การฝึกทักษะในด้านต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ลูกกลายเป็นเด็กฉลาด

                โดยทั่วไปเด็กแรกเกิดจนถึง 3 ขวบจะมีพัฒนาในด้านต่าง ๆ ได้ดีที่สุด มีการเรียนรู้จดจำได้ดี อยากรู้อยากลอง และสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงนาทีทองของพ่อแม่ที่อยากเลี้ยงลูกให้กลายเป็นเด็กฉลาด คอยส่งเสริมและฝึกทักษะเพิ่มเติมที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อย และควรจะเน้นทักษะในด้านต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ลูกน้อยกลายเป็นเด็กฉลาดขึ้น ซึ่งจะมีทักษะอะไรบ้างตามเรามาดูกันเลยค่ะ

                อยากให้ลูกเป็นเด็กฉลาด พ่อแม่ต้องเน้นฝึก 6 ทักษะนี้

1.การสัมผัสวัตถุต่าง ๆ
การที่ได้ฝึกทักษะการจับสัมผัสวัตถุต่าง ๆ พ่อแม่ไม่จำเป็นให้ลูกจับที่เป็นของแข็งเสมอไป อาจจะให้ลองของจำพวกของเหลวบ้าง เช่น เวลาอาบน้ำ พ่อแม่อาจลองให้ลูกได้สัมผัสทั้งน้ำอุ่น น้ำเย็น ให้เด็กได้รู้จักแยกแยะด้วยการสัมผัส ให้เขาได้รู้สึกถึงความแตกต่าง ถึงแม้ว่าสิ่งที่ตาเห็นจะเหมือนกัน แต่พอสัมผัสแล้วมันต่างกัน กิจกรรมอย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกได้ฝึกสัมผัสของที่หลากหลาย คือการพาออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ให้ลูกได้จับ ดิน หิน ทราย ใบไม้ ต้นไม้ โดยเฉพาะหินที่มีหลายรูปทรง เด็ก ๆ จะได้รู้ว่าสิ่งของที่แม้จะเป็นชนิดเดียวกัน ก็ไม่จำเป็นที่ต้องมีรูปร่างหรือรูปทรงที่เหมือนกันได้ หรือลองให้เขาวาดรูปสิ่งของที่สัมผัสลงในกระดาษ ว่าเด็ก ๆ ไปเจออะไรบ้างนอกบ้านมาบ้าง เพื่อฝึกคิดและสนุกกับการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ หรือจะเป็นการปั้นดินน้ำมัน แป้งโดว์ ซึ่งจะทำให้ได้ใช้จินตนาการอย่างสร้างสรรค์

2. ฝึกการมองเห็น
ทารกหลังจากคลอดออกมา เริ่มแรกจะมองเห็นไม่ชัด ระยะการมองเห็นก็จะใกล้ ๆ สีที่เห็นชัดที่สุดจะเป็นสีขาวกับดำ และจะเริ่มเห็นได้ไกลมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการมองเห็นที่ดีต้องเป็นของที่มีสีสันสดใส เพื่อดึงดูดความสนใจลูกน้อย โดยเฉพาะอย่างสีแดง เหลือง น้ำเงิน
ตัวช่วยในการฝึกก็ของเล่นต่าง ๆ  ตุ๊กตา หนังสือที่สีสันสดใส พ่อแม่อาจจะใช้สิ่งนี้เป็นกิจกรรมเล่นกับลูกได้ ถ้าลูกโตขึ้นมาหน่อยก็ควรให้ได้สนุกกับการวาดภาพ ระบายสี หรือเป็นการต่อจิ๊กซอว์

3. ด้านการฟัง
วิธีฝึกที่ง่ายที่สุด คือการพูดคุยกับลูกบ่อย ๆ เพราะลูกน้อยจะเกิดการจดจำของโทนเสียงสูง-ต่ำ คำศัพท์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะถ้าอยากให้ลูกพูดได้หลาย ๆ ภาษาก็ต้องเริ่มตั้งแต่เล็ก ๆ นี้แหละดีที่สุด แน่นอนว่าการสอนลูกหลาย ๆ ภาษาพร้อมกัน คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้ลูกเกิดความสับสน เด็กพูดช้าไปบ้าง แต่พอโตขึ้นหน่อย เด็กจะเริ่มแยกแยะได้ และจะพูดโต้ตอบกับเราได้เองค่ะ
ไม่เพียงแค่นั้น การใช้เสียงเพลงก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ลูกน้อยได้ฝึกการฟังที่ดีด้วย การร้องเพลง เล่นดนตรี ก็เช่นกัน เพราะจะทำให้เขาได้เข้าใจจังหวะเพลง การเคลื่อนไหวร่างกายให้เข้ากับจังหวะ

