Life's Harmonies by... Ella Wheeler Wilcox
อันดับแรกก็ต้องขอทักทายเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆ ทุกคน วันนี้เราหยิบกลอนที่มีชื่อว่า Life's Harmonies ของ Ella Wheeler Wilcox มาให้อ่านกัน ส่วนประกอบหลักๆ ของโครงการนี้ (เป็นโครงการที่เกิดจากความสนใจในกวีนิพนธ์ภาษาอังกฤษของเราเอง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการบ้านหรือวิชาที่เรียนแต่อย่างใด) ได้แก่ การถอดความ คำศัพท์/วลีที่น่าสนใจ และการตีความแบบคร่าวๆ พอสังเขป โดยที่เราจะนำความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ได้สั่งสมมาจากการเรียนในสาขามาประยุกต์ใช้กับโครงการเฉพาะกิจนี้ จุดประสงค์เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ผู้ที่กำลังฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษและสนใจงานกวีนิพนธ์ เราเชื่อว่ามีคนไทยหลายๆ คนที่สนใจงานเหล่านี้ แต่มีข้อจำกัดอยู่ที่เรื่องของภาษา ในฐานะที่เรา (ต่อไปนี้ขออนุญาตเรียกแทนตัวเองว่า "กิ๊ก" เรียนด้านการแปลภาษาอังกฤษมาโดยเฉพาะและกำลังจะจบในปีนี้ จึงอยากทำหน้าที่เป็นเสมือนสะพานเชื่อมต่อโลกของภาษาหนึ่งไปยังอีกโลกของภาษาหนึ่ง แม้สะพานนี้อาจจะยังไม่แข็งแกร่งนัก อีกทั้งยังต้องคอยต่อเติมเสริมแต่งอยู่เรื่อยๆ แต่เราก็จะพยายามให้ดีที่สุดค่ะ

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกคนกำลังจะได้อ่านนั้นยังไม่ใช่สิ่งที่สมบูรณ์หรือถูกต้องที่สุด แต่เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นเท่านั้น เรายินดี+น้อมรับคำแนะนำที่จะเป็นประโยชน์ต่อโครงการเฉพาะกิจนี้ทุกอย่าง ภาษาอังกฤษของเรายังไม่ถึงขั้นที่เรียกได้ว่า "ดีเยี่ยม" แถมพื้นฐานทางวรรณคดีก็น้อยนิด เพราะไม่ได้เติบโตมาท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เป็นภาษาอังกฤษเลย (กล่าวคือ โตมาในครอบครัวธรรมดาๆ และเรียนโรงเรียนธรรมดาๆ แถวบ้านมาตลอด) เราเป็นสมาชิกเพียงคนเดียวในบ้านที่สนใจ+ชอบภาษาอังกฤษ และเพิ่งมีโอกาสได้อ่านเรื่องสั้นหรืองานวรรณกรรมที่เป็นภาษาอังกฤษประเภทต่างๆ เมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ เพราะฉะนั้น... หากตรงไหนที่เรายังขาดไป ก็ต้องขอให้ผู้มีประสบการณ์ช่วยเติมให้ด้วยนะคะ

ก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนต่างๆ นั้น เราคงต้องขออนุญาตพูดถึง "กวีนิพนธ์" สักนิดนึง ภาษากวีจะแตกต่างไปจากงานวรรณกรรมประเภทอื่นๆ โดยมีการสลับที่ของคำ/ประโยคและมีการใช้ศัพท์ที่ต่างไปจากปกติ สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่า poetic license ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของกวีที่จะปรับเปลี่ยนภาษาที่ใช้เพื่อการแต่งกวีนิพนธ์โดยเฉพาะ



ส่วนเทคนิคในการแต่งกวีนิพนธ์ก็มีหลายอย่าง เช่น

personification การบรรยายสิ่งของ/วัตถุต่างๆ ให้มีอากัปกิริยาหรือความรู้สึกนึกคิดเหมือนเป็นมนุษย์ เรียกวิธีการนี้ได้อีกอย่างว่า "บุคลาธิษฐาน"

imagery การใช้ภาษาที่ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพ

metaphor หรือ "คำอุปมาอุปไมย" เป็นการเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเป็น/เหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง เป็นต้น



ต่อไปนี้คือกลอนที่เราหยิบยกมาพูดคุยกันในวันนี้

Life's Harmonies by Ella Wheeler Wilcox

Let no man pray that he know not sorrow,
Let no soul ask to be free from pain,
For the gall of to-day is the sweet of to-morrow,
And the moment's loss is the lifetime's gain.

Through want of a thing does its worth redouble,
Through hunger's pangs does the feast content,
And only the heart that has harbored trouble,
Can fully rejoice when joy is sent.

Let no man shrink from the bitter tonics
Of grief, and yearning, and need, and strife,
For the rarest chords in the soul's harmonies,
Are found in the minor strains of life.

ถ้าสังเกตดีๆ แล้วจะพบว่า กลอนบทนี้มีเพียง 3 ประโยคเท่านั้น ที่ยาวๆ คือส่วนขยายทั้งสิ้น เราเลือกหยิบกลอนบทนี้มาเพราะการสื่อความนั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อนและเห็นภาพได้ชัดเจน

ทีนี้ตรงที่เราขีดเส้นใต้ไว้คือประโยคที่อาจสร้างความงุนงงหรือสับสนแก่ผู้ที่ภาษาอังกฤษยังไม่ค่อยแข็งแรงเนื่องจากมีการสลับที่ของคำและมีการใช้ภาษาที่แตกต่างไปจากที่พบเห็นกันในชีวิตประจำวันทั่วไป เมื่อนำมาปรับและจัดเรียงใหม่ ก็จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ดังนี้

Let no man pray that he does not know sorrow,
Let no soul ask to be free from pain,
For the gall of to-day is the sweet of to-morrow,
And the moment's loss is the lifetime's gain.

Its worth does redouble through want of a thing,
The feast does content through hunger's pangs,
And only the heart that has harbored trouble,
Can fully rejoice when joy is sent.

Let no man shrink from the bitter tonics
Of grief, and yearning, and need, and strife,
For the rarest chords in the soul's harmonies,
Are found in the minor strains of life.




เราได้ทำการถอดความกลอนบทนี้ออกมาเป็นร้อยแก้วธรรมดานะคะ ภาษาอาจจะยังไม่สละสลวยนัก โดยเน้นที่ความถูกต้องของความหมายก่อน (อาจมีบางจุดที่เรายังแปลได้ไม่ดีนัก) ในการแปลกวีนิพนธ์ ผู้แปลจะต้องถอดความออกมาโดยไม่ตีความให้ผู้อ่านเพื่อคงไว้ซึ่งอรรถรสในการอ่านกวีนิพนธ์

ท่วงทำนองของชีวิต โดย เอลลา วีลเลอร์ วิลค็อกซ์

มนุษย์เอ๋ย จงอย่าขอให้ตัวเองไม่รู้จักความเศร้าโศก
จงอย่าขอให้ตัวเองหลุดพ้นจากความทุกข์
เพราะความขื่นขมในวันนี้คือความหอมหวานของวันพรุ่งนี้
ช่วงเวลาสั้นๆ ที่เสียไปนั้นคือกำไรของทั้งช่วงชีวิต

เมื่อสิ่งใดเป็นที่ต้องการ คุณค่าของสิ่งนั้นจะเพิ่มทวีคูณ
เราจะอิ่มเอมกับงานเลี้ยงเมื่อเราทรมานด้วยความหิวโหย
มีเพียงหัวใจที่แบกรับความทุกข์ไว้
ที่จะปลื้มปีติอย่างเต็มที่ได้เมื่อความสุขมาถึง

มนุษย์เอ๋ย จงอย่าหวาดหวั่นต่อรสขม
ของความโศกเศร้า แรงปรารถนา กิเลส และความขัดแย้ง
เพราะคอร์ดดนตรีที่ล้ำค่าที่สุดในท่วงทำนองของจิตวิญญาณ
อยู่ในท่อนเสียงต่ำของชีวิต




มาดูกันทีละท่อนดีกว่า เผื่อจะมีคำศัพท์ที่น่าสนใจ

Let no man pray that he know not sorrow,
Let no soul ask to be free from pain,
For the gall of to-day is the sweet of to-morrow,
And the moment's loss is the lifetime's gain.

for ในที่นี้ทำหน้าที่เป็น conjunction หมายความว่า "เพราะ" เหมือนคำว่า because บอกความเป็นเหตุเป็นผลกัน แต่โดยปกติเราจะชินกับ for ที่มีความหมายว่า "เพื่อ" หรือ "สำหรับ" ซึ่งเป็น preposition หลักสังเกตง่ายๆ ก็คือ ถ้า for + noun = for จะทำหน้าที่เป็น preposition มีความหมายว่า "เพื่อ" หรือ "สำหรับ" แต่ถ้า for + clause = for จะทำหน้าที่เป็น conjunction มีความหมายว่า "เพราะ"

gall เป็นได้ทั้ง noun และ verb มีหลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท ในที่นี้เป็น noun มีความหมายว่า ความรู้สึกที่ขมขื่น (a bitter feeling full of hatred)

