ซับโหย่วว ... กราบเท้าเพื่อนๆที่เคารพ ++

<<
ธันวาคม 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 ธันวาคม 2551
 

 

 

@@ - - ชมไทยสะพายเป้ ตอนที่ 2 แวะโป่งเดือดป่าแป่ ห้วยน้ำดัง - - @@



..

มาต่อ พาร์ท 2 กันนะครับ อิอิ

เนื่องด้วยเจ้าของกระทู้งานเข้ามากมาย .. เลยติดหนี้ลงรูปไว้ก่อน

หลังจากเมื่อวาน พวกเราดื่มด่ำกับความสวยงามของโคมลอยไปแล้ว

พวกเราก็กลับมาที่เกสเฮ้าส์ .. เนื่องจากเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางมากมาย

เจอทั้งคลื่นมหาชน คลื่นพลุตะไลไฟพะเนียง .. อย่างมากมายระหว่างขากลับ

..

จากความประทับใจตอนต้น มาเจอคนเถื่อนๆเล่นพลุ ..

..

เชื่อไม๊ มันลดทอนอะไรบางอย่างลงได้อย่างรวดเร็ว .. T_T

..

..

คืนนั้น เรากลับมาตั้งวงสังสันท์ สนทนากัน ที่ดาดฟ้าของเกสเฮ้าส์

ต่างต่างซื้อของกินมากัน ขำๆ ตามประสา

ข้างบนดาดฟ้าลมเย็นมากมาย .. ทำให้ฉันรู้สึก chill out อีกรอบ

..

เชอรี่ กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเก้าอี้หวายยาว โดยข้างกายมีพี่ตั้ม หวานใจคอยกุ๊กกิ๊กไม่ห่าง

.. สายตาชั้นร้อนผะผ่าว .. มาทันที

" อิจฉาเฟ้ยยย ... "

..

ข้างบนนั้น เพื่อนๆร่วมทริปคุยกันอย่างออกรส พร้อมทั้งวางแผนจะท่องเที่ยวไปในตัว แต่เจ้ากานต์ กับมินิ
หนีไปนอนอย่างสบายใจ หึ ..

โดยมีน้าป้อบและต่อ พัทยามาแจมตั้งวงกะพวกเราด้วย .. ก็นั่งคุยกันไป คิดว่าเราจาไปปายยังไงดีน้อ ++

สรุป .. น้าป้อบแกมีน้ำใจขับรถพาพวกเราไปเที่ยว

" เย้ เย้ .... "

ต้องขอบคุณสายตาและคำเว้าวอน ของน้องออ จนน้าป้อบต้องจับมือสัญญากันไป

..

แต่ เอ๊ ... จะเป็นเพราะฤทธิ์แอลฯ หรือเพราะน้องออหว่า .. งี้ ต้องถามแกเองนะ อิอิ

..

ตอนเช้าเราออกกันสายพอสมควร เนื่องจากเหน็ดเหนื่อยจากเมื่อวาน

เลยออกจากที่พักกันซะเกือบ 10 โมง อิอิ

ที่แรกที่เราจะแวะๆ ก็คือ ปากทางน้ำตกหมอกฟ้า ซึ่งมีร้านกาแฟฮิปๆ

"แป้นเกล้ด coffee corner"

..

พวกเราแวะพักรถกัน และก็แวะกินน้ำดื่มกาแฟกันตามประสา ..

แต่ที่แน่ๆ .. สาวๆ ท่าทางจะเมารถกัน เพราะน้าป้อบแกสวมวิญญานนักซิ่ง

เอิ้ก ..

ชั้นหล่ะเวียนหัว ..






แต่ละคนแยกย้ายกันสั่งของชอบกันไป

บ้างก้อหนีไปอ้วก .. (เจ้าวี) บ้างก้อหนีไปถ่ายรูป .. (ส้ม มินิ) บ้างก้อหลับ .. (เจ้าออ)

..

ส่วนฉันแว้บมาสั่ง ลาเต้ร้อนๆ สักแก้ว ++

รสชาติใช้ได้ เลย แต่.. ขาดน้ำตาลกรวด .. แหะๆ ของชอบ

..



..