4. การรับรสต่าง ๆ
พ่อแม่ส่วนใหญ่จะเลือกอาหารที่ไม่ปรุงรสให้ลูกทาน ทำให้ลูก ๆ ชินกับรสชาติอาหารจืด ๆ บ้าง หรือรสตามธรรมมชาติบ้าง ๆ จริง ๆ แล้วอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงรสเป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกาย แต่พ่อแม่ก็ควรฝึกให้ลูกได้ลองกินอาหารในรสชาติอื่น ให้รู้ว่าแบบนี้เรียกว่าหวาน เค็ม เปรี้ยว ขมน่ะ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ลูกได้มีประสาทสัมผัสที่ดีอย่างแน่นอน

5. การรับรู้กลิ่น
เด็ก ๆ คงแยกแยะไม่ออกว่ากลิ่นนั้นกลิ่นนี้คืออะไร เหม็นหรือไม่เหม็น คงจะมีแต่ชอบหรือไม่ชอบเท่านั้น บางทีการที่ให้ลูกได้รับรู้กลิ่นก็จะทำให้เขาได้รู้จักการระวังตัว เช่น กลิ่นไหม้ ถ้าลูกได้กลิ่นแบบนี้เมื่อไหร่ในบ้าน แสดงว่าเป็นสัญญาณไม่ดีแล้ว หรือกลิ่นอาหารที่เหม็นเน่า แสดงว่าลูกไม่ควรกินมันน่ะ เดี๋ยวจะป่วย กลิ่นสารเคมีในบ้านจากน้ำยาล้างห้องน้ำ หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่จะบอกให้ลูกรู้ว่าอย่าสูดดมมันมากเกินไป
นอกจากนี้ การให้ลูกได้ลองดมกลิ่น  ดอกไม้ และผลไม้ชนิดต่าง ๆ จะทำให้เขาแยกแยะสิ่งเหล่านั้นได้ดี ซึ่งพ่อแม่อาจใช้การดมกลิ่นเป็นเกมก็ได้ เช่น เวลาที่คุณแม่ไปเลือกซื้ออาหารหรือของเข้าบ้าน ก็ลองหยิบจับผักหรือผลไม้บางชนิดให้ดม หรือจะนำมาเล่นเกมปิดตาทายชนิดผักและผลไม้กับลูกก็ได้

6. ฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรง
กล้อมเนื้อเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กทรงตัวได้ แถมยังหยิบจับอะไรก็สะดวกไปหมด กิจกรรมการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของร่างกายจะช่วยให้ลูกน้อยได้พัฒนาทักษะการทรงตัวที่ดี เช่น การคลาน วิ่ง เดินเร็ว การกระโดด ห้อยโหน ทั้งนี้จะเป็นตัวช่วยให้ลูกน้อยมีการเคลื่อนไหนร่างกายที่คล่องแคล่ว ว่องไว โดยพ่อแม่อาจใช้กีฬาเข้ามาช่วย เช่น ยิมนาสติก ว่ายน้ำ บัลเล่ต์ หรือเทควันโด เป็นต้น ไม่แน่เด็ก ๆ อาจกลายเป็นนักกีฬาคนเก่งมากความสามารถก็นะคะ

                สุดท้ายนี้อยากจะฝากถึงคุณพ่อ คุณแม่ ทุก ๆ ท่านว่าถ้าอยากให้ลูกน้อยเป็นเด็กฉลาดควรจะให้ลูกได้เรียนรู้กับสิ่งของรอบตัวมากกว่าการให้ลูกได้สัมผัสแต่กับจอมือถือ แน่นอนว่าลูก ๆ มักจะอยู่นิ่ง ๆ และอยู่นานกว่าเมื่อได้เล่นมือถือ แต่สิ่งนี้มันกลับทำให้ลูกไม่ได้พัฒนาทักษะอื่น ๆ ที่ควรจะเป็นไปตามวัย แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ พ่อแม่ต้องบอกลูกว่าควรทำกิจกรรมอื่นก่อนแล้วค่อยให้เล่น พร้อมทั้งตั้งกติกากับลูกว่าเล่นได้กี่นาที เพื่อไม่ให้ลูก ๆ งองแงเวลาที่พ่อแม่บอกให้ลูกเลิกเล่นมือถือค่ะ

#เด็กฉลาด



Create Date : 27 มีนาคม 2562
Last Update : 27 มีนาคม 2562 14:25:10 น.
Counter : 110 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ใบงาน สังคม+คณิตศาสตร์+ประวัติศาสตร์+ภาษาไทย+ภาษาอังกฤษ kae+aoe
(6 ธ.ค. 2562 08:28:59 น.)
++++ มามะมา พาลูกเที่ยว เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง นาโกย่า ชิราคาวาโกะ 8 วัน 7 คืน ++ ภาค 2 ++++ life for eat and travel
(5 ธ.ค. 2562 20:56:50 น.)
สอบ TEDET kae+aoe
(29 พ.ย. 2562 08:18:24 น.)
งานวันลอยกระทง kae+aoe
(21 พ.ย. 2562 08:11:17 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Updatenewss.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



สมาชิกหมายเลข 4738180
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด