ศรีลังกาบ้านมหัทธนา นูนา

อาทิตยวารสิริสวัสดิ์-สุมนัสสวัสดิ์สิริที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๒ ค่ะ


ศรีลังกา


เมื่อ พ.ศ. 1 หลังพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพาน เจ้าชายวิชัยได้เสด็จมาประเทศนี้ ซึ่งก่อนหน้ามีคนพื้นเมืองตั้งหลักฐานอยู่ก่อนแล้ว เจ้าชายวิชัยได้ปราบชาวพื้นเมืองแล้วครองราชย์ที่เมืองตัมพปัณณิ จนสิ้นพระชนม์ ไม่มีทายาทสื

พระอนุชาที่ครองเมืองสิงหบุรีจึงส่งเจ้าชายปัณทุวาสุเทพมาครองลังกา และได้อภิเษกกับเจ้าหญิงสุภัททกัจจนาจากอินเดีย ซึ่งเสด็จมาพร้อมเชษฐา 6 องค์จากตระกูลศากยวงศ์ ซึ่งได้ไปสร้างเมืองอยู่ที่ อนุราชคาม ทีฆายุคาม รามโณคาม โรหณคาม อุระเวลาคามและวิชิตคาม

ต่อมาภายหลังกษัตริย์องค์ที่ 5 ของลังกา พระนามว่า ปันฑุกาภัย ได้รวบรวมอาณาจักรลังกาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และสร้างเมืองหลวงชื่อเมืองอนุราชบุระ ที่มีฐูปรามา...

ก่อนที่พุทธศาสนาจะเดินทางมาสู่ลังกานั้น แต่เดิมมาลังกานับถือพวกเทวดา ยักษ์ ผี และพระเจ้าต่างๆ เช่นเดียวกับอินเดีย จนต่อมาพระเจ้าอโศกมหาราชได้ทำการสังคายนาพระไตรปิฏกครั้งที่สาม และให้ส่งพระสณทูตออกไปในดินแดนถึงเก้าประเทศ

ในการเผยแพร่พุทธศาสนาครั้งนั้น พระองค์จึงได้ส่งพระมหินท์เถระ ซึ่งเป็นพระโอรสของพระองค์ที่ออกผนวช นำพระพุทธศาสนาไปประดิษฐาน ณ. ศรีลังกา

เมื่อปี พ.ศ. 247 พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ กษัตริย์ของศรีลังกาขณะนั้นได้ออกล่าสัตว์ เห็นกวางทองตัวหนึ่งสวยงามมาก จึงติดตามไป แต่กวางทองหายไปอย่างลึกลับ แต่พบพระมหินท์เถระแทน จึงตรัสถามว่า และทรงทราบว่ามีสติปัญญา

แล้วพระมหินท์เถระก็ทรงแสดงธรรมหัตถิปโทปมสูตร เมื่อจบลงกษัตริย์เทวานัมปิยติสสะและข้าราชบริพานทั้งหลาย ก็ซาบซึ่งในรสพระธรรม พากันนุ่งขาวห่มขาว หลังจากนั้นพระพุทธศาสนาก็ตั้งมั่นในประเทศนี้ตลอดมา

ยุคโปลอนนะรุวะ (พ.ศ. 1599-1777) ได้เริ่มขึ้นไม่นานก็ย้ายเมืองหลวงอีก พุทธศาสนาซึ่งวางหลักไว้ดีแล้ว กาลเวลาล่วงเลยไปความหมายบางอย่างก็ผันแปรไป

ล่วงมาถึงสมัยพระเจ้าปรากรพาหุมหาราช (ปี พ.ศ.1708) จึงนิมนต์พระมหากัสสปะมหาเถระมาทำสังคายนาคัมภีร์พระพุทธศาสนา รวบรวมเข้าเป็นนิกายเดียวกัน

แต่ต่อมาเกือบสองร้อยปี นักล่าอาณานิคมชาวโปตุเกสเริ่มเข้ามา หลังจาก
วาสโกดากามา ได้เดินเรืออ้อมแหลมกู้ดโฮปมาอินเดียสำเร็จ เลยมาตั้งมั่นที่โคลัมโบและสร้างป้อมขึ้น

ปี พ.ศ. 2048 เกิดความแตกแยกในราชวงศ์ ในที่สุดปี พ.ศ. 2053 ชายฝั่งรอบเกาะลังกาเกือบทั้งหมดก็ตกเป็นของโปตุเกส และโปตุเกสได้ตั้งเมืองหลวงชื่อ มหานูวาระ หรือ แคนดี้ ขึ้น

โปตุเกสได้วางนโยบายเพื่อครอบงำชาวลังกาให้เลิกนับถือพุทธ โดยให้หันมานับถือคริสต์ ยุคดังกล่างศาสนาพุทธถูกย่ำยี กระทบกระเทือนอย่างหนัก พวกโปตุเกส ได้ทำลายถาวรวัตถุ โบสถ์วิหาร เจดีย์ พระพุทธรูปรวมทั้งต้นโพธิ์ บุคคลที่เคารพ พระสามเณรในที่ชุมนุม หากจับได้มีโทษถึงประหาร พระเณรที่บวชถูกบังคับให้สึก พวกที่เลื่อมใสจึงพากกันหลบหนีออกนอกเมืองไป

