* * * * สำนวนไทยในบทกลอน * * * * บล็อกที่ 895








สำนวนไทยในบทกลอน




จขบ.แพ้ไวรัสในช่วงนี้ หมอให้นอนพักผ่อนมากๆ ช่วงนี้จึงนั่งหน้าคอมนานๆ ไม่ได้ วันนี้ขอนำบทกลอนของคุณ ดินหญ้ากาช้ำ จากเว็บ kaweeclub.com มานำเสนอ เป็นบทกลอนที่คุณ ‘ดินหญ้ากาช้ำ’ ประพันธ์ขึ้นโดยใช้สำนวนไทยต่างๆ มาร้อยเรียงเป็นเรื่อง ชื่อเรื่องว่า ‘กฎแห่งกรรม’ ภาษาในบทกลอนของคุณ ‘ดินหญ้ากาช้ำ’ ใช้ภาษาไทยแท้ๆ เช่น กู มรึง ตี.น ฯลฯ โปรดอย่ามองว่าไม่สุภาพ เพราะเป็นคำไทยแท้ๆ ที่มีใช้กันอยู่ทั่วไปตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (เพียงแต่บางท่านอาจจะอยู่ในสังคมที่ไม่ใช้ภาษาแบบนี้) .. ในความคิดของจขบ. : คุณ ‘ดินหญ้ากาช้ำ’ เป็นคนเก่ง สามารถนำสำนวนไทยหลากหลายความหมายมาร้อยเรียงเป็นบทกลอนขนาดยาว เป็นเนื้อเรื่องแนวผู้หญิงตกเป็นเมียน้อยเพราะความใฝ่สูง แต่สุดท้ายทุกคนก็ตกอยู่ภายใต้ ‘กฎแห่งกรรม’




‘กฎแห่งกรรม’