ร้านแป้นเกล็ด มีต้นไม้ ดอกไม้สวยๆมากมาย

แต่ฉันก็ติดใจ .. ที่จะชื่นชมความแดงสดของต้นนี้ .. พืชตระกูลหัวที่หลายคนพานพบ

ตามป่าเขาระดับต่างๆ ซึ่งลักษณะของต้นไม้แต่ละต้น จะบอกถึงสภาพภูมิประเทศของที่นั้นๆ

..

ฉันแอบมองดอกสวยผ่านหลังตุ๊กตาไม้เก่าๆ .. มันคอนทราสกันดีเหลือเกิน

ระหว่างสิ่งสองสิ่ง ..

คงเหมือนชีวิตเรา .. ที่ตลอดเวลา ต้องมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเปรียบเทียบเสมอ

...

..

คงเป็นเช่นนั้น ..

ไม่เคยเปลี่ยน ..



..


ฉันแอบคิดถึง .. คำเอ่ยของบางคน ที่บ่น

"อยากกินข้าวไข่เจียวจัง .."

กระนั้น ฉันก็เลยอดไม่ได้ที่จะลองสั่งมาลองชิมมั่ง


แต่ ...


ไม่นะ .. รวดไวปานกามนิตหนุ่มล่ำ ดันมีคนสั่งแย่งไปแล้ว T_T

เส้า ..

ชั้นก็เลยได้แต่แอบมองจานข้าวไข่เจียวของเค้า ด้วยใจถวิลหา ..

..

อดกิน

..

เหตุใดข้าวไข่เจียว จึงเป็นสิ่งที่สะกิดใจสำหรับบางคน .. หนอ

..

บรรดาของที่ทำง่ายกว่ากระเพราไก่ไข่ดาวแล้ว ก็ต้องยกอันดับให้ เจ้าข้าวไข่เจียวนี่เอง

ความฟู ความหอมกรุ่น ไอร้อนระอุของไข่ .. มันมีศิลปะ และแฝงนัยยะอยู่

..

สีเหลืองจัดจ้านของไข่เจียวก็คงตัดกับสีขาวของข้าวสวยร้อน ..

กลิ่นหอมของเจ้าช่างเคล้าเย้ายวนใจยิ่งนัก ... ถ้วยซอสพริกถ้วยเล็ก สีส้ม
ช่างน่าหลงไหลให้เจ้าไข่เจียวน้อยๆ ไปนอนเล่น

..

รอคอยเวลาให้เจ้าไข่เจียวเข้าไปนอนนิ่งหลับสบายชั่วนิรันดร์ใน .. กระเพาะของเรานั่นเอง

..









ฉันชอบมุมนี้ของร้าน ..

..

ทำไมน่ะหรอ ?

เห็นไหม ในมุมเล็กๆของบันไดไม้เก่าคร่ำ .. สอดแทรกไปด้วย "สายใย" แมงมุม
ที่เกาะเกี่ยวพันใบจนถึงตัวบันได

..

สายใยเล็ก ก็เปรียบเสมือน มิตรภาพที่พวกเรา ก่อเกิดร่วมกัน ..

.. จากสิ่งละอัน พันละน้อย จากเส้นเดียวที่ตาเปล่า แม้เขย่งตายังมองไม่เป็น

ก็ค่อยๆเกิดรวมเป็นสายใยบางๆ ทอระหว่างสิ่งสองสิ่ง

ให้มีจุดเชื่อมต่อถึงกันได้

..

บางครั้งลมอาจจะตีปลิวให้สายเส้นขาด .. พลันแมงมุมน้อยตวงามก็จะรีบมาชัก
"สายใยแห่งมิตรภาพ" นี้เสมอ

..

หลากคนต่างที่มา เหมือนกังต้นไม้กะไม้แปลงเป็นวัตถุ .. ถึงจะดูต่างกัน ดูแตกแยก

แต่พื้นฐานมันก็มาจากที่เดียวกันนั่นเอง

..

นั่นคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ .. ซึ่งเปนพหุธาตุที่ก่อเกิดทุกสรรพสิ่งในโลกนี้

..

นั่นสิ ไฉนเลย ท่านจึงลืมที่มาของตนเอง ..

อ๊ะ ไม่นะ ฉันไม่เชื่อเช่นนั้น ..

..

