้ามี swisspass แล้วจะช่วยลดค่าโดยสารบ้างไหมน่า จำได้ว่าเคยอ่านเจอ ในเว็บหนึ่งมีคนเคยบอกไว้ ก็เลยกลับไปเอา swisspass มาโชว์ให้เจ้าหน้าที่ดู เชื่อไหมว่าจากราคาตั๋ว 72 ยูโร ต่อคน เหลือเพียง 8 ยูโร ต่อคน ประหยัดสุดๆเลย (อย่าลืมซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 1 วันนะคะ เพื่อที่่นั่งจะเต็มเสียก่อน)

หน้าตาตั๋วราคาถูก...หลังจากได้ส่วนลดแล้ว...



ขึ้นรถไฟที่ สถานี Gare de Lyou  เวลา  07.58  ถึง Bern   12.36  (ใช้เวลาเดินทาง 4.38 ช.ม.)


สถานี Gare de Lyou

ภายในสถานีอีกรูป

เราได้ขึ้นขบวน TGV

นั่งมาสักพัก ก็เริ่มเห็นหิมะปะปาย (ตื่นเต้นนิดหน่อย เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก...อิอิ)

 

และแล้วก็มาถึง เมือง Bern  จนได้  ก่อนออกจากสถานี ก็เอากระเป๋าไปฝากไว้ในล็อคเกอร์เสียก่อน จะได้เดินเที่ยวแบบหมดห่วง  ราคาค่าเช่า ล็อคเกอร์ ตู้เล็ก 5 ฟรังซ์  ตู้ใหญ่ 7  ฟรังซ์  ใช้ตู้ใหญ่ ก็เพียงพอต่อกระเป๋า 2 ใบแล้ว แต่เกิดการผิดพลาดนิดหน่อย  พอเอากระเป๋าใส่ตู้เรียบร้อยแล้วก็ปิดตู้ โดยการหยอดเหรีญไป  เสร็จแล้วก็หมุนกุญแจเพื่อล็อค  พอล็อคเสร็จคุณสามีดันหมุนเปิดอีกที่ เลยเสียเงินอีกรอบ เฮ้อ...  ต้องจำไว้ให้ดีล็อคแล้ว ล็อคเลย ไม่ต้องทดสอบว่าหมุนกลับได้ไหม ไม่งั้นเสียเงินอีกรอบ  เนื่องจากให้หมุนได้เพียงแค่ 1 ครั้ง

เดินจากหน้าสถานีรถไฟไปเรื่อยๆ มุ่งหน้าไปทางบ่อหมี จะพอเจอบ่อน้ำ ตลอดทางเลย

 เดินมาเจอสี่แยก มองไปทางขวามือ จะเห็น  Bundeshaus (อาคารรัฐสภา)

 

ระหว่างทางเจอคุณลุงกำลังเล่น หมากลุก ยักษ์!! 

 

ช่วงที่ไปใกล้งานวันคริสต์มาส เลยมีการจัดตลาดกลางแจ้ง มีร้านดอกไม้สวยๆ  อุปกรณ์ รวมถึงอาหารในการจัดงาน คริสต์มาส ให้ได้ดู

ดอกไม้สวยๆ ประดับตกแต่ง

สวยๆ ทั้งนั้น อยากได้ แต่คนข้างๆ ทำเฉยเสียงั้น เฮ้อ...อุตสาทำเป็นยืนชื่นชมอยู่นาน

 

ตกแต่งแบบธรรมดา ก็ดูดี

 

ร้านน่ารักทั้งนั้นเลย ...

....

 

แค่เดิน ก็เพลินแล้ว  ไม่ต้องซื้อให้เสียเงิน...อิอิ

 

การตกแต่งร้านน่ารักจริงๆ

ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ จิ๋ว แต่ราคาไม่จิ๋วด้วย...

 

ร้านขายอาหารมีให้เห็นได้ตลอดทาง

เดินชมของมาเรื่อยๆ มาสุดที่ต้นส้นประดับตกแต่งคริตมาสแบบเรียบง่าย ... แถวๆนั้นมีบูธร้านขายเครื่อมดื่มร้อนๆ เพื่อให้แก้หนาวกัน เลยจัดกาแฟร้อน กันไปคนละแก้ว...ค่อยยังชั่วมีแรงเดินเที่ยวต่อได้แล้ว  (จริงๆ ก็มีไวน์ร้อนๆ แก้หนาวขายเหมือนกัน แต่ไม่ได้สั่งกลัวกินแล้วอาการง่วงจะถามหาได้ 555)

เดินชมวิวเมืองกันต่อ

 

รถรางวิงผ่านในเมือง เสียงเบามาก  ต้องระวังให้ดี อาจโดนชนได้

 

Zeitg lockenturm (นาฬิกาดาราศาสตร์)

เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอบ่อหมี

 

รูปปั้นหมี สัญลักษณ์ของเมืองนี้  ตั้งอยู่กลางน้ำพุ  พบเห็นได้ตลอดทาง  

 

 

....ฝนตกปรอยๆ ตลอดทาง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อนักเดินทาง 2 คนนี้เท่าไร  ซื้ออย่าจากเวนิซมาแล้ว ก็ต้องกินให้คุ้ม ...

