|
|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
@@@@ศาลาปฏิบัติธรรม@@@@@
ติดต่อสอบถามเรา ศาลาปฏิบัติธรรม
การตกแต่งบ้านสไตล์ Retro บ้านสไตล์ Retro เป็นกระแสความนิยมการตกแต่งบ้านในแบบย้อนยุค ที่เกิดจากความรู้สึกถวิลหาอดีต โดยการนำรูปแบบ และสไตล์การตกแต่งบ้านในช่วงปี 1950-1970 มาใช้ใหม่ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่แฟชั่นของประดับตกแต่งบ้าน เช่น โคมไฟ ลวดลายของ wall paper ลายผ้า รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรูปทรงเรียบง่าย ไม่มีรายละเอียดมากเหมือนเฟอร์นิเจอร์ในยุคก่อนหน้านั้น
สไตล์ Retro นั้นโดดเด่นที่การใช้สีค่อนข้างสว่างสดใส เช่น สีเหลืองมะนาว สีส้มอมแสด สีเขียวใบตอง และการตกแต่งที่ผสมผสานลวดลายกราฟิก ลายดอกไม้ ซึ่งมักจะเป็นลายขนาดใหญ่ ตัวอย่างที่นำมาให้ชมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบตกแต่งบ้านในสไตล์ Retro โดยนักออกแบบตกแต่งบ้านในยุคใหม่
แต่งให้ได้ Chinese style ใครที่มีเชื้อสายจีน คงทราบกันดีว่าช่วงก่อนวันตรุษจีน จะต้องมีการทำความสะอาดบ้านทั้งบ้าน ดังนั้นไหนๆ ก็ไหนๆ Tips การแต่งบ้านคราวนี้มีไอเดียการแต่งบ้านแบบจีน จีน มาต้อนรับตรุษจีนกัน เรามาดูกันว่าจากบ้านที่เราอยู่นี่ สไตล์ หลากหลาย จะทำอย่างไรให้ดู จีน เริ่มจาก หาโคมไฟแก้วที่รูปร่างคล้ายมะเฟือง มีโครงสีดำ มาตั้งที่มุมบ้าน หรือบน Console ก็ได้ และจากเก้าอี้ไม้สีดำธรรมดาๆ เราก็หาเบาะรองนั่งและหมอนอิงใบเล็กสำหรับหนุนหลังสีแดง ก็ได้ theme หลักตรงนี้ออกจีนแล้ว เพิ่มความเป็นจีนอีกนิด คำกลอนอักษรจีนกรอบอลูมิเนียม
Minimal style เป็นบ้านหลังเล็ก และใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น
เลือกใช้โซฟาแบบที่นั่งเดียวไม่มีที่พักแขน ใช้หีบโบราณลวดลายแบบจีนวางด้านข้างแทนโต๊ะข้าง และยังสามารถใช้เก็บของได้อีกด้วย ตู้ built-in สูงชนฝ้าใช้ลามิเนตลายไม้ไผ่ขัดสีทองปิดผิว แถมอีกนิดด้วยการติด wall paper เสา ก็ทำให้ห้องดูกลมกลืนได้
บ้านสไตล์ Modern สีขาวที่เน้นความโล่ง โปร่ง มีการเจาะช่องยาว ทำให้บ้านดูไม่ตึบตัน เพิ่มความเป็น Chinese style ตู้เตี้ยสำหรับใส่ของเป็นตู้เขียนสี เขียนภาพบรรยายเรื่องเล่า ตำนานของทิเบตทางด้านซ้าย โต๊ะข้างฉลุลวดลายสำหรับวาง sculpture ทางขวาสร้างความสมดุลให้กับห้อง
Dining room เล่น drop ฝ้า วงกลม 2 ชั้น เพื่อเป็นการ break เส้นสายต่างๆ ของห้องที่เป็นสี่เหลี่ยมๆ ทั้งที่เป็นผนัง ช่องแสง โต๊ะ และเก้าอี้ ห้องนี้เน้นสีขาวเป็นหลักเพื่อความสะอาดตา เย็นใจ เมื่อมองห้องนี้มองอย่างไรก็เป็น Modern จะสอดแทรกความเป็น Chinese style ไม่ยาก เพราะห้องนี้สีขาวล้วน ดังนั้นเราใส่ไปที่ของและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ต่างหาก เช่น ชุดจานลายปลาทอง หรือแก้วไวน์กราฟิกจีน