Through want of a thing does its worth redouble,
Through hunger's pangs does the feast content,
And only the heart that has harbored trouble,
Can fully rejoice when joy is sent.

pang เป็น noun มีความหมายว่า อาการเจ็บปวดทางร่างกายหรือจิตใจที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน (a sudden strong feeling of physical or emotional pain) มักมีการใช้คู่กับ hunger = hunger pangs/pangs of hunger

harbor เป็นได้ทั้ง noun และ verb แต่ในที่นี้เป็น verb มีความหมายว่า แบกรับ, รองรับ (to keep feelings or thoughts, especially negative ones, in your mind for a long time)

Let no man shrink from the bitter tonics
Of grief, and yearning, and need, and strife,
For the rarest chords in the soul's harmonies,
Are found in the minor strains of life.

shrink เป็นได้ทั้ง verb และ noun แต่ในที่นี้เป็น verb เมื่อลองสืบค้นในพจนานุกรม ปรากฎว่า shrink from sth คือ phrasal verb มีความหมายว่า หวาดหวั่น, หลบเลี่ยง (to be unwilling to do sth that is difficult or unpleasant)

yearning เป็น noun มีความหมายว่า ความปรารถนาอย่างแรงกล้า (a strong and emotional desire) synonym คือคำว่า longing

strife เป็น noun มีความหมายว่า ความขัดแย้งอย่างรุนแรง (angry or violent disagreement between two people or groups of people) synonym คือคำว่า conflict

strain เป็นได้ทั้ง noun และ verb ถ้าเป็น noun โดยปกติจะหมายถึง ความเครียด, ความกังวล (pressure on sb/sth because they have too much to do or manage, or sth very difficult to deal with; the problems, worry or anxiety that this produces) ในตอนแรกเราลองแปลว่า "ความเครียดเล็กน้อย" ด้วยความไม่มั่นใจสักเท่าไหร่ แต่พบว่ามันยังไม่น่าจะใช่ความหมายนี้ เมื่อปรึกษากับ อ. ในสาขา มีความเห็นตรงกันว่าน่าจะเป็นศัพท์ทางดนตรีเพราะเห็นคำว่า minor อยู่ข้างหน้า ประกอบกับกลอนบทนี้ได้มีการเปรียบเทียบชีวิตกับท่วงทำนองของดนตรีด้วย เมื่อสืบค้นดูแล้วพบว่า...

A strain is a series of musical phrases that create a distinct melody of a piece. A strain is often referred to as a "section" of a musical piece. Often, a strain is repeated for the sake of instilling the melody clearly. This is so in ragtime and marches. (อ้างอิงจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Strain_(music))

และเนื่องจากเสียง minor เป็นเสียงโทนต่ำ (หากผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัย) จึงแปล minor strains ได้ว่า ท่อนเสียงต่ำ*

*เราไม่สามารถค้นหาคำแปลที่เหมาะสมได้ รบกวนขอคำชี้แนะจากผู้ที่มีประสบการณ์+ความรู้ด้านดนตรีด้วยค่ะ



ต่อไปคือขั้นตอนสุดท้าย นั่นก็คือการตีความ เราจะค่อยๆ มาวิเคราะห์กันทีละท่อนว่ากลอนนี้ต้องการสื่ออะไรกับผู้อ่านบ้าง การตีความนี้จะเป็นเพียงการตีความแบบคร่าวๆ เท่านั้น

เริ่มจากชื่อของบทกลอน

Life's Harmonies - ท่วงทำนองของชีวิต

ผู้แต่งได้มีการเปรียบเทียบชีวิตของคนเรากับทำนองดนตรี เนื่องจากทำนองดนตรีนั้นจะประกอบด้วยโน้ตที่มีเสียงสูงและต่ำผสมปนเปกันไป ซึ่งจุดนี้เปรียบเสมือนกับชีวิตของมนุษย์ที่ต้องเผชิญทั้งความสุขและทุกข์คละเคล้ากันไป

Let no man pray that he know not sorrow,
Let no soul ask to be free from pain,
For the gall of to-day is the sweet of to-morrow,
And the moment's loss is the lifetime's gain.


