วัดไหล่หินหลวง ... วัดพี่ของวัดพระธาตุลำปางหลวง


เช้าที่ 24 มกคราคม 2556 ออกจากโคราช








แวะทานข้าวมันไก่ที่ปากช่อง

แถวหลังโรงหนัง บอกทางไม่ถูก แต่อร่อยดี เห็นคนทานเยอะก็แวะมั่ง








นาข้าวแถวลพบุรี








ป่าแถวลำปางแห้ง ใบไม้ผลัดใบ กลายเป็นป่า see through








ถึงเถินราวบ่ายสอง จึงตั้ง gps คนดีไปวัดไหล่หินหลวง

เป็นคนดีเพราะวันนี้พาไปถูก








แค่แว่บแรกที่เห็น

วัดไหล่หิน

หรือ วัดเสลารัตนปัพพะตาราม (ไหล่หินหลวงแก้วช้างยืน)

ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ

หมู่ที่ 2 ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

สร้างปี พ.ศ. 218














ตำนานว่า

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าครั้งยังทรงอยู่ในเขตเชตวันวิหาร

ยามใกล้รุ่งวันหนึ่ง

พระองค์ทรงรำพึงว่าได้ตรัสรู้พระสัพพัญญูตญาณมาได้ 25 พรรษาแล้ว

และเมื่อมีพระชนมายุได้ 80 พรรษาก็จะได้เสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน

จึงอธิษฐานธาตุใด้ย่อย

เพื่อนำไปบรรจุไว้เป็นที่บูชา

เสมอเหมือนดังตถากตะยังทรงมีพระชนอยู่


พอพระองค์ดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้วได้ 218 ปี

พระศรีธรรมโศกราชบังเกิดศรัทธาอันแก่กล้าต่อบวรพระพุทธศาสนา

อยากจะสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

จำนวน 84,000 องค์พระธรรมขันธ์


พระสารีริกธาตุของพระพุทธองค์ดังกล่าวพบที่เมืองราชคฤห์นคร

แล้วพระองค์ก็อัญเชิญมาสู่เมืองปาตรีบุตรนคร

พระองค์ทรงแบ่งพระบรมสารีริกธาตุมอบให้พระเถระเจ้าทั้งสองพระองค์

คือ พระกุมารกัสสปะและพระเมฆิยะเถระเจ้า ท่านได้นำพระอัฐิของพระพุทธองค์

บรรทุกหลังช้างมาจากประเทศอินเดีย เพื่อนำไปบรรจุไว้ที่ วัดพระธาตุลำปางหลวง

พอขบวนอัญเชิญมาถึงม่อนหินแห่งนี้

ขบวนช้างเชือกนั้นก็ไม่ยอมเดินทางต่อ

ถึงเจ้าจะขับจะใสอย่างไร ช้างก็ไม่ยอมเดินทางต่อ อันเป็นเหตุที่น่าอัศจรรย์

จึงสร้างองค์พระเจดีย์องค์หนึ่งสูงสี่ศอก

และได้อัญเชิญพระอัฐิของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรจุเอาไว้ด้วย


พระอรหันต์ทั้งสองพระองค์ทรงทำนายพยากรณ์เอาไว้ว่า

สถานที่แห่งนี้จักได้ชื่อตามเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่า

"วัดเสลารัตนปัพพตาราม" (วัดไหล่หินหลวงแก้วช้างยืน)

เพื่อให้สมกับที่เป็นมาของวัด

แล้วพระอรหันต์ทั้งสองพระองค์พร้อมด้วยผู้คนที่ติดตามก็นำขบวนช้างไปได้ต่อ

และนำพระอัฐิของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปบรรจุไว้ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง

ท่านผู้เฒ่าผู้แก่เล่า สืบ ๆ กันมาว่า วัดไหล่หิน

เป็นพี่ของวัดพระธาตุลำปางหลวงเพราะว่าพระบรมธาตุ นำมาบรรจุทีหลัง








ราว จ.ศ. 1000 เศษ ... พ.ศ. 2181

( เป็นศักราชที่เริ่มเมื่อ พ.ศ. 1181 นับรอบปีตั้งแต่ 16 เมษายน ถึง 15 เมษายนกำหนดโดย พระยากาฬวรรณดิศ เมื่อคราวประชุมกษัตริย์ในล้านนา)

