XX3MyYdiary Part 1
แปลกมาก  สามชวนผมไปกินมื้อเที่ยง  บอกว่า อยากให้ไป  เพื่อนเก่าชวนกินข้าว  ผมสงสัยจริงว่า  ใครนะ ทำให้สามยอมตื่นไปกินมื้อเที่ยงตามเวลาปกติได้
 
ผมไปถึงร้านก็เห็นสามนั่งอยู่ก่อนแล้ว  สามโบกไม้โบกมือเรียกผมให้ไปหา  แนะนำผมให้รู้จักแฟร์รี่  ถามแฟร์รี่ว่า  จำ xx ได้มั้ย  น่าจะเคยเห็นกันตอนเป็นเด็กฝึก  ยังไม่ทันได้คำตอบ  พนักงานก็ยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ 2 แก้ว  แก้วหนึ่งเป็นสมูทตี้อะไรสักอย่าง  อีกแก้วหนึ่งเป็นกาแฟใส่นม  แฟร์รี่ออกตัวว่า ไม่รู้ว่าจะมีเพื่อนมาด้วย  เลยไม่ได้สั่งเผื่อ  ตอนเด็กๆเคยเห็นสามกินนม  ตอนนี้ได้ข่าวว่าชอบกาแฟ  เลยสั่งเมนูนี่ให้  สามเลื่อนแก้วกาแฟไปวางข้างๆ  บอกว่าเขาชอบกาแฟ  แต่ไม่ชอบกาแฟใส่นม ไม่ชอบกาแฟใส่น้ำตาล  ขอสั่งใหม่ดีกว่า  สามสั่งอเมริกาโน่เย็น 1 ร้อน 1  พอพนักงานยกมาเสิร์ฟ  ผมเลื่อนแก้วกาแฟเย็นให้สาม  สามเลื่อนแก้วกาแฟร้อนให้ผม
 
แฟร์รี่เหมือนจะถามอะไรสามสักอย่าง  สามหันไปหา  ยิ้มกว้าง อวดฟันขาว  ผมก้มลงคนกาแฟในแก้ว  ไม่อยากเห็นสามยิ้มให้ใครแบบนี้เลย  นอกจาก...
 
แฟร์รี่กรีดนิ้วโชว์แหวนหลายวงที่สวมอยู่  เธอบอกว่าเป็นคอลเลคชั่นใหม่ของแบรนด์เธอเอง  สามมองๆแล้วจู่ๆก็ดึงมือผมไป  จับนิ้วให้เหยียดออก  ชี้ไปที่แหวนทองคำขาว  ประดับด้วยพลอยเม็ดจิ๋วๆเป็นตัวอักษร x เรียงกัน ที่ผมสวมนิ้วก้อย  เขาว่าเขาชอบแบบนี้  แบบที่มี x สาม ตัว  ผมว่า ผมฟังไม่ผิดหรอก  เขาเน้นเสียงที่คำว่า x สาม ตัว จริงๆ
 
สามโอบใหล่ผมแน่น  ตอนบอกลาแฟร์รี่ที่หน้าร้าน  บอกขอโทษแฟร์รี่ที่ไปเที่ยวต่อด้วยไม่ได้  เพราะมีงานต้องไปทำต่อกับผม  ผมไม่รู้ว่าสามจอดรถไว้ที่ไหน  แตเขาก็เดินตามมาเรื่อยๆจนถึงรถผม  ผมถามสามว่า โกหกทำไม  วันนี้ไม่มีงาน  เขาตอบยิ้มๆว่า  ก็ไม่อยากไปต่อด้วยนี่  ที่ยอมออกมากินข้าวด้วย  เพราะอยากให้แฟร์รี่เห็น  สามไม่ได้บอกว่าอยากให้แฟร์รี่เห็นอะไร  แต่ผมมองตาเขาตอนพูดประโยคนั้น  เห็นแววระยิบ  วิบวับ
แล้วจู่ๆความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้น  ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ผมไม่เคยรู้สึกกับสามมาก่อนเลย
ผมเขิน 
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
23 ก.ต.
สามตามมานอนบ้านผม...อีกแล้ว  วันก่อนก็บอกว่า  มีงานเช้ากลัวไปไม่ทัน  พรุ่งนี้ไม่ได้มีงานเช้า  แต่วันนี้ดึกแล้ว  ต้องขับรถอีกไกลกว่าจะถึงบ้าน  ขอค้างที่นี่ดีกว่า
พอถึงบ้าน  เข้าห้อง  สามบอกให้ผมรีบอาบน้ำ  จะได้เปิดแอร์  ผมอาบน้ำเพลินๆ อยู่ๆก็ได้ยินเสียงสามร้อง  เสียงของตก  ผมรีบนุ่งผ้าเช็ดตัว  เปิดประตูห้องน้ำออกมา  ก็เห็นกรรไกรตกอยู่ที่พื้น  ใกล้ๆเท้าสามที่ยืนกุมมือตัวเองอยู่  ผมตกใจรีบพุ่งไปหาสาม  ละล่ำละลักถามว่า โดนอะไร ตรงไหน เลือดออกมั้ย  เจ็บตรงไหน  ถามพลาง  ผมก็จับมือสามพลิกหน้า  พลิกหลัง  ไล่ดูทีละนิ้ว  ทั้งมือซ้าย  มือขวา  ไม่มีรอย  ไม่มีแผล  ไม่มีเลือด  ไม่มีอะไรเลย
เล่นอะไรเนี่ย  ผมเงยหน้าขึ้นดุสาม  หน้าเขาอยู่ห่างไปแค่คืบ  ยิ้มแบบนั้นอีกแล้ว  หัวใจผมเต้นแรงจนกลัวว่าสามจะได้ยิน  จะเอามือมาลูบปลอบใจให้เต้นช้าลงหน่อยก็ทำไม่ได้  เพราะสามจับมือผมอยู่
ไม่ทันได้ต้งตัว  สามก็กระตุกผ้าเช็ดตัวผมออก  สะบัดผ้าพันรอบตัวเรา 2 คน  ผ้านั้นรั้งตัวผมให้ชิดสามเข้าไปอีก....ไม่นะ
“เล่นอะไรเนี่ย  ปล่อย  พื้นเปียกหมดแล้ว”
“ใช่  เปียกหมดแล้ว”  สามใช้ปลายนิ้วเขี่ยปอยผมชื้นๆที่ตกมาระหน้าผากผม
เฮ้ย!!! ผมอุทานในใจ  แต่สามไวกว่า  คว้าผ้าไว้ได้ก่อนจะหล่นพื้น  พันไว้รอบตัวผมเหมือนเดิม  จับไหล่ผมกลับหลังหัน  ดันให้ผมเดินเข้าห้องน้ำ  ถึงประตูห้องน้ำ  เขากระซิบเบาๆอยู่ข้างหลังผมว่า  เปิดน้ำเย็นรดหน้าเยอะๆนะ  หน้าแดงมาก  ผมรีบปิดประตูห้องน้ำ  ได้ยินเสียงสามร้องเพลงแว่วๆ  You make me feel brand new cause I’m in love with you….ตามด้วยเสียงประตูห้องปิด
 