มนุษย์เอ๋ย จงอย่าขอให้ตัวเองไม่รู้จักความเศร้าโศก
จงอย่าขอให้ตัวเองหลุดพ้นจากความทุกข์
เพราะความขื่นขมในวันนี้คือความหอมหวานของวันพรุ่งนี้
ช่วงเวลาสั้นๆ ที่เสียไปนั้นคือกำไรของทั้งช่วงชีวิต

สำหรับท่อนนี้ต้องการจะให้แง่คิดเชิงปรัชญาว่า หากเราไม่เคยทุกข์ เราก็จะไม่มีวันพบความสุขที่แท้จริง การที่เราจะ "สุข" ได้นั้น เราต้อง "ทุกข์" เสียก่อน เราไม่ควรร้องขอให้ตัวเองหลุดพ้นจากความทุกข์เพราะความทุกข์เนี่ยแหละจะนำมาซึ่งความสุขในวันข้างหน้า

And the moment's loss is the lifetime's gain.

ประโยคนี้มีความหมายที่ลึกซึ้งมาก ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ที่เกิดขึ้นเพียงสั้นๆ นั้นจะเป็นประสบการณ์แก่ทั้งชีวิตของเราเพราะความทุกข์จะสอนให้เรารู้ว่าความสุขที่แท้จริงเป็นเช่นไร ความทุกข์ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น อย่าไปอาลัยอาวรณ์กับช่วงเวลาที่เราต้องทุกข์โศกเพราะสิ่งที่เราได้กลับมานั้นยิ่งใหญ่กว่ามากมายนัก

Through want of a thing does its worth redouble,
Through hunger's pangs does the feast content,
And only the heart that has harbored trouble,
Can fully rejoice when joy is sent.


เมื่อสิ่งใดเป็นที่ต้องการ คุณค่าของสิ่งนั้นจะเพิ่มทวีคูณ
เราจะอิ่มเอมกับงานเลี้ยงเมื่อเราทรมานด้วยความหิวโหย
มีเพียงหัวใจที่แบกรับความทุกข์ไว้
ที่จะปลื้มปีติอย่างเต็มที่ได้เมื่อความสุขมาถึง

ในท่อนนี้ ผู้แต่งมีการเปรียบเทียบให้เห็นว่า เราจะรู้จักความสุขที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่อเราเผชิญกับความทุกข์ ความทุกข์นั้นทำให้เรารู้ว่าความสุขหอมหวานและมีคุณค่ามากเพียงใด ผู้แต่งเปรียบเทียบสิ่งเหล่านี้กับคุณค่าของสิ่งของที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อมันเป็นที่ต้องการ ความสุขก็เช่นเดียวกัน หากความสุขได้มาง่ายๆ มันจะมีคุณค่าอันใดเล่า... การที่เราเผชิญกับความทุกข์จะทำให้มูลค่าของความสุขเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้แต่งยังเปรียบเทียบความสุข-ทุกข์กับงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยอาหาร เราจะสามารถอิ่มเอมกับงานเลี้ยงได้จริงๆ ก็ต่อเมื่อท้องของเราร้องด้วยความหิว หากปราศจากความทุกข์ เราก็มิอาจชื่นชมยินดีกับความสุขได้อย่างเต็มที่

Let no man shrink from the bitter tonics
Of grief, and yearning, and need, and strife,
For the rarest chords in the soul's harmonies,
Are found in the minor strains of life.


มนุษย์เอ๋ย จงอย่าหวาดหวั่นต่อรสขม
ของความโศกเศร้า แรงปรารถนา กิเลส และความขัดแย้ง
เพราะคอร์ดดนตรีที่ล้ำค่าที่สุดในท่วงทำนองของจิตวิญญาณ
อยู่ในท่อนเสียงต่ำของชีวิต

แม้ความทุกข์ต่างๆ นั้นจะทำให้เราต้องรู้สึกแย่และเจ็บปวด แต่สิ่งเหล่านี้เป็นบ่อเกิดของความสุขที่ล้ำค่าที่สุด เราจึงไม่ควรหวาดกลัวที่จะ "ทุกข์" เพราะเราก็จะ "สุข" เช่นเดียวกัน ความทุกข์นำมาซึ่งความสุข ผู้แต่งได้เปรียบเทียบชีวิตของคนเรา = ท่วงทำนองของจิตวิญญาณ ท่อนเสียงต่ำของชีวิตก็คือ ความทุกข์ นั่นเอง เนื่องจากเสียง minor เป็นเสียงโทนต่ำที่ให้ความรู้สึกเศร้าสร้อยและอ่อนหวาน (อ้างอิงจาก http://www.human.nu.ac.th/jhnu/file/journal/2012_09_18_16_50_15-%E0%B8%AD.pdf) จึงเปรียบได้กับความทุกข์ที่มนุษย์ต้องพานพบในชีวิต ในขณะที่คอร์ดดนตรีที่ล้ำค่าที่สุด ก็หมายถึง ความสุขสูงสุด ของคนเรา เพราะฉะนั้น ความสุขสูงสุดหรือความสุขที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของมนุษย์ก็แฝงอยู่ในความทุกข์ที่มนุษย์เผชิญนั่นเอง