วิวจากกลางสะพาน ก่อนข้ามไปบ่่อหมี

วิวจากฝั่งบ่อหมี

 

ถึงแล้ว บ่อหมี  แต่ไม่เจอหมีสักตัว  สงสัยไม่ได้นัดกันไว้...อิอิ

 

เสร้จแล้วก็นั่งรถรางเบอร์ 12 ฝั้งตรงข้ามบ่อหมี  จะมีป้ายรถให้ขี้น สามารถนั่งไปลงที่สถานีรถไฟ Bern ได้เลย  จากนั้น ก็นั่งรถไฟ ไปลงที่เมือง Interlaken Ost   รถไฟจาก Bern ไป Interlaken Ost  มีทุกๆ ครึ่งชั่วโมง  พอถึงสถานี Interlaken Ost  เราก็แบ่งเสื้อผ้าที่จะใช้สำหรับพรุ่งนี้เอาใส่กระเป๋าเป้ใบเล็ก แล้วฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ที่ล๊อกเกอร์ก่อน จากนั้นข้ามไปฝั่งตรงข้ามของสถานีจะมีซุบเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ ชื่อ Coop ซื้อของกินสำหรับคืนนี้ และพรุ่งนี้เช้า เสร็จแล้วค่อยต่อรถไฟ ขึ้นไปที่ Lauterbeunnen (ให้ขึ้น Sector B เพราะจากสถานี Interlaken Ost   จะไป Grindelwald หรือ Lauterbeunnen จะเป็นขบวนเดียวกัน แต่จะแยกกันที่หลัง)

จากสถานี Lauterbeunnen เดินไปที่พักไม่ไกล  ที่พักของเราชื่อ Valley hotel Lauterbrunnen  ราคา 2,350 บาท ต่อคืน เป็นที่แนะนำสำหรับคนไทย  เจ้าของน่ารัก อัธยาศัยดีมาก จะถามเราว่ามาจากประเทศไหน พอตอบว่าจากประเทศไทย พี่ท่านก็หยิบใบข้อ กฎระเบียบวิธีการใช้ห้องพักเป็นภาษาไทยขึ้นมาให้อ่านเลย ... 

ถึงที่พัก ก็มืดเสียแล้ว  เข้าห้องอุ่นอาหารกินกันเลย สั่งไวน์มากินบนห้องเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายเสียหน่อย




Create Date : 24 ธันวาคม 2555
Last Update : 16 กันยายน 2556 0:26:47 น.
Counter : 662 Pageviews.

0 comment
วันที่แ 10 ปารีส เที่ยว Versailles และ เก็บตกในปารีส
วันนี้จะต้องนั่งรถไฟออกไปนอกเมืองปารีสกัน สถานที่เที่ยวที่เราจะไปวันนี้คือ Versailles วิธีไปคือ ขึ้น รถ RER สาย C
ไปลงที่สถานี Versailles - Rive Gauche พอถึงสถานีแล้วให้เดินตามฝูงชนไปเรื่อย ๆ ก็จะถึง ทางเข้า Versailles ตอนขากลับให้เดินมาขึ้น RER สาย C เหมือนเดิม

ออกมาจากสถานีก็จะเจอภาพแบบนี้ แสดงว่ามาถูกทางแล้ว


เดินตามฝูงชนไปเรื่อยๆ


ถึงแล้ว Versailles ดูปริมาณคนที่มาเที่ยวกันสิ ว่าเยอะขนาดไหน ....



อนุเสาวรีย์ พระเจ้าหลุย์สที่ 14


ประตูทางเข้า Versailles ค่าเข้าชม คนละ 15 ยูโร (ใช้เวลาต่อคิวซื้อบัตรนานมากๆ เป็นชั่วโมงเลย ยืนจนเมื่อย แถมฝนก็ตกอีก แต่ไหนๆ มาแล้วก็ต้องเข้าไปให้ได้)



ได้เข้ามาแล้ว ก็จะเห็นอาคารแบบนี้


ภายในจะมีห้องแสดงต่างๆ


บนเพดานก็อลังการจริงๆ



ภาพพระเจ้าหลุย์ส


ห้องนอน ของ กษัตริย์



โถงทางเดินในพระราชวัง


ดูเตียงนอนกันแบบใก้ลๆ อลังการงานสร้างจริงๆเลย


...ห้องอะไรจำไม่ได้แล้ว


ห้องนอน พระนางมารี อองตัวเนต


ประตูด้านซ้ายมือ เป็นประตูที่พระนางฯ ทรงใช้หลบหนีจากการถูกปฎิวัติ


ห้องนอน เชื้อพระวงศ์


....


ห้องทรงงาน และห้องสมุด


...


ห้องนอน เชื้อพระวงศ์


หลังจากชมส่วนต่างๆในพระราชวัง Versailles เสร็จแล้ว ก็นั่งรถไฟกลับเข้าปารีส เพื่อไปเก็บตก ปารีสอีกนิดหน่อย เพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางจากปารีส ไป เมือง Bern ประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ แต่เช้าเลย

โรงละครโอเปร่า


ห้างที่ใครมาปารีส แล้วก็ต้องแวะมาช๊อปปิ้งกัน ห้าง Lafayette


หน้าห้าง ตอนค่ำๆ


เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายในปารีสแล้ว ก็เลยไปนั่งชม Eiffel ยามค่ำคืนกัน โรแมนติกไปอีกแบบดี แต่ก็หนาวสุดๆ เหมือนกัน


Eiffel ตอนกลางคืนประมาณ 20.00 น จะมีโชว์แสงสี บน Eiffel ให้ได้ชมกันคะ ถ้าใครที่ได้ไปชม Eiffel ตอนกลางวันแลัวอย่าลืมไป ชม Eiffel ตอนกลางคืนด้วยนะคะ แสงสีเขาดีจริงๆ คะ



Create Date : 03 สิงหาคม 2554
Last Update : 3 สิงหาคม 2554 19:11:26 น.
Counter : 855 Pageviews.

2 comment
1  2  3  

friend&ko
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]