14 พ.ค. 2550
เนื่องจากการจัดแสดงบอร์ดและผลงานของเราทั้ง 3 ทีมไม่ขัดกับ D&R Rules วันนี้จึงว่างกระทั่งถึงเวลา 15.45 น. ช่วงเวลาว่างดังกล่าวให้นักเรียนแต่ละโครงงานซ้อมนำเสนอผลงาน ณ จุดจัดแสดงผลงานของตัวเองแก่คนที่เดินผ่านไปมาภายในงาน การซ้อมกับคนอื่นนั้นช่วยให้นักเรียนมีความมั่นใจและกล้าพูดมากขึ้น และได้เจอคำถามจากมุมมองของผู้ฟังที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่เป็นคำถามแนวกว้าง เธอทำอะไร เธอมีแรงบันดาลใจมาจากอะไร ไม่ใช่คำถามแนวลึก เธอทำได้อย่างไร เธอค้นคว้าข้อมูลมากน้อยขนาดไหน ผมคิดว่ากรรมการให้คะแนนจากการตอบคำถามเชิงลึกมากกว่าแนวกว้าง เพราะเราอยู่ในเวทีแข่งขันผลงานที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก การเตรียมคำถาม/คำตอบแนวลึกนี้เราสามารถช่วยเตรียมให้กับนักเรียนได้ในเวลากลางคืน ผมรู้สึกเสียดายที่ทีมของเราปีนี้มีโอกาสซ้อมกลางคืนเพียงแค่คืนเดียว สาเหตุนั้นมีทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายใน เพราะตารางกิจกรรมที่ต้องเดินทางเยอะทำให้เหนื่อยล้า และเพราะลักษณะส่วนตัวของคณะเดินทางเอง ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้มีการซ้อมทุกคืนก่อนวันตัดสินเหมือนทุกปีที่ผ่านมา


เวลา 15.45 – 16.15 น. มีงานเลี้ยงอาหารค่ำฉลองพิธีเปิดโดย Intel ณ Ford Pavilion, Expo New Mexico อาหารที่จัดเลี้ยงในงานทุกมื้อในงาน Intel ISEF 2007 นี้เป็นอาหาร Mexican-American

เวลาหนึ่งทุ่มตรงเริ่มพิธีเปิด (Opening Ceremony) ซึ่งจัดขึ้นที่สนามกีฬาในร่ม Tingley ใกล้กับ Ford Pavilion มี Jason Stiff นักอุตุนิยมวิทยาแห่ง KOAT-TV เป็นพิธีกร ปีนี้ก็เหมือนเช่นทุกปี คือจัด Finalists และผู้ใหญ่นั่งแยกจากกัน เพื่อให้ Finalists ได้มีส่วนร่วมกับงานเต็มที่


การแสดงพิธีเปิดเริ่มต้นด้วย Ka' waika Dy ami หรือระบำนกอินทรีย์ของเผ่า Laguna ระบำเรียบง่ายที่มีเพียงผู้เต้น 8 คนกับกลอง 2 ชิ้น เป็นระบำที่ผู้เต้นแต่งตัวเป็นนกอินทรีย์ ปกติระบำอินเดียแดงท้องถิ่นนั้นมักแต่งตัวเป็นรูปสัตว์ เพื่อให้เกียรติแก่สัตว์ที่ให้อาหาร และรักษาสมดุลตามธรรมชาติ ระหว่างชมการแสดง มีวลีภาษาอินเดียแดง Druwee Shaats Say Hauba (for the people, we will someday connect) พร้อมคำอธิบายว่าภาษาถิ่นของอินเดียนแดงไม่มีคำว่า “ลาก่อน” เพราะเขาเชื่อและหวังว่าเส้นทางของแต่ละคนจะต้องวกมาตัดกันอีก

การแสดงชุดต่อมาเป็นการเต้นรำพื้นเมืองที่สืบทอดมาจากชาว Aztec น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้ระบำนกอินทรีย์ จากข้อมูลที่แสดงบนเวทีบอกเราว่า กว่า 1000 ปีมาแล้วที่ชนพื้นเมืองจากอเมริกาตะวันตกเฉียงใต้ (Aztlan) อพยพไปยังเม็กซิโกกลางเพื่อค้นหา Tonalli หรือชะตากรรม ชาว Aztec ต่อมาเรียกตัวเองใหม่ว่า Mexica และได้ประยุกต์เอาอารยธรรมหลายอย่างของ Tolteca มาใช้ ชาวเม็กซิกามีชื่อเสียงในด้านการรบ ศิลปะ และเต้นรำ ปัจจุบันนี้มีหลงเหลือการแสดงเต้นรำของ Aztec อยู่ 3 แบบคือการเต้นเฉลิมฉลองตามพิธีกรรม (Ceremonial Rituals) ซึ่งปกติไม่เต้นแสดงต่อสาธารณชน การเต้น Concheros ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อศาสนา และการเต้นแบบนักรบ (Warrior Style Dance) ซึ่งเป็นการเต้นที่นำมาแสดงในวันนี้


หลังจากจบการเต้นรำแบบ Aztec ก็เป็นการแสดง Flamenco การร้องและเต้นของชาวยิปซี (Flamencos) แห่ง Andalusia ในภาคใต้ของสเปน ศิลปะแขนงนี้ผ่านวิวัฒนาการมาหลายขั้น หลายศตวรรษจาก Gypsy, Moorish, Andalusian และอีกหลายแหล่ง เป็นที่แพร่หลายต้นศตวรรษที่ 19 ในฐานะความบันเทิงประจำคาเฟ่ (Cafe')


