กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
รักของเรา The Moment - ชวนคุยเรื่องรักของพวกเขา [**SPOILED**]






 ความคิดเห็นนี้ อาจเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง แจ้งไว้ เผื่อคนที่ไม่อยากเสียอรรถรสในการชมนะคะ

ก่อนไปดูก็อ่านความเห็นของผู้ชมท่านอื่นๆ พอสมควร จนทำให้รู้สึกถอดใจนิดๆ 5555   แต่สุดท้ายก็ไปดู และคิดว่าได้เห็นอะไรบางอย่างอยู่ เลยอยากจะชวนเพื่อนๆ ที่ดูแล้วแลกเปลี่ยนความคิดกันหลังดูหนังเรื่องนี้แล้วค่ะ จะไม่ได้คุยว่าชอบหรือไม่ชอบเรื่องนี้ หนังดีหรือไม่ดี แต่จะชวนคุยในสิ่งที่เราเห็น หรือมุมมองที่เราได้จากหนังเรื่องนี้นะคะ

ส่วนตัวมีหลายอย่างที่ทำให้ไปดูหนังเรื่องนี้ อย่างหนึ่งก็คือ อยากไปหาคำตอบว่า สะพานทั้งสามมีความหมายอย่างไรกับหนัง

Tower Bridge, Brooklyn Bridge, และ Banpo Bridge




จากการติดตามข่าวเบื้องหลังหนังเรื่องนี้ สังเกตว่าฉากหลังของทั้งสามเมือง มีสะพานทั้งสามนี้อยู่ เดาเอาว่า มันน่าจะมีความหมายอะไรบางอย่าง หลังจากดูจบ พบว่าไม่ได้มีการอธิบายอะไรชัดเจนนัก สำหรับข้อสงสัยของตัวเอง อาจจะเหมือนการนำเสนอเรื่องราวนี้ ที่ไม่ได้ให้คำตอบ บทสรุปอะไรชัดเจน เพียงแต่เป็นการเล่าเหตุการณ์ในช่วงเวลาสั้นๆ ให้เราได้ติดตามความคิด ความรู้สึกของใครบางคน จะเข้าใจ จะมองเห็น จะดิ่งลึกไปกับพวกเขาหรือไม่ ก็แล้วแต่ประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละคน

ส่วนตัวแล้ว เห็นว่า รักของเรา The Moment เป็นเรื่องที่พูด Moment ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตใครบางคน โดยมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องมากน้อยต่างกันไป Moment ที่ว่านี้ เกิดจากการเดินทาง เดาว่าที่ต้องไปถ่ายทำในต่างประเทศ อาจเพราะต้องการใช้เป็นเหตุผลสำคัญของช่วงเวลาสั้นๆ นั่นคือใช้ความเหงา ความแปลกแยก ความโดดเดี่ยว ของคนที่ไปต่างประเทศโดยลำพังเป็นตัวเร่งความรู้สึก และสะพานทั้งสามก็น่าจะสื่อถึง การก้าวข้ามอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต หรือในความคิดทัศนคติของตัวละคร

ตัวละครหลักที่เดินทาง 3 คน ก็คือ แพรว, ต้น, และ กานต์

คนที่การเปลี่ยนแปลงอาจจะไม่ชัดเจนนัก น่าจะเป็นต้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแบบงงๆ จนเหมือนฝัน เพราะเกิดขึ้นบนการโกหก กับคนแปลกหน้า สิ่งที่ต้นก้าวข้าม คือความสัมพันธ์แบบฉาบฉวย ใส่ใจคู่รักแบบผิวเผินอ้างว่าเพราะเชื่อใจ ทำความรู้จักตัวตนกันผ่านโลกโซเซียล  สิ่งที่ต้นได้เข้าใจก็คือ ความเชื่อใจกับความไม่ใส่ใจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน การที่เขาละเลยรายละเอียดเกี่ยวกับคนรัก คือการไม่ใส่ใจ ไม่ใช่เป็นเพราะว่าเขาเชื่อใจคนรัก รวมไปถึงการทำความรู้จักกันผ่านโลกโซเชียลนั้น ก็แทบจะบอกไม่ได้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริง และมันอาจไม่เพียงพอต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เหมือนที่ต้นติดตามชีวิตนาผ่านเฟซบุค โดยที่ไม่รู้จักโลกจริงๆ ของนาเลย ไม่รู้จักเพื่อนของนา ไม่รู้จักงานของนา จนกระทั่งโดนนาย้อนศรใช้เฟซบุคเป็นตัวหลอกให้เข้าใจผิด โดยมีโมเม้นท์หวั่นไหวเล็กๆ เกิดขึ้นระหว่างต้นกับเจี๊ยบ แม้จะเล็กๆ บางเบา จนต้นต้องถามกลายๆ ว่ามีสิ่งจริงบ้างไหมในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนเจี๊ยบจะตอบย้ำว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจริง เพราะความรู้สึกและโมเม้นท์ระหว่างต้นกับเจี๊ยบ อาจจะจริงเสียยิ่งกว่าระหว่างต้นกับนาเสียด้วยซ้ำ แม้จะเกิดขึ้น และดับลงในเวลาสั้นๆ

