ลำดับชั้นสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ไทย
หัวข้อที่นำมาคุยวันนี้ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับกรณีพิพาทการก้าวก่ายของฝ่ายการเมืองต่อการปกครองคณะสงฆ์ไทยที่เป็นประเด็นร้อนของปีที่แล้ว แต่สืบเนื่องมาจากการพูดคุยกันเล่น ๆ สนุก ๆ กับน้องชายคนหนึ่งว่าด้วยเรื่องลำดับสมณศักดิ์พระสงฆ์ไทย ระหว่างที่พูดไปพูดมาก็เห็นว่าน่าสนใจดี จึงนำมาเขียนเล่าเป็นเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ แบบคนรู้บ้างไม่รู้บ้าง

น่าจะเริ่มกันที่สมัยสุโขทัย ก่อนหน้าถึงรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงนั้นเข้าใจว่าประชาชนนับถือศาสนาพุทธปะปนกันทั้งมหายานและหินยาน รวมผนวกเข้ากับศาสนาพราหมณ์และนับถือผีสางเทวดา เมื่อถึงสมัยพ่อขุนรามคำแหงทางสำนักพระราชวังจึงยอมรับศาสนาพุทธหินยานหรือเถรวาทฝ่ายลังกาวงศ์อย่างเป็นทางการ แต่การจัดระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ครั้งแรกไม่ได้เริ่มในรัชสมัยนี้

สุโขทัยนั้นมีคณะสงฆ์อยู่สองคณะ คณะแรกเรียกว่า 'คามวาสี' หรือ 'คณะฝ่ายขวา' หมายถึงคณะสงฆ์ที่พักอยู่วัดในเมือง ซึ่งสืบประเพณีคณะสงฆ์เดิมตั้งแต่สมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (พ่อขุนบางกลางท่าว) เป็นสายพระนักวิชาการ ใช้เวลาศึกษาพระปริยัติธรรม อีกคณะเรียกว่า 'อรัญวาสี' หรือ 'คณะฝ่ายซ้าย' หมายถึงคณะสงฆ์ที่พักอยู่วัดป่า ห่างไกลจากตัวเมือง ได้แก่ คณะสงฆ์ลัทธิลังกาวงศ์ตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง

ในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไทนั้นการปกครองทั้งสองคณะแยกจากกัน โดยมี 'พระสังฆราช' แต่ละคณะเป็นประมุขของคณะ ดังนั้นพระสังฆราชจึงมีสองรูป คือ พระสังฆราชฝ่ายคามวาสีกับพระสังฆราชฝ่ายอรัญวาสี สำหรับหัวเมืองสำคัญอื่น ๆ นอกเหนือจากกรุงสุโขทัยก็อาจมี 'พระสังฆราช' ประจำหัวเมืองสำคัญนั้น ๆ ได้เช่นกัน และเนื่องจากพระสังฆราชเป็นตำแหน่งที่ต้องได้รับการสถาปนาจาก 'พระมหากษัตริย์' ดังนั้นพระสังฆราชจึงขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์หรือพ่อขุน ลำดับชั้นการปกครองถัดจากพระสังฆราช คือ 'พระครู' และ 'เจ้าอาวาส' ตามลำดับ

ต่อมาเมื่อถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ฝ่ายคามวาสีได้แตกออกเป็นสองคณะ เรียกว่า 'คณะคามวาสีฝ่ายซ้าย' และ 'คณะคามวาสีฝ่ายขวา สาเหตุของการแตกออกเป็นสองคณะนั้นสืบเนื่องมาจากสมัยปลายสุโขทัย-ต้นอยุธยา คณะอรัญวาสีแพร่หลายมากกว่าคณะคามวาสี ท้ายที่สุดคณะคามวาสีซึ่งเหลืออยู่ไม่กี่รูปจึงพากันไปยังประเทศลังกาแล้วบวชใหม่แปลงเป็นนิกายสิงหล มีพระวันรัตนมหาเถระเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อคณะนี้เดินทางกลับมากรุงศรีอยุธยาก็ตั้งเป็นคณะใหม่เรียกว่า 'คณะป่าแก้ว' (วันรัตน์ แปลว่า ป่าแก้ว, เรียกชื่อคณะตามชื่อพระอุปัชฌาย์ชาวลังกา) คณะป่าแก้วก็คือคณะคามวาสีฝ่ายขวา ส่วนคณะคามวาสีเดิมซึ่งสืบประเพณีมาตั้งแต่คณะสงฆ์สมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ก็เรียกเป็นคณะคามวาสีฝ่ายซ้าย