เขาว่า งม...เข็มใน...มหาสมุทร


ยากที่สุด...ขอบเขต...ที่ค้นหา


หากเข้าเมือง...ตาหลิ่ว...ต้องหลิ่วตา


หักด้ามพร้า...ด้วยเข่า...ไม่เข้าที




สู้อุตส่าห์...เข็นครก...ขึ้นภูเขา


เพราะเทือกเถา...เหล่ากอ...ไม่มีศรี


ต้องหวานอม...ขมกลืน...ทุกราตรี


เขาได้ที...ขี่แพะไล่...ไม่เมตตา




เพราะชนัก...ติดหลัง...ตัวเขาอยู่


เฒ่าหัวงู...หลอกเด็ก...เลวหนักหนา


เรามันแค่...บ้านนอก...คนคอกนา


มีปัญญา...แค่หางอึ่ง...จึงระทม




เหมือนโปรดสัตว์...ได้บาป...ตัวข้านี้


เมื่อคนดี...ขี้ตามช้าง...พรางขื่นขม


เห็นกงจักร...เป็นดอกบัว...ไม่กลัวตรม


ขึ้นวอสม...ใจคางคก...คงตกตาย




พี่ห้ามเจ้า...ว่าไฟเอ๋ย...น้องอย่าเล่น


เอาน้ำเย็น...เข้าลูบ...ผูกใจหมาย


แต่ยิ่งดัด...ไม้แก่...ก็ยิ่งตาย


ดัดไม่ง่าย...เหมือนอ่อน...แต่ก่อนมา




ก่อนจะไป...เหมือนกระดี่...ที่ได้น้ำ


เมื่อถูกย่ำ...กลับมาใย...กันเล่าหนา


เห็นแล้วหรือ...ผงชั่ว...ที่เข้าตา


จึงกลับมา...หาพี่...ที่ต่ำทราม




อกของพี่...มันไหม้...ไส้มันขม


เมื่อนิยม...ตัวเจ้า...เจ้าก็หยาม


เมื่อโคแก่...กินหญ้าอ่อน...ย้อนมาตาม


หมดสิ้นความ...งามแล้ว...ซิแก้วตา




พี่ตักน้ำ...รดหัวตอ...ง้อแต่เจ้า


สู้ข่มเขา...โคขืน...ให้กลืนหญ้า


กินบนเรือน...เจ้ากลับขี้...บนหลังคา


ยืนกระต่าย...สามขา...อย่ามาวอน




พี่มิใช่...ไก่รองบ่อน...ของเจ้าแล้ว


พี่ดวงแก้ว...ขอลา...วานรก่อน


ยามใกล้เกลือ...เจ้ากินด่าง...อ้างดงดอน


มันสุดร้อน...เกินจะอยู่...เป็นผู้คน




เมื่อถอดเขี้ยว...ถอดเล็บ...จนสิ้นสูญ


ก็ไม่อาจ...เพิ่มพูน...ให้เป็นผล


เพราะแผลเก่า...มันเจ็บแสน...แน่นกมล


พี่มันจน...ทนอยู่...คงไม่นาน




ประวัติ...ศาสตร์อาจซ้ำ...ช้ำมาให้


เมื่อบุญหนัก...ศักดิ์ใหญ่...มาเยี่ยมบ้าน


เจ้าก็คง...ตรงเข้าหา...ดังก่อนกาล


คงประหาร...ใจพี่...ที่แสนทราม




น้องผิดเอง...ที่ตบหัว...แล้วลูบหลัง


เส้นผมบัง...ตาน้อง...จึงมองข้าม


พี่สีซอ...ให้ฟัง...ยังวู่วาม


แกงจืดทราม...แล้วจึง...รู้คุณเกลือ




หวังแต่ให้...ราชรถ...มาเกยน้อง


จึงอุ้มท้อง...แบกหน้า...มาให้เอื้อ


ผัวแก่เขา...ไม่เคยคิด...จะจุนเจือ


เพราะจับเสือ...มือเปล่า...ต้องเศร้าใจ




เขาเขียนด้วย...มือแล้ว...ใช้ตี.นลบ


พูดกระทบ...กระเทียบ...เปรียบนางไพร่


แพศยา...ทาสี...อีจัญไร


แล้วผลักไส...ไล่ส่ง...สู่ดงเวร




เรือน้องขาด...หางเสือ...พี่ก็รู้


ไม่ใช่งู...เห่าแน่...แผลก็เห็น


คว้าน้ำเหลว...กลับมา...สุดลำเค็ญ


จะฆ่าเข่น...พี่ได้...อย่างไรกัน




พี่ตกน้ำ...ไม่ไหล...ไฟไม่ไหม้


แต่น้ำตา...น้องตกใน...ใครจะกลั้น


เมื่อไม่ยอม...ลงเรือ...ลำเดียวกัน


หนูติดจั่น...คงต้องหา...ทางออกเอง




คนเสียผี...ควายเสียบ่า...ขอลาแล้ว


เหมือนเรือแจว...รั่วน้ำ...มาเร้าเร่ง


กินน้ำตา...ต่างข้าว...เฝ้าหวั่นเกรง


ความวังเวง...ควรแล้ว...ที่เข้ามา




แมลงเม่า...โง่เขลา...เบาหัวคิด


ขอถอดจิต...ชิดกาย...ไปภพหน้า


ตายทั้งกลม...เถิดลูก...แม่ขอลา


จบตำรา...คนใจง่าย...ตายแหละดี




โบราณว่า...คนล้ม...แล้วอย่าข้าม


โอ้นงราม...น้องเอ๋ย...อย่าหมองศรี


เจ้าหนีร้อน...พึ่งเย็น...เป็นสิ่งดี


ชั่วเจ็ดที...ดีเจ็ดหน...อย่าจนใจ




พี่จะช่วย...รักษา...นกปีกหัก


วัวสิ้นหลัก...ฟักสิ้นร้าน...ต้องผ่านได้


พี่อย่าเคาะ...กะลา...ให้ดีใจ


มดก็จะ...ไม่ให้ไต่...ไรไม่ตอม




จะกล่อมเกลี้ยง...เลี้ยงดู...ลูกของน้อง


แม่เนื้อทอง...ของพี่...จงคืนหอม


จะร่วมหัว...จมท้าย...แม่พะยอม


รอดสันดอน...มามีพร้อม...ทั้งครอบครัว




พี่นี้จะ...ทนอาบ...เหงื่อต่างน้ำ


ไม่แปรปาก...หลากคำ...ทำให้มั่ว


คงลืมตา...อ้าปาก...จากหมองมัว


อย่าหวาดกลัว...เหมือนผัวเก่า...แต่ก่อนมา




เจ้าเป็นนก...ผิดป่า...ปลาผิดน้ำ


จึงชอกช้ำ...กรรมสาหัส...ซัดเข้าหา


ไอ้หัวงู...มันขุดบ่อ...คอยล่อปลา


ขี้แล้วแจว...เหมือนหมา...สารเลว




ถ้าน้ำลด...เมื่อไร...ตอคงผุด


สูงที่สุด...ก็คงหัก...เมื่อหลักเหลว


หมาเดือนสิบ...สองต้องแพ้...แก่เพลิงเปลว


สู่หุบเหว...เลวระยำ...ที่ทำมา




อันคนดี...มีน้อย...ถ่อยมีมาก


มือถือสาก...ปากถือศีล...ก็มากหนา


ลิ้นตวัด...ถึงใบหู...ดูเกลื่อนตา


ตีสองหน้า...ก็มากนัก...จงหักใจ




เมื่อผมหงอก...รายหน้า...ตัณหากลับ


มันไม่รับ...ลูกน้อง...อย่าร้องไห้


ตีหลายหน้า...น้องเอ๋ย...ปล่อยเลยไป


แผ่นดินไม่...กลบหน้า...กล้าแหละดี




เราไม่ได้...คาบช้อนทอง...ออกมาด้วย


เมื่อคนรวย...เปล่งแสง...แห่งศักดิ์ศรี


เราหิ่งห้อย...น้อยค่า...บารมี


คงไม่มี...ใครเขาเห็น...ความเป็นคน




อยู่นี่เอง...หรอกหรือ...นางขี้ข้า


พวกอีกา...ต่ำศักดิ์...สะบัดขน


มาล้วงคอ...งูเห่า...เผ่าสกนธ์


คงเปรอปรน...ผัวกู...จนอิ่มเอม




กูมิใช่...ช้างเท้าหลัง...ดังมรึงคิด


ผัวกูติด...ใจมรึง...จึงเกษม


หารู้ไม่...ถมเท่าไร...ก็ไม่เต็ม


ทิ้งความเค็ม...เสียแล้ว...เกลือผัวกู




กูยอมเสีย...ทองท่วมหัว...เพื่อผัวได้


ต้องร้อนอก...ร้อนใจ...เมื่อไม่อยู่


จำใส่หัว...แม่ตี.นไว้...ใคร่ครวญดู


ว่าชาติหมู...อดขี้ได้...เป็นไม่มี




กูจะให้...อัฐมรึง...สักหนึ่งก้อน..


แก้วลืมคอน...อย่างมรึง...คงกลับที่


ปลิงอย่างมรึง...ควรจะปล่อย...กันสักที


อย่ามาตี...หน้าตาย...ให้หายเคือง




หากคันไม้...คันมือ...ขึ้นละก็


กูอาจจะ...งัดข้อ...คิดก่อเรื่อง


ถ้าไม่อยาก...ขายหน้า...คนทั้งเมือง


เชิญดอกเอื้อง...รับอัฐ...ไปโดยดี




หญิงอย่างมรึง...ดื่นเป็น...กล้วยน้ำว้า


ทุกหย่อมหญ้า...หาได้...หลากหลายที่


แต่หนึ่งเดียว...คือกู...ลูกผู้ดี


ไม่ใช่อี...ชาติไพร่...เหมือนอย่างมรึง




มรึงได้เสีย...ผัวกู...จนลูกติด


อย่าได้คิด...แบ่งสมบัติ...สักสลึง


มารหัวขน...คนชิงหมา...อย่ามาดึง


ยอดตำลึง...ก็หรูแล้ว...สำหรับกา




ฟังเขาด่า...เสียดแทง...แสลงจิต


ถือความผิด...เป็นครู...ยังถูกด่า


เหมือนผีซ้ำ...ด้ำพลอย...คอยเย้ยมา


ไม่ลดรา...วาศอก...เลยกงกรรม




เมียหลวงคิด...สะกิด...เอาแผลเก่า


มาเผาเรา...ให้ร้อน...เหมือนก่อนช้ำ


ที่หลงใหล...ได้ปลื้ม...ลืมความดำ


จึงถลำ...ต่ำค่า...ลงกว่าเดิม




ต้องเออออ...ห่อหมก...รับอัฐเขา


ก้มกราบเท้า...ขอขมา...ความแต่เริ่ม


ถึงยากจน...เข็ญใจ...ยิ่งกว่าเดิม


ก็จะไม่...เห่อเหิม...กลับคืนมา




รับอัฐเมีย...ผัวแก่...มาแนบอก


พูดโกหก...พกลม...เมื่อต่อหน้า


แล้วนำเงิน...ไปให้...กับอาชา


เพื่อให้ม้า...อารี...นี่ร่มเย็น




เจ้าแดงเอ๋ย...นอนเสีย...เถิดลูกรัก


อย่าดื้อนัก...ลุงเขา...จะทุกข์เข็ญ


แม่อยู่ไป...ก็เหมือนกับ...ตายทั้งเป็น


ฝากเดือนเพ็ญ...เอ็นดู...ลูกข้าที




ในจดหมาย...แม่เพียร...เขียนสั่งสอน


เจ้าอย่าอ้อน...ให้มาก...ลำบากที่


อย่าเอาไม้...ไปแหย่เสือ...นะคนดี


เป็นสตรี...ต้องรักนวล...สงวนตัว




ชื่อว่าปลวก...อย่าได้งัด...มาเพิ่มเขา


เสือนอนเศร้า...เจ้าอย่าคิด...ว่าไม่ชั่ว


อย่าได้เห็น...กงจักร...เป็นดอกบัว


เจ้าอาจชั่ว...เหมือนแม่...แต่เดิมบาง




รู้ว่าเสือ...อย่าเอาเรือ...เข้าไปจอด


รู้ว่ามอด...อย่าเอาไม้...เข้าไปขวาง


อย่าเลียนแบบ...ดอกไม้...ที่ใกล้ทาง


ควรตีตน...ออกห่าง...ความจัญไร




เขายกยอ...ปอปั้น...ก็อย่าเหลิง


อาจเป็นเพลิง...แผดเผา...คราวหลังได้


อย่าปล่อยให้...พวกมาก...คอยลากไป


จะปราชัย...พ่ายแพ้...ความอัปรีย์




เมื่อเติบใหญ่...อย่านอกครู...นะลูกรัก


อย่าใฝ่สูง...ให้เกินศักดิ์...จะบัดสี


อายุแม่...ไม่อาจยืน...ถึงหมื่นปี


ขอสั่งเสีย...เท่านี้...เพราะมีเวร




หยิบผ้าห่ม...ผูกขื่อ...ถือคอให้


แล้วเขี่ยฐาน...ให้ตกไป...ดังใจเน้น


ขอปิดฉาก...คนใจง่าย...คล้ายกากเดน


ไม่อาจเป็น...ร่มไทร...ให้พักพิง




เจ้าหนุ่มซื่อ...ถือสัตย์...กลับถึงบ้าน


พบนงคราญ...แขวนอยู่...ไม่สู่สิง


ตัดช่องน้อย...แต่พอตัว...กลัวความจริง


ไม่คิดจะ...แอบอิง...ชิงจากมา




นิ้วไหนร้าย...ทำไม...ไม่ตัดเสีย


ยอมเป็นเบี้ย...ล่างเขา...เขลาหนักหนา


เจ้าตกน้ำ...ก็ไม่ว่าย...เลยแก้วตา


ยามป่วยไข้...ไม่รักษา...เลยคนดี




ลูกของเจ้า...จะหานม...กินที่ไหน


จะมีใคร...ไหนเผื่อ...เอื้อให้พี่


เลือดในอก...ของใคร...ใครจะพลี


ให้ลูกเจ้า...คนนี้...ได้ดื่มกิน




โอ้หลานเอ๋ย...หลานลุง...เจ้าอย่าร้อง


โอ้เนื้อทอง...แม่เจ้า...เขาผกผิน


ตายเพื่อล้าง...คราบข่าว...คาวมลทิน


อย่าถวิล...หาเลยหลาน...มันป่วยการ



ฝ่ายโคแก่...มีเมีย...ก็มากหลาย


ก็ต้องตาย...เพราะเมียหลวง...ลวงสังหาร


จึงคิดถึง...เชื้อไข...ในดงดาร


ลูกนงคราญ...เท่านั้น...ที่มีบุญ




จะกลับไป...กลืนน้ำลาย...ที่เคยถ่ม


ก่อนสิ้นลม...หายใจ...หมายเกื้อหนุน


หญิงหรือชาย...ก็ได้...เจ้าประคุณ


เฝ้าว้าวุ่น...งันงก...ตกบันได




เมียหลวงมอง...เห็นผัว...ลงผิดท่า


กลายเป็นบ้า...เสียจริต...เลิกคิดใฝ่


มรดก...จึงตกอยู่...กับชาวไพร


‘ลูกกำพร้า’...สาใจ...กฎแห่งกรรม.






รูปภาพในบล็อกวันนี้ จขบ.นำมาจากเว็บภาพถ่ายของคนไทย ถ่ายโดยคนไทย จขบ.ชื่นชมทุกรูปภาพ และขอขอบคุณเจ้าของรูปภาพทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้





2





3





4





5





6





7





8





9





10




ขอขอบคุณที่ติดตาม



จาก สิน yyswim






Create Date : 22 มิถุนายน 2555
Last Update : 22 มิถุนายน 2555 20:52:28 น.
Counter : 4205 Pageviews.

16 comments
ไปวัดเล่งเน่ยยี่ ๒ กัน เพรางาย
(7 พ.ย. 2562 05:59:56 น.)
Zdes'Khorosho Op.21 No.7 by Rachmaninov ปรศุราม
(4 พ.ย. 2562 13:06:06 น.)
โคลงที่ ๑๘ - ไตรทิพย์ สมาชิกหมายเลข 5545933
(3 พ.ย. 2562 23:12:38 น.)
พิพิธภัณฑ์พระราม 9 ชีริว
(3 พ.ย. 2562 20:08:56 น.)
  
แหล่มค่ะ
เมื่อไหร่จะได้ดูซี่รี่ภาพที่พี่สินถ่ายแบบนี้บ้างคะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 22 มิถุนายน 2555 เวลา:23:07:18 น.
  
สวัสดีค่ะคุณสิน ...

ก่อนอื่นเลยขอส่งกำลังใจ ให้คุณสินหายป่วยเร็วๆ ค่ะ


สำหรับกลอนนั้นชื่นชมเสมอที่มีคนแต่งกลอน
เก่งๆ มาให้เราชื่นชม ดื่มด่ำกับภาษาสวยๆ ค่ะ
เพราะตัวเองนั้นไม่มีความสามารถทางด้านนี้เอาซะเลย
อยากแต่งได้บ้างแต่ว่าแค่กลอน 8 ธรรมดาก็ไม่รอด
เสียแล้วค่ะเพราะว่าเค้นกันไม่ขึ้นเลยเชียว ...


ภาพสวยมากค่ะ ไปเยือนเวปนี้ประจำ
ต้องบอกว่าเมพทุกคนเลยค่ะ อยากถ่ายได้
แบบนั้นบ้างแต่ว่าดูเหมือนฝืมือไม่ได้เอื้อเฟื้อเลย 555+
โดย: JewNid วันที่: 23 มิถุนายน 2555 เวลา:9:13:47 น.
  
ขอบคุณครับคุณพู่ที่ส่งกำลังใจไปให้ ตอนนี้อาการ งูสวัด นับว่าบรรเทาลง แต่เล็กน้อย เมื่อสองคืนก่อนผิวหนังร้อนวาบๆ ต่อเนื่อง กระเทือนไปถึงหน้าอกและขา ตกใจและทรมาน จะยืนท่าไหนก็ไม่ถนัด นอนและนั่งทำไม่ได้ครับ คล้ายๆ เส้นประสาทที่ผิวหนังกำลังถูกช๊อตอยู่


