ตะเข็บป่าห้วยขาแข้ง
ณ ดินแดนแห่งผืนป่าตะวันตก ที่ซึ่งได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก
ทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย บริเวณตะเข็บป่าห้วยขาแข้ง
ด้านทิศใต้ อาณาเขตส่วนหนึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี
ไม่น่าเชื่อว่านอกจากจะเป็นแหล่งนักปราชญ์ศิลปินพื้นบ้าน สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และการเกษตรแล้ว สุพรรณบุรียังมีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่รอการค้นหาเพื่อเรียนรู้และสัมผัสทั้งทิวเขา ไอหมอก ลำธาร น้ำตก และเถื่อนถ้ำ ท่ามกลางแมกไม้เบญจพรรณ ที่มีต้นสนสองใบขึ้นหนาแน่นบนยอดเขาสูง

โอกาสที่ได้ไปบุกป่าฝ่าดงเดินเลาะเลียบภูผาชมป่าสนสองใบในดินแดนแห่งนี้ เกิดขึ้นเมื่อคราวเดินทางยังหมู่บ้านกะเหรี่ยงตะเพินคี่ อ.ด่านช้าง
จ.สุพรรณบุรี ชุมชนกะเหรี่ยงที่มีเรื่องราววิถีชีวิตของคนกับป่าที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แม้ว่าสภาพบ้านเรือนอาจจะเริ่มผันแปรไปบ้าง
ค่าที่ชาวกะเหรี่ยงต้องเปิดบ้านต้อนรับแขกผู้มาเยือนที่เข้ามาบริจาคสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น พร้อมกับความปรารถนาที่จะเสพธรรมชาติ สูดโอโซนบริสุทธิ์ฟอกปอดมากกว่าสนใจไถ่ถามชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

แต่ทุกวันนี้พวกเขายังคงรักษาวิถีของชาวกะเหรี่ยง เด็กๆ หลายคนแต่งชุดกะเหรี่ยงไปโรงเรียน ชาวบ้านที่นี่เป็นกะเหรี่ยงด้ายเหลือง ซึ่งนับถือศาสนาพุทธ มีประเพณีสำคัญคือ พิธีไหว้จุฬามณี ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 5
ของทุกปี จุฬามณีถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธาของชาวกะเหรี่ยง เสมือนหนึ่งเป็นศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำด้วยไม้ไผ่เหลาปักไว้ที่ลานหมู่บ้านประดับตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์สวยงาม

ทุกๆ ปีจะมีกะเหรี่ยงในพื้นที่ใกล้เคียงจากกาญจนบุรี อุทัยธานี และราชบุรีมาร่วมชุมนุมทำพิธีนับพันคน และหมู่บ้านที่นี่ยังเป็นเขตปลอดอบายมุขและของมึนเมาทุกชนิด ห้ามเลี้ยงหมูและไก่ บริเวณรอบๆ หมู่บ้านมีลำธารและตาน้ำผุดตลอดทั้งปี ป่าไม้สมบูรณ์ สภาพอากาศทั่วไปเย็นสบายตลอดปี หน้าหนาวอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศา ห่างจากตัวหมู่บ้านเพียงเล็กน้อยจะพบน้ำตกตะเพินคี่น้อย-ใหญ่

ออกจากหมู่บ้านกะเหรี่ยง มุ่งหน้าสู่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติพุเตย บ้านป่าขี ซึ่งมีพื้นที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์ได้ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ ป่าสนสองใบ ซึ่งเป็นป่ามหัศจรรย์ เพราะเจริญเติบโตในภูเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 763 เมตรเท่านั้น สภาพป่าอุดมสมบูรณ์มากจนได้รับเลือกให้เป็นศูนย์เพาะพันธุ์ต้นกล้าสนสองใบในภาคกลาง บางต้นมีขนาดใหญ่วัดได้ 2-3 คนโอบ ขึ้นผสมกับป่าเบญจพรรณ

สถานที่แรกเป็นจุดชมวิว มองเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและเขื่อนกระเสียว เราสามารถนำรถขับเคลื่อนสี่ล้อเข้าไป หรือจะเดินขึ้นทดสอบพลังใจและกายก็ได้เช่นกัน ระหว่างทางจะพบศาลเลาด้า ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเครื่องบินเลาด้าแอร์ตกเมื่อปี 2534 จากนั้นก็จะถึงจุดเดินเท้าต่อเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินชมป่าสนสองใบไม่เกิน 1 ชั่วโมงจึงจะสิ้นสุดปลายทางที่มีต้นปรงโบราณอายุราว 200-300 ปี

ลักษณะของสนสองใบ ต้นที่อายุมากๆ มีความสูงโดยเฉลี่ย 35 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ต้นใดที่มีเรือนยอดไม่ติดกับต้นอื่นกิ่งก้านก็จะแผ่ขยายออกไปได้ไกลและคดโค้งสวยงามเหมือนว่ากำลังเดินป่าที่ภูกระดึง ส่วนเปลือกจะหนาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำมีพื้นผิวคล้ายหนังจระเข้ แตกเป็นร่องลึกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะใบจะยาวเป็นรูปเข็มอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ในแต่ละโคนใบจะมีอยู่ 2 ใบรวมกันจึงเรียกว่าสนสองใบ

ตลอดระยะทางได้เรียนรู้ระบบนิเวศและความงามของธรรมชาติ ด้วยเวลาที่มีอยู่จำกัดจึงต้องรีบกลับกรุงเทพฯ หน้าหนาวมาถึงเมื่อไหร่จะกลับไปนอนกางเต็นท์ชมดาวกลางเนินเขา สัมผัสสายหมอกและความหนาวเย็นของป่าตะวันตก โดยไม่ลืมที่จะตามหาเรื่องราววิถีชีวิตของกะเหรี่ยงตะเพินคี่อีกครั้ง




Create Date : 29 เมษายน 2551
Last Update : 5 พฤษภาคม 2551 18:18:39 น.
Counter : 439 Pageviews.

1 comments
กิจกรรม Photo Walk ภายใต้ โครงการ “ใต้ร่มพระบารมี 240 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” (2) สายหมอกและก้อนเมฆ
(19 พ.ค. 2565 15:44:18 น.)
akara hotel ถนนศรีอยุธยา ใกล้ airport link ราชปรารภ แมวเซาผู้น่าสงสาร
(19 พ.ค. 2565 10:23:42 น.)
ชวนเป็นเจ้าภาพบวชพระ บวชเณร และเที่ยวัด ไหว้พระ ตอนที่ 2 อาจารย์สุวิมล
(19 พ.ค. 2565 22:44:07 น.)
อลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11 โฉบเฉี่ยวอย่างมีสไตล์ เอาใจนักเดินทางรุ่นใหม่ Rinsa Yoyolive
(16 พ.ค. 2565 11:20:12 น.)
  


ที่นี่ยังไม่ได้ไปเที่ยวขอรับ อิอิ
โดย: คนสาธารณะ วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:42:53 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Voiceofangel.BlogGang.com

toyor
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]

บทความทั้งหมด