อินโดนีเซีย (Republik Indonesia)

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย








อินโดนีเซีย หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (ภาษาอินโดนิเซีย:Republik Indonesia)เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างคาบสมุทรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปออสเตรเลีย และระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และแปซิฟิก

มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียว (อินโดนีเซีย: กาลิมันตัน), ประเทศปาปัวนิวกินีบนเกาะนิวกินี (อินโดนีเซีย: อิเรียน) และ ประเทศติมอร์ตะวันออกบนเกาะติมอร์

ประวัติศาสตร์

อินโดนีเซียประกอบด้วยหมู่เกาะที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาช้านาน แต่ต่อมาต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของเนเธอร์แลนด์อยู่นานประมาณ 300 ปี ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2485 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซีย และทำการขับไล่เนเธอร์แลนด์เจ้าอาณานิคมของอินโดนีเซียออกไปได้สำเร็จ

จึงทำให้ผู้นำอินโดนีเซียคนสำคัญ ๆ ในสมัยนั้นให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่น แต่ไม่ได้ให้ความไว้วางใจกับญี่ปุ่นมากนัก เพราะมีเหตุเคลือบแคลง คือ เมื่อมีผู้รักชาติชาวอินโดนีเซียจัดตั้งขบวนการต่าง ๆ ขึ้นมา ญี่ปุ่นจะขอเข้าร่วมควบคุมและดำเนินงานด้วย

เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามและประกาศยอมจำนนต่อฝ่ายพันธมิตร อินโดนีเซียได้ถือโอกาสประกาศเอกราชในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2488 แต่เนเธอร์แลนด์เจ้าอาณานิคมเดิมไม่ยอมรับการประกาศเอกราชของอินโดนีเซีย จึงยกกองทัพเข้าปราบปราม

ผลจากการสู้รบปรากฏว่า เนเธอร์แลนด์ไม่สามารถปราบปรามกองทัพของชาวอินโดนีเซียได้ อังกฤษซึ่งเป็นพันธมิตรกับเนเธอร์แลนด์จึงเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย เพื่อให้ยุติความขัดแย้งกัน โดยให้ทั้งสองฝ่ายลงนามในข้อตกลงลิงกัดยาติ (Linggadjati Agreement) เมื่อ พ.ศ. 2489

โดยเนเธอร์แลนด์ยอมรับอำนาจของรัฐบาลอินโดนีเซียในเกาะชวาและสุมาตรา ต่อมาภายหลัง เนเธอร์แลนด์ได้ละเมิดข้อตกลง โดยได้นำทหารเข้าโจมตีอินโดนีเซีย ทำให้ประเทศอื่น ๆ เช่นออสเตรเลีย และอินเดียได้ยื่นเรื่องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเข้าจัดการ

สหประชาชาติได้เข้าระงับข้อพิพาท โดยตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย ออสเตรเลีย เบลเยียม และสหรัฐอเมริกา เพื่อทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยประนีประนอม และได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิง

แต่เนเธอร์แลนด์ได้เข้าจับกุมผู้นำคนสำคัญของอินโดนีเซีย คือ ซูการ์โนและฮัตตาไปกักขัง ต่อมาทหารอินโดนีเซียนำตัวผู้นำทั้งสองออกมาได้ ในระยะนี้ทุกประเทศทั่วโลกต่างตำหนิการกระทำของเนเธอร์แลนด์อย่างยิ่ง และคณะมนตรีความมั่นคงได้กดดันให้เนเธอร์แลนด์มอบเอกราชแก่อินโดนีเซีย

ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2492 อินโดนีเซียได้รับเอกราช แต่ความยุ่งยากยังคงมีอยู่ เนื่องจากเนเธอร์แลนด์ไม่ยินยอมให้รวมดินแดนอิเรียนตะวันตกเข้ากับอินโดนีเซีย ทั้งสองฝ่ายจึงต่างเตรียมการจะสู้รบกันอีก