ผมหลับไปแล้ว  ตอนที่สามเปิดประตูห้องเข้ามา ย่องเบาๆไปอาบน้ำ  แป๊บเดียวก็มาล้มตัวลงนอนข้างผม  ไม่บอกก็เดาออกว่า ความเร็วขนาดนี้  สามคงไม่ได้ทาครีมอีกแล้ว  ขี้เกียจไม่เลิก  ผมนึกอย่ากทาครีมให้เสียเอง  แต่พอเปิดโทศัพท์ดูนาฬิกา  ก็เห็นว่า จะตี 1 แล้ว  ผมวางโทรศัพท์  หลับตา  แต่...สามนอนอยู่ข้างๆ  และแววตาสาม  ยังก่อกวนอยู่ข้างในตัวผม  เสียงลมหายใจยาวสม่ำเสมอ  สามคงหลับแล้ว  ผมพลิกตัวนอนตะแคงมองสาม  หลับตานิ่งๆอย่างนี้  ไม่เหลือเค้าคนขี้แกล้งไว้เลย  แล้วโดยไม่รู้ตัว  ผมก็เอานิ้วไปเขี่ยแก้มเขาเล่น
สามกะพริบตาถี่ๆ 2-3 ครั้ง  หลับตาลงพึมพำถามเบาๆว่า ชอบมั้ย  ผมตกใจรีบพลิกตัวกลับหันหลังให้สาม  ตอบเสียงค่อยยิ่งกว่าว่า จะให้ชอบอะไรเล่า  สามกอดผมจากด้านหลัง  วางมือลงบนอกผม  ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดอยู่ที่ตนคอ  เขาพึมพำกับไหล่ผมว่า  นี่ไง  ชอบมั้ย
ผมไม่รู้  สามคงหลับ คงละเมอ  มันคงไม่ได้มีความหมายอะไร  ผมอยากผลักสามออก  เพื่อนกันไม่ชอบกันแบบนี้  แต่....
ในสภาวะอันอบอุ่น แสนสบายนั้น  กระแสเลือดที่ไหลเวียนไปทั่วตัวผม  อวัยวะทุกส่วนในร่างกายผม  ร่ำร้องบอกว่า  อย่าปล่อยให้สิ่งนั้นจากไป  ผมวางมือทาบลงบนมือเขา  หลับตาลง  ความรู้สึกภายในท่วมท้นจนผมต้องยอมรับกับตัวเองจริงๆว่  ผมรักเขา  ผมรักสาม  รักอย่างคนที่จะเคียงคู่กับไปตลอดกาล  ผมนอนนิ่งอยู่ในท่านั้น  ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียว  ผมกลัว  กลัวว่าแม้แค่หายใจแรงไป  ความอ่อนหวานนี้  จะหายไปเหมือนฟองสบู่แตก
 
วันต่อมา  สามลงมาข้างล่างเกือบเที่ยงแล้ว  ได้ยินเสียงมาก่อนตัว อ้อนหม่าม๊าผมให้หาข้าวให้กิน  สามทักผมคำนึงแล้วเดินเลยไปที่โต๊ะกินข้าว  ไม่มีท่าที  ไม่มีแววตา
ผมนอนจับมือเขาจริง  ผมรู้สึกรักเขาจริง  คงมีแต่ความรู้สึกสาเท่านั้นที่ไม่จริง  ไม่จริงเลย

v*************************************************************************************************



Create Date : 31 กรกฎาคม 2564
Last Update : 21 ตุลาคม 2564 21:16:28 น.
Counter : 272 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
: แบกความรุ่มร้อน : กะว่าก๋า
(22 พ.ย. 2564 05:54:06 น.)
: ชะตากรรม : กะว่าก๋า
(20 พ.ย. 2564 05:49:29 น.)
:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 290 :: กะว่าก๋า
(19 พ.ย. 2564 06:07:26 น.)
ดาวประกาย : ก.ศยามานนท์ สามปอยหลวง
(18 พ.ย. 2564 08:47:04 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Wallaya.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



วัลยา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]