สรุปความว่าสมัยอยุธยา มีด้วยกันทั้งสิ้นสามคณะ คือ คามวาสีฝ่ายซ้าย คามวาสีฝ่ายขวา และ อรัญวาสี การปกครองแต่ละคณะนั้นมีเจ้าคณะเป็นผู้ปกครอง พระมหากษัตริย์จะเป็นผู้เลือกเจ้าคณะรูปใดรูปหนึ่งเป็นผู้ปกครองสูงสุดของทั้งสามคณะ ดำรงตำแหน่งเป็น 'สมเด็จพระสังฆราช'

ลำดับการปกครองชั้นรองจากเจ้าคณะคามวาสี ทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา ได้แก่ พระราชาคณะ พระครู และ เจ้าอาวาส ตามลำดับ

สมณศักดิ์ คือ ยศของพระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ มีอยู่หลายลำดับชั้น แต่ละลำดับชั้นก็มี 'พัดยศ' เป็นเครื่องกำหนด ในระบบเริ่มแรก เข้าใจว่าสมณศักดิ์ต้องสอดคล้องกับตำแหน่งการปกครองคณะสงฆ์ สมัยสุโขทัย และสมัยอยุธยามีลำดับการปกครองไม่ซับซ้อนเท่ากับสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยสุโขทัยนั้นมีระดับการปกครองเพียงสองระดับคือ พระสังฆราช กับ พระครู มาถึงสมัยอยุธยาลำดับชั้นก็เพิ่มมาอีกหนึ่งรวมเป็นสาม คือ สมเด็จพระสังฆราช พระราชาคณะ และ พระครู ตามลำดับ ยกตัวอย่างเช่น 'พระพุทธาจารย์' เป็นเจ้าคณะอรัญวาสี 'พระวันรัต' เป็นเจ้าคณะคามวาสีฝ่ายขวา ทั้งคำว่า 'พระพุทธาจารย์' และ 'พระวันรัต' ต่างก็เป็นสมณศักดิ์ที่พระมหากษัตริย์พระราชทานให้กับเจ้าคณะผู้ทำหน้าที่ปกครองทั้งสองคณะ สองคำนี้ไม่ใช่ 'ฉายา' หรือ 'ชื่อ-สกุล' ของพระสงฆ์

มาถึงรัชสมัยปัจจุบัน รัชกาลที่เก้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ลำดับชั้นสมณศักดิ์เป็นระบบที่มีความซับซ้อนค่อนข้างมาก สมณศักดิ์ ถูกแบ่งออกเป็นห้ากลุ่ม เรียงลำดับจากกลุ่มชั้นสูงสุดลงไป ในแต่ละกลุ่ม ยังมีการแบ่งสมณศักดิ์ออกเป็นชั้นย่อย ๆ อีก ซึ่งก็เรียงลำดับจากชั้นสูงลงไปเช่นกัน สามารถเรียงได้ดังนี้

1. พระราชาคณะ หรือ ชั้น 'เจ้าคุณ' มีลำดับชั้นย่อยคือ 1.1 สมเด็จพระราชาคณะ 1.2 รองสมเด็จพระราชาคณะ 1.3 พระราชาคณะชั้นธรรม 1.4 พระราชาคณะชั้นเทพ 1.5 พระราชาคณะชั้นราช 1.6 พระราชาคณะชั้นสามัญ

2. พระครู แบ่งเป็น 2.1 พระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ 2.2 พระครูสัญญาบัตรชั้นเอก 2.3 พระครูสัญญาบัตรชั้นโท 2.4 พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี

