XX3MyYdiary Part 11
9 ต.ค.
สามรักผม  ผมรักสาม  เรารักกันครับ
รู้สึกดีเหลือเกินที่มีโอกาสได้พูดคำนี้  แม้ว่าผมจะไม่รู้ว่า  จะพูดมันได้อีกนานแค่ไหน
 
ก่อนถึงวันที่ต้องไปเจอพี่วิน  ผมแทบไม่มีสมาธิกับการซ้อมเลย  เพราะหันไปทีไรก็เจอแต่แววตาหม่นๆชองสาม  เขาเต้นไม่ถูกสักที  จนโดนครูสอนเต้นดุไปหลายหน  ผมเลยขอพักซ้อม  จับมือสามพาไปคุยกันในห้องแต่งตัว
ผมกอดสาม  พูดข้างๆหูเขาว่า  ที่อยู่กับเราตอนนี้คือการซ้อม  เรื่องอื่นวางไว้ก่อน  ไม่ต้องกลัว  ไม่ว่าอะไรจะเกิด  ผมรักคุณนะ
เขาจูบแก้มผม  แต่แววตาหม่นๆก็ยังไม่หาย
อรุณสวัสดิ์กับเช้าที่สดใสครับ คุณสาม ผมพูด
อรุณสวีสดิ์กับเช้าที่สดใสครับ คุณXX เขาพูด
อรุณสวัสดิ์กับเช้าที่สดใสครับ คุณสาม  ผมพูดซ้ำ
อรุณสวัสดิ์กับเช้าที่สดใสครับ คุณXX  สามพูดอีก
ผมพูดประโยคเดิมอีกเป็นครั้งที่สาม  คราวนี้สามพูดไปหัวเราะไป  แววตาหม่นๆหายไปแล้ว
ค่อยยังชั่ว  สามของผมกลับมาแล้ว
เรากลับออกไปซ้อม  ซ้อมเพื่อคอนเสิร์ต  ที่อาจจะเป็นคอนเสิร์ตสุดท้ายในชีวิตเราก็ได้
 
ถึงวันนัด  ผมกับสามไปถึงบริษ้ทแต่เช้า  สามซึ่งปกติก็อยู่นิ่งๆไม่ค่อยได้อยู่แล้ว  วันนี้เดินวนไปวนมารอบๆโต๊ะที่เรานั่งกินกาแฟกัน  จนผมเริ่มเวียนหัว  ต้องดุให้เขาหยุดเดิน  ผมเอากระดาษที่มีเนื้อเพลงที่เราจะซ้อมวันนี้ออกมากาง หยิบดินสอ ปากกามาวาง   ยังมีเวลาอีกสักพักกว่าพี่วินจะมา  อันที่จริง  ผมก็ตื่นเต้นพอๆกับเขานั่นแหละ  ผมแค่พยายามควบคุมตัวเองอยู่  ส่วนสาม วันนี้เขาดูควบคุมตัวเองไม่ได้เลย  เขานั่งลงตรงข้ามผม  เคาะนิ้วกับกับช้อนบ้าง แก้วกาแฟบ้างเดี๋ยวก็เอาดินสอไปกลิ้งเล่น  เอาปากกามาหมุนรอบนิ้ว
สามเริ่มเอาด้ามปากกาเคาะกับขอบโต๊ะ ทำท่าเหมือนตีกลอง  และกำลังจะเอื้อมมาหยิบดินสอเล่มโปรดของผม  ผมจับมือสาม กดเบาๆให้มือสามแนบโต๊ะ  ผมลูบมือเขาไปมาเบาๆ  เขาบอกผมเสียงอ่อยๆว่า เขาตื่นเต้น  ผมบอกเขาว่า ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  ผมรู้แต่ว่า   ผมรักเขา
 