เพราะบางครั้ง ฉันก็นึกว่า ไอ้ตัวเราน่ะมันเป็นบันไดดีๆที่เอง ....

..

S t a i r w a y t o h e a v e n






หลังจากดื่มด่ำบรรยากาศของร้าน "แป้นเกล็ด" แล้ว

เราก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปน้ำตกหมอกฟ้าต่อ เนื่องจากเราจะต้องไป "น้ำพุร้อนโป่งเดือด" ต่อ

..

จ่ายเงิน ถ่ายรูป พักผ่อนกันจนอิ่มหนำแล้ว .. ก็เดินทางกันหล่ะ +++

..

ลาก่อน .. ร้านสวยในใจฉัน

ฉันจะเก็บร้านนี้ไว้ในลิ้นชักใจอีกนาน ..

ถ้า .. ร้านนี้ไม่ไฟดับบ่อยไปกว่านี้ ..

เอิ้ก ..

..



..


เดินทางมาสักพักนึงเราก็ถึงทางเข้า "โป่งเดือดป่าแป่"

ชื่อดูแปลกใช่ไม๊หล่ะ อิอิ ...

น้ำพุร้อนโป่งเดือดนี้ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ 40 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง
จังหวัดเชียงใหม่
ใช้ถนนเส้นแม่มาลัย-ปาย มีระยะประมาณ 35 กิโลเมตร แล้วก็เลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ 6- 7 กิโลเมตร
ซึ่งเป็นถนนแคบลาดยาง ไม่ลำบากมากนัก รถทั่วไปเข้าได้สบายๆ ไม่มีปัญหา

ระยะทางเหมือนไกล แต่น้าป้อบทำเวลาได้ดีทีเดียว ..
..

ดีนะ .. ฉันทำประกันชีวิตไว้แล้ว .. แอบรำพึงในใจ

..

พวกเรามาถึงที่นี่ประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ

.. ท้องฟ้ากำลังสวยงาม อากาศเย็นกำลังดี นกร้อง ผีเสื้อบินให้ว่อน ..

.. ต้นไม้ใหญ่ชูลำต้นทะยานไปบนท้องฟ้า สวยเป็นแนวเชียว ..

..

..

พอเข้ามาถึงแล้ว เราจะเจอเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่จาไปดูจุดโป่งเดือด ซึ่งทำมาจากไม้หมอนรถไฟเก่า
ดูสวยงามและแข่งแรงน่าดู

อื้มมมมม .. แต่ในใจฉันดันกระหวัด คิดว่า .. เขาเอาไม้มาจากไหนกันได้เยอะแยะขนาดนี้หนอ

...


แอบคิดจริงๆ


..








ระหว่างทางเดินเข้าสู่น้ำพุร้อน จะมีต้นไม้หลากใบ หลากพันธุ์

ส่วนใหญ่จะเป็นไม้เบญจพรรณ เถาวัลย์และกล้วยป่า ..

..

และแล้วเราก็พบนางตานี .. มินิ ที่นี่ เอิ้ก ..

..





เถาวัลย์เยอะแยะมากมาย

..

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเถาวัลย์ในป่านี้เป็นเกร็ดเล็กๆน้อยๆ

เวลาเราเดินป่า ถ้าเราจำเป็นต้องตั้งแคมป์พักแรม หากเจอสถานที่ๆ มีเถาวัลย์แบบนี้ห้อยอยู่
ไม่ควรตั้งแคมป์เป็นอย่างยิ่ง

ซึ่งจะเสี่ยงต่อสัตว์ร้ายพวก งูเหลือม งูพิษต่างๆ และสิ่งเร้นลับในป่า

..

พวกพรายเขาเรียกว่า

"ชิงช้าของผี"




..

เดินพอเหนื่อยนิดนึง ก็ถึงแล้ว

"น้ำพุร้อนโป่งเดือด"

แต่ยังก่อน ต้องลงไปข้างล่างอีกครับ

..





..

ไอน้ำกรุ่นไปทั่ว บริเวณ พรอ้มทั้งกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ

น้ำพุที่นี่อาจไม่สูงมากนัก ประมาณ 1 เมตร แต่เมื่อก่อนเนี่ย สูงกว่า 5 เมตรเลยทีเดียว

คงเป็นเพราะกระแสน้ำร้อนมีแรงอ่อนลงก็น่าจะเป็นได้

ก็คงเหมือนคนแหละ นานไป ก็เสื่อมๆไปตามสภาพ ใช่ปะ ..


