โคโซโว (Kosovo)

โคโซโว







Republika e Kosovës
เรพูบลีคา เอ คอซอเวิส
เซอร์เบีย: Република Косово Republika Kosovo
เรปูบลีคา คอซอวอ
สาธารณรัฐโคโซโว

เพลงชาติ: ยุโรป (Europe)

ตำแหน่งของคอซอวอในทวีปยุโรป
เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด) พริชตีนา
42°40′N 21°10′E
ภาษาราชการ ภาษาแอลเบเนียและภาษาเซอร์เบีย
รัฐบาล สาธารณรัฐ
- ประธานาธิบดี ฟัตมีร์ เซย์ดิว
- นายกรัฐมนตรี ฮาชิม ทาชี
ประกาศเอกราช1 จาก เซอร์เบีย
- ประกาศ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
เนื้อที่
- ทั้งหมด 10,887 กม.² (ลำดับที่ 166)
- พื้นน้ำ (%) ไม่มี
ประชากร
- 2007 ประมาณ 1.9 ล้าน (อันดับที่ 141)
- ความหนาแน่น 220/กม.² (อันดับที่ 55)
สกุลเงิน ยูโร2 (€) (EUR)
เขตเวลา CET (UTC+1)
- ฤดูร้อน (DST) CEST (UTC+2)
1การประกาศเอกราชได้รับการรับรองในระดับนานาชาติเพียงบางส่วน
2ดีนาร์เซอร์เบียใช้กันในเขตอาศัยของชาวเซิร์บและเขตนอร์ทคอซอวอ

คอซอวอ หรือ โคโซโว (Kosovo; ภาษาแอลเบเนีย: Kosova หรือ Kosovë; ภาษาเซอร์เบีย: Косово) เป็นภูมิภาคหนึ่งในคาบสมุทรบอลข่าน ติดกับประเทศเซอร์เบียทางทิศเหนือ มอนเตเนโกรทางตะวันตก แอลเบเนียและสาธารณรัฐมาซิโดเนียทางใต้

ไม่มีทางออกสู่ทะเล คอซอวอได้ประกาศเป็นรัฐเอกราชแบบเอกภาคีในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ใช้ชื่อว่า สาธารณรัฐคอซอวอ (Republic of Kosovo) มีการรับรองจากบางประเทศ ในขณะที่เซอร์เบียยังคงถือว่าคอซอวอเป็นจังหวัดปกครองพิเศษของตน

เมืองหลวงของคอซอวอคือพริชตีนา (Priština) จำนวนประชากรทั้งจังหวัดประมาณ 2 ล้าน 1 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์แอลเบเนีย (ร้อยละ 92) ชาวเซิร์บ (ร้อยละ 5.3) และมีชาวตุรกี ชาวบอสเนีย กลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ อีกเล็กน้อย (รวมกันร้อยละ 2.7)

คอซอวออยู่ภายใต้การบริหารของสหประชาชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ในขณะที่เอกราชของเซอร์เบียนั้นเป็นที่ยอมรับในประชาคมโลก โดยแท้จริงแล้ว การปกครองของเซอร์เบียมิได้ปรากฏในจังหวัดนี้เลย

องค์กรที่ปกครองคอซอวออยู่คือคณะทำงานสหประชาชาติในคอซอวอ (United Nations Mission in Kosovo: UNMIK) และสถาบันการปกครองตนเองชั่วคราวของท้องถิ่น (Provisional Institutions of Self-Government)

โดยมีกองกำลังคอซอวอ (Kosovo Force: KFOR) ภายใต้การนำขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เป็นผู้รักษาความมั่นคง

จังหวัดคอซอวอเป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองและดินแดนมานานระหว่างชาวเซอร์เบีย (ก่อนหน้านี้คือชาวยูโกสลาฟ) กับชาวแอลเบเนียซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัด

การเจรจาในระดับนานาชาติเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2549 เพื่อตัดสินสถานะสุดท้าย จากรายงานของสื่อแขนงต่าง ๆ คาดกันว่า การเจรจาจะนำมาซึ่งเอกราชของดินแดนแห่งนี้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 รัฐสภาของคอซอวอประกาศเอกราชของประเทศแต่เพียงฝ่ายเดียว


การออกเสียง

ชื่อ คอซอวอ นิยมใช้ในภาษาอังกฤษว่า Kosovo ซึ่งถอดรูปมาจาก Косово ออกเสียง /ˈkɔsɔvɔ/ (คอซอวอ) ในภาษาเซอร์เบีย ในขณะที่ภาษาแอลเบเนียใช้ชื่อว่า Kosova ออกเสียง /kɔˈsɔva/ (คอซอวา) ส่วนเว็บไซต์ของราชบัณฑิตยสถานได้ระบุชื่อในภาษาไทยไว้เป็น คอซอวอ


ประวัติศาสตร์

ดินแดนคอซอวอมีผู้อาศัยดั้งเดิมตั้งแต่ยุคสำริด คือชาวอิลลีเรีย เผ่าดาร์ดานี โดยที่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ระบุถึง ราชอาณาจักรดาร์ดาเนีย เมื่อ 400 ปีก่อนคริสตกาล ดินแดนคอซอวอถูกเรียกว่า ดาร์ดาเนีย มาจนถึงศตวรรษที่ 19

