Group Blog

 
All Blogs

 

เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน Week ที่ 2.5

สืบเนื่องจากช่วงนี้ภาระกิจการลดนน. ก็เดิมๆ ค่ะ

1. ควบคุมอาหาร กินแค่พออิ่ม วันละไม่เกิน 2,000 กิโลแคลอรี่
2. ออกกำลังกาย เดินวันละ 3 กิโลเมตร ในเวลา 30 นาที ---> เล่นโยคะ 1 ชม. ---> ซาว์น่า 15 นาที ---> สตรีม 15 นาที

จะพิเศษหน่อย คือ อาทิตย์นี้ไปทะเล ไปดำน้ำมา 4 วัน (scuba diving) ต้องกินเต็มที่ แต่ก็ได้ออกกำลังกายทั้งวัน เพราะต้องลงไปตีขาวันละ 4 รอบ รอบละ 1 ชม. ถ้าใต้น้ำกระแสน้ำแรงๆ ก็จะยิ่งได้ออกกำลังกาย แต่ถ้ากระแสน้ำเบาๆ ไหลสบายๆ ก็จะได้บินเป็นเงือกน้อย


ผลการชั่งนน. หลังจากกลับมาจากดำน้ำ... เช้าวันที่ 10 พ.ย. 52 ตอนนี้ นน. 63.5 กิโลกรัม (เริ่มต้นวันที่ 23 ต.ค. 52 นน. 65 กิโลกรัม)

ลดกันไปเรื่อยๆ ไม่รีบ คุคุ

 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2552 11:48:09 น.  

เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน วันที่ 9

แอบโศกจิตตก น้ำหนักไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไหร แม้จะควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย

สันนิษฐานที่ 1. : เดิมมีทุนชีวิตสะสมไว้เยอะ สูง 164 ซม / นน. เมื่อเริ่ม 65 มวลรวมส่วนใหญ่เป็นไขมันแน่นๆๆ ตัวแน่น ไม่ได้เป็นไขมันเหลวๆๆ (เวลาไปนวด แม่หมอนวดร้องทุกคนว่าเนื้อแน่นกดยาก)
วิธีแก้จิตตกในสันนิษฐานที่ 1. : อดทน มีวินัย พยายามต่อไป...

สันนิษฐานที่ 2. ไม่ค่อยได้ทำอะไรมาก ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้ขยับเขยื่อนร่างกายมาก นอกจากออกกำลังกาย
วิธีแก้จิตตกในสันนิษฐานที่ 2. : เลิกใช้ลิฟท์ชั้นคอนโด เปลี่ยนเป็นเดินขึ้น-ลง 9 ชั้น

มาอัพเดทเมนูอาหาร และ กิจกรรมกันจ๊ะ

มื้อเช้า...ผัดกระหล่ำใส่ไข่
ของว่าง...ไม่มีจ๊ะ

มื้อบ่าย...เกาเหลาไก่ตุ๋น1 ชาม + กาแฟเย็น (น้ำตาลโฮกๆๆ)

มื้อค่ำ...นมโลว์ แฟท + โอริโอ 1 ชิ้น

การออกกำลังกาย
1. วันนี้ไม่ได้เดิน 3 กิโลเมตร / 30 นาที
2. โยคะ 1 ชั่วโมง
3. ซาว์น่า 15 นาที
4. สตรีม 15 นาที

อัพเดทน้ำหนัก : เซงเครื่องชั่ง มันไม่สเถียรเอาสะเลย
นน. เริ่มต้น ณ วันที่ 23 ต.ค. 52 นน. 65 กิโลกรัม
นน. นน. ประจำสัปดาห์ หลังลดมา 1 อาทิตย์ เลขที่ออก........ 64.8 กิโลกรัม

จิตตก

 

Create Date : 31 ตุลาคม 2552
Last Update : 31 ตุลาคม 2552 9:30:30 น.  

เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน วันที่ 8

นอกจากอัพเดทการกินอาหารและการออกกำลังกายแล้ว
เรามาเพิ่มหลักสูตรเรียกน้ำย่อยกันด้วยดีกว่าน่ะค่ะ

มื้อเช้า...ยำวุ้นเส้นปลาทูน่า
ของว่าง...ไม่มีจ๊ะ

มื้อบ่าย...ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นเส้นมาม่า ซัด 1 ชาม + ชามะนาว

มื้อค่ำ...นมโลว์ แฟท + โอริโอ 2 ชิ้น

การออกกำลังกาย
1. เดินจากบ้าน ไปสตูดิโอโยคะ ประมาณ 3 กิโลเมตร ด้วยเวลา 30 นาที
2. โยคะ 1 ชั่วโมง
3. ซาว์น่า 15 นาที
4. สตรีม 15 นาที

อัพเดทน้ำหนักพรุ่งนี้เช้าเหมือนเดิมจ๊ะ

เมนูประจำวัน



ยำวุ้นเส้นปลาทูน่า
เมนูนี้เกิดจากการนำของเหลือค้างบ้านมาทำกิน เริ่มจาก...

1. ปลาทูน่ากระป๋องในน้ำมันพืช : น่าจะซื้อค้างปีไว้นานแล้ว ก็เปิดมาใช้ครึ่งกระป๋อง
2. วุ้นเส้น ห่อเล็ก กำลังพอดีกิน
3. หอยใหญ่ เอ้ย หอมใหญ่ 1/4 ลูก
4. ถั่งฝักยาว ที่บ้านปลูกเอง
5. มะนาว ที่บ้านปลูกเอง

ขั้นตอน / วิธีปรุง
1. แช่วุ้นเส้นในน้ำเปล่า
2. เอาชาม+น้ำใส่ไมโครเวฟ ไว้ 5 นาที
3. เอาวุ้นเส้นที่แช่น้ำแล้ว ใส่ลงชามน้ำร้อน เข้าเวฟ 2 นาที
4. ว่างๆ ก็หั่นหอม กับ ถั่วฝักยาว ระหว่างรอเวฟ
5. เตรียมน้ำปรุง : ใส่ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อน / น้ำปลา 2 ช้อน / มะนาว 2 ลูก / พริกปั่น / น้ำตาล 2 ช้อนชา
6. วุ้นเส้นครบ 3 นาที แล้วก็เอามาแช่น้ำเย็นแว๊บหนึ่ง
7. วางวุ้นเส้นใส่จาน เอาหอมใหญ่โรย ขย้ำๆ ให้เข้ากัน
8. เอาปลาทูน่าโป๊ะๆๆ
9. ราดน้ำปรุง
10. ถ่ายรูป

รสชาติ : เป็นยำเด็ก เหมือนเดิม คุณแฟนบอกว่าไม่เค็ม... จะเค็มไปไหน เดี๋ยวไตพัง

 

Create Date : 30 ตุลาคม 2552
Last Update : 30 ตุลาคม 2552 0:04:03 น.  

เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน วันที่ 7

เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน วันที่ 1-6

เมื่อคืนนี้กลับมาจากออกกำลังกาย เพลียมาก สลบไปรวดเดียวยันเช้า...
ตื่นมาพร้อมกับกล้ามเนื้อที่ปวดตึง (น่าจะจากการเจอท่ายากในคลาสโยคะ) นึกขึ้เกียจว่าจะงดไม่ไปโยคะ แต่บ่ายๆ อาการตึงดีขึ้น ก็เลยฟิตไปอีกเป็นวันที่ 3 คุคุ
ตั้งใจว่าเดือนนี้จะไปทุกวันเลย....