กลอนไพเราะ ผมจะแต่งไม่เป็นเหมือนกัน มีประสบการณ์น้อยคล้ายๆ กับประสบการณ์ทางการเขียนร้อยแก้ว และประสบการณ์ทางการถ่ายรูป .. ในเว็บ Pixpro.net เมื่อผมแวะเข้าไปชมแต่ละครั้ง มักจะฝังตัวอยู่ได้นานๆ รู้สึกชื่นชอบรูปภาพที่แต่ละคนนำมาโพสต์ แต่จะไม่ค่อยกล้าคอมเมนต์ครับ เพราะรู้ดีว่าฝีมือเตี้ยมากๆ


ถึง น้องอุ้มสี .... ย้าง ยัง ไม่กล้าครับ ไม่กล้านำรูปที่ถ่ายออกมาโพสต์เป็นซีรีย์ ยังฝึกถ่ายอยู่ครับ เพราะยังไม่รู้อีกหลายอย่าง เช่น วัดแสงวัดตรงไหน การถ่ายไกลๆ จะโฟกัสตรงไหน มันมักจะไม่ชัดเมื่อถ่ายไกล การยิงแฟลชก็ยังทำไม่เป็น ส่วนใหญ่ภาพมักจะไหว และภาพไม่ค่อยคม


โดย: yyswim วันที่: 23 มิถุนายน 2555 เวลา:14:10:14 น.
  
สวัสดีค่ะ
ผิดหวังที่ไม่ได้เจอพี่สิินในวันเที่ยวนครนายก
ขอให้หายทรมานเร็วๆนะคะ
งูสวัดเกิดเพราะเชื้อไวรัสโจมตีเซลล์ประสาทส่วนปลายต้องรอจนหายเองพี่สินรักษาตัวให้แข็งแรงเข้าไว้ทำสมาธิให้ใจมีพลังช่วยให้หายเร็วขึ้นนะคะ
เอาใจช่วยค่ะหายแล้วจะได้ไปเที่ยวพร้อมพี่เสียที
น้องป้าแจ่มคลาดเคลื่อนมาหลายรอบแล้ว
โดย: ป้าแจ่มปากขม IP: 111.84.0.87 วันที่: 23 มิถุนายน 2555 เวลา:19:14:26 น.
  

ขอบคุณครับอาจารย์แจ่ม .... ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า งูสวัด จะแสบ วาบ วาบ ที่ใต้ผิวหนังปานนี้ ทรมานจริงๆ จะนอน จะนั่ง จะเดิน มันวาบ วาบ เหมือนถูกไฟช๊อต ยืนแบบแกว่งแขนก็แล้ว ระบายลมออกจากปากก็แล้ว หันตัวสู้กะแอร์ สู้กะพัดลมเบอร์สามก็แล้ว โอย ทรมานเหลือจะกล่าว ขอบอกว่า เกือบตาย .. ณ วันนี้ แผลเริ่มยุบลงบ้าง แต่ก็ยังไม่อยากทานอะไรเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะทานข้าวต้มขาวกับไข่ต้ม ณ ตอนนี้ อาการร้อนวาบยังรู้สึกได้อยู่ตลอดเวลาครับ แต่ซาลง ไม่ต้องเต้นเท้าไม่ติดพื้นแล้ว ผิวหนังที่เป็น งูสวัด ตอนสัมผัสดู คล้ายๆ ผิวหนังชาครับ .. ขอบคุณนะครับที่มาเยี่ยมบล็อก ก็อยากจะไปปราจีน นครนายกเหมือนกัน เพราะบัดดี้-แก้ว เขาไป ป่านนี้ไม่รู้ว่าผมจะถูกเผาไปกี่กองแล้ว .. แล้วใครถ่ายรูปให้อาจารย์ล่ะ? คุณเน็ก14 ไม่ได้ไป ไม่รู้ว่าบัญญัติได้ไปด้วยหรือเปล่า?

โดย: yyswim วันที่: 23 มิถุนายน 2555 เวลา:20:57:56 น.
  