ข้อที่ 1. และ 2. ต้องได้รับพระราชทานแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์เท่านั้น

3. พระฐานานุกรม ยศชั้นนี้พระราชาคณะสามารถแต่งตั้งได้ พระฐานานุกรมก็มีหลายชั้นเช่น พระครูปลัด พระครูสมุห์ พระครูใบฎีกา

4. พระครูประทวน ยศชั้นนี้แต่งตั้งโดยสมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้พระสงฆ์ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนและการศึกษา หลังจากได้รับการแต่งตั้งจะมีคำว่า 'พระครู นำหน้าชื่อเดิม

5. พระเปรียญ ได้มาโดยการสอบไล่เปรียญ (สูงสุด 9 ชั้น หรือ 9 ประโยค) โดยเรียกคำนำหน้าชื่อเดิมด้วย 'พระมหา' ถ้าสอบได้ตั้งแต่เปรียญสามประโยคขึ้นไป

ลำดับชั้น 'เจ้าคุณ' นั้นสามารถเทียบกับบรรดาศักดิ์ของฆารวาสได้ดังนี้ สมเด็จพระราชาคณะ = สมเด็จเจ้าพระยา, รองสมเด็จพระราชาคณะ = เจ้าพระยา, พระราชาคณะชั้นธรรม = พระยา, พระราชาคณะชั้นเทพ = พระ, พระราชาคณะชั้นราช = หลวง, พระราชาคณะชั้นสามัญ = ขุน

ขอยกตัวอย่างพระประวัติสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวัฑโน) สมเด็จพระสังฆราช



พ.ศ. 2490 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระโศภนคณาภรณ์
พ.ศ. 2495 เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่พระโศภนคณาภรณ์ (ราชทินนามเดิม)
พ.ศ. 2498 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระโศภนคณาภรณ์ (ราชทินนามเดิม)
พ.ศ. 2499 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมวราภรณ์
พ.ศ. 2504 เป็นพระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรอง ที่พระสาสนโสภณ
พ.ศ. 2515 เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ที่สมเด็จพระญาณสังวร
พ.ศ. 2532 ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช

คำนำหน้าสมณศักดิ์พิเศษ อีกสองคำในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชที่น่ารู้คือ 'สมเด็จพระมหาสมณเจ้า' กับ 'สมเด็จพระสังฆราชเจ้า' เริ่มตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ใช้สมเด็จพระมหาสมณเจ้านำหน้าสมณศักดิ์ในตำแหน่งพระสังฆราชสำหรับพระบรมราชวงค์ (ทรงเศวตฉัตร 5 ชั้น) ส่วนพระราชวงค์ชั้นรองลงมา ตั้งแต่หม่อมเจ้า ให้มีพระนามสมเด็จพระสังฆราชเจ้านำหน้า (ทรงฉัตร 5 ชั้น) ตัวอย่างเช่น สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 13 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีพระนามเดิมว่า หม่อมราชวงศ์ชื่น นพวงษ์ ทรงเป็นพระราชอุปัธยาจารย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จออกทรงผนวชเมื่อปี พ.ศ. 2499



สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระราชโอรสองค์ที่ 47 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับเจ้าจอมมารดาน้อยแพ ทรงพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ



หมายเหตุ ลอกมาจากบล็อกเดิมซึ่งเคยเขียนไว้เมื่อวันที่ 03/01/2549



Create Date : 26 มิถุนายน 2552
Last Update : 26 มิถุนายน 2552 11:42:42 น.
Counter : 21372 Pageviews.

0 comments
เรื่องเธอ..... เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง
(15 ก.พ. 2563 18:28:17 น.)
:: ดาบซ่อนคม 15 :: กะว่าก๋า
(5 ก.พ. 2563 07:35:08 น.)
:: ดาบซ่อนคม 13 :: กะว่าก๋า
(3 ก.พ. 2563 06:15:59 น.)
:: ดาบซ่อนคม 12 :: กะว่าก๋า
(2 ก.พ. 2563 06:11:33 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Zol.BlogGang.com

ศล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]

บทความทั้งหมด