มุมทำงานเล็กๆ ตู้ไม้และชั้นไม้สีโอ๊คตัดกับสีขาว กระจกฝ้า และ Stainless ได้อย่างลงตัวใน Modern Topical style มีความเป็นตะวันออกในตัวเองอยู่แล้วจึงไม่แปลกหากจะมี bench สำหรับนั่งเล่นและรับแขกอีกสักตัว bench สีครีมและประดับผ้าไหมจีนลายดอกเหมยสีน้ำตาล - ทอง และหมอนอิงผ้าไหมจีน ลายเดียวกัน ตู้ โต๊ะโบราณ ถาดใส่ของ และของประดับต่างๆ ล้วนให้อารมณ์ตะวันออก และภาพประดับแสดงถึงวัฒนธรรมจีน เข้ากันได้ทีเดียวกับอ่างบัวสีขาวที่ปลูกบัวและเลี้ยงปลาทองด้วย ใส่ความเป็นสมัยใหม่ตรงเทียนในแก้วลอยน้ำ
ครัวเล็กแบบ Country style การเลือกใช้สีขาวและสีธรรมชาติ แต่งเติมความเป็น Chinese style โดยใส่ของประดับเล็กๆ น้อยๆ เช่น ในติดรูปอุปรากรจีนโบราณ ที่ผนังด้านหนึ่ง แขวนปฏิทินจีนอีกด้าน เพื่อสำหรับบันทึกเล็กๆ เลือกใช้ผ้าเช็ดมือลายกราฟิกจีน แถมอีกนิดด้วยกระปุกใส่ตะเกียบ
หลากหลายห้องหลากหลายสไตล์ เพิ่มตรงโน้นนิด เพิ่มตรงนี้หน่อย ห้องสวยๆ ก็จะมีกลิ่นอายตะวันออกขึ้นมาได้ไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ
ในบรรดาห้องต่างๆ ในบ้าน บ้างก็ใช้ในการพักผ่อน สังสันทน์ หรือสันทนาการ แต่ก็จะมีอยู่ห้องหนึ่งที่มีประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง นั่นก็คือ ห้องทำงาน ไปรู้จักกับห้องทำงานภายในบ้านดูบ้าง ว่าจะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
ห้องทำงานภายในบ้านหรือ Workspace สำหรับแต่ละครอบครัวก็มักจะไม่เหมือนกัน แตกต่างกันตามความต้องการใช้งาน บางบ้านอาจจะอยากได้ห้องทำงานแบบเป็นสัดเป็นส่วน แยกเฉพาะออกไปให้ชัดเจน หรือเป็น Home Office มีที่นั่งให้พนักงานเข้ามานั่งได้ด้วย แต่บางบ้านอาจจะอยากได้แค่ที่นั่งเงียบๆ ที่จัดไว้ใกล้กับส่วนต่างๆ มีเพียงแค่โต๊ะทำงานขนาดพอเหมาะ
แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่จำเป็น โดยเฉพาะในห้องทำงานที่จริงจัง อย่างน้อยก็ต้องมีเครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์การสื่อสาร หนังสือ หรือแฟ้มเอกสาร ตลอดจนเครื่องคอมพิวเตอร์ชนิดต่างๆ ซึ่งทำให้การจัดวางและจัดเก็บเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือแม้ว่าเราอาจจะให้ความสำคัญกับห้องทำงานไม่มากนัก เราก็ยังคงต้องมีโต๊ะทำงานที่มีพื้นที่ใช้สอยที่พอเพียง มิฉะนั้น เราคงจะทำงานได้ไม่ค่อยสะดวกนัก และนอกจากนี้ หากพื้นที่ทำงานของเราเป็นส่วนหนึ่งของห้องที่ใช้ต้อนรับแขก เราคงต้องคำนึงถึงการจัดเก็บเอกสารได้อย่างรวดเร็วและมิดชิด เมื่อเวลาที่มีแขกมาเยือน ดังนั้น การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับห้องทำงาน โดยเราอาจจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ชนิดติดตั้งกับที่ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการใช้งานหนัก หรือจะเป็นเพียงแค่เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เผื่อสำหรับการเคลื่อนย้ายก็ได้ ควรระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องของความเข้ากันได้กับสภาพแวดล้อมโดยรอบ เดี๋ยวห้องที่แต่งมาสวยๆ ของเราจะมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นประหลาดโผล่มาให้สะดุดตาเล่นค่ะ
