ไตรภูมิ (ฉบับคนนอกวัด) ตอนที่ 1
ส่วนใหญ่เวลาเราพูดถึงไตรภูมิ จะมีปฏิกิริยาตอบสนองจากคนที่เราพูดด้วย 2 แบบ แบบแรก "นี่เธอยังเชื่อเรื่องนรกสวรรค์อยู่อีกเหรอ" แบบที่สอง "โอ้ย เรื่องนี้จิ๊บ ๆ ฉันรู้ดี" ผมเคยคุยกับเพื่อนหลายคน พอถามว่าไตรภูมิคืออะไร? มีอะไรบ้าง? คำตอบที่หลุดออกมาแทบจะทันทีคือ นรก สวรรค์ และ โลกมนุษย์ โอเค ศาสนาอื่น ๆ อาจจะเป็นแบบนี้รึเปล่าผมไม่รู้นะครับ แต่นี่ไม่ใช่แบบที่มีอยู่ในคัมภีร์พุทธของเราเป็นแน่ ทำให้ผมอยากเขียนถึงเรื่องนี้บ้าง เหตุที่ต้องวงเล็บบอกฉบับคนนอกวัดนั้นมีจุดมุ่งหมาย 2 ประการ 1. เพื่อบอกคุณที่บังเอิญเข้ามาอ่านว่าผมไม่ชอบไปวัด และ 2. ผมไม่ได้เขียนสิ่งที่ผมเชื่อ (หรือสิ่งที่ผมไม่เชื่อ) อยากให้คุณคิดเสียว่าผมแค่เพียงทำหน้าที่เป็นผู้เล่าสิ่งที่ผมเคยอ่านเจอมา (อย่างย่นย่อ) ก็เท่านั้นเอง

คำว่า ภูมิ แปลว่า ขั้นแห่งจิต ระดับจิตใจ หรือระดับชีวิต ถ้าพูดในแง่ของจิตใจ คัมภีร์โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ภูมิ ได้แก่ กามาวจรภูมิ, รูปาวจรภูมิ, อรูปาวจรภูมิ และ โลกุตรภูมิ แต่ถ้าพูดในแง่ของโลก หมายถึงภูมิของสัตว์ที่จะไปเกิดนั้นมีเพียง 3 ภูมิแรก เพราะโลกุตรภูมิเป็นระดับจิตใจของพระอริยเจ้าซึ่งพ้นแล้วจากภูมิทั้ง 3 ไม่ได้เป็นภูมิ (โลก) ที่มีทำเลที่ตั้ง ซึ่งหากเป็นพระอริยเจ้าที่ยังต้องไปเกิดอีก พระอริยเจ้าสามารถไปเกิดได้ทั้ง 3 ภูมิ (โลก) คือ กามาวจรภูมิ, รูปาวจรภูมิ และ อรูปาวจรภูมิ ตามความเหมาะสมของพระอริยเจ้าชั้นนั้น ๆ ฉะนั้นไตรภูมิ หรือ สามโลกที่จะกล่าวถึงนี้หมายถึงโลกอันเป็นทำเลที่ตั้งเพื่อให้สัตว์ไปเกิด ประกอบด้วย กามโลก (กามาวจรภูมิ), รูปโลก (รูปาวจรภูมิ) และ อรูปโลก (อรูปาวจรภูมิ)

1. กามาวจรภูมิ คือ ภูมิของสัตว์ที่ท่องเที่ยววนเวียนอยู่ในกามคุณทั้ง 5 มี รูป รส กลิ่น เสียง และ สัมผัส สัตว์ในภพภูมินี้ยังติดใจในกามคุณ (ไม่ได้หมายถึง sex อย่างเดียวนะครับ การที่เราชอบดูหนัง ติดใจในรูป ชอบฟังเพลง ติดใจในเสียง ชอบกินอาหารอร่อย ติดใจในรส ชอบพรมลังโคม ติดใจในกลิ่น ชอบกอดเด็กน่ารัก ติดใจสัมผัส ล้วนเรียกว่าติดใจในกามคุณ)

2. รูปาวจรภูมิ คือ ภูมิของสัตว์ที่ติดใจในรูป หรือ พอใจในรูปธรรมที่เป็นอารมณ์ ได้แก่ผู้ที่ได้รูปฌาน 1-4 (หรือ 1-5 ตามนัยแห่งพระอภิธรรม) สัตว์ที่ไปเกิดในภูมินี้เราเรียกว่า พรหม หรือ รูปพรหม