น้ำพุเกิดจากปริมาณน้ำใต้ดินที่ส่วนใหญ่ได้จากน้ำฝนที่ซับสู่ใต้ดิน หากดินมีความพรุนมาก
ความพรุนของดินนี้เกิดจากต้นไม้ น้ำพุร้อนที่นี่คาดว่ามีการเกิดแบบน้ำพุร้อนกีเซอร์ (Geyser type)
ลักษณะของน้ำพุ่งขึ้นจากระดับผิวดินเป็นครั้งคราวตลอดเวลา และคุณสมบัติของน้ำพุร้อนอย่างหนึ่งคือ
ช่วยรักษาโรคปวดตามข้อต่างๆได้

..


สำหรับท่านที่ชอบ "ลวกไข่" ที่นี่ รู้สึกจะไม่อนุญาติให้ลวก
ถ้าใครสนใจก็คงต้องแอบๆหน่อยนะ เห็นมีป้านห้ามอยู่พอดี

อิอิ


------




สองสาวขอไปถ่ายใกล้ๆ น้ำพุร้อน ..




ที่นี่ .. มี information และนิทรรศการย่อยๆ ให้ควารู้แก่นักท่องเที่ยวตามจุดต่างๆมากมาย

..

แต่ที่มากมยตรงกันข้าม นั่นก็คือ ..

ฉันพบเห็นขยะมากเหลือเกินระหว่างทางเดิน ยังไงขอให้ช่วยกันรักษาความสะอาดด้วยหล่ะกัน

..

ทุกที่ เดี๋ยวนี้มักมีมือดี เอ หรือไม่ดี ชอบทิ้งไม่เป็นที่ โดยเฉพาะเปลือกลูกอมและหมากฝรั่ง

ซึ่งขัดต่อสายตานักท่องเที่ยวอย่างฉันและหลายๆคน

..

ขอบคุณมินิ ที่ช่วยเก็บขยะกลับไปทิ้งถึงที่ ..

เด็กรุ่นใหม่ต้องแบบนี้สิ ... ช่ายมะ

..







วิวสวยๆ ณ จุดทางเดินลงมายัง บ้านพักของหน่วยฯ

ซึ่งลงไปข้างล่างจะเป็นร้านอาหาร กาแฟ และบ้านแนวๆล๊อคโฮมหลายหลัง ให้นักท่องเที่ยวพักผ่อน

แต่ก็ต้องติดต่อหน่วยงานล่วงหน้าพอสมควร เพราะในวันหยุดคนก็มาพักอยากมายมายเหลือเชื่อทีเดียวนะ

..



ด้านล่างก็มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะเชียว

..




ส่วนนี้เป็นเขตพระราชฐาน

เป็นบ้านขนาดใหญ่ สวยงามทีเดียวสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ เวลาแปรพระราชฐาน

..



เชื่อหรือยังว่าเขตพระราชฐาน ..

จะโดนจับไม๊เนี่ย ..

ไม่เชื่อดูหน้านางแบบของฉันดิ ..

ห้า ห้า ห้า + + +




..

เดินเล่นดูน้ำพุเรียบร้อย ก็เดินทางยาวไปสู่

"ห้วยน้ำดัง"

การเดินทางคดเคี้ยวเลี้ยวลด ถ้าได้ฝีมือการขับของน้าป้อบ พลขับมือดีของเรา คงไม่ถึงห้วยน้ำดังไวขนาดนี้

..

ประมาณ 5 โมงเย็นเราก็ถึง "ห้วยน้ำดัง" จัดแจงหาที่ตั้งแคมป์กัน
โดยฉันเลือกตรงลานหมอกด้านล่าง เพื่อที่จะชมพระอาทิตย์ตก และหลบจากหลบหนาวในตอนค่ำคืน

..

พระอาทิตย์ยามเย็นที่นี่สวยจังเลย ..

..

คิดถึงจัง




..

ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ..

สวยงามสมดังคำกวี ..

..