ผลที่สุด เนเธอร์แลนด์ก็ยอมโอนอำนาจให้สหประชาชาติ ควบคมดูแลดินแดนอิเรียนตะวันตก และให้ชาวอิเรียนตะวันตกแสดงประชามติว่าจะรวมกับอินโดนีเซียหรือไม่ ผลการออกเสียงประชามติ ปรากฏว่าชาวอิเรียนตะวันตกส่วนใหญ่ต้องการรวมกับอินโดนีเซีย สหประชาชาติจึงโอนอิเรียนตะวันตกให้อยู่ในความปกครองของอินโดนีเซียเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2506

[แก้] การเมืองการปกครอง
ประเทศอินโดนีเซียมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและทำหน้าที่ปกครองประเทศ

การแบ่งเขตการปกครอง
ปัจจุบันประเทศอินโดนีเซียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 30 จังหวัด (provinces - propinsi-propinsi) 2 เขตพิเศษ* (special regions - daerah-daerah istimewa) และ 1 เขตนครหลวงพิเศษ** (special capital city district - daerah khusus ibukota) ได้แก่

เกาะสุมาตรา
จังหวัดอาเจะห์*
จังหวัดสุมาตราเหนือ
จังหวัดสุมาตราใต้
จังหวัดสุมาตราตะวันตก
จังหวัดรีเยา
จังหวัดเกาะรีเยา
จังหวัดจัมบี
จังหวัดบังกา-เบลีตุง
จังหวัดเบงกูลู
จังหวัดลัมปุง
เกาะชวา
จาการ์ตา**
จังหวัดชวากลาง
จังหวัดชวาตะวันออก
จังหวัดชวาตะวันตก
จังหวัดบันเตน
จังหวัดย็อกยาการ์ตา*
หมู่เกาะซุนดาน้อย
จังหวัดบาหลี
จังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก
จังหวัดนูซาเต็งการาตะวันตก
เกาะบอร์เนียว
จังหวัดกาลีมันตันกลาง
จังหวัดกาลีมันตันใต้
จังหวัดกาลีมันตันตะวันออก
จังหวัดกาลีมันตันตะวันตก
เกาะซูลาเวซี
จังหวัดโกรอนตาโล
จังหวัดซูลาเวซีเหนือ
จังหวัดซูลาเวซีกลาง
จังหวัดซูลาเวซีใต้
จังหวัดซูลาเวซีตะวันออกเฉียงใต้
จังหวัดซูลาเวซีตะวันตก
หมู่เกาะโมลุกกะ
จังหวัดมาลุกุ
จังหวัดมาลุกุเหนือ
เกาะปาปัว
จังหวัดปาปัว
จังหวัดอีเรียนจายาตะวันตก


ภูมิประเทศ ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ประกอบด้วยหมู่เกาะต่าง ๆ มีเกาะใหญ่น้อยเกือบ 18,000 เกาะ มีภูเขาสูงอยู่ตามเกาะต่าง ๆ โดยทั่วไปเทือกเขาที่มีความสูงมาก ตามบริเวณเขามักมีภูเขาไฟและมีที่ราบรอบเทือกเขาชายเกาะมีความสูงใกล้เคียงกับระดับน้ำทะเลทำให้มีที่ราบบางแห่งเต็มไปด้วยหนอง บึง ใช้ประโยชน์ไม่ได้

ภูมิอากาศ ลักษณะอากาศแบบศูนย์สูตรมีฝนตกชุกตลอดปี แต่อุณหภูมิไม่สูงมากนัก (ประมาณ 24-30 องสาเซลเซียส) เพราะพื้นที่เป็นเกาะจึงได้รับอิทธิพลจากทะเลอย่างเต็มที่

ทรัพยากรและเศรษฐกิจ
ป่าไม้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบ เป็นประเทศที่มีป่าไม้มากที่สุด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผลิตผลจากป่าไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้เนื้อแข็ง แร่ธาตุ แร่ธาตุที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมทำรายได้ให้กับ ประเทศมากที่สุด

อินโดนีเซียเป็นสมาชิกขององค์การประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็น สินค้าออก เกษตรกรรม มีการปลูกพืชแบบขั้นบันได พืชเศรษฐกิจ ได้แก่ข้าว ยาสูบ ข้าวโพด เครื่องเทศ ประมง ลักษณะภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะทำใหอินโดนีเซียสามารถจับสัตว์น้ำได้มาก อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การกลั่นน้ำมัน การต่อเรือ เป็นต้น