คนที่การเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดสำหรับเรา คือ กานต์ กานต์ก้าวข้ามทัศนคติเรื่องเพศกับความรัก เราไม่ได้ฟินคู่นี้เหมือนคนส่วนใหญ่แฮะ แต่เรามองเห็นมิตรภาพระหว่างกานต์กับคิม การยอมรับความหลากหลายทางเพศ หรือรสนิยมทางเพศนั้น พูดง่าย ถ้าไม่ใช่คนใกล้ตัวของเรา เราอาจรู้สึกเฉยๆ กับคนที่มีความหลากหลายทางเพศ แต่ถ้าเขาคนนั้น เป็นพี่ของเรา น้องของเรา  พ่อหรือแม่ ผู้ใหญ่ที่นับถือ เราจะยังรู้สึกเป็นปกติได้ไหม กานต์ก็เป็นแบบนั้น เขาเชื่อว่าความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน ดูได้จากเขามองว่าผู้บริหารของบริษัทใจแคบที่ไล่คิมออกเพราะเป็นเกย์ ขณะที่ลึกๆ แล้ว ในเวลาที่เอ่ยถามนั้น กานต์ก็ยังไม่ยอมรับคิม บอกได้จากปฏิกิริยาของกานต์หลังโดนคิมจูบ และการไม่ยอมรับคำขอโทษจากคิม แต่ท้ายที่สุดเมื่อกานต์ก้าวข้ามกำแพงทัศนคติเรื่องรสนิยมทางเพศได้แล้ว การที่กานต์กอดและจูบคิมบนสะพานท่ามกลางผู้คนนั้น สำหรับเรา เป็นการแสดงความยอมรับ มากกว่าจะเป็นการแสดงความรัก คือเป็นการแสดงการยอมรับ คิมไม่ใช่คนนอกสำหรับกานต์ กานต์รับคำขอโทษจากคิม และมิตรภาพระหว่างเขาทั้งสองยังคงอยู่ ไม่ว่ามันจะดำเนินไปในทิศทางไหนก็ตาม

ส่วนแพรวเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุด แพรวเป็นคนที่เคารพกติกาของสังคมมาก เชื่อในเรื่องนั้น สังเกตได้จากการที่แพรวทักจิมที่สูบบุหรี่ที่สถานีรถไฟ ว่าที่นั่นห้ามสูบบุหรี่ แต่จากนั้นในเรื่อง เราเห็นแพรวสูบบุหรี่คลายเครียดหลายครั้ง แพรวไม่ได้ห้ามจิมเพราะจิมสูบบุหรี่ แต่ห้ามเพราะสูบในที่ห้ามสูบ ขณะที่เราเห็นแพรวสูบในห้องพักส่วนตัว หรือเมื่ออยู่ลำพัง การที่มาพบกับคนรักเก่าที่ยังมีความรู้สึกต่อกันอยู่ และจิมก็พยายามที่จะทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมนั้น แพรวต้องต่อสู้อย่างหนักระหว่างหัวใจกับสมอง ความปรารถนากับความถูกต้อง ความรู้สึกและเหตุผล ท้ายที่สุด แพรวก้าวข้ามความเชื่อของตัวเอง เรามองว่า แพรวตัดสินใจทำตามหัวใจ แต่แพรวก็ยังเป็นแพรว เธอเลือกจะทำมันอย่างถูกต้อง ด้วยการขอกลับไปเคลียร์กับกานต์ก่อน

ในส่วนของนักแสดงหลัก ส่วนตัวคิดว่าเรารับได้ถึงสิ่งที่แต่ละคนสื่อออกมา

ต้น สับสน สิ้นหวัง และหวั่นไหวในบางเวลา
กานต์ แหย แหยง สับสน เราไม่เห็นความหวั่นไหวในอารมณ์รักนะ แต่เห็นความชื่นชม
แพรว เห็นความรัก ความอึดอัด ความเครียด และความทรมาน
จิม เห็นความรัก เห็นการตัดพ้อ และรอคอย
คิม เห็นความรักที่พยายามกดข่มเอาไว้
เจี๊ยบ เห็นความหวั่นไหว และความรู้สึกผิดที่ต้องหลอกลวง

บทสรุปจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ที่รู้คือตอนนี้ ทั้งต้น กานต์ และแพรว ได้ก้าวข้ามกำแพงบางอย่าง ส่วนตัวเราว่าเรื่องนี้ Happy Ending นะ ดูได้จากสีหน้าของทั้งสามคน มันมีความโล่งใจ ความเข้าใจ โดยเฉพาะแพรว เหมือนหน้าเราตอนยื่นใบลาออกเสร็จแล้วเลย กร๊ากกกกก ตอนคิดตอนตัดสินใจเป็นอะไรที่เครียดมาก สับสนวุ่นวาย แต่พอเราตัดสินใจได้แล้ว ทุกอย่างมันโล่งนะ ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ตาม