หลังจากกางเต้นท์กันเสดแล้ว

มีฉันที่ไม่มีเต้นอยู่คนเดียว เนื่องจากพกเปลมา .. (ทำไมไม่รู้) ก็เลยต้องนอนเป้นปลาทู ตกหลืบเขา

เอาฟลายชีทกางทับ ไว้พอให้ลมไม่โกรกหนาวตาย ..

ถุงนอนก็เสียสละให้มินิไปนอน ผมเหลือแต่ผ้าขาวม้าผืนเดียวกับกางเกงขาก๊วย บรื่อซ์



หลังจากนั้น พวกเรามาตั้งกล้องรอถ่ายรูปกัน

เอ้า รอ รอ รอ ...




..

มุมต้นสน เป็นที่ฉันมาทีไรก็ต้องถ่ายทุกที

..

ความคุ้นเคย หรือความเคยชินหนอ ..




รูปนี้ เป็นฝีมือถ่ายของ มินิ ไม่ใช่เล่นนะเรา 55+

มุมมองใช้ได้ทีเดียว .. ต้องพาไปถ่ายรูปบ่อยๆแล้วหล่ะ



..

หลังจากดื่มด่ำกับความสวยงามของ sunset

พวกเราก็เริ่มทำอาหารกัน เนื่องจากความผิดพลาดของฉันเองที่ลืม ตุนเสบียงมาระหว่างทาง มื้อมิตรภาพมื้อนี้
คงเป็นอาหารง่ายๆเช่นเคย ..

อิอิ

น้าป้อบ ล้วงมาม่าออกมาจากลัง ส่วนของผม มีไวไวอยู่โหลนึง เตาแก้ส ตะเกียง แก้สกระป๋องเรียบร้อย

ก็เริ่มลงมือ โดยมีเมนูหลักคือ มาม่าและยำปลากระป๋องสูตรน้าป้อบ อิอิ

มื้อนี้เราหิวมากมายเพระกินกันล่าสุด ก้อมาจากร้านแป้นเกล็ดแล้ว
สภาพแต่ละคนไม่ต่างจากเด็กน้อยผู้หิวโหย

ซดน้ำมาม่ากันเหือดหม้อเลย อิอิ

..

แต่ที่แน่ๆ ข้าวโพดสามัคคี อุตส่าขนมาสุดท้ายก็ไม่กินกัน

เสียดายง่ะ ..

..

มื้อนี้ อิ่มหนำด้วยการกวาดของเหลือในเสบียงน้าป้อบและของฉัน
แล้วก็คงตบท้ายด้วยการพูดคุยเฮฮาตามประสาคนคอเดียวกัน

สักพักนึงต่างคนต่างลี้ไปนอน เนื่องจากหนาวสุดๆ คิดว่าประมาณ 6 องศาซี

หลังจากส่งทุกคนเข้านอนแล้ว ฉันยังนอนไม่หลับ เดินดูความเรียบร้อยซะก่อน เพื่อความสบายใจ
แต่เนื่องจากถุงเท้าไม่มีฉันเลยเอา "ถุงก้อบแก้บ" มาใส่คลุมกันความหนาวไว้

ระหว่างเดินก็มีก้อบ เสียงแก้บ จนเจ้าออตั้งชื่อว่า "ผีก้อบแก้บ"
นั่นแหละคือที่มาของมันนั่นเอง

..

คาดผิดไปนิด ตรงที่เรากางเต้นท์น่ะ เป็นช่องลมอย่างดี ผลอะหรอ

.. ก็หนาวกันไปทั้งคืนอะสิ ..

เอิ้ก ... ไม่น่าเลย




ตื่นเช้าออกจากเต้นประมาณ ตี 5 กว่าๆ

หลังจากนอนกระส่ายกระสับด้วยความเหน็บหนาว .. ใครจะรู้หล่ะว่า ฉันน่ะหนาวขนาดไหน

อย่าให้พูดเลยคุณเอ่ยย .. ฉันทนไม่ไหวจนต้องไปเคาะเต้นเจ้ากานต์


"กานต์ๆ พี่ขอนอนด้วย"

นอนเต้นเจ้ากานโชคดีต้องที่ไม่มีลม เหมือนที่ฉันนอนตอนแรก ซึ่งลมพัดอู้เข้ามายังฟลายชีท

แต่กระนั้น ฉันนอนเต้นเจ้ากานต์ แต่ไม่มีที่รองนอนหรืออะไรเลย
ผ้าขาวม้าผืนเดียวของฉันก็ทำหน้าที่ของมันเต็มที่

..