วัดนี้เป็นอารามเล็ก ๆ

มีสามเณรน้อยองค์หนึ่งได้เดินทางมาจากวัดหลวงป่าซางเมืองหริภุญชัย

ได้มาอาศัยร่วมกับสามเณรวัดนี้

เพราะบนศีรษะมีแต่โรคเรื้อรัง

ไม่มีใครจะสนใจและนับถือ

พระเณรในวัดเดียวกันที่โตกว่าก็ชอบรังแก

ไม่ชอบท่องบ่น เล่าเรียน เขียนอ่าน ตามสมภารวัดท่านสั่งเท่าไรนัก

ไม่เอาใจใส่มักเก็บตัวอยู่แต่ผู้เดียวปลีกตัวออกจากหมู่คณะ

จึงเป็นผู้สันโดษ ยินดีด้วยของมีอยู่ ใช้ผ้าจีวรสีคล้ำ และไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ


ครั้นใกล้เข้าฤดูเข้าพรรษา

พระอาจารย์ที่ท่านได้มอบธรรมใบลาน มหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์มหาพล

ให้ไปท่องเล่าเรียนเพื่อจะได้แสดงโปรดคณะศรัทธา

แต่สามเณรน้อยองค์นี้ก็หาได้ท่องบ่นเล่าเรียนไม่

คล้ายกับไม่สนใจใยดีอะไรเลยถึงกับ

ท่านอาจารย์ไม่พอใจหาว่าเป็นผู้เกียจคร้าน ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน

พอถึงวันเข้าพรรษาวันนั้นท่านอาจารย์ก็เรียกสามเณรน้อยองค์นั้นไปแสดงธรรม

เณรน้อยองค์นั้นเมื่อกราบพระรัตนตรัยและท่านอาจารย์แล้ว

ได้วางธรรมใบลานผูกนั้น ไว้หน้าพระประธาน

ตนเองก็ขึ้นไปนั่งบนธรรมาสน์ด้วยมือเปล่า แสดงโดยปฏิภาณปากเปล่า

ท่านอาจารย์ก็นึกสงสัย จึงหยิบธรรมใบลานผูกนั้นมาตรวจดูตามไปด้วย

พบว่าว่าสามเณรเทศนาได้ดีไม่มีผิดพลาดตลอดทั้งกัณฑ์

ท่านอาจารย์จึงเก็บธรรมใบลานทั้งหมดที่มีอยู่ในวัดมาตัดเชือกออกทุกผูกทุกกัณฑ์

กองปนกันเป็นกองเดียวกันแล้ว

ให้เณรน้อยเป็นผู้เรียงให้ได้เป็นผูกใดผูกนั้น

ปรากฏว่าสามเณรน้อยองค์นั้นเรียงได้เป็นอย่างดี

เสร็จเรียบร้อยไม่มีผิดพลาดให้เหมือนเดิมทุกอย่าง

จึงมีผู้เลื่อมใสในตัวสามเณรน้อย และมีผู้เกรงขามเลื่องลือในตัวท่าน




















จ.ศ. 1012 ... พ.ศ. 2193

ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เป็น "มหาเกสระปัญโญภิกขุ"

เป็นพระนักปฏิบัติ

มีความรู้แตกฉานสามารถแต่งและเขียนธรรม

เล่าลือว่าสามารถเหาะเบื้องบนหนอากาศได้

ได้ไปบิณฑบาต โปรดสัตว์ ยังที่ไกล ๆ ถึงเมืองเชียงตุง

อยู่มาวันหนึ่งเจ้าฟ้าเมืองเชียงตุง

สั่งให้เสนาอำมาตย์เอามะพร้าวลูกหนึ่งมาปลอกเปลือกออก

แล้วขูดให้เกลี้ยงแล้วผ่ากะลาออกเป็นสองซีกเก็บรักษาเอาไว้ซีกหนึ่ง

อีกซีกหนึ่งเอาไปใส่บาตรพระเถระเจ้า

ขณะเมื่อมาบิณฑบาตในตอนเช้าพร้อมกับนมัสการว่า

"ขออาราธนาพระคุณเจ้าฉันเนื้อมะพร้าวแล้วเก็บกะลาไว้ด้วย ข้าพเจ้าจะได้ไปรับเอากะลาทีหลัง "

จากนั้น อุบาสกไทยใหญ่ ได้สั่งให้บริวารออกติดตามหาวัดของพระเถระเจ้า

และกะลามะพร้าวเป็นเวลา 7 เดือน

ก็ได้พบวัดไหล่หินแห่งนี้

ถามท่านว่า "กะลามะพร้าวที่ท่านเจ้าฟ้าเชียงตุงได้ถวายพระคุณเจ้ามีอยู่หรือเปล่า"