ต่อมาราว 100 ปีก่อนคริสตกาล ดาร์ดาเนียได้ตกอยู่ใต้การปกครองของโรมันและจักรวรรดิไบเซนไทน์ ชาวเซิร์บอพยพเข้ามาอยู่ในดินแดนนี้พร้อมคลื่นผู้อพยพกลุ่มต่างๆ ที่ทะยอยกันมาจากเทือกเขาอูราลเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 7-8 เพื่อมาตั้งรกรากในดินแดนภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป

และกระจัดกระจายกันออกไปในนามต่างๆ กันเช่น เซิร์บ โครแอท มาซีโดเนีย และสโลวีเนีย การอพยพเข้ามาของกลุ่มเหล่านี้ทำให้เกิดการปะทะกับเจ้าของดินแดนเดิม จนปี พ.ศ. 1749 ชาวเซิร์บจึงเข้ายึดครองดินแดนแถบคอซอวอได้

แต่ต่อมาก็ต้องเจอกับอำนาจที่เหนือกว่าคือจักรวรรดิมุสลิมออตโตมันเติร์ก ซึ่งได้เข้ายึดและปกครองดินแดนแถบนี้ 500 ปี เริ่มตั้งแต่สงครามคอซอวอ (พ.ศ. 1932) ไปจนถึง พ.ศ. 2455

หลังสงครามบอลข่านใน พ.ศ. 2455 เซอร์เบียก็เข้ายึดครองคอซอวอ และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของยูโกสลาเวียใน พ.ศ. 2461 จากนั้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศได้ถูกปกครองด้วยระบอบคสังคมนิยม (ไม่ขึ้นต่อสหภาพโซเวียต)

โดยมีนายพลติโต เป็นประธานาธิบดี และเมื่อระบอบคอมมิวนิสต์ล่มสลายในปี พ.ศ. 2532 รัฐต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นยูโกสลาเวียก็พากันแยกตัวเป็นประเทศอิสระ ได้แก่ สโลวีเนีย โครเอเชีย มาซิโดเนีย บอสเนีย มอนเตเนโกร

คอซอวอเองเจอปัญหาจากความคลั่งชาติของอาชญากรสงคราม สโลโบดัน มิโลเซวิช มาตั้งแต่ พ.ศ. 2533 จนกระทั่งเหตุการณ์ตึงเครียดสุดเมื่อเซอร์เบียส่งกองทัพเข้าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมในคอซอวอในปี พ.ศ. 2541 ทำให้นาโต ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

โดยส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด จนเซอร์เบียต้องยอมถอนทหาร และในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542 กองทหารนาโต 40,000 คนเข้ารักษาความมั่นคงในคอซอวอ เป็นการยุติบทบาทของเซอร์เบียในคอซอวอ ทำให้ตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา คอซอวอจึงเป็นแคว้นหนึ่งของเซอร์เบียเพียงแต่ในนาม

ในขณะที่การบริหารงานทุกอย่างอยู่ภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ โดยมีโดยกองกำลังทหารของสหประชาชาติ นำโดยนาโต รักษาความปลอดภัยในประเทศ

ทั้งนี้ หลังจากรัฐสภาคอซอวอลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ ฮาชิม ทาซี นายกรัฐมนตรีคอซอวอ ได้ประกาศแยกคอซอวอออกจากเซอร์เบียเป็นประเทศอิสระ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 โดยมีประเทศหลักที่ให้การสนับสนุนการประกาศเอกราชของคอซอวอคือ สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป (EU)


การรับรองเอกราช

การประกาศเอกราชของคอซอวอ มีหลายประเทศให้การรับรองการประกาศเอกราช เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ตุรกี แอลเบเนีย เยอรมนี สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และอีกหลายประเทศ

ในขณะเดียวกัน มีหลายประเทศที่ประกาศชัดเจนว่า ไม่รับรองเอกราชของคอซอวอ นอกจากเซอร์เบียซึ่งเป็นคู่กรณีแล้ว มีรัสเซีย สเปน ไซปรัส และอีกหลายประเทศ


ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


อาทิตยวารสิริสวัสดิ์ โสมนัสวัฒนสิริค่ะ



Create Date : 06 ธันวาคม 2552
Last Update : 6 ธันวาคม 2552 12:35:27 น.
Counter : 2921 Pageviews.

0 comments
อินแจแปน : เรียนภาษาที่ญี่ปุ่น daasoube
(6 ต.ค. 2562 19:51:55 น.)
◐◑↔เป็นเรื่องน่าเศร้า "นกชนหิน"สัตว์หายากในแต่ละปีถูกฆ่าตายราว 6,000 ตัว สมาชิกหมายเลข 4149951
(4 ต.ค. 2562 05:54:33 น.)
วิธีเขียนบล็อกให้น่าสนใจ อาจารย์สุวิมล
(28 ก.ย. 2562 23:25:29 น.)
❀วิทยานิพนธ์ของ ไก่-ณฐพล บุญประกอบ คือสารคดี Come and See Turtle Came to See Me
(24 ก.ย. 2562 17:39:16 น.)

Vinitsiri.BlogGang.com

sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]

บทความทั้งหมด