หนาวโคดดดดด +++

..

ออกพาเพื่อนๆเดินไปดูทะเลหมอกตรงจุดชมวิวด้านล่าง

โอ .. สวยงาม

มองเห็นหมู่ม่านหมอกซ้อนเป็นชั้นหนา ..

สีขาวอมเทา ระหว่างรอพระอาทิตย์สาดแสงใส่ .. ค่อยๆ แสดงความงดงามขึ้นมาทีละนิด ทีละน้อย




เมื่อยิ่งเดินเข้าไปใกล้ๆ ..

ภาพสวยก็ยิ่งปรากฎในม่านสายตาที่เบิ่งกว้างของฉัน

..


อากาศบางเบา หนาวเย็น ครวญให้ฉันคิดถึงใครบางคน

..

บางคน .. ที่ไม่มีอยู่จริง

..



แสงส้มเริ่มสว่างจ้า

ปลุกใจให้หลายคนที่รอพระอาทิตย์ออกมายิ้มทักทาย

.. เต้นแรง ..

หลายคู่ถ่ายรูปกันสนุกสนาน ..

หลายคนจับมือกันมองหมู่ทะเลหมอกที่สวยงาม ..

..

ฉันยืมมองภาพนั้น ผ่านเมฆหมอกไปด้วยความสงบ

..






ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิต

คงจะไม่มีความสุขใดเท่า .. ได้มีความสุขอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

.. ธรรมชาติไม่เคยทำร้ายใคร ..

แต่ใครก็อย่าได้ทำร้ายธรรมชาติ ..

.. เพราะมันคงได้ผลกลับคืนมา ที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าสความสวยงามที่สุด ของมันเลย ..




..

ฉันคิดตอนนั้น ..

"อยากไปเดินเล่นบนหมอกได้จังนะ"

..

ถ้าฉันแปลงกายได้ คงขอเป็นนกตัวน้อยๆ บินไปเล่นหมู่หมอกขาว อยากรู้จักว่ามันจะเย็นแค่ไหน ..

จะชุ่มฉ่ำเพียงใด ..

ใครเอ๋ย ช่วยวานบอก ..




..

บางมุมของทะเลหมอก คงจะมีสีอื่นบ้าง

อย่างตอนนี้ ในวิวไฟเดอร์ของฉันดูเป็นสีฟ้า ..

..

s t i l l g o t d a b l u e s

..




พระอาทิตย์ขึ้นสูงแล้ว

...

ฉันนัดแนะกับเพื่อนๆ ให้ไปยืนด้านบน

เพื่อถ่ายรูปแนวย้อนแสงหน่อย


- - L O V E - -



..

ว่าแล้วก็กระโดดออกกำลังกันแต่เช้า

..



โดด



ยังได้อีก




สาวๆ ตื่นมาตาบวมกันเป็นแถวๆ

อากาศหนาวมาก .. ดูแต่ละคนสิ





แต่ละคน หนาวไม่หนาวดูที่หน้า ..

ขนาดแดดออกแรงแล้วนะ



หนาวงี้ยังแบ๊วได้อีก




cOLd



สุดๆอะ

คิดดูเมื่อคืนฉันนอนผ้าขาวม้าผืนเดียว






ออ กับ มินิ

แต่ละคนดูไม่ได้ ตาบวมเชียว




4 สาว สำหรับทริปนี้



อึด ทรหด อดทน ... เยี่ยมมาก




รูปนี้ขาดน้าป้อบ และฉันซึ่งเป็นคนถ่าย

..

ถ่ายไป สั่นไป หนาววว +++ ได้อีก




..

เผลอแป้บเดียว เจ้ามินิ ไปซนไรอีกอะเนี่ย

..




อะ ..



จะกระโดดนี่เอง

ถ่ายไม่ทันอะ แหะๆ ++





"ไม่ไหวๆ เอาใหม่ๆๆ"

โดดอีกๆ

ฉันร้องบอก ..



เย้ๆ ...

ลอยแล้วววว ...




ยังม่ายพอ ++

เจ้ากานต์มาแจมมั่ง



หนาวได้ใจ



นั่นแน่ โดดเหนื่อยแล้วอะดิ ++

แอบกินไรอะ ... ???