วันนั้นพี่วินพูดกับเราหลายเรื่อง  แต่ผมจับใจความอะไรไม่ได้เท่าไหร่เลย  เพราะผมหูอื้อไปต้งแต่ได้ยินพี่วินพูดว่า  รักกันชอบกัน พี่ก็ไม่ว่าอะไร  แต่ทำไมต้องไปจูบกันข้างถนน
พี่วินบอกว่า นักข่าวที่เราต้องเจอในวันแถลงข่าวงานคอนเสิร์ต  พี่วินจะจัดการไม่ให้เขาถามเรื่องรูป  พี่วินห้ามเราไปไหนมาไหนด้วยกัน ยกเว้นมาบริษัท  อย่างน้อยก็จนกว่าจะจบคอนเสิร์ต  พี่วินไม่อยากให้กลายเป็นว่า เราสร้างเรื่องเพราะเราอยากสร้างกระแสให้คนมาสนใจคอนเสิร์ต  และไม่แน่ใจด้วยว่า  ถ้าเปิดเผยไปตอนนี้  กระแสตอบกลับจะเป็นยังไง  เพราะฉะนั้น  เราจะเปิดเรื่องนี้กันหลัง่จากนั้น
ผมกับสามถามพี่วินพร้อมกันแบบไม่ได้นัดว่า  เปิดได้เหรอครับ
พี่วินบอกว่า เราเป็นศิลปิน  เราเป็นผู้ส่งความสุข  เราเองต้องมีความสุขก่อน  ถึงจะส่งต่อความสุขให้คนอื่นได้  ก็อาจมีคนไม่ชอบความจริงนี้  แต่โกหกเขา เขาก็คงไม่ชอบเหมือนกัน
พี่วินบอกให้เราโฟกัสกับการซ้อมให้มากๆ  อย่าเสียสมาธิอีก  ที่สำคัญ อย่าลืมว่า เราคือวง เราคือทีม  ไม่ใช่พ่อแม่ลูก  น้ำนิ่งเขาเด็กกว่าเพื่อน  ช่วยกันดูน้องด้วย  อย่าเอาแต่ดูกันเอง
ผมไม่รู้จริงๆว่า จะขอบคุณพี่วินยังไงดี  พี่วินยอมเสี่ยงกับพวกเรามาหลายครั้งแล้ว  ครั้งนี้ก็ด้วย
วันนั้นผมกลับถึงบ้านก็ดึกแล้ว  แต่หม่าม๋ายังคอยอยู่  หม่าม๊าฝากให้เอาขนมที่หม่าม๊าทำให้สาม  หน้ากล่องเขียนว่า รับขวัญลูกสะใภ้ จุ๊บ จุ๊บ
ผมโวยวายลั่นบ้าน กลบเกลื่อนความตกใจและอาการเขิน  หม่าม๊าหัวเราะกิ๊กกั๊ก  บอกว่า ที่จริงก็รู้แล้ว  แครอให้มาบอก  แต่พี่วินมาบอกก่อน  พี่วินอยากให้เราเปิดเผยกับทุกคนโดยเฉพาะกับคนในบ้าน  ผมถามว่า ผิดหวังมั้ย  หม่าม๊าถามผมกลับว่า ทำไมต้องผิดหวัง  ลูกแค่มีความรีก  ไม่ได้ทำอะไรผิด  ผมโผกอดหม่าม๊า  น้ำตาไหลจนหน้าเลอะไปหมด  หม่าม๊าขยี้หัวผม  พูดขำๆว่า โตจนมีแฟนแล้ว  ยังจะร้องไห้เหมือนเด็ก
 
เวลาเหลืออีกไม่มาก ที่เราต้องทำคือ ซ้อม ซ้อม และ ซ้อม  ผมเหนื่อย  เจ็บขา  นอนไม่พอ  แต่ผมก็ยังอยากทำ  ผมเริ่มต้นมาจากตรงไหน  กว่าจะมาได้ถึงวันนี้  ถ้าผมหยุด ผมแพ้ ความฝันก็จบ  เหนื่อยแค่ไหน  ผมก็สู้  สู้ครับ
 