อ่านแล้วสงสารผู้หญิงและเด็ก ถูกกดขี่และถูกกระทำ

กลอนโบ(ราน) สไตล์สุนทรภู่ นัาสินขยันจังไม่สบายยัง

ทำงานหนักไม่ยอมพักผ่อน

อาการดีขึ้นหรือยังคะป่วยกายแต่ไม่ป่วยใจนะคะมีคนให้

กำลังใจเยอะ ทำสมาธิแล้วแผ่เมตตาไปให้ไวรัสด้วยต่าง

คนต่างอยู่ ขอให้โรคของท่านจงหาย ขอความสุขสวัสดี

ทั้งหลายจงมีแด่ท่านทุกเมื่อเทอญ

โดย: พรไม้หอม วันที่: 24 มิถุนายน 2555 เวลา:14:01:41 น.
  
สวัสดีค่ะ
อ่านจบแล้ว ไม่สดุดกับคำไม่สุภาพเลยค่ะ ก็ความรู้สึกเช่นนั้น คำสุภาพก็คงไม่ให้อรรถรสนะคะ
รูปภาพฝีมือคนไทยก็ช่างสวยงาม คมชัด ชอบถ่ายรูปเช่นกันค่ะ แต่ไม่มีพื้นความรู้เลย มีแต่ความชอบและใจรัก ถ่ายเก็บไว้มากมาย นำกลับมาย้อนดูมีแต่ควาสุขค่ะ
ขอให้ผ่านพ้นช่วงทรมานกายไวไวนะคะ

โดย: no1ne2 IP: 182.53.119.223 วันที่: 24 มิถุนายน 2555 เวลา:21:30:10 น.
  
ขอบคุณคุณno1ne2 ครับ นับวัน วันนี้เป็นลำดับวันที่ 16 .. ยาฆ่าตัวไวรัส ทานครบจำนวนตามที่หมอให้แล้ว หมอบอกว่าอาการวาบ วาบ ที่ยังมีอยู่ เกิดจากปลายเส้นประสาทถูกทำลาย หรือไม่แข็งแรง ตอนนี้อยู่ในระยะ ทานวิตามินบำรุงปลายเส้นประสาท
โดย: yyswim วันที่: 24 มิถุนายน 2555 เวลา:22:58:46 น.
  
พี่สินเป็นงูสวัดหรือคะ หายไวๆนะคะ โรคนี้ทรมานมาก พ่ออ้อยเคยเป็น อ้อยอยากเป็นแทนพ่อเลย ดูเขาเจ็บปวด ทรมาน นานมากกว่าจะหาย แต่พ่ออ้อยอายุมากแล้ว

พี่สินได้ยาดี ทานยาต่อเนื่องน่าจะหายในเร็ววัน เป็นกำลังใจให้พี่ค่ะ
โดย: Love At First Click วันที่: 25 มิถุนายน 2555 เวลา:13:49:58 น.
  
ขอบคุณน้องอ้อย ... ใช่ครับ เป็นงูสวัดจากไวรัสซึ่งแฝงปะปนอยู่ภายในร่างกาย ออกมาโจมตีปลายเส้นประสาทบริเวณเอว ในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ-นอนน้อย เป็นไวรัสคนละตัวกับเริม ยาที่ให้ก็ให้หนักกว่า คือ 800 Mg. กินครั้งละแคปซูล กินวันละ 5 ครั้งตามเวลาที่กำหนด .. ตอนที่รู้ว่าผมเป็นงูสวัด อ๊ะ ชิล ชิล ไม่รู้สึกเหลือบ่ากว่าแรง เพราะรู้ตัวเองดีว่าก็นอนน้อยมากจริงๆด้วย .. แต่พอกินยาจนครบ 12 วัน อาการที่ใครบอกว่าเจ็บนัก ก็รู้กันในตอนนี้ละ เกือบตาย สะบักสะบอม ผอมไปเลย .. มันเจ็บวาบวาบที่ใต้ผิวหนัง เจ็บต่อเนื่องเหมือนมีไฟช๊อตอยู่ใต้ผิวหนัง จะนอน-ไม่ได้ จะนั่ง-ไม่ได้ จะยืน-ก็ไม่ได้ ต้องกระโดด ร้องโอย โอย สะบัดแขน ลูบผิวหนัง ทำทุกอย่างให้ร่างกายผ่อนเจ็บลงบ้าง ..อาการเจ็บวาบวาบ เกิดขึ้นเวลาไม่แน่นอน กลางวัน กลางคืน ตอนเช้า ตอนเย็น เป็นได้ทุกเวลา แต่ร่างกายจะรู้สึกตัวก่อนว่าจะเจ็บอีกแล้ว เป็นต่อครั้งราว 5-10 นาที ณ วันนี้ แผลงูสวัดเริ่มแห้งแล้วแต่อาการเจ็บวาบวาบ ยังไม่หมด เภสัชกรบอกว่าต้องทนไปอีกสักพักหนึ่ง ให้วิตามินรักษาปลายเส้นประสาทที่ถูกโจมตีให้ฟื้นตัวแข็งแรงก็จะหายเป็นปกติ .. ตอนนี้ ไม่ใช่คนปกติ!! ห้าม เข้า ใกล้ แฮ่ แฮ่!!