ประชากรและวัฒนธรรม

อินโดนีเซียมีประชากรประมาณ 234 ล้านคน (พ.ศ. 2549) ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ออสโตรนีเชียน และนับถือศาสนาอิสลาม

เชื้อชาติ
ชาวชวา 41.7% ชาวซุนดา 15.4% ชาวมาเลย์ 3.4% ชาวมาดูรีส 3.3% ชาวบาตัก 3% ชาวมินังกะเบา 2.7% ชาวเบตาวี 2.5% ชาวบูกิน 2.5% ชาวบันเทน 2.1% ชาวบันจารี 1.7% ชาวบาหลี 1.5% ชาวซาซะก์ 1.3% ชาวมากัสซาร์ 1% ชาวเชรีบอน 0.9% ชาวจีน 0.9% อื่นๆ 16.1%
ภาษา

ชาวอินโดนีเซียมีภาษาที่ใช้เป็นทางการมีรากฐานมาจากภาษามลายู เรียกว่า ภาษาบาฮาซาอินโดนิเซีย

ศาสนา
อินโดนีเซียมีมีศาสนาหลากหลาย โดย ศาสนาอิสลาม 87% ศาสนาคริสต์ 9.5% ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู 1.8% ศาสนาพุทธ 1.3%
ดูเพิ่มใน พุทธศาสนาในอินโดนีเซีย

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย
ประเทศไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีต่อกันมาโดยตลอด และให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อินโดนิเซียเป็นสมาชิกสมาคมอาเซียนเหมือนประเทศไทย และมีสำนักงานใหญ่ขององค์การอาเซียนตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ตามีประชากรมาก

บาหลี

บาหลีเป็นเกาะเกาะหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย ที่มีความสวยงามด้วยธรรมชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งได้สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลานับพันปี

มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก เช่น วัดและวัง ซึ่งมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ชายหาดที่สวยงามและขาวสะอาด รวมทั้งผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ และการดำเนินชีวิตของคนบาหลีด้วยวิธีการกสิกรรมแบบดั้งเดิม บาหลีกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทั่วโลกรู้จัก

ต้นศตวรรษที่ 20 บรรดาเหล่าศิลปินจากยุโรปได้เดินทางเข้ามาเที่ยวบาหลี ต่างหลงไหลในความงามตามธรรมชาติ กับวัฒนธรรมอันงดงามของบาหลี จึงได้ผลิตงานเขียนและภาพวาดไปเผยแพร่ในยุโรปทำให้ใครต่อใครอยากมาเยือนเกาะสวรรค์บนดินแห่งนี้

จึงไม่น่าแปลกใจที่ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกกว่า 1,000,000คนต่อปี เดินทางเข้ามาชมความงดงามทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของบาหลี กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีปริมาณสูงสุดคือออสเตรเลียและญี่ปุ่น

ภูมิศาสตร์

บาหลีคือหนึ่งในจำนวนเกาะกว่าหมื่นเกาะของอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะชวา มีฐานะเป็นรัฐมีผู้ปกครองของตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นเกาะสุดท้ายทางฝั่งตะวันออกที่มีสภาพแวดล้อมเป็นแบบป่าฝนของเอเชีย

บาหลีเป็นเกาะเล็กๆ ที่มีพื้นที่เพียง 5,620 ตารางกิโลเมตร บริเวณที่กว้างที่สุดมีระยะทาง 140 กิโลเมตรและบริเวณที่ยาวที่สุดก็เพียง 80 กิโลเมตรเท่านั้น

แต่ภูมิประเทศของบาหลีกลับมีความหลากหลายมาก พื้นที่ทางตอนกลางนั้นมีภูเขาไฟเป็นจุดสูงที่สุดของเกาะ และยังคุกกรุ่นอยู่คือภูเขาไฟกุหนุงอากุง (Gunung Agung) มีความสูงถึง 3,142 เมตร นอกจากภูเขาสูงแล้วยังมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมกับหาดทรายขาวละเอียดทอดยาวไปตามชายฝั่ง ทางตอนใต้เป็นแหล่งปลูกข้าวบนนาบันได และทางตอนเหนือปลูกกาแฟ เครื่องเทศ และต้นสลัก