Home Office ในปัจจุบันนี้ หากคุณเบื่อที่จะออกไปทำงานภายนอกบ้าน Home Office ก็ดูจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะทำให้คุณมีอิสระในการทำงาน ได้เป็นเจ้านายของตัวเอง ตลอดจนได้แต่งตัวสบายๆ ทุกวัน ไม่ต้องเครียดในการซิ่งรถไปให้ทันเวลาทำงานตอนเช้า ดังนั้น Home Office จึงเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ถึงขนาดมีบ้านที่ออกแบบมาเพื่อขายให้ดัดแปลงเป็น Home Office โดยเฉพาะ เช่นพวกบ้านกลางกรุง บ้านกลางเมืองทั้งหลาย อย่างไรก็ดี เราเองก็คงจะต้องมีเรื่องที่ต้องคำนึงถึง ก่อนจะสร้าง Home Office ของเราเองขึ้นมาก่อน Home Office ที่ดีควรจะมีความเป็นส่วนตัวก่อน เป็นอันดับแรก ไม่ว่าเราจะแยกเป็นห้องทำงานโดยเฉพาะ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับส่วนอื่นในบ้าน หรือจะเพียงแค่กั้นด้วย Partition หรือตู้สูงเพื่อแบ่งแยกพื้นที่ออกจากห้องอื่นๆ ในบ้านก็ตาม เพราะเราคงไม่อยากให้ลูกๆ หลานๆ ในบ้าน วิ่งไปวิ่งมาในขณะที่เรานั่งเจรจาต่อรองสัญญากับลูกค้าคนสำคัญของเราเป็นแน่ เรื่องต่อมา ที่ต้องคำนึงถึง คือโต๊ะทำงาน เพราะไหนๆ เราก็อุตสาห์เป็นเจ้าของกิจการของเราเองแล้ว เราคงจะเลือกได้ว่าอยากได้โต๊ะทำงานให้มีขนาดใหญ่สะใจได้ตามชอบใจ หรือถ้าพื้นที่จำกัด เราอาจจะใช้โต๊ะทำงานที่เป็น Counter ติดริมหน้าต่างก็ได้ แต่หากเรามีเพื่อนร่วมงาน หรือพนักงานที่จะมาทำงานกับเราด้วย เราก็ต้องคำนึงถึงการจัดวางพื้นที่ทำงานให้เหมาะสมด้วยนะคะ เพราะพื้นที่ทำงานที่ดี จะทำให้คนทำงานมีสมาธิและมีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงกว่าคนที่ทำงานในพื้นที่ที่แออัด หรือมีข้อจำกัด ตู้เก็บของ ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องคำนึงถึง Home Office ของเรา อย่างน้อยก็คงจะต้องมีเครื่องใช้สำนักงานตามอาชีพหรือกิจการของเรา และที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือโทรศัพท์ โทรสารหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ตลอดจน Printer ชนิดต่างๆ รวมถึงแฟ้มเอกสาร กระดาษ หรือของจิปาถะ ซึ่งพร้อมจะทำให้ห้องทำงานหรือ Home Office ของเรายุ่งเหยิงจนไม่อยากจะทำงาน ดังนั้น Hana อยากจะแนะนำให้ใช้บริการของตู้ที่มีหน้าบานปิด แบบต่างๆ ตลอดจนชั้นปรับระดับได้ จะทำให้ปัญหาของรกรุงรังหมดไปได้ค่ะ นอกจากนี้ ลิ้นชักยังมีหน้าที่สำคัญในการจัดเก็บกระดาษ หรือแฟ้มเอกสาร จำพวกแฟ้มแขวน และช่วยในการจัดระเบียบเอกสารได้อย่างสุดยอดเลยค่ะ สุดท้าย ก็คือเรื่องของการจัด Planning โดยหากห้องทำงานของเรามีหน้าต่างหรือช่องแสงที่รับวิวที่งดงาม เราก็ควรจะจัดวางตำแหน่งของโต๊ะทำงานให้สอดคล้องกับหน้าต่างด้วยนะคะ เพื่อที่ Home Office ของเราจะได้เป็นสถานที่ที่ผ่อนคลายและช่วยให้เรานั่งทำงานได้อย่างสนุกสนานตลอดทั้งวัน แสงสว่างมีบทบาทสำคัญและช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากทำงาน การจัดวางโต๊ะทำงานติดหน้าต่างอย่างชาญฉลาด เพราะทัศนียภาพนอกจากช่วยผ่อนคลายแล้ว ยังให้โต๊ะทำงานรับแสงธรรมชาติได้อีกด้วย ชั้นเปิดโล่งเหมาะสำหรับการจัดเก็บ และการหยิบใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว การไม่มีหน้าบานเช่นนี้จะต้องจัดชั้นให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ เพราะหน้าบานตู้มีส่วนช่วยปกปิดส่วนที่ดูรกรุงรังได้ หากต้องการ Home Office ที่ดูทันสมัยให้ลองเลือกใช้วัสดุประเภทกระจก Stainless หรือ Top โต๊ะอาจใช้เป็นหินสังเคราะห์หรือวัสดุปิดพื้นผิวชนิดต่างๆ นอกจากทำให้ดูทันสมัยแล้วยังให้ความแปลกใหม่อีกด้วย ความรู้สึกแบบ Executive ให้เริ่มจากการติดตั้งตู้ Built-in เพื่อเก็บกระดาษ แฟ้มต่างๆ ให้มิดชิด และตู้โชว์ด้านหลังที่จัดวางของประดับตกแต่งต่างๆ หรือแม้แต่วางหนังสือดีๆ ก็ช่วยเสริมบรรยากาศได้ ตู้โชว์หรือชั้นหนังสือที่แบ่งเป็นช่องๆ ก็มีประโยชน์อย่างมาก สามารถใช้ที่กั้นช่องแทนที่คั่นหนังสือได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเวลาที่เราหยิบหรือจัดหนังสือใหม่ๆ ในบางช่องก็จะไม่กระทบกับช่องอื่นๆ
อารมณ์สี และความรู้สึก : ตอนห้องสี monotone สีที่มีผลต่อความรู้สึก เป็นสิ่งที่ยอมรับกันทั่ว และมีบทสรุปเชิงวิทยาศาสตร์ เมื่อนัยน์ตารับสีที่แตกต่างกัน การรับรู้จากสายตาจะกระตุ้นปฏิกิริยาในสมองฉับพลัน จึงทำให้เกิดพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป การเลือกใช้โทนแสงไฟ ต้องดูให้เข้ากับโทนสีโดยรวมห้องด้วย เพราะทิศของแสงคือสิ่งที่จะช่วงสร้างบรรยากาศของห้องให้เป็นไปตามโทนสี การเลือกใช้โทนแสงผิด อาจทำลายโทนสีที่จัดมาอย่างดีได้อย่างน่าเสียดาย ถ้าการตกแต่งโดยรวมเป็นสีโทนอุ่น การใช้แสงไฟโทนอุ่น จะช่วยเน้นให้ห้องดูสว่าง สดใส และดูกลมกลืน ในขณะที่การใช้แสงไฟโทนเย็นจะทำให้โทนสีห้องดูจืดลง ถ้าการตกแต่งโดยรวมเป็นสีโทนเย็น การใช้แสงไฟโทนเย็น จะเสริมให้ห้องน้ำดูนุ่มนวลสบายตา แต่ถ้าใช้โทนแสงอุ่นก็อาจจะมีผลให้สีโทนเย็นดูทึมทึบลง คำถามที่เกิดขึ้นคือ แล้วเราจะให้สีห้องอย่างไรดีล่ะ เริ่มจากร่างโครงสี หรือการร่างแบบร่างในการเลือกใช้สี จะแบ่งออกเป็นสีในส่วนของสีผนัง พื้น เพดาน พรม และเฟอร์นิเจอร์ โดยทั่วไปนิยมใช้เพียง 3-4 สี จะกลมกลืนหรือตัดกันก็ตาม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการว่าต้องการให้ห้องออกมาอารมณ์แบบไหน แบ่งการเลือกสีหลัก และสีรอง รองลงมาตามความสำคัญ