ตอนแรกกะว่าจะไม่โพสเรื่องอาหาร แต่ตอนนี้ชักสงสัยแล้วว่า ตัวเองกินอาหารแปลกๆ รึเปล่า ฝากเพื่อนๆๆ ช่วยแนะนำด้วยน่ะค่ะ

ควบคุมน้ำหนักง่ายๆ ด้วยการทำกับข้าวกินเอง ส่งผลให้กินไม่เยอะ และประหยัดเงินในกระเป๋าจ๊ะ

มื้อเช้า...ต้มยำปลากระป๋อง + ข้าว 2 ทัพพี
ของว่าง...นมโลว์ แฟท + โอริโอ 2 ชิ้น

มื้อบ่าย...ต้มยำปลากระป๋อง + ข้าว 2 ทัพพี (ไม่ผิดจ๊ะ ทำเป็นหม้อเลยง่ะ)
ของว่าง...แอ๊ปเปิ้ล 1 ผล

มื้อค่ำ...นมโลว์ แฟท + โอริโอ 2 ชิ้น + แอ๊ปเปิ้ล 1 ผล

การออกกำลังกาย
1. เดินจากบ้าน ไปสตูดิโอโยคะ ประมาณ 3 กิโลเมตร ด้วยเวลา 30 นาที
2. โยคะ 1 ชั่วโมง
3. ซาว์น่า 15 นาที
4. สตรีม 15 นาที

ผลการชั่งน้ำหนัก เวลา 22.20 น. วันที่ 28/10/52
คึคึ น้ำหนักขึ้น แปลกมากกกกกกกกกกกก จากเมื่อวานเช้า 64.4.... ตอนนี้ 65 KK

สงสัยต้องเอามาตรฐานชั่งตอนเช้าเหมือนกัน

ไว้พรุ่งนี้ชั่งแล้วจะมา อัพเดทใหม่น่ะ


 

Create Date : 28 ตุลาคม 2552
Last Update : 28 ตุลาคม 2552 22:22:46 น.  

เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน วันที่ 1-6

เวลาคนเราทำงานหนักๆ ก็ชอบอ้างว่า ตนเองมีสิทธิ์ที่จะเสพความสุขจากการกินเต็มที่
เมื่อ 2 ปี ก่อน อิฉันหนัก 51 KK. ทำงานยุ่งๆ ผ่านไปแว็บเดียว กรี๊ดดดดดดดดดด 68 KK แล้ว

แม้จะมีบ้างช่วงได้สติ พยายามควบคุม น้ำหนัก (ดูได้จากบล็อคเก่าน่ะจ๊ะ) เมื่อ ม.ค. เราหนัก 61 KK แล้วก็ปล่อยตัว ปล่อยใจ ให้ตะเลิดเปิดเปิง เป็น 68 KK ณ เดือน กรกฎาคม 2552

ซึ่งเป็นเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ คือ ตกงาน ฮึฮึ...
พอตกงาน ก็เที่ยว ซึ่งพอเที่ยวก้อต้องถ่ายรูป จากที่เคยทำมึนๆ เวลาแฟนเหน็บแนมเรื่องอ้วน ก็ต้องกลับมาคิดใหม่ เจ๊อ้วนๆ ในรูปนั่นใคร? นั่นฉันเหรอ กรี๊ดดดดดดดดดด

นอกจากนั้นยังได้รับแรงกดดันจากญาติๆ ที่พอตกงานก็เริ่มไปเดินสายเยี่ยมเยียน ร้อยละ 100% ไม่มีใครถามว่าสบายดีมั้ย? เมื่อไหรจะมีบุตร? มีแต่คนตะลึง ว่าทำไมอ้วนขนาดนี้

ชีวิตที่ควรจะจิตตกเพราะตกงาน ก็เปลี่ยนเป็นจิตตกเพราะ "อ้วน"....