ต่อมาสมัยพระเจ้าวิมลธรรมสุริยะที่ 1 แห่งอาณาจักรแคนดี้ (พ.ศ. 2137-2147) ได้รวบรวมพวกสิงหลต่อสู้กับพวกโปตุเกศได้ชัยชนะ ด้วยความช่วยเหลือของฮอลันดา และเริ่มฟื้นฟูพระพุทธศาสนาขึ้นใหม่

เมืองแคนดี้ เป็นเมืองยุทธศาสตร์โดยมีภูเขาสลับซับซ้อนยากแก่การโจมตี พวกฝรั่งโปตุเกสจึงมีอิทธิพลอยู่แถวชายฝั่งทะเล ต่อมาฮอลันดาเข้าไป ชาวลังกาจึงอาศัยฮอลันดาขับไล่ปอร์ตุเกสออกไป

หลังจากนั้นชาวลังกาก็ไปคบกับอังกฤษให้ช่วยขับไล่ฮอลันดา อังกฤษขับไล่ฮอลันดาออกไปก็เลยครอบครองลังกา เอาเป็นเมืองขึ้นในที่สุด ลังกาตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สอง ลังกาจึงได้รับเอกราชและใช้ชื่อว่า ศรีลังกา

อนุราธปุระเมืองสำคัญ มีอ่างเก็บน้ำโบราณถึงสามแห่ง เมืองใหม่สร้างบนฝั่งของนุวาราเววะ อ่างเก็บน้ำที่มีเนื้อที่ถึงสามพันเอเคอร์ อ่างเก็บน้ำกาลาเววะมีเนื้อที่กว่าสี่พันเอเคอร์ สร้างโดยพระบรมราชโองการของพระเจ้าดธุเสนา มีคลองส่งน้ำยาวตั้งกว่าห้าสิบไมล์ ส่งน้ำไปที่อ่างกาลาเววะ

ซึ่งพระโอรสของพระองค์ คือพระเจ้ากัสสปะ ผู้ทรงสร้างสิคีริยา

สถาปัตยกรรมในอนุราธปุระเก่าแก่ที่สุด เพราะเป็นเมืองหลวงกว่าพันปี

มีบ่อพลอย ในนาที่เมืองรัตนปุระ ที่มีทรายระยิยระยับจับตา รัตนปุระ...เมืองแก้ว เป็นขุมทรัพย์ในดิน

ซัฟไฟร์ศรีลังกามีห้าสี คือ ขาว ชมพู ฟ้า เหลือง และน้ำเงินเข้ม


ราชาปิหิลละมาวาต้า คือชื่อพื้นเมืองของถนนบนภูเขาเลียบทะเลสาป อัปเปอร์ เลค โรด

พระเจ้าวิกรมาพาหุเป็นผู้สถาปนานครแคนดี้

วัดอัสกิริยา เป็นวัดแบบไทย โดยมีใบเสมาแบบวัดไทย ที่เจ้าคุณอุบาลีผู้มาต่อพระพุทธศาสนาในศรีลังกา สร้างขึ้น หลังจากโปรตุเกสทำลายจนย่อยยับ ทั้งประเทศเหลือเพียงเณรองค์เดียว

พระเจ้ากีรติ ราช สิงห องค์อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาได้ขึ้นครองราชย์ จึงทรงขอพระสงฆ์มายังศรีลังกา ท่านเจ้าคุณอุบาลี เริ่มวางรากฐานพุทธศาสนาอีกครั้ง บวชพระ เณรหลายร้อยรูป ตั้งนิกายสยามวงศ์ขึ้นเป็นครั้งแรก

เขาเก็บเสลี่ยงคานหามของท่านผูกโยงไว้บนหลังคา จีวรพระสงฆ์เมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน เย็บจากผ้าแพรสีเหลืองทองลายดอกบัวงามระยับ พัดยศปักลายไทยด้ามงาสลักละเอียดยิบ ย่ามสีเขียวเข้มทำด้วยผ้ากำมะหยี่ปักดิ้นเงินและทอง ลายประจำยามแบบไทยแท้ หม้อกรองน้ำ กับกลักใส่ใบมีดโกน บาตรสีเหลืองนวลสวยคล้ายเป็นเซรามิค

มีภาพวาดติดคู่กับพระบรมรูปของพระเจ้ากีรติ ราช สิงห กษัตริย์แคนดียันที่ทรงอาราธนาท่านมาฟื้นฟูศาสนา


ขอบคุณข้อมูลจาก..นูนา


สิริสวัสดิ์มงคลวาร - กมลมานรื่นรมณีย์ ที่มาอ่านค่ะ



Create Date : 22 สิงหาคม 2552
Last Update : 25 ตุลาคม 2552 12:20:36 น.
Counter : 712 Pageviews.

0 comments
🚘ป้อมพระจุล สมุทรปราการ 🚘 โอน่าจอมซ่าส์
(27 ก.ย. 2562 07:09:41 น.)
ลูกเป้ง โดย ช่างติ๋ว เชียงใหม่ (ทวีศักดิ์ สมวงค์) JinnyTent
(25 ก.ย. 2562 11:36:18 น.)
พระราชมณเฑียรภายในพระราชวังสถานมงคล สมาชิกหมายเลข 4665919
(24 ก.ย. 2562 15:19:08 น.)
❖ 7 เรื่องที่ควรรู้ เพื่อความอิ่มเอมใจเมื่อ ไปวัด Turtle Came to See Me
(22 ก.ย. 2562 08:18:11 น.)

Vinitsiri.BlogGang.com

sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]

บทความทั้งหมด