หากไม่รู้จัก "ทุกข์" เราก็จะไม่รู้จัก "สุข"

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้ากับบทกลอน Happy The Man ของ John Dryden ค่ะ
ขอบคุณและสวัสดีค่ะ
สุวิพร ไฉไลสถาพร (กุ๊กกิ๊ก)



Create Date : 26 มกราคม 2556
Last Update : 26 มกราคม 2556 15:33:28 น.
Counter : 5824 Pageviews.

28 comments
  
ขอบคุณนะค่ะ

ชอบมากๆ

เป็นประโยชน์
โดย: Pikake วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:0:15:43 น.
  
ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยม

ต้องบอกว่าชอบบทความที่เอาลง

มันมีประโยชน์มากๆ

ให้ เลย
โดย: Pikake วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:14:26:52 น.
  



ส่วนตัวไม่ค่อยเก่งเท่าไร
อาศัยตามบล็อคที่เพื่อนๆ
ตามช่องแต่งบล็อคค่ะ

เบื้องต้นก็ไปป้ามด
จะเข้าใจง่ายค่ะ
โดย: Pikake วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:16:43:35 น.
  
แต่งให้สวยๆ น้า

เป็นกำลังใจให้

มือใหม่ก็อย่างนี้หล่ะ

เดี๋ยวก็เก่งเอง
โดย: Pikake วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:16:45:59 น.
  
ขอบคุณมากนะคะ คือเราต้องการแต่งแบบพื้นฐานจ้ะ แล้วทีนี้เราหาช่องที่ให้ใส่สีพื้นหลังเมนูไม่เจอ (เราเข้าไปในสร้าง theme) เห็นแต่มีให้ใส่พื้นหลังเนื้อหา blog งงมากเลยค่ะ
โดย: Candy Shop วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:16:54:43 น.
  
มันต้องเป็นธีมสำเร็จรูป

มันถึงจะอยู่ข้างในจ้า

แล้วค่อยเปลี่ยนพื้นหลังเอา
โดย: Pikake วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:16:57:23 น.
  
เมนูด้านขวาเราอ่านยากเลยทีนี้
โดย: Candy Shop วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:17:03:51 น.
  
เดี๋ยวไปถนนคนเดินก่อนน๊ะ

มีเพื่อนๆ สอนเอาไว้หลายคนเลย

---> เช่น Aboutme.html

ช่วยได้เท่านี้นะ

เดี๋ยวกลับมาค่อยมาดู

โดย: Pikake วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:17:06:04 น.
  
คลิกไปเลยตามข้างบน เขาสอนให้

ไปถนนคนเดิน ก่อนนะ
โดย: Pikake วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:17:07:01 น.
  
ขอบคุณอีกครั้งนะจ๊ะ ^3^
โดย: Candy Shop วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:17:07:44 น.
  


ฝันดีนะจ๊ะ


โดย: Pikake วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:21:27:12 น.
  
ที่ใส่มาก็ถูกแล้วนะคะ เพราะถ้าใส่ที่สคริบแอเรีย ก็ได้แบบเดียวตลอด แต่ว่าติดหน้าProfile ด้วย วิธีอื่นมี่ยังไม่ทราบค่ะ
โดย: ญามี่ IP: 118.141.98.155 วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:22:34:55 น.
  
เราอยากให้เมนูในหน้าโปรไฟล์เหมือนกับเมนูด้านขวามือในหน้านี้น่ะค่ะ มันจะได้อ่านง่ายๆ หน่อย
โดย: Candy Shop วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:22:39:20 น.
  


แวะมาทักทาย

ถึงไหนแล้วเอ่ย

โดย: Pikake วันที่: 29 มกราคม 2556 เวลา:1:04:59 น.
  