โดย: yyswim วันที่: 25 มิถุนายน 2555 เวลา:20:28:14 น.
  
ประทับใจคะ ลืมขอ อนุญาติไปหลายภาพเลย นำไปเก็บไว้ดู มีความสุขใจ มากๆที่เข้ามาชม ขอบคุณนะคะ จากใจ
โดย: โรส IP: 110.77.205.162 วันที่: 26 มิถุนายน 2555 เวลา:11:53:34 น.
  
ขอขอบคุณคุณโรสครับ .. วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันสุนทรภู่ .. หลังจากองค์การยูเนสโกได้ประกาศยกย่องให้สุนทรภู่เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวรรณกรรมระดับโลก เมื่อปี พ.ศ. 2529 (ในโอกาสครบรอบ 200 ปีชาตกาล ของสุนทรภู่) ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 รัฐบาลไทย ได้จัดตั้งสถาบันสุนทรภู่ขึ้น และกำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี อันเป็นวันเกิดของสุนทรภู่ (26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 - พ.ศ. 2398) เป็น วันสุนทรภู่ จะมีการจัดงานรำลึกถึงสุนทรภู่ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ที่พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ วัดเทพธิดาราม กรุงเทพ, และที่จังหวัดระยอง รวมทั้งมีการประกวดแต่งกลอน ประกวดคำขวัญ และจัดนิทรรศการเกี่ยวกับสุนทรภู่ในโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ

ต้องการอ่าน ประวัติของสุนทรภู่ ความรู้ทักษะ ทัศนคติ แนวทางการประพันธ์ของสุนทรภู่ …ขอเชิญเปิดอ่านที่นี่



โดย: yyswim วันที่: 26 มิถุนายน 2555 เวลา:14:08:51 น.
  
สว้สดี่ค่ะ คุณสิน

อีกไม่นานก็หายแล้วค่ะ สู้ สู้้ นะคะ

newyorknurse


โดย: newyorknurse วันที่: 27 มิถุนายน 2555 เวลา:0:42:59 น.
  
ขอบคุณมากๆค่ะ ที่อุตส่าห์นำกลอนของดินหญ้าฯ มาเผนแพร่

ทำให้ได้ความคิดเห็นเพิ่ม และกำลังใจในการแต่งกลอนเพิ่มอีกเยอะเลยค่ะ ขอบคุณทุกๆท่านนะคะ

จาก ดินหญ้ากาช้ำ/กวีคลับ.คอม
โดย: ดินหญ้ากาช้ำ IP: 119.46.176.222 วันที่: 6 สิงหาคม 2555 เวลา:16:27:45 น.
  
ขอขอบคุณคุณดินหญ้ากาช้ำ .. ที่กรุณามาเยี่ยมบล็อกเล็กๆ .. คุณเขียนกลอนได้สุดยอดมากๆครับ ขอชมอย่างจริงใจ
โดย: yyswim วันที่: 6 สิงหาคม 2555 เวลา:21:41:11 น.
  
ต้องขอบคุณ yyswim เช่นกันค่ะ

ที่เห็นคุณค่ากลอนของดินหญ้าฯ

ขอบคุณจากใจจริงค่ะ
โดย: ดินหญ้ากาช้ำ IP: 119.46.176.222 วันที่: 8 สิงหาคม 2555 เวลา:8:54:58 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Yyswim.BlogGang.com

yyswim
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 40 คน [?]

บทความทั้งหมด