ธงชาติญี่ปุ่น





ธงฮิโนะมะรุ ใช้เป็นธงชาติและธงราชการ
อัตราส่วน: 2:3 ตามแบบที่กำหนดไว้
ในพระบรมราชโองการเลขที่ 127
ว่าด้วยเพลงชาติและธงชาติ
ลงวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2542





ธงพระจักรพรรดิญี่ปุ่น





ธงจักรพรรดินาวีญี่ปุ่น
(กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลในปัจจุบัน)
เป็นธงญี่ปุ่นที่รู้จักกันดีมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
สัดส่วน 2:3





ธงประจำกองทัพบกในสมเด็จพระจักรพรรดิ
(กองกำลังป้องกันตนเองทางภาคพื้นดินของญี่ปุ่นในปัจจุบัน)
สัดส่วน 8:9





ธงชาติญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น: 日本の国旗 Nipponnokokki ?) หรือรู้จักในชื่อ นิชโชกิ (ญี่ปุ่น: 日章旗 Nisshōki ธงพระอาทิตย์ ?) หรือชื่อ ฮิโนะมะรุ (ญี่ปุ่น: 日の丸 Hinomaru วงกลมดวงอาทิตย์ ?) เป็นธงประจำชาติของประเทศญี่ปุ่น

มีลักษณะเป็นธงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าพื้นสีขาว กึ่งกลางธงเป็นรูปวงกลมสีแดง หมายถึง พระอาทิตย์


ประวัติธงฮิโนะมะรุ

มีตำนานเล่าว่าธงฮิโนะมะรุ ถือกำเนิดขึ้นในระยะที่มองโกลรุกรานญี่ปุ่นช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 โดยพระภิกษุในพระพุทธศาสนารูปหนึ่ง ชื่อนิชิเร็น ได้คิดแบบธงพระอาทิตย์นึ้ขึ้นถวายสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น

ซึ่งเป็นที่นับถือจากชาวญี่ปุ่นว่า ทรงสืบเชื้อสายมาจากสุริยเทวีอามาเทราสุ

ในความจริงแล้ว เป็นที่รู้กันว่าสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ มีอยู่ในพัดญี่ปุ่นของพวกซามูไรช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 และใช้กันทั่วไปในธงรบของซามูไร ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 - 21 ซึ่งเป็นยุครณรัฐ (ยุคเซงโงะกุุ)

เมื่อประเทศญี่ปุ่นเปิดประเทศค้าขาย กับชาติตะวันตกในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2397 ธงฮิโนะมะรุ จึงเริ่มมีฐานะเป็นธงราชการที่ใช้ชักบนเรือญี่ปุ่นทั้งหมด

ต่อมาใน พ.ศ. 2411 ตรงกับรัชสมัยเมจิ ธงฮิโนะมะรุก็ได้รับการพิจารณาให้ใช้เป็นธงชาติในเชิงปฏิบัติ (de facto national flag) และมีการรับรองให้ใช้เป็นธงสำหรับเรือค้าขายของเอกชน (civil ensign) ตามพระบรมราชโองการเลขที่ 57 ลงวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2413

อย่างไรก็ตาม ธงนี้ก็ยังมิได้มีการรับรอง เป็นธงชาติอย่างเป็นทางการ ตราบจนวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2542 จึงได้มีพระบรมราชโองการเลขที่ 127 รับรองให้ใช้ธงฮิโนะมะรุเป็นธงชาติตามกฎหมาย

และกำหนดสัดส่วนธงไว้ว่า เป็นธงรูปสีเหลี่ยมผืนผ้า พื้นสีขาว กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน ตรงกลางเป็นรูปวงกลมสีแดง มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 3 ใน 5 ส่วน ตามความกว้างของธง


ธงพระอิสริยยศ

ธงพระจักรพรรดิญี่ปุ่นสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2412 เพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระจักรพรรดิ พระจักรพรรดินี และสมาชิกอื่นๆ ในพระราชวงศ์ตามธรรมเนียมสากล

ธงพระจักรพรรดิญี่ปุ่นแบบปัจจุบัน มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพื้นสีแดง กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน กลางเป็นตราพระราชลัญจกรดอกเบญจมาศสีทอง 16 กลีบ

ธงสำหรับพระจักรพรรดินีนั้น มีลักษณะคล้ายธงพระจักรพรรดิ หากแต่ที่ด้านปลายธงนั้นตัดชายเป็นรูปหางนกแซงแซว

ส่วนธงสำหรับมกุฎราชกุมารและพระวรชายา ใช้ธงแบบเดียวกับธงพระจักรพรรดิและธงพระจักรพรรดินีตามลำดับ

แต่ขนาดของดอกเบญจมาศ จะเล็กกว่าและจะมีกรอบสีขาวล้อมรอบรูปดอกเบญจมาศด้วย


ธงทหารที่สำคัญ

ธงทหารที่สำคัญของญี่ปุ่น และเป็นธงญี่ปุ่นที่รู้จักกันดีทั่วโลกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่ ธงจักรพรรดินาวีญี่ปุ่น ลักษณะคล้ายธงชาติ แต่ดวงกลมพระอาทิตย์นั้นค่อนมาทางต้นธง และเปล่งรัศมีสีแดง 16 แฉก ปลายรัศมีนั้นจดปลายธงทุกด้าน

ธงนี้ออกใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2432 และใช้มาจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายหลังได้นำกลับมาใช้อีกครั้งในฐานะธงของกองกำลังป้องกันตนเองทางน้ำ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2497

สำหรับคนที่อยู่นอกประเทศญี่ปุ่นแล้ว ล้วนมีความรู้สึกกับธงนี้ในแง่ลบ จากความรุนแรงที่กองทัพญี่ปุ่นก่อขึ้น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เคยต่อสู้ หรือถูกทารุณกรรมโดยทหารญี่ปุ่น และประเทศที่เคยถูกญี่ปุ่นยึดครอง

ธงอีกอย่างหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกันกับธงจักรพรรดินาวีญี่ปุ่น คือ ธงของกองกำลังป้องกันตนเองทางบก (Japan Ground Self-Defense Force) ธงนี้มีชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า "ธงฮะจิโจเคียวคุจิซึกิ" (Hachijō-Kyokujitsuki - 八条旭日旗) ลักษณะเป็นธงพื้นสีขาว มีรูปพระอาทิตย์เปล่งรัศมี 8 แฉกอยู่กลาง ขอบธงเป็นสีทอง


ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


สิริสวัสดิ์อาทิตยวาร สิริมานปรีดิ์ภิรมย์นะคะ



Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2554 13:17:12 น.
Counter : 14901 Pageviews.

0 comments
:: ปูรณฆฏะ :: กะว่าก๋า
(18 มี.ค. 2562 06:13:13 น.)
Anyone Who Had A Heart (Oldies) - Dionne Warwick ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(10 มี.ค. 2562 10:31:45 น.)
ชุดที่ 1 โอน่าจอมซ่าส์
(5 มี.ค. 2562 22:03:30 น.)
ทีวีอนิเม หน่วยผจญคนไฟลุก ประกาศผู้ที่มารับบทเป็น Joker iamZEON
(12 ก.พ. 2562 16:25:58 น.)

Vinitsiri.BlogGang.com

sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]

บทความทั้งหมด