3. อรูปาวจรภูมิ คือ ภูมิของสัตว์ที่ติดใจในอรูป (อรูป = นาม) ได้แก่ผู้ที่ได้อรูปฌาน 1-4 (บางทีอรูปฌาน 1-4 ก็นับต่อเนื่องกับรูปฌาน เรียกว่าเป็น ฌานที่ 5-8 หรือ 6-9) เราเรียกสัตว์ที่ไปเกิดในภูมินี้ว่า อรูปพรหม ในโลกของอรูปพรหม จะไม่มีรูปธรรม เพราะท่านทั้งหลายไม่สนใจรูปธรรม ท่านติดใจแต่นามธรรม

ถ้าคุณมีเพื่อนที่เคยจำว่าไตรภูมิได้แก่ นรก สวรรค์ มนุษย์ ก็อย่าลืมแนะนำให้เพื่อนจำเสียใหม่ว่าได้แก่ กาม รูป และ อรูป นะครับ ทั้งนรก สวรรค์ และมนุษย์นั้นรวมกันอยู่ในกามาวจรภูมิ ส่วนรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิล้วนเป็นสวรรค์ กามาวจรภูมิหรือกามภูมิแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ อบายภูมิ 4 กับ กามสุคติภูมิ 7 ดังแผนภาพ



อบายภูมิ แปลว่า ภูมิที่ปราศจากความเจริญ แบ่งเป็น 4 ภูมิย่อย

1. นิรยะ หมายถึง นรก
2. ติรัจฉานโยนิ หมายถึง สัตว์เดรัจฉาน
3. ปิตติวิสัย หมายถึง ภูมิของเปรต
4. อสุรกาย หมายถึง ภูมิของพวกอสุรกาย

ขอเริ่มต้นด้วยภูมิที่น่าพิสมัยสำหรับเรา ๆ ท่าน ๆ กันที่นรก คำว่า นิรยภูมิ หมายถึง โลกที่ไม่มีความสุขสบาย โลกนี้ก็ประกอบไปด้วยอาณาเขตมากมายมหาศาล ในหนังสือภูมิวิลาสินีของพระพรหมโมลี (วิลาศ) บอกว่าเรียกว่า 'ขุม' นิรยภูมินี้มีนรกขุมใหญ่อยู่ 8 ขุม เรียกว่า 'มหานรก' รอบ ๆ มหานรกแต่ละขุมจะมีเมืองนรกย่อยเป็นบริวารอีกขุมละ 16 ขุม เรียกว่า 'อุสสุทนรก' อุสสุทนรกแต่ละ 16 ขุมนี้ ล้อมมหานรก 4 ทิศ ๆ ละ 4 ขุม และที่รอบ ๆ มหานรกถัดไปจากอุสสุทนรกยังมีนรกย่อยอีกเรียกว่า 'ยมโลก' ประจำทั้ง 4 ทิศ ทิศละ 10 ขุม รวมเป็น 40 ขุม ต่อ 1 มหานรก เราลองมาสรุปจำนวนขุมนรกดูเล่น ๆ นะครับ มหานรก 8 ขุม แต่ละขุมมี อุสสุทนรกอีก 16 และยมโลกอีก 40 รวมแล้วมีนรกเท่ากับ 8 + 128 + 320 = 456 ขุม สบาย คงไม่ต้องกลัวเต็ม!

ยังมีอีกครับ จำนวน 456 ที่ว่ามานี้เป็นจำนวนนรกต่อ 1 จักรวาล ในศาสนาพุทธเราบอกว่ามีเป็นพันหมื่นจักรวาล ไม่เท่านั้น ยังมีนรกพิเศษที่อยู่นอกจักรวาล เรียกว่า 'โลกันตนรก' ซึ่งเป็นนรกขุมใหญ่และพิเศษที่สุด ที่ว่าอยู่นอกจักรวาลนั้น ตำราเขียนบอกว่าชายแดนระหว่าง 3 จักรวาลที่มาบรรจบกันจะมีโลกันตนรก 1 ขุม (ดูรูปจำลอง)



มหานรกทั้ง 8 ขุมประกอบด้วย

1. สัญชีวมหานรก ชื่อนี้แปลว่า นรกที่ไม่มีวันตาย สัตว์นรกขุมนี้เสวยทุกขเวทนาอย่างเดียว สาหัสจนตาย ตายแล้วกลับมีชีวิตใหม่เสวยทุกขเวทนาต่อจนกว่าจะหมดเวรหมดกรรม

2. กาฬสุตตมหานรก ชื่อนี้แปลว่า มหานรกที่ลงโทษตามเส้นด้ายดำ คือ ตีเส้นด้ายดำตามร่างกายของสัตว์นรกแล้วใช้ของมีคมเชือดเฉือนตามเส้นที่ตีนั้น

3. สังฆาฏมหานรก หมายถึง นรกที่บดขยี้ร่างกายของสัตว์ สัตว์นรกขุมนี้มีทุกขเวทนาจากกองไฟและภูเขาเหล็กที่บดขยี้ร่างกาย

4. โรรุวมหานรก คือ มหานรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องครวญคราง สัตว์นรกต้องเสวยทุกขเวทนาจนร้องครวญครางจากการนอนบนดอกบัวเหล็กและถูกไฟแผดเผาตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย

5. มหาโรรุวมหานรก ดูจากชื่อก็เหมือนมหานรกขุมที่ 4 แต่เดิมคำว่า มหา นำหน้า ก็แปลได้ความว่า ร้องครวญครางมากมาย ก็มีเปลวไฟกับดอกบัวเหล็กเหมือนกัน ว่ากันว่าไฟจะลามเลียออกมาทางทวารทั้ง 9 บางทีก็เรียนนรกขุมนี้ว่า ชวาลโรรุวมหานรก ชวาล แปลว่า เปลวไฟ ชื่อนี้จึงหมายถึง มหานรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องครวญครางเพราะเปลวไฟ

6. ตาปมหานรก คือ มหานรกที่ทำให้สัตว์เร่าร้อน สัตว์นรกถูกเสียบอยู่บนหลาวเหล็กที่คุไปด้วยไฟ จากนั้นหมาจะกระชากลงมากิน วนเวียนอยู่เช่นนี้

7. มหาตาปนมหานรก เช่นเดียวกับ 6 แต่เร่าร้อนยิ่งกว่า สัตว์นรกถูกขับไล่ไปบนภูเขาเหล็กมีหนามแหลมและไฟ ซ้ำยังมีลมกรดพัดให้สัตว์นรกตกจากภูเขาถูกขวากหนามเสียบทะลุ จากนั้นก็ถูกไล่ให้กลับขึ้นไปบนภูเขาใหม่

8. อเวจีมหานรก มหานรกที่ปราศจากความบางเบาแห่งทุกข์ เป็นมหานรกที่ได้รับโทษทัณฑ์หนักสุด มีเปลวไฟร้อนที่สุดเผาไหม้อยู่เนื่องนิตย์

มหานรกแต่ละขุมนี้เรียกได้ว่าเป็นโลกแต่ละโลก ไม่อยู่บนพื้นผิวโลกเดียวกัน ล้อมรอบมหานรกแต่ละขุมเป็นอาณาบริเวณของ อุสสุทนรก และยมโลก (ตั้งอยู่บนพื้นผิวเดียวกับโลกหรือขุมมหานรก) หลุดพ้นจากมหานรกหากยังไม่หมดเวรหมดกรรม หลงเหลือเศษเล็กเศษน้อย ก็ต้องมาเก็บตกต่อที่อุสสุทนรก อุสสุทนรกมีรอบมหานรกประจำทั้ง 4 ทิศ ทิศละ 4 ขุม แต่ละทิศ จะมีชื่อเรียกของขุมนรกทั้ง 4 ขุมเช่นเดียวกัน รวมแล้วแต่ละขุมมหานรก จะมีอุสสุทนรกล้อมรอบ 16 ขุม ชื่อเรียกของอุสสุทนรกทั้ง 4 ขุม เป็นดังนี้

1. คูถนรก นรกที่มีหนอนปากแหลมคอยแทะกินสัตว์นรก
2. กุกกุฬนรก นรกที่มีเถ้ารึงร้อนแรงคอยเผาผลาญสัตว์นรกให้ย่อยยับ
3. อสิปัตตนรก นรกที่มีต้นมะม่วงเป็นใบหอกใบดาบร่วงหล่นใส่สัตว์นรก
4. เวตรณีนรก นรกที่มีน้ำเค็ม และหวายหนามกรีดสัตว์นรกให้แช่ในน้ำเค็มแสนแสบทรมานและถูกไฟเผา

นรกทั้ง 4 ขุมนี้มีการเรียงลำดับดังแผนภาพจำลอง



สัตว์นรกเมื่อหลุดพ้นจากมหานรกแต่ยังไม่หมดกรรม เหลือเศษอีกเล็กน้อยต้องใช้ต่อที่คูถ ถ้ายังไม่หมด ก็ต้องใช้ต่อที่กุกกุฬ ถ้ายังไม่หมด ก็ใช้ต่อในอันดับถัด ๆ ไป และถ้าพ้นจากเวตรณีนรกแล้วยังไม่หมดอีก ก็ต้องไปชดใช้กรรมที่ยมโลกนรกต่อ ยมโลกนรกเป็นบริวารมหานรกมีทั้งหมด 40 ขุม ประจำ 4 ทิศ ๆ ละ 10 ขุม แต่ละทิศจะมีชื่อเรียกอย่างเดียวกัน ดังนี้