เริ่มจากการเลือกสีหลัก คือ สีที่เลือกใช้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้อง เช่น ผนัง พื้น เพดาน โดยดูจากโทนสีทีเหมาะสม และจุดประสงค์ที่ต้องการใช้สีนั้น เช่น ต้องการใช้สีอ่อนเพื่อลวงตาให้ดูว่าห้องกว้างขั้นหรือผนังสูงขึ้น เป็นต้น จากนั้นเลือกสีรอง คือสีที่เข้ากับสีหลัก สีนี้จะเลือกสีโทนเดียวกับสีหลักหรือสีตัดกันก็ได้แต่ไม่ควรใช้เกิน 2 สี โดยอาจใช้กับ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก, ผนังบางด้าน, หรืออาจเป็นประตู หน้าต่าง ก็ได้ การเลือกสีที่จะใช้ภายในห้องมีหลายลักษณะด้วยกัน issue นี้ขอนำเสนอห้องแบบที่ใช้สีเดียวกัน หรือที่เรารู้จักกันว่าใช้สีแบบ monotone คือ การเลือกใช้สีเดียวกันทั้งห้อง แต่ใช้ลูกเล่นการไล่โทนความเข้ม ความอ่อนของสี เพราะสีสีหนึ่งเมื่อเราเลือกใช้ความเข้ม ความอ่อนที่แตกต่างก็สามารถทำให้ห้องดูเด่นขึ้นมาได้อย่างไม่หน้าเชื่อ ในขณะเดียวกันการใช้ความเข้มอ่อนของสีที่แตกต่างยังสามารถสร้างความรู้สึกอบอุ่นได้เหมือนกัน
White in white คือ การใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาวในห้องสีขาว สีขาว เป็นสีที่แสดงถึง สะอาด ผ่องใส ความหวัง ความเรียบง่าย ความเรียบร้อย ความบริสุทธิ์ สีขาวนี้หมายรวมถึงแสงสีขาวด้วย เมื่อแรกคิดว่าห้องสีขาว จะไล่โทนขาวกันอย่างไรใช่ไหมค่ะ ไม่ยากเลยค่ะ เพราะสีขาวคือสีขาว สีขาวเป็นสีพื้นฐาน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก เป็นสีที่สมารถอยู่โดดๆ ก็สวยได้ เตียงนอนสีขาวในห้องสีขาว ดูขาวโพลนไปทั้งห้อง ให้อารมณ์ถึงความบริสุทธิ์ และนุ่มนวลในตัว แต่เมื่อเติมสีด้วยดอกไม้สีม่วงในแจกันขาว ทำให้ห้องนอนดูหวานชวนฝันได้เลยทีเดียว ห้องหนังสือสีขาวดูโปร่งโล่ง และสะอาด สันหนังสือเป็นส่วนที่เพิ่มสีให้กับห้องเอง โดยไม่ต้องเติมแต่ง
Warming sunny สีเหลือง เป็นสีที่เป็นตัวแทนของแสงสว่าง เป็นสีที่มองเห็นง่ายที่สุด เป็นสีของความฉลาด ความมีเมตตาการมองโลกในแง่ดี เป็นสีแห่งความสมบูรณ์ ความสมปรารถนา การหยิบเอาสีเหลืองมาใช้เป็นสีหลักของห้อง อาจทำให้หลายๆ คนชะงักนิดหนึ่งเพราะด้วยความกลัวว่าห้องจะเวอร์มากไปหรือเปล่า จะใช้สีแรงเกินไปหรือเปล่า หากเมื่อมองดีดี จะเห็นได้ว่าสีเหลืองเป็นสีที่สอดแทรกอยู่ในเฟอร์นิเจอร์โดยที่เราไม่ทันได้สังเกต เช่นสีเนื้อไม้ธรรมชาติของไม้ก็เป็นสีเหลือง หรือแม้แต่ไม้ย้อมสีธรรมชาติที่เราใช้บ่อยๆ อย่างไม้เมเปิล ก็จะเป็นสีเหลืองอ่อน เมื่อมีการแต่งห้องด้วยสีเหลืองสีเดียวจึงดูเหมือนเป็นความตั้งใจที่อยากให้ห้องดูสว่าง สดใส การใช้สีเหลืองอ่อน(ครีม) เป็นสีผนังหรือสีหน้าบานตู้ ทำให้ห้องดูโปร่ง สว่างขึ้นได้อย่างมากทีเดียว แม้จะเป็นห้องที่มีขนาดเล็กก็ตาม และใช้สีเหลืองสดตัดในส่วนที่เป็นโต๊ะอเนกประสงค์ ทำให้โต๊ะเด่น
Brown สีน้ำตาล เป็นสีจากธรรมชาติของเนื้อไม้ ดูสวยงามและอบอุ่น ใช้ได้กับทุกห้อง สีน้ำตาลสียอดฮิตสำหรับการแต่งบ้าน แต่เมื่อบอกว่าแต่งห้องแบบ monotone หรือการใช้สีน้ำตาลสีเดียวฟังๆ ดูเหมือนเป็นข้อจำกัดในการใช้สีมากๆ แต่จริงๆ แล้วในบ้านบางบ้านอาจแต่งสีนี้อยู่แล้ว แต่ไม่คิดคิดถึงเท่านั้น ใช่แล้วสีนี้ใกล้เคียงกับการใช้สี เอิร์ทโทน เพียงแต่เราเลือกใช้สีเดียว แล้วเล่นที่น้ำหนักความเข้มอ่อนของสี เลือกใช้สีโอ๊คเป็นสีหลัก จากนั้นมีการใช้สีน้ำตาลอ่อนในส่วนที่เป็นไม้ เริ่มจากห้องนอนใช้ผนังสีโอ๊ค ตัดกับ Headboard น้ำตาลอ่อน ผ้าปูที่นอนและชุดเครื่องนอนสีน้ำตาลอ่อน ห้อง Living ใช้สีน้ำตาลอ่อนเป็นสีหลัก ทั้งในส่วนของผนัง ม่าน ชุดโซฟาสีน้ำตาลอ่อนตัดด้วยโครงของขาโต๊ะ เก้าอี้ สีโอ๊ค(น้ำตาลเข้ม) นอกจากนี้ในส่วนของหน้าบานตู้ซ่อนผนังใช้สีโอ๊คเบรค ทำให้ห้องนี้ดูไม่จืดจนเกินไป เก้าอี้เก๋ๆ style โมเดิร์น วางคู่กับ sculpture สีเข้มตัดกัน เท่านี้ก็สร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับห้องได้เช่นกัน อืม.. การเลือกโทนสีก็มีผลต่อความรู้สึกในหลายๆ ด้านเหมือนกัน ลองตั้งโจทย์ในใจ ว่าชอบสีไหนหรืออยากให้ห้องออกมาในอารมณ์แบบไหนกันดู
เตรียมห้องให้เจ้าตัวน้อย สมาชิกใหม่ในบ้าน เมื่อครอบครัวมีสมาชิกตัวน้อยคนใหม่ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่รวมทั้งญาติพี่น้อง ต่างก็ต้องตระเตรียมห้องเด็กอ่อนกันอย่างวุ่นวาย มีรายการสิ่งของจำเป็นที่ต้องซื้อหากันยาวเหยียดเป็นหางว่าวเลยทีเดียว Issue นี้ จึงขอนำเสนอการจัดเตรียมห้องให้เหมาะสม สะดวกสบายทั้งกับตัวคุณและเจ้าตัวน้อย ทำไมน่ะหรือ ลองคำนวณเวลาที่คุณต้องง่วนอยู่กับเจ้าตัวน้อยทั้งกลางวันและกลางคืนดูสิค่ะ
เตียงนอนเด็กน้อย ภายในห้องเด็กอ่อน สิ่งที่สำคัญที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น เตียงนอนเด็ก คุณต้องพิถีพิถันในการเลือกซื้อเตียงเด็กสักนิดค่ะ เตียงต้องได้มาตรฐาน ซี่ไม้มีระยะห่างที่เหมาะสม ฟูกนอนหนาและนุ่มนิ่มแต่ไม่สูงเกินไปจนกระทั่งลูกน้อยสามารถใช้ยันตัวปีนออกมาจากเตียงได้ หากคุณไม่ถือสาอาจมองหาเตียงเด็กมือสองหรือของตกทอดจากญาติพี่น้องนำมาซ่อมแซมใหม่ก็ดูเข้าท่าค่ะ แต่ให้สำรวจดูสักหน่อยก่อนว่า โครงสร้างต้องแข็งแรงไม่สั่นคลอน ซี่ไม้ไม่หักหรือบิ่น และอุปกรณ์ประกอบ เช่น ปุ่มบิดสีสันสดใสยังอยู่ครบไม่หลุดหายไป แต่ถ้าคุณมองหาของมือสองไม่ได้อย่างที่ใจต้องการ ขอแนะนำให้ซื้อใหม่ไว้ใช้ดีกว่าค่ะ
ข้อควรระวัง : อย่าวางเตียงนอนเด็กใกล้หน้าต่าง เพราะเด็กน้อยอาจซุกซนคว้าผ้าม่านปีนป่ายจนหล่นลงมา หรือแม้กระทั่งอุณหภูมิสูง-ต่ำภายนอกหน้าต่างอาจทำให้ลูกน้อยไม่สบายได้ง่าย เพิ่มเสน่ห์ห้องด้วยเก้าอี้โยก มองหาเก้าอี้โยกนั่งสบายๆ สักตัว หรือจะเป็นเก้าอี้นวมแบบไม่มีพนักพิง หรืออาจเป็น Sofa Bed นิ่มๆ สักชิ้นมาเพิ่มเสน่ห์และสีสันให้กับห้องเด็กน้อย แถมคุณยังได้ใช้เป็นที่พักผ่อนและหลับตาสักงีบ ในช่วงที่ลูกน้อยของคุณหลับอยู่ ตู้อเนกประสงค์ เฟอร์นิเจอร์ที่จะขาดไม่ได้อีกหนึ่งชิ้นในห้องเด็กอ่อน คือโต๊ะสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมลูกน้อย