ระหว่าง ก.ย. - ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่ต้องใช้ชีวิตเหมือนก่อน ที่ต้องโยนอาหารใส่ร่างไว้ให้แน่ๆๆ ทำงานเหนื่อยจะได้ไม่หิว กินเต็มพิกัด อันแน่น สมบูีรณ์ กินดึก กินจุ กินแบบพุงกางทุกมื้อ เพราะสนุกกับการกินกับเพื่อนร่วมงาน...

2 เดือนที่่ผ่านมา พอมาอยู่บ้าน ก็ทำกับข้าวกินเอง กับข้าวไม่อร่อยก็เลยกินได้น้อย บวกกันกินเป็นมื้อ ไม่ได้กินจุ๊กจิ๊กเหมือนก่อน เผลอๆๆ มาชั่งน้ำหนักดู อู้!!!!!!!!!!!! ลดไป 3 KK จาก 68 KK เหลือ 65 KK คราวนี้ก็เลยมีแรงฮึด

เอาว่ะ!!! มาลดน้ำหนักจริงจังกันใหม่ เริ่มจากออกกำลังกายเพิ่มเข้าไปอีก member fitness ที่มีบัตรตลอดชีพไว้ประดับกระเป๋า ก็เลยถูกนำออกมาใช้งาน...

เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน วันที่ 1 : 22 ต.ค. 52 นน. 65 KK
แพคกระเป๋าไปเล่นฟิสเนส เป็นคนไม่ชอบวิ่ง ก็เลยมาใช้เครื่องแบบที่มีสเต็บๆๆ แล้วใช้แขนช่วงออกแรงดึง ร่วมกับเท้าได้ (ไม่รู้มันเรียกว่าอะไรน่ะ) เล่นไปประมาณ 15 นาที แล้วก็พัก 15 นาที เล่นติดต่อกัน 3 เซ็ท ตัวเลขที่เครื่องบวกรวมๆ แล้วเผาพลาญแคลอรี่ไป 600 แคลอรี่.... แล้วก็ไปเข้าซาวน่าต่อ

แทนที่ออกกำลังกาย แล้วหัวมันจะโล่ง มันก็กลับกลายเป็นสงสัย ว่าฉันเหนื่อยเผาผลาญไป 600 แคลอรี่ นี่จริงๆ แล้ววันๆ ร่างกายเราต้องการพลังงานแค่ไหน ต้องเผาแค่ไหน ถึงจะผอม ก็เลยกลับมา search หาข้อมูลในอินเตอร์เนท

ผ่านการคำนวนตัวเลขหลายชุด อาทิ

1. Basal Metabolic rate (BMR) Basal Metabolic rate คือ ปริมาณพลังงานพื้นฐานที่ร่างกายต้องใช้เพื่อให้การทำงานของร่างกายเป็นไปได้อย่างปกติ เช่น การทำงานของตับ ไต การควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจ เป็นต้น ซึ่งร่างกายของอิฉันต้องการพลังงานวันละ 1370.08 แคลอรี่ ต่อวัน

นั้นก็แปลว่า วันๆๆ หนึ่ง ฉันควรจะกินให้พอเพียงกับความต้องการแค่ 1370.08 แคลอรี่ โอ้วพระเจ้าจอชชช มันจะเป็นไปได้งั้ย ในเมื่อ บางมื้อฉันยัดทุกอย่างเหล่านี้
ผัดซีอิ้วไส่ไข่ ให้พลังงาน 440 แคลอรี่
ข้าวขาหมู ให้พลังงาน 450 แคลอรี่
ข้าวหมูแดง ให้พลังงาน 500 แคลอรี่
ข้าวมันไก่ ให้พลังงาน 600 แคลอรี่
หอยทอดใส่ไข่ ให้พลังงาน 650 แคลอรี่
ผัดไทย 1 จาน ให้พลังงาน 800 แคลอรี่

ประเด็นนี้จะหลอกตัวเองว่าป่วยเป็นโรคอะไรสักอย่างที่ทำให้อ้วน คงจะไม่ได้ ก็ฉันมันตระกละ ฟุ่ยเฟือยเกินสมดุล ผลก็อ้วนแบบนี้และ ฮืออออ T-T