1. โลหกุมภีนรก มีกระทะทองแดง (ฆ่าสัตว์)
2. สิมพลีนรก มีต้นงิ้วหนามเหล็กเป็นกรด (กาเมสุมิจฉาจาร)
3. อสินขนรก เล็บมือเท้ายาวน่ากลัว แทะกินตัวเอง (ลักขโมย)
4. ตามโพทกนรก เอาน้ำทองแดงกรอกปาก (ดื่มสุรา)
5. อโยคุฬนรก กินก้อนเหล็กแดงร้อนเป็นอาหาร (ฉ้อฉลทรัพย์คนอื่น)
6. ปิสสกปัพพตนรก มีภูเขา 4 ทิศกลิ้งบดทับ (กดเหงข่มขี่คนอื่น)
7. ธุสนรก สัตว์นรกขุมนี้กระหายน้ำเป็นนิจ พอดื่มน้ำ น้ำจะกลายเป็นแกลบ เถ้าไฟลุกเผาเครื่องในตนเอง (คดโกง)
8. สัตโลสิตนรก มีน้ำเย็นเยือกทรมานสัตว์นรก (เป็นคนจิตใจหยาบ ทรมานสัตว์)
9. สุนขนรก มีหมานรกไล่กัด (ด่าพ่อแม่)
10. ยันตปาสาณนรก หัวของสัตว์นรกถูกภูเขา 2 ลูกบี้จนเละ (ด่าคู่ครองของตนด้วยความโกรธ)

ส่วนโลกันตนรกที่อยู่นอกจักรวาล ซึ่งอยู่ระหว่างจุดบรรจบของ 3 จักรวาล เป็นนรกที่มืดมิด ไร้แสงสว่าง สัตว์นรกเหล่านี้จึงสำคัญผิดคิดว่าตนเองอยู่ตัวคนเดียว เมื่อเปะปะไปชนตัวอื่น ด้วยความหิวโหย จึงหาทางกินกันเอง สัตว์นรกพวกนี้ครั้งเป็นมนุษย์คิดประทุษร้ายพ่อแม่ ไม่กตัญญูรู้คุณ ไม่เชื่อบาปบุญคุณโทษ ประกอบกรรมชั่วช้าสาหัส

ขอปิดท้ายตอนนี้ด้วยคำถามสำคัญ หากอยากไปนรกต้องทำเช่นไร? ง่ายมากครับ ทำสิ่งที่เรียกว่า อกุศลกรรมบถ 10 จะทำครบทั้ง 10 หรือ เลือกทำ ทำถี่ก็ยิ่งมีโอกาสมาก ยิ่งได้อยู่นาน

1. ปาณาติบาต ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
2. อทินนาทาน ขโมยของคนอื่น
3. กาเมสุมิจฉาจาร ประพฤติผิดในกาม
4. มุสาวาท พูดโกหก
5. ปิสุณาวาจา พูดส่อเสียด
6. ผรุสวาจา พูดคำหยาบคาย
7. สัมผัปปลาปะ พูดเพ้อเจ้อไร้สาระ
8. อภิชฌา เพ่งเล็งอยากได้ของคนอื่น
9. พยาบาท มุ่งร้ายคนอื่น
10. มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิดจากคลองธรรม

ข้อ 1-3 นั้นเป็นกายกรรม ข้อ 4-7 เป็นวจีกรรม และ 8-10 เป็นมโนกรรม




Create Date : 08 กันยายน 2552
Last Update : 8 กันยายน 2552 15:24:47 น.
Counter : 3387 Pageviews.

1 comments
🙏วัดประยงค์กิตติวนาราม หนองจอก🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(6 ก.พ. 2563 12:31:50 น.)
ดี สองแผ่นดิน
(3 ก.พ. 2563 16:22:42 น.)
:: ดาบซ่อนคม 13 :: กะว่าก๋า
(3 ก.พ. 2563 06:15:59 น.)
:: ดาบซ่อนคม 9 :: กะว่าก๋า
(30 ม.ค. 2563 07:31:01 น.)
  
โดย: นายแจม วันที่: 22 กันยายน 2552 เวลา:11:43:07 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Zol.BlogGang.com

ศล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]

บทความทั้งหมด