ฉากที่เราชอบที่สุดเป็นชอตสั้นๆ ตอนเกือบท้ายของคู่ลอนดอน ที่เป็นภาพในความทรงจำจากช่วงเวลาสั้นๆ ที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันในลอนดอน ของอีก 2 คู่ก็เป็นภาพในความทรงจำของแต่ละคู่เหมือนกัน แต่ของลอนดอนมีหลายซีนที่เราไม่เห็นมาก่อน ทำให้เราได้เห็นความรู้สึกลึกซึ้ง และได้ข้อคิดอีกอย่างว่า ในความสัมพันธ์แต่ละความสัมพันธ์นั้น อาจมีภาพที่เรายังไม่เห็น เวลาที่เรารู้สึกว่าไม่เข้าใจการตัดสินใจของคนโน้น คนนี้ ก็อาจเป็นเพราะมีภาพที่เรามองไม่เห็นแบบนี้  และชอตสั้นๆ ที่เราชอบที่สุดเป็นหนึ่งในภาพที่เราไม่เห็นมาก่อนนี้เอง คือ ซีนที่จิมกับแพรวนอนมองหน้ากัน เรารู้สึกได้ว่าทั้งคู่มีความสุขมากกกกกกกกก ทำให้เราเชื่อว่าทำไมแพรวถึงตัดสินใจที่จะทำตามหัวใจมากกว่าสมองในครั้งนี้ ส่วนจิมไม่ต้องพูดถึง เพราะเขารอวันเวลาแบบนี้มานานมากแล้ว นับแต่วันที่แพรวบอกเลิกเขาครั้งก่อน จิมยังดำเนินทุกอย่างเหมือนเมื่อยังรักกับแพรว ทำตามความฝันที่เคยมีร่วมกัน (มาอยู่ลอนดอน) จัดบ้านเหมือนเมื่อเคยอยู่ด้วยกัน เก็บของที่เคยเก็บเคยสะสมด้วยกัน จดจำทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับแพรว เหมือนเฝ้ารอวันที่จะได้อยู่กับแพรวอีกครั้ง   ตอนที่จิมโทรศัพท์หาแพรว แล้วบอกว่า โทรมาฟังเสียง เพื่อให้แน่ใจว่าแพรวอยู่ตรงนี้จริงๆ นี่แบบ... ฉันฝันมาตลอด เฝ้ารอมาตลอด แล้วอยู่ๆ วันนี้เธอโผล่มาตรงหน้า เหมือนฝัน ไม่รู้ฉันหลับหรือตื่นอยู่  และก็เข้าใจแพรวเลยโมเม้นท์ที่เห็นแผ่นเสียงที่จิมเก็บไว้ และนึกย้อนถึงสิ่งที่จิมแสดงให้เห็นในไม่กี่วันที่ผ่านมา... เมื่อได้รู้ว่า นับจากวันที่คุณทิ้งเขา หลายปีผ่านไป เขาไม่เคยเลิกรักคุณเลยแม้แต่วันเดียว  แบบกำแพงทั้งหมดที่สร้างไว้ มันทลายลงหมดเลยนะ

เรารู้สึกว่าหนังไม่ได้บอก ไม่ได้พูดอะไรมากนัก (เหมือนที่ตัวละครหลักก็ไม่ได้มีบทพูดมากนัก) แต่หนังเล่าเรื่องนะ ยิ่งคิด ก็ยิ่งมองเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ

90 นาทีที่ดูยังไม่รู้สึกอะไรนัก แต่รู้สึกชอบมากขึ้น หลังจากพบสิ่งที่เห็นในภายหลังค่ะ



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560 16:45:47 น.
Counter : 660 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของหนังหรือเปล่า แต่นึกถึงหนังเรื่องนี้อีกที เรารู้สึกว่า หนังพูดถึงความขัดแย้งในความรัก 3 ประเด็นผ่านคนสามคู่ ความขัดแย้งระหว่างอารมณ์ (จิม) และเหตุผล (แพรว) ระหว่างอยู่ในกรอบระเบียบของสังคม (กานต์) หรือไม่จำเป็นต้องสนใจกรอบ (คิม) ระหว่างโลกเสมือน (ต้น) กับโลกแห่งความจริง (เจี๊ยบ)

มันเป็นสิ่งที่เห็นตั้งแต่ที่อัพบลอกครั้งก่อน แต่พอมานั่งนึกอีกทีก็เห็นว่า หนังใส่ขั้วตรงข้ามเข้าไปในตัวละครแต่ละคู่ด้วย ตัวตน สิ่งที่เขาเป็น การใช้ชีวิต สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของแต่ละตัวละคร
โดย: เที่ยงวัน วันที่: 7 พฤษภาคม 2560 เวลา:15:51:09 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



เที่ยงวัน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]