ขอแนะนำให้คุณเลือกซื้อตู้อเนกประสงค์มาดัดแปลงไว้ใช้งานแทนค่ะ พื้นที่ว่างบนตู้เป็นที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ลิ้นชักด้านล่างไว้เก็บข้าวของเครื่องใช้ ซึ่งในอนาคตสามารถปรับเปลี่ยนไว้เก็บตุ๊กตาสำหรับลูกสาว หรือเก็บหนังสือ เครื่องกีฬาชิ้นโปรดของลูกชายค่ะ แสงสว่างในห้องลูกน้อย คุณควรเลือกใช้ดวงไฟภายในห้องเป็นแบบไฟหรี่ หรือที่เรียกว่า Dimmers เพราะคุณต้องการแสงสว่างจ้าในช่วงเวลาที่คุณเปลี่ยนผ้าอ้อมลูกน้อย และหรี่ไฟให้แสงสว่างพอเหมาะในช่วงป้อนอาหาร หรือใช้แสงสลัวๆ ในช่วงลูกน้อยนอนหลับสนิท
สี/รูปร่างกับปฎิกริยาตอบสนอง เด็กเล็กมีปฎิกริยาตอบสนองต่อสีเข้มและรูปร่างรูปทรง หากคุณเลือกโทนสีพื้นห้องเป็นสีอ่อนๆ หรือสีพาสเทล ควรต้องเพิ่มสีสันสดใสและรูปทรงเข้าไป อาจเป็นลวดลายเรขาคณิต หรือตัวการ์ตูนตามใจชอบค่ะ หรือหากชอบตกแต่งผนังห้องด้วยการติดวอลล์เปเปอร์ ควรเลือกลวดลายคลาสสิกและไม่ดูเป็นเด็กเล็กมากจนเกินไป เพราะจะง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงและการตกแต่งเพิ่มเติมในอนาคตช่วงเวลาที่ลูกน้อยของคุณเติบโตสู่วัยเรียน ไอเดียแนะนำ : การเพิ่มลวดลายและสีสันให้กับห้องเด็กน้อย คำนึงถึงระดับความสูงด้วยค่ะ ควรประดับตกแต่งสิ่งที่คุณชอบใจในระดับสายตาที่ลูกน้อยสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากเตียงนอน รูปทรงเฟอร์นิเจอร์ บัวเพดานและโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมลายดอกไม้เขียนมือ ตกแต่งริมขอบด้วยลวดลายตารางเข้ากันได้อย่างเหมาะเจาะทีเดียว เพิ่มเสน่ห์อีกนิดด้วยลวดลายกระต่ายน้อยน่ารัก กำลังกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริงอยู่โดยรอบ การเลือกใช้ผนังสีสว่างตา ทำให้ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงการตกแต่งภายในห้องได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เพียงบางชิ้นเท่านั้น ลวดลายและสีสันที่ใช้ในห้องเด็กห้องนี้ดูน่าสนใจทีเดียว ผนังด้านบนเป็นลายทางสีเหลืองตัดขาวโทนสีสว่าง ด้านล่างมีลวดลายการ์ตูนน่ารัก ที่เด็กๆ ชื่นชอบ
Tips การตกแต่งห้องน้ำที่คุณไม่ควรมองข้าม หากมีการใช้ไม้เป็นส่วนประกอบในการตกแต่งห้องน้ำแล้วล่ะก็สิ่งที่ควรทำหลังทาสีแล้ว คือการทาน้ำมันชักเงาสีด้านใสทับอีกชั้น เพื่อป้องกันน้ำซึม เพราะความชื้นอาจทำให้ไม้งอ หรือพองได้ ผิวไม้ที่ประกบติดบริเวณสุขภัณฑ์ต้องถอดออกง่าย เพื่อสามารถซ่อมแซมงานท่อได้อย่างทันใจในกรณีที่จำเป็น รูปภาพและเครื่องประดับตกแต่งในห้องน้ำต้องกันน้ำและความชื้น เราอาจป้องกันภาพวาดหรือภาพถ่ายได้โดยใส่กรอบกระจกหรือ พลาสติกเพอร์สเพ็กซ์ หากคุณจะใช้อ่างอาบน้ำเหล็กหล่อใบใหญ่ควรที่จะเช็คเรื่องการรับน้ำหนักพื้นของคุณก่อน เพราะเมื่อเติมน้ำลงอ่างและน้ำหนักตัวด้วยแล้วมันจะหนักมาก