ต่อมาเป็นการแสดง Mariachi การแสดงดนตรีด้วยวง ensembles ในแนวผสมผสานระหว่างดนตรีพื้นบ้านสเปน เม็กซิโก และอัฟริกา ซึ่งสืบประวัติย้อนไปถึงจุดกำเนิด ณ Cocula รัฐ Jalisco ประเทศเม็กซิโก ได้เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่มาของคำว่า “Mariachi” ซึ่งเคยเป็นข้อถกเถียงในหมู่นักการศึกษาดนตรี (Musicologists) และนักศึกษาพื้นบ้านวิทยา (Folklorists) แต่ความรู้ปัจจุบันบอกเราว่า คำนี้มาจากชื่อของไม้ที่ใช้ทำพื้นเวทีที่นักแสดงเต้นรำ

จบการแสดงทั้ง 4 ชุด พิธีกร Jason Stiff เชิญ Craig Barrett ประธานบอร์ด Intel กล่าวเปิดงาน เป็นคำกล่าวต้อนรับนักเรียนขอบคุณคณะผู้จัดงาน จากนั้น Elizabeth Marincola ประธาน Science Service ขึ้นมาพูดเป็นคนต่อไป เธอได้สรุปจำนวนผู้เข้าร่วมงาน จำนวน Finalists จำนวนโครงงาน และแจกแจงจำนวน Finalists ตามลำดับชั้นการศึกษา ซึ่งเรียกเสียงโห่ร้องและปรบมือได้เป็นอย่างดี

จากนั้นถึงเวลาของประเพณี International Shout Out วันแรกหลังจาก Finalists ลงทะเบียนจะต้องเขียนสัญลักษณ์ของประเทศลงบนกระดาษแข็งขนาดใหญ่เพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศของตน ปีนี้นักเรียนไทยวาดรูปช้าง ธงไตรรงค์ เจดีย์ ภูเขา ต้นขาว ทุ่งนา ดอกไม้ และข้อความว่า THAILAND, LAND OF SMILES

พิธีกรเรียกชื่อประเทศตามลำดับตัวอักษร นักเรียนแต่ละประเทศที่ถูกเรียกจะวิ่งชูแผ่นกระดาษขึ้นไปบนเวทีจนครบทุกประเทศ


ทุกปีหลังจาก Shout Out จะมีนักวิทยาศาสตร์ได้รับเชิญให้มาพูด Keynote Address ในประเด็นที่น่าสนใจ ในปี 2005 Brian Greene พูดในหัวข้อเกี่ยวกับฟิสิกส์ทฤษฎีและจักรวาลวิทยา สำหรับปีนี้ Angela Belcher ศาสตราจารย์สาขาวัสดุศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และ วิศวกรรมศาสตร์ชีวภาพ แห่ง MIT เป็นผู้บรรยายในหัวข้อ A Genetic Tool-Kit for the Synthesis and Assembly of Materials for Electronics and Energy


ศาสตราจารย์ Belcher นักเคมีวัสดุศาสตร์ มีความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ชีวภาพ (Biomaterials) วัสดุศาสตร์ชีวโมเลกุล (Biomolecular Materials) การเชื่อมต่อระหว่างสารอินทรีย์-อนินทรีย์ (Organic-Inorganic Interface) งานวิจัยของเธอเกี่ยวข้องกับการศึกษาและใช้กระบวนการตามธรรมชาติเพื่อสร้างวัสดุลูกผสมระหว่างสารอินทรีย์กับอนินทรีย์เพื่อใช้ประโยชน์ในทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเป็นวัสดุแม่เหล็กในสเกลใหม่ หัวข้อที่เธอนำมาบรรยายวันนี้เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมือทางพันธุกรรม (DNA, Self-Assembled) ในการสร้างวัสดุสำหรับงานอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเทคนิคทางชีววิทยามีแนวโน้มได้รับการพัฒนาอย่างกว้างขวางในศตวรรษนี้

การบรรยายของ ศ. Belcher เป็นรายการสุดท้ายสำหรับพิธีเปิด ซึ่งจบลงเวลาประมาณสองทุ่มครึ่งพอดี หลังจากนั้นพวกเราต้องไปต่อแถวขึ้นรถโดยสารตามเส้นทางเพื่อนำไปส่งยังโรงแรม ระหว่างรอรถโดยสาร ผู้จัดงานได้จัดให้มีการแสดงกลางลานที่รอรถสร้างความบันเทิง



Create Date : 30 มิถุนายน 2550
Last Update : 4 พฤษภาคม 2553 23:57:31 น.
Counter : 1385 Pageviews.

1 comments
ทีวีอนิเม หน่วยผจญคนไฟลุก ประกาศผู้ที่มารับบทเป็น Joker iamZEON
(12 ก.พ. 2562 16:25:58 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
นุ่งซิ่นชวนแว้นคลายร้อน ตะลีกีปัส
(11 มี.ค. 2562 12:44:10 น.)
พระแก้วนาคสวาท : พระแก้วในรัชกาลที่ 3 ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 ก.พ. 2562 12:00:03 น.)
  
พิธีเปิดดูยิ่งใหญ่ น่าสนใจดีนะคับ
โดย: coming soon (The Yearling ) วันที่: 18 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:39:30 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Zol.BlogGang.com

ศล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]

บทความทั้งหมด