ภูมิอากาศ

ลักษณะอากาศของบาหลีเป็นแบบป่าฝนร้อนชื้น อุณหภูมิค่อนข้างคงที่คือประมาณ 26 องศาเซลเซียส และจะมีลมมรสุมประจำปีที่ทำให้เกิดลมและฝนใช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคมซึ่งอากาศบริเวณภูเขาจะเย็นกว่าอากาศบริเวณชายทะเลประมาณ 5 องศาเซลเซียส

เวลาที่เหมาะสมในการไปเที่ยวคือระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายน แต่ควรระวังเรื่องที่พักเพราะเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวของชาวตะวันตก (โดยเฉพาะชาวออสเตรเลียที่นิยมมาเที่ยวบาหลีกันมาก) รวมทั้งช่วงวันหยุดคริสต์มาสและปีใหม่เนื่องจากที่พักจะมีราคาแพงกว่าปรกติและมักจะถูกจองล่วงหน้าจนเต็ม

บาหลีมีประชากรประมาณ 3,000,000 คนซึ่งดำรงชีวิตอยู่ด้วยกันแบบครอบครัวใหญ่ มีความรักและความหวงแหนในวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมที่ปฎิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ ดังจะเห็นได้จากการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังบาหลีปีละนับล้านคน

แต่วัฒนธรรมเดิมๆ ก็ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงทั้งการดำรงชีวิตแบบเรียบง่ายการทำกสิกรรม โดยเฉพาะการเพาะปลูกแบบขั้นบันได หรืออาชีพหัตถกรรมต่างๆ คือวิถีชีวิตที่ยังพบเห็นได้ทั่วไปในดินแดนแห่งนี้

ศาสนาประจำของชาวบาหลีคือศาสนาฮินดูที่เรียกว่า ฮินดูธรรม (Hindu Dharma) ซึ่งได้รับอิทธิพลจากชวา เป็นการผสมผสานกันระหว่างศาสนาฮินดูแบบที่นับถือพระศิวะเป็นใหญ่กับศาสนาพุทธซึ่งแพร่หลายเข้ามาก่อนหน้า

โดยหลักปฎิบัตินั้นได้มาจากปรัชญาอินเดีย ร่วมกับการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ตามความเชื่อท้องถิ่นการผสมผสานกันนี้เอง ทำให้ศาสนาฮินดูที่บาหลีแตกต่าจากฮินดูที่อินเดียไปมาก

ชาวบาหลีนั้นเชื่อในธรรมชาติว่ามีพลังและเชื่อในจิตวิญญาณว่าทุกๆ สิ่งจะมีวิญญาณสิงสถิตอยู่ นอกจากนี้ยังมีความนับถือในบรรพบุรุษและวิญญาณของผู้ล่วงลับ

เทศกาลและงานประเพณีต่างๆ ถือเป็นส่วนสำคัญในชีวิตคนบาหลี ทุกวัดจะมีงานฉลองทำบุญประจำปี (Odalan) อย่างน้อยปีละครั้ง โดยชาวบาหลีจะแต่งตัวแบบพื้นเมืองดั้งเดิมสวยงามแล้วจัดเครื่องไหว้เครื่องบูชาไปวัดกัน โดยฝ่ายหญิงจะเป็นคนทูนของไหว้ไว้บนศีรษะ

วันขึ้นปีใหม่ฮินดู นีเยปิ (Nyepi) เป็นวันที่ชาวบาหลีจะ “เข้าเงียบ” ไม่มีการประกอบกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น ไม่มีการเดินทางคมนาคม ไม่มีการก่อไฟหุงหาอาหาร และไม่มีการละเล่นบันเทิงสนุกสนานใดๆ โดยจะมีการทำบุญบูชาเทพต่างๆ กันตั้งแต่วันก่อนหน้า รวมทั้งมีการประกอบพิธีไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปจากบ้านที่อยู่อาศัย