แวะมาทักทายจ้า
โดย: Pikake วันที่: 31 มกราคม 2556 เวลา:11:57:51 น.
  


แวะมาทักทายก่อนหวยออกค่ะ
โดย: Pikake วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:13:22:23 น.
  


สวัสดียามค่ำไปสักหน่อย

เป็นอย่างไรบ้าง

เรียนหนักนะสิ

ที่แม่โจ้ ก็รับปริญญาวันที่ 19 กพ นี้

ท่าทางจะวุ่นกันน่าดู

พักผ่อนเยอะๆ นะจ๊ะ

จะได้มาอัพบล็อคเรื่องราวใหม่ๆ สักที

สบายดี สบายดี เน้อ
โดย: Pikake วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:1:11:52 น.
  
ขอโทษที่ตอบช้านะจ๊ะ เผอิญไม่ได้เข้ามาเล่นบ่อย ช่วงนี้ก็ใกล้สอบ final แล้วค่ะ ของเรารับปริญญาประมาณเดือนพ.ย. - ธ.ค. ปีนี้
โดย: Candy Shop IP: 125.24.221.101 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:21:41:59 น.
  


jĭn zhù xīn nián kuài lè xìng fú,dà jí dà lì.

จิ่น จู้ ซิน เหนียน ไคว้ เล่อ ซิ่งฝู ต้า จี๋ ต้า ลี่

ขอให้ปีใหม่นี้ประสบความสุขสวัสดิมงคล

I hope you have a most happy

and prosperous New Year.

From...หนูโปร์/บุปผาลีลาวดี ค่ะ

มีความสุขรับปีใหม่นะค่ะ

..................................................................

ปล...รับอีกไม่กี่เดือนเอง แป๊บเดียว

ดีใจด้วยล่วงหน้าเลยน๊ะ
โดย: Pikake วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:12:15:23 น.
  


This heart of flower I give it to you.

Please keep it closer to your heart too.

..............................................................

I wish to be a star in your darkness.

I wish to be with you in the stormy day.

I wais to be your friend always.
โดย: Pikake วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:14:20:14 น.
  
โดย: Pikake วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:17:13:00 น.
  
ดูแลสุขภาพด้วยนะจ๊ะ
โดย: Pikake วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:2:37:36 น.
  
สอบเสร็จแล้ว ปิดเทอมแล้ว ไปไหนหนอ?????
โดย: Pikake วันที่: 11 มีนาคม 2556 เวลา:14:47:21 น.
  
โดย: Pikake วันที่: 6 พฤษภาคม 2556 เวลา:18:47:39 น.
  


เข้าวัด ทำบุญ ฟังธรรม
รักษาศีล ภาวนา
มีความสุขมากๆ นะค่ะ


โดย: Pikake วันที่: 24 พฤษภาคม 2556 เวลา:13:36:49 น.
  
มี Shop ขายเสื้อผ้า ที่ศูนย์การค้าใหม่ เปิด มีนาคม 57
ของจุฬา ฯ ตรงข้ามพารากอน ลงรถไฟฟ้าสยาม เดินเข้าห้าง
ได้เลย ดูโครงการได้ที่ SQ1 สยามสแควร์ พื้นที่ 11.5 ตรม.
T. 081 ) 1 652 - 652
โดย: mei IP: 58.9.199.123 วันที่: 14 ตุลาคม 2556 เวลา:10:44:31 น.
  
อยากทราบว่า เรื่อง Happy the man ของ John Dryden ได้อัพลงยังค่ะ?? เอาลงเถอะนะค่ะ พลีสสสสสส
โดย: Mary IP: 223.207.154.25 วันที่: 31 มีนาคม 2557 เวลา:22:26:48 น.
  
สวัสดีค่ะ พี่จบมาจากเอกอิ้งแปล มอหอการค้าใช่ไหมคะ คือหนูก็เรียนหอการค้าอ่ะ และกำลังจะได้เลือกวิชาโทค่ะ ในใจอยากลงอิ้งแปลค่ะ แต่ยังลังเลอยู่ค่ะ อยากจะถามว่าเรียนเป็นยังไงหรอคะวิชานี้ ถ้าเห็นข้อความ รบกวน ทิ้งไลน์ไว้หน่อยได้ไหมคะ หรือแอดมาที่ไลน์ gjjaa8 ขอบคุณค่ะ
โดย: Ja IP: 115.87.144.147 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2557 เวลา:20:24:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Candy Shop
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



มกราคม 2556

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
26 มกราคม 2556