ถึงวันจริง  ตอนที่พวกผมสแตนด์บายอยู่หลังเวที  เสียงเรียกชื่อวง  เรียกชื่อพวกเรา  เสียงพูดคุย  เสียงหัวเราะ  ป้ายไฟ  กำลังใจดีๆ  พลังงานจากทุกคนรอที่จะถาโถมเข้าใส่เรา  ผมจับมือสาม  หันไปพูดกับเขาว่า  ถ้านี่คือ ครั้งสุดท้ายของเรา
สามหันมามองผม  เปลวไฟลุกโชติช่วงอยู่ในตาเขา  ตอนที่เขาพูดว่า  งั้นก็ออกไปทำให้เต็มที่
น้ำนิ่งก้าวมายืนข้างๆเรา  พูดต่อว่า  แล้วเราจะไม่มีวันลืม
เรา 3 คน ประสานมือกัน  ตะโกนชื่อวงออกมาสุดเสียง  แล้วก้าวออกไปหน้าเวที
 
ผมแทบจำไม่ได้เลยว่า ผมทำอะไรไปบ้างบนเวที  ผมรู้แต่ว่า  นี่คือที่ของผม  นี่คือชีวิตที่ผมฝัน  นี่คือของขวัญจากการทุ่มเทของผม  ผมสนุก  และมีความสุขที่สุด  ที่เห็นทุกคนสนุกไปกับเรา   เสียงร้องตามเพลงของเรา ทำให้ผมลืมเจ็บขา  เสียงกรี๊ด  เสียงเชียรื  ทำให้ผมลืมเหนื่อย  ผมตอบแทนสุดยอดพลังงานที่ส่งมาให้พวกเรา ด้วยการแสดงที่ดีที่สุดแบบที่ผมไม่เคยทำได้
ตอนที่แฟนๆเข้ามา Hi Touch  มีหลายคนส่งการ์ดใบเล็กๆให้เรา  หลังงาน  เราเอามารวบรวมดูด้วยกัน  การ์ดพวกนั้นน่าจะมาจากที่เดียวกัน  น่าจะมีใครแจกให้เขียน  ในนั้นมีข้อความเขียนด้วยลายมือเหมือนกันทุกใบว่า  Be Happy, Be Yourself.  ตามด้วยลายเซ็นของเจ้าของลายมือ  เราเอาการ์ดพวกนั้น  แบ่งกันเอากลับบ้าน
มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆที่พวกเขาอยากให้เรามีความสุขในแบบที่เป็นตัวตนของเรา
ผมหลับตาภาวนาต่อหน้าการ์ดทั้งหมด  ขอให้คนเขียนเขาหมายถึง เรื่องของผมกับสามด้วย
 
หลังจากพี่วินอนุญาตแล้ว  เราก็ลงรูปเดียวกันในไอจีสตอรี่  พร้อมแคปชั่นว่า Coz I luv ya
และแท็คชื่อผมกับสาม เสร็จแล้วผมก็ปิดอุปกรณ์ทุกอย่างทั้งมือถือ ไอแพด โน๊ตบุ๊ค  พีซี
ผมหลับตาลงและหวังว่า เมื่อตื่นขึ้นมา  ความจริงคงไม่เลวร้ายเกินไปนัก



Create Date : 16 ตุลาคม 2564
Last Update : 16 ตุลาคม 2564 15:43:34 น.
Counter : 266 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
: ทำไป รู้ไป : กะว่าก๋า
(21 พ.ย. 2564 05:57:38 น.)
แนะนำเว็บไซต์ Examvify.com ให้บริการเกี่ยวกับระบบจัดการฐานข้อมูลข้อสอบและจัดสอบออนไลน์ beerz01
(21 พ.ย. 2564 20:20:51 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 290 กิ่งฟ้า
(22 พ.ย. 2564 00:21:29 น.)
คนละฟากฟ้า - บทที่ 42 ดอยสะเก็ด
(18 พ.ย. 2564 00:00:23 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Wallaya.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



วัลยา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]