แต่ช้าก่อน ตัวเลข 1370.08 นั่นคือตัวเลขที่เนื้อหนังมังสาฉันต้องการ แต่ถ้ากินเพียงเท่านี้ อาจเป็นลม ล้มพับไป เพราะมันพอดีอย่างหมิ่นเหม่ เนื่องจากในแต่ละวัน ยังมีพลังงานที่ฉันต้องใช้ในการ เดิน วิ่ง นั่ง ล้างจาน เล่นเนท นอนหายใจรวยริน... เป็นที่มาที่เราต้องมาหาตัวเลขชุดที่สอง

2.Total Daily Energy Expenditures (TDEE)หมายถึง ปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการในเวลา 24 ชั่วโมง โดยทั่วไปแล้ว Total Daily Energy Expenditures มักจะเท่ากับปริมาณพลังงานที่ควรจะทานในแต่ละวันเพื่อคงระดับน้ำหนักปัจจุบันได้

โดยนำปัจจัยเรื่องกิจกรรมที่เราปฏิบัติในแต่ละวันเข้ามาเพื่อคำนวณหาปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องรับในแต่ละวันนั่นเอง
ปกติก็เป็นคนออกกำลังกายนิดๆ หน่อยๆ นั่งๆ นอนๆ พึ่งพุง เล่นเนท ก็ใช้พลังงานไม่เปลืองเท่าไหร สุทธิแล้ว TDEE ของฉัน อยู่ที่ 1883.86 แคลอรี่ต่อวัน

นั่นก็แปลว่าการถ้าฉันอยากจะควบคุมน้ำหนัก ก็ต้องกินให้ได้วันๆ ประมาณ 1883.86 แคลอรี่ต่อวัน แต่ช้าก่อน (อีกแล้ว ถ้าฉันต้องการจะลดน้ำหนัก ก็ต้องกินน้อยลงกว่านี้ โอ้ว ก๊อตตตตตตตตตตตตต T_T)

พอรู้อย่างงี้แล้วก็เลย search หาต่อว่าอาหารประเภทไหนให้พลังงานอยู่ที่เท่าไหร แล้วก็จำๆ เอาไว้ พวกที่ไม่ติดแน่ๆ คือ โค๊ก (กระป๋องแดง) ให้พลังงาน 140 แคลอรี่ ระดับนี่รับมือไหว

ตอนนี้ในวันก็เลยต้องมีเรื่องให้คิดสองอย่าง คือ ควบคุมอาหาร และ ออกกำลังกาย ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่อยากเอามาบอกเป็นเมนู เพราะเป็นคนกินอะไรสิ้นคิดมาก 555 แค่พอรู้ตัวว่า วันไหนกินมากเกินไป วันไหนกินน้อยเกินไป เน้นเรื่องกิจกรรมสลายไขมันประกอบด้วยน่ะจ๊ะ

เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน วันที่ 2-3 : 23-24 ต.ค. 52
ไปเที่ยวเกาะสีชัง กับ สวนเสือศรีราชามาจ๊ะ กินเต็มที่ ตบเบียร์ไปสี่ขวดใหญ่ด้วย โฮกๆๆๆ แต่ก็ใช้พลังงานเต็มที่เหมือนกัน เพราะกลางวันเดินเที่ยวตลอดเวลา
(นี่เป็นตัวอย่างกิจกรรมสลายไขมันอย่างหนึ่ง ฮึฮึ)

เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน วันที่ 4 : 25 ต.ค. 52
ไปเดินสายเยี่ยมเยียน พ่อแม่ตนเอง พ่อแม่แฟน ซึ่งเวลาไปเจอผู้หญิง ความสุขที่จับต้องได้ของท่านๆ คือ เห็นเรากินอิ่ม นอนหลับ ก็เลยเปิดปฏิบัติการณ์กินอีก แต่การกินนี้ ก็จะระวังมื้อค่ำ ไม่กินเยอะ แล้วก็กินข้าวเช้าทุกวัน... ทำกินเอง... บังคับแฟนกินด้วย... เพราะจากเดิมเป็นคนไม่กินข้าวเช้าเลย ข้อดีของการกินข้าวเช้า แบบกินเต็มที่อิ่มๆ 3/4 ท้องเลยน่ะ คือ มันจะหิวบ่ายช้า ไปหิวประมาณ 3 โมงเย็น พอกินเวลานี้มันก็จะเริ่มตระหนักแล้วว่าห้ามกินเยอะ เพราะใกล้ค่ำแล้ว ตกดึกมีหิวบ้าง ก็กินนมพร่องมันเขย หรือ ฝรั่ง แอปเปิ้ล

เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน วันที่ 5 : 26 ต.ค. 52
กลับเข้าสู่สัปดาห์ปกติ ทุกวันเป็นวันหยุด เพราะตกงาน คุคุ
เช้าก็ตื่นมาทำกับข้าว ไม่อร่อยๆๆ เหมือนเดิม แล้วก็มาหิวบ่ายสาม ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าอร่อยแถวอโศกมา เป็นชามเล็ก ไซท์เหมือนเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ กินไป 2 ชามพร้อมแคปหมู อยากกินมากกว่านี้ แต่จิตสำนึกสั่งห้าม...
หลังจากนั้น ก็ไปยิม ไปเดินเร็วๆ ไปเข้าซาว์น่า
แต่....... ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม เพราะเพื่อนพาไปรู้จักกับ "โยคะ"

ฟิสเนสที่เราเล่นก็มี โยคะ เราเคยไปยืนดู คนประมาณ 30 คน โดยที่ครูก็สอนอยู่ด้านหน้า เรารู้สึกว่าการเริ่มเรียนควรจะมีครูสอนจริงจัง ให้มันถูกต้อง เพราะเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ถ้าทำผิดพลาด อาจจะเป็นอัมพฤกเอาได้... ก็เลยไม่คิดเล่น

แต่คราวนี้ มีเพื่อนมาโปรด มาไปสตูดิโอเล็กๆ ที่ตึกยูไนเต็ด ตรงสีลม คลาสหนึ่งประมาณ 20 คน แล้วครูก็ลงมาจับ มากด มาดูตลอด เหนื่อยมาก โฮกมากกกกกกก จึงตั้งใจแน่วแน่ว่า ต่อไปจะเล่นโยคะควบคู่ไปด้วย

เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน วันที่ 6 : 27 ต.ค. 52

ชีวิตเหมือนเมื่อวานฮ่ะ
1. ตื่นมาทำข้าวเช้า รสชาติไม่อร่อย
2. ไปเรียนขับรถ
3. กลับมาเล่นเนท
4. เตรียมตัวไปฟิสเนส
5. มาที่ป้ายรถเมย์ เจอลูกชิ้นทอดน่ากิน ซัดไป 3 ไม้ (โอ้วของทอด แคลอรี่สูงรู้มั้ย... นู๋รู้ค่ะ)
6. รถแถวบ้านติด เลยลงเดิน ประมาณ 3 สถานี BTS จะขึ้นรถไฟฟ้าก็เสียดายตังค์ ตกงาน เราต้องประหยัด คุคุ ก็เดินเล่นมาเรื่อยๆๆ
7. เดินมาเหนื่อย เลยจะซื้อชาแดง ยี่ห้อลิปตัน ดื่มที่เซเว่น แต่ดันไม่มี เลยกินคาปิโก้ โซดาแทน (โดนไป 190 แคลอรี่)
8. มาเล่นโยคะ 1 ชม. เผาผลาญไปประมาณ 200 แคลอรี่
9. ไปเดินเร็วๆ 15 นาที เผาผลาญไปประมาณ 150 แคลอรี่
10. ไปเข้าห้องสตรีมต่ออีก 10 นาที เผาผลาญไปประมาณ 100 แคลอรี่