มีห้องตัวอย่างมาฝาก ห้องแรกเป็นห้องครัว โจทย์ คือ เจ้าของห้องเป็นคนที่ชอบทำครัว ชอบคิดอะไรใหม่ๆ มีความสุขกับการได้ลองเมนูแปลก เพราะฉะนั้นจึงอาจจะใช้เวลาในห้องนี้นานกว่าคนทั่วไปนิดหน่อย เพื่อได้มีเวลาคิด ทำ และลองเมนูอาหารใหม่ๆ แปลกๆ ขอแนะนำให้ใช้ สีน้ำเงิน เป็นสีหลัก
สีน้ำเงิน ให้ความรู้สึกที่ร่าเริงและสบายตา ให้ความรู้สึกโล่งกว้างและมีชีวิตชีวา ใส่ความคิดสร้างสรรค์ ความกระตือรือร้นด้วยสีเหลือง สีเหลือง เป็นสีของความฉลาด ความคิดสร้างสรรค์ ความกระตือรือร้น การเลือกใช้คู่สีนี้ เพื่อให้ตอบโจทย์ของเจ้าของห้อง รวมถึงเป็นการใช้สีเหลืองเพื่อเป็นการกระตุ้น การตื่นตัวในการอยากที่จะทำครัวตลอดเวลา อีกด้วย มีการใช้สีขาวในบางจุดเพื่อเป็นการเบรกสีทั้งสองรวมทั้งช่วยให้สีทั้งสองสามารถอยู่ด้วยกันได้อยากลงตัว ห้องต่อมา เป็นห้องนอน คู่สีที่เลือกใช้คือ สีแดง และสีเหลือง สีแดง เป็นสีที่ เต็มไปด้วยพลังงาน มีความกระฉับกระเฉง มีเสน่ห์ สีเหลือง เป็นสีของความฉลาด ความคิดสร้างสรรค์ ความกระตือรือร้น สีแดง หลายคนคงงงว่าทำไมใช้สีแดงเป็นสีในห้องนอน เพราะสีแดงเป็นสีโซนร้อน เป็นสีที่เต็มไปด้วยพลัง และให้ความรู้สึกกระตุ้น เลือกใช้ได้เหมือนกันค่ะ แต่ควรจะใช้พอประมาณ ไม่ได้ใช้มากจนเกินไป ห้องนอนนี้เป็นห้องในรีสอร์ต ดังนั้นจึงเน้นถึงความสนุกสนานเป็นพิเศษ จึงเลือกใช้สีแดงเฉพาะจุดเพื่อเน้น คือ ส่วนที่เป็น armchair เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศของการสังสรรค์ เฮฮาสนุกสนาน คู่สีที่เลือกใช้เป็นสีที่อยู่ในโซนเดียว คือ โซนร้อนเหมือนกันคือ สีเหลือง เป็นสีแห่งความกระตือรือร้น ความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เป็นการเลือกใช้สีแบบ Analogous หรือสีข้างเคียง คือสีที่อยู่ติดกัน อยู่ข้างเคียงกันในวงจรสี เพื่อให้ห้องอยู่ในแนวทางเดียวกันไม่ขัดแย้งกัน ห้องสุดท้าย เป็นห้องนอนที่มีส่วนของการทำงานอยู่ด้วยกัน ห้องนี้เป็นการเลือกใช้คู่สีที่ตรงข้ามกันแต่ทั้งสองสีมีส่วนผสมของสีขาวเพื่อให้ความเป็นสีต้นแบบเจือจางลง ให้ความรู้สึกหวาน และทันสมัยขึ้นมาทีเดียว คือ สีเขียวและสีชมพู สีเขียว ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ เป็นสัญลักษณ์ของชีวิต ต้นไม้ใบหญ้าให้ความผ่อนคลายทางสายตาและจิตใจ จึงเหมาะที่จะใช้ตกแต่งห้องนอน สีชมพู ให้พลังที่แจ่มใส เต็มไปด้วยความรัก อารมณ์ขัน และโรแมนติก ห้องนอนสาวยุคใหม่ เน้นที่สีขาวของผนังและฝ้าเพดานทำให้ห้องดูโล่งและสะอาดตา แต่ใส่ลูกเล่นในส่วนของเฟอร์นิเจอร์หลักๆ ของห้อง โต๊ะทำงาน หรือชุดโซฟา เป็นสีเขียวตองสด ทำให้ห้องดูสดใส มีชีวิตชีวา แต่เติมความหวานด้วยสีชมพูม่วง เป็นการใส่ลูกเล่นเล็กๆ สลับกันไป ทำให้กับห้องทำให้ห้องดู modern ขึ้น


| Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552 |
| Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 15:06:38 น. |
| |
0 comments
|
|
|
|
|
|
|
|