วันกาลุงกัน (Galungam) เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองที่ธรรมะเอาชนะอธรรมได้ จะมีการตั้งเสาไม้ไผ่สูงตกแต่งด้วยทางมะพร้าวสานเป็นรูปต่างๆ สวยงามไว้หน้าบ้าน ตั้งศาลเพียงตาวางเครื่องไหว้สักการะสีสดใส ทั้งขนม ดอกไม้และผลไม้ที่ประตูบ้าน ให้บรรพบุรุษที่จะลงมาเยี่ยมจากสวรรค์ ช่วงเวลากาลุงกันจะนาน 10 วัน มีงานฉลองและพิธีทุกวัน

วันคูนิงกัน(Kuninggan) วันที่สิบสองของเทศกาล เป็นวันส่งวิญญาณบรรพบุรุษกลับสวรรค์จะมีการทำบุญให้ผู้ล่วงลับด้วย

วันสรัสวตี (Saraswati) เป็นวันฉลองเทวีแห่งความรู้และศิลปะ หรือพระสุรัสวดีที่เรารู้จักกันนั้นเองเป็นวันที่ทางวัดจะนำหนังสือธรรม ใบลาน จารึก และคัมภีร์พระเวทย์มาทำพิธีสักการบูชา

ส่วนงานพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนบาหลีคือ งานเผาศพ จะเป็นงานที่ผู้ร่วมขบวนแห่งศพแต่งกายงดงามมีสีสัน บริเวณที่จัดงานเผาศพจะทำเป็นรูปสัตว์แต่งสีปิดทองสวยงาม ถ้าผู้ตายมีตำแหน่งหน้าที่หรือยศศักดิ์สูง โลงรูปสัตว์ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นและหรูหรามากขึ้น

แม้ภาษาทางการของบาหลีคือภาษาอินโดนีเซียเช่นเดียวกับเมืองอื่นๆ ในประเทศ แต่ชาวบาหลีก็มีภาษาบาหลีเป็นของตัวเองซึ่งนอกจากจะพูดต่างกันแล้วยังมีตัวอักษรใช้เขียนของตนด้วย ภาษาบาหลีมี 3 ระดับ คือ แบบไม่เป็นทางการจะใช้พูดกับคนแปลกหน้า และราชาศัพท์ใช้กับราชวงศ์ชั้นสูงและนักบวช

คินตามณี (Kintamani) คือชื่อหมู่บ้านที่สวยงาม ได้ชื่อมาจากเมืองโบราณแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมปากปล่องภูเขาไฟกุนุง บาตูร์ มีทะเลสาบบาตูร์ และภูเขาไฟกุนุงบาตูร์ เป็นฉาก เป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งของบาหลี

กุนุงบาตูร์ (Gunung Batur) มีอายุกว่า 50,000 ปี เป็นภูเขาไฟบนเกาะบาหลี ที่ชาวบาหลีให้การสักการะบูชา นับว่าเป็นภูเขาไฟที่มหัศจรรย์ของโลก มีความสูง 1,717 เมตร เคยปะทุพ่นลาวาและเถ้าภูเขาไฟมาแล้วหลายครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการพ่นหินทรายสีดำกับควันไฟ

ขอขอบคุณวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


สิริสวัสดิ์มงคลวาร - สิริมานโชติฉายฉาน ที่มาอ่านค่ะ



Create Date : 19 กันยายน 2552
Last Update : 6 ธันวาคม 2552 13:24:13 น.
Counter : 4361 Pageviews.

0 comments
ฉินจิ๋นซี สมาชิกหมายเลข 4665919
(4 ต.ค. 2562 04:57:14 น.)
❀วิทยานิพนธ์ของ ไก่-ณฐพล บุญประกอบ คือสารคดี Come and See Turtle Came to See Me
(24 ก.ย. 2562 17:39:16 น.)
🚘อนุสรณ์เรือหลวงประแส ระยอง🚘 โอน่าจอมซ่าส์
(19 ก.ย. 2562 00:11:53 น.)
Museum Siam : นิทรรศการสักสี สักศรี ก่อนรอยแห่งเกียรติจะลบเลือน ผู้ชายในสายลมหนาว
(12 ก.ย. 2562 16:19:27 น.)

Vinitsiri.BlogGang.com

sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]

บทความทั้งหมด