เปนไง .. ??



อึ่ยยย ..



..

พาร์ทนี้ของจบด้วยภาพทะเล้นๆของเจ้ากานต์แหละกัน

สำหรับ ทริป "ห้วยน้ำดัง" ที่รัก ครั้งนี้ ซึ่งเป็นที่เที่ยวที่ไม่ได้คาดหมาย ถ้าไม่ได้
..

น้าป้อบ ใจดีซึ่งขับรถให้ และทำมาม่า ปลากระป๋องให้กินด้วย

เจ้าออ ที่อุตส่าห์ อ้อน อ้อล้อน้าป้อบจนไปได้

เจ้าต่อ ที่มาแจม แล้วหนีกลับไปเพราะทนหนาวไม่ไหว

กานต์ ที่ให้เต้นนอนหลบหนาว แม้จะโคดหนาว

เจ้าวี ซึ่งมีเรื่องโก๊ะๆให้ขำได้ตลอด

ส้ม ที่ให้น้องมินิยืมถุงเท้า เด่วเอาไปคืนให้นะ

และท้ายสุด มินิ ที่ทรหดอดทนไปหนาวเหน็บบนดอยด้วยกัน อิอิ

..

ทริปนี้อาจดูแลไม่ทั่วถึง ขออำภัยนะจ้ะ

ขอขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกคนด้วยครับ เจอกัน ตอน 3 "ปาย" เน้อ

..




 

Create Date : 01 ธันวาคม 2551
Last Update : 1 ธันวาคม 2551 10:16:09 น.
10 comments
Counter : Pageviews.

 

ยังไม่เคยไปเลย สวยดีครับ

 

โดย: travelthailand (bookinganywhere ) 1 ธันวาคม 2551 8:55:04 น.  

 

คิดถึงบรรยากาศตอนนั้นจัง T-T

Thank ป๋าเดียจ้า

 

โดย: มินิ IP: 124.121.1.198 1 ธันวาคม 2551 10:20:48 น.  

 

ทั้งรูปทั้งนางแบบ แจ่มมากค่ะ

 

โดย: ดวงตาสวรรค์ 1 ธันวาคม 2551 11:16:07 น.  

 

เฮ้ย เดียร์ แกแอบมาทำบล็อกหวานตอนไหน ไม่มากราบพี่สาวเรอะ

เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยว บล็อกเข้ากะหนเมากเลย

 

โดย: ลั่นทมขาว 1 ธันวาคม 2551 11:18:39 น.  

 



วันนี้พระจันทร์ยังยิ้มให้เลย

แล้วทำไมคนไทยไม่ยิ้มให้กัน



ถ่ายรูปสวยดีครับ

 

โดย: จอมยุทธเฮง 1 ธันวาคม 2551 21:51:18 น.  

 

เข้ามาลำลึกถึงหมอกหนาวววว


ตอน 3 ล่ะ รอดูอยู่นะ ๆๆ

 

โดย: น า รี ส ร า ญ 13 มีนาคม 2552 19:07:19 น.  

 

อยากไปจัง

 

โดย: หมิว IP: 117.47.0.25 28 เมษายน 2552 16:21:00 น.  

 

ตามมาดูๆๆๆๆๆ ป๋าเดีย

คริคริ

 

โดย: เฒ่าเจ้าอุบาย 26 พฤษภาคม 2552 8:57:09 น.  

 

แก็งค์ ชมไทยรูปสวยๆๆทั้งนั้นเลยนะ

 

โดย: ชายเอ ทุ่งรังสิต 16 กันยายน 2552 12:06:48 น.  

 

ถ่ายรูปได้สวยมากๆครับอยากจะถ่ายด้วยจังเลย

 

โดย: สะตอพังงา IP: 118.173.66.208 9 ตุลาคม 2552 10:53:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 
เดีย หนามเป้า

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

สวัสดีครับ ใครชอบสไตล์ backpacker ซำเหมาๆ แบบผม คุยกันได้ครับ

ข้อมูลทุกอย่างของจริง เจ็บจริง ไม่ได้ใช้สแตนด์อิน ฮิๆๆ

เธอคือความฝัน - พราว

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com