ผลจากปฏิบัติการ "เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน" วันที่ 1-6 : เริ่มต้นที่ นน. 65 kk ขณะนี้ นน. 64.4 KK : 6 วันลดไป 6 ขีด... น้อยไปรึเปล่าเนี่ย (

 

Create Date : 27 ตุลาคม 2552
Last Update : 28 ตุลาคม 2552 12:31:50 น.  

1  2  3  

Eswat's Girl

Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

จากคำถาม "อยู่บ้านเฉยๆ เหงามั้ย?" เพื่อหาแรงบันดาลใจ และความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงเกิดคอร์ส "เมื่อฉันได้งานใหม่... จนท.สลายไขมัน" ขึ้น

หน้าที่/ความรับผิดชอบ
1. ควบคุมการกินอาหาร จำกัดอยู่ที่วันละประมาณ 1,800 แคลอรี่
2. ออกกำลังกายทุกวัน ด้วยการเดินประมาณ 3 กิโลเมตร ทำเวลาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันใช้เวลาอยู่ที่ 25 นาที
3. เล่นโยคะ วันละ 1 ชั่วโมง
4. เข้าห้องสตรีม วันละ 15 นาที
5. เข้าห้องซาวน่า วันละ 15 นาที
6. ปล่อยปลาวาฬและช่างน้ำหนักทุกเช้า

คุณสมบััติที่ต้องการ
1. ว่างงาน เพราะตอนมีงานทำมักอ้างว่ายุ่งจนไม่มีเวลาออกกำลังกาย / ทำงานเหนื่อย ก็มีสิทธิ์ที่จะกินเยอะๆ
2. มีวินัยในการออกกำลังกาย
3. จ่ายตลาด / ทำกับข้าวกินเอง (เพราะทำแล้วไม่อร่อย ก็ทำให้ไม่อยากทานเยอะ ประโยชน์อีกอย่างที่ได้พ่วงมา คือ ประหยัดงบในการกินข้าวนอกบ้าน)
4. มีวินัยในการดื่มน้ำเปล่า (จากเดิมดื่มวันละไม่เกิน 3 แก้ว)
5. ลดการดื่มน้ำหวาน / น้ำอัดลม จากเดิมวันละ 3 กระป๋อง (เต็มที่ดื่มได้วันละ 1 กระป๋อง)

เป้าหมายของการทำงาน
1. น้ำหนักลงสัปดาห์ละ 1 กิโลกรัม
2. เดือนหนึ่งลง 4 กิโลกรัม
3. สิ้นสุดวันที่ 31/03/2553 (เลขดีสุดๆๆ) ต้องมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม (ตั้งตัวแปรการคลาดเคลื่อนเอาไว้ จากเป้าที่ต้องได้รายสัปดาห์ คือ ลดเหลือ 43 กิโลกรัม)

การวัดผลความสำเร็จของงาน (KPI)
**เริ่มต้น วันที่ 23/10/52 น้ำหนัก 65 กิโลกรัม
**วัด KPI : ชั่งน้ำหนักทุกเช้าวันเสาร์....
สัปดาห์ที่ 1. : 31/10/52 (ตั้งเป้า 64 KK : น้ำหนักจริง 64.8 กิโลกรัม
สัปดาห์ที่ 2. : 10/11/52 (ตั้งเป้า 63 KK : น้ำหนักจริง 63.5 กิโลกรัม
สัปดาห์ที่ 3. : 16/11/52 (ตั้งเป้า 62 KK : น้ำหนักจริง ??กิโลกรัม






 
Friends' blogs
[Add Eswat's Girl's blog to your web]
Links
 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.