ท่านตอบว่า ยังมีอยู่พร้อมกับหยิบกะลามะพร้าวออกมาจากใต้เตียงนอน

ยื่นให้เสนาอำมาตย์ของเจ้าฟ้าเชียงตุง

เมื่อเอาซีกกะลามะพร้าวของท่านพระมหาเกสระปัญโญและซีกของตนมาประกบดูก็ใช่คู่กันจริง














เจ้าฟ้าเมืองเชียงตุงจึงได้พาข้าทาสบริวารเดินทางมาทางจังหวัดเชียงราย

ได้ให้เสนาอำมาตย์ตัดไม้มันหมูมาเป็นเสาพระวิหาร

เป็นต้นที่อยู่ตรงหน้าพระประธานทางทิศใต้ต้นที่หนึ่ง

เดี๋ยวนี้ได้เอาปูนหล่อครอบ

เสาต้นนี้ปรากฏว่าเมื่อฝนจะตกน้ำจะท่วม

จะปรากฏว่ามีน้ำมันซึมออกมาให้เห็น

... หลวงพ่อหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก








หมดเรื่องเล่าแล้วมาดูซุ้มประตูโขงที่สวยงาม


















































วิหารที่สวยงาม




































































อันนี้ก็สวย




















โบสถ์ และระเบียงแก้ว








ปิดท้ายด้วย








ปล. คุณสายหมอกและก้อนเมฆเดาถูก เพราะตอนนี้อยู่เจียงใหม่เจ้า





Create Date : 25 มกราคม 2556
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2556 10:49:27 น.
Counter : 2192 Pageviews.

18 comments
ลำปาง - ตาก - นครสวรรค์ ... วันเดียว tuk-tuk@korat
(10 ต.ค. 2562 13:39:31 น.)
แกรนด์แคนยอนเกาะนางคำ ดินแดนแสนลึกลับที่เพิ่งถูกค้นพบ สมาชิกหมายเลข 5519446
(9 ต.ค. 2562 10:25:28 น.)
◐◑↔ก่อนออกพรรษา ประเพณีรับบัวโยนบัว ประเพณีประจำท้องถิ่น ของชาว บางพลี สมุทรปราการ สมาชิกหมายเลข 4149951
(9 ต.ค. 2562 05:02:06 น.)
Spectrum Lounge & Bar Rooftop เปิดใหม่ ใจกลางกรุง Rinsa Yoyolive
(7 ต.ค. 2562 16:20:10 น.)
  
ว้าวสาวได้เจิม วัดเก่าสวยมากค่ะ
โดย: sawkitty วันที่: 25 มกราคม 2556 เวลา:19:11:55 น.
  
อ่านไม่จบ วันนี้อ่านเยอะมากทั้งวัน
พรุ่งนี้มาอ่านต่อ ได้ความรู้ดี วันนี้ส่ง
กำลังใจก่อนเด้อ

***

ปูลู ไปดูบ้านเราจิ มีบางคนโดนพาดพิงเล็กๆ
โดย: คนบ้า(น)ป่า (nulaw.m ) วันที่: 25 มกราคม 2556 เวลา:21:48:08 น.
  
ซุ้มประตูโขงงามสมคำรำ่ลือจริงๆ

โดยรอบวัดเหมือนจะรกไปนิด
แต่จะเอาของเก่าหมดก็สงสารวัดเหมือนกัน
ต้องขอบคุณที่ยังเก็บไว้ให้พวกเราดู
ไม่งั้นคงเหมือนวัดพระธาตุลำปางหลวง
โดย: VET53 วันที่: 25 มกราคม 2556 เวลา:22:10:38 น.
  

โดย: Kavanich96 วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:5:05:15 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
nulaw.m Home & Gargen Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ปรัซซี่ วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:6:09:09 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ตุ๊ก

วัดนี้ก่งามครับ
รายละเอียดนั๊กขนาดเลยครับ







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:6:24:22 น.
  
ตามมาเที่ยวต่อค่า ภาพแรกสวยอ่ะ
เปิดภาพมา ข้าวมันไก่เลย
พรุ่งนี้ทำกินดีก่า
หาซื้อไม่มีอ่ะ เซงเนอะ
โดย: ลงสะพาน...เลี้ยวขวา วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:15:08:54 น.
  
วัดสวยค่ะ
โดย: เจ้าการะเกด วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:16:36:20 น.
  
แวะมาเยี่ยมยามค่ำ...สวัสดีครับ

ตามไปเที่ยวชมด้วย ภาพสวย บรรยายประกอบเยี่ยม Like ครับ
โดย: **mp5** วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:20:10:31 น.
  
ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺติ นกฺขตฺตราชาริว ตารกานํ
สีลํ สิรี จาปิ สตญฺจ ธมฺโม อนฺวายิกา ปญฺญวโต ภวนฺติ

คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาประเสริฐ
เหมือนพระจันทร์ ประเสริฐกว่าดาวทั้งหลาย
แม้ศีลสิริและธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไปตามผู้มีปัญญา

หมั่นเจริญสติเพื่อปัญญาณ ตลอดไป...นะคะ



วันนี้มาดึกหน่อย...นะคะ

วันนี้อีกเหมือนกัน ไปทำบุญที่ปราจีนบุรีมา
น้อมนำผลบุญมากฝากส่งให้คุณตุ๊กมีความสุขมาก ๆ นะคะ

ฝันดี ราตรีสวัสดิ์....ค่ะ

ป.ล. วัดนี้ดูเก่า สวยแบบโบราณ น่าสนใจมากเลยค่ะ
อยู่ใกล้ ๆ ปอป้าคงต้องตามไปชมแน่ ๆ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:21:54:34 น.
  
แวะมาย้อนเวลานึกถึงความหลัง41ปีมาแล้ว(2515)
ได้ไปฝึกงานในหมู่บ้านสันบุญเรือง อ.เกาะคาจ.ลำปาง
ก่อนจบปริยยา มีหมอเป็นหัวหน้าทีม นอนที่บ้านชาวบ้านเลย ปีนั้นหนาวมาก ในทีมมีสาวพยาบาลด้วย
จีบอยู่ตลอด ไม่ได้ผล แถมดึกๆไอ้หนุ่มในหมู่บ้าน
มายิงปืนหน้าบ้านพัก(ขู่ไม่ให้ไปจีบสาวๆของเขา)
ไปเก็บข้อมูลชาวบ้าน เขาทำปืนไทยประดิษฐ์กันเฉยเลย สนุกมาก1เดือนที่อยู่ที่นั่น
โดย: คนโคราช (Ni.Somsak ) วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:5:31:19 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ตุ๊ก






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:5:58:32 น.
  
สวัสีครับ
มีประวัติอันยาวนานมากครับ
โดย: จิรโรจน์ วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:10:21:25 น.
  
สำนวนชอบใจประจำวันนี้ค่ะ

จากป่าผลัดใบ เป็นป่าซีทรู... นึกภาพออกเลยค่ะ

เห็นคนทานเยอะก็แวะมั่ง... บางทีหนูก็ใช้ดัชนีนี้เป็นตัวชี้วัดความอร่อยเหมือนกันค่ะ

gps คนดี เพราะวันนี้พาไปถูก... ป่านนี้หนูยังไม่วางใจคนดีเลยค่ะพี่ตุ๊ก ส่วนมากไปไหน เปิดแผนที่เป็นเล่มเอาค่ะ

อ่านเรื่องเล่า และชื่นชมภาพไปด้วยค่ะ เห็นพี่ตุ๊กได้เดินทางสม่ำเสมอยิ่งรู้สึกว่า หนูยังไม่ได้ไปอีกหลายที่เลยค่ะ อยากไปบ้าง เปิดหูเปิดตาจริงๆ นี่แค่เฉพาะเมืองไทยเรานะคะ วัดวาสวยๆ มีอีกเยอะเลยค่ะ คิดอีกผ่านรอบนอกเหมือนตัวเองบุญไม่ถึงนะคะ ไม่ได้นำพาเข้าไปใกล้สักที

แรกๆ อยากจะจดจะจำเส้นทางพี่ตุ๊ก หลังๆ มาชักไม่ไหวค่ะ เยอะมาก เดินไม่ทันพี่ตุ๊กซักที








โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 28 มกราคม 2556 เวลา:13:37:10 น.
  
อารมณ์นี้หนูก็เป็นค่ะ นั่นก็สวย นี่ก็สวย เก็บภาพมาก่อน วันข้างหน้าจะได้มาดู หรือจะยังมีให้ดูอีกหรือปล่าวก็ไม่ทราบนะคะ
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 28 มกราคม 2556 เวลา:13:38:13 น.
  
มุมเล็กมุมน้อย เก็บมาให้ชม
น่าค้นหาความเป็นมา
รายละเอียดก่อนลบเลือน
โบสถ์ วิหารไม่ใหญ่โต
คงเป็บบุคคลิกของวัดในแถบนั้น
ดูเป็นกันเองและเปิดรับสาธุชนครับ

tuk-tuk@korat Travel Blog
โดย: Insignia_Museum วันที่: 28 มกราคม 2556 เวลา:19:51:52 น.
  

แวะมากด LIKE ให้เป็นคนที่ 3
วัดสวยมากอุ้มชอบโขงจังเลย
สวยค่ะคุณตุ๊ก

โดย: อุ้มสี วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:6:09:28 น.
  
Create Date : 25 มกราคม 2556
Last Update : 25 มกราคม 2556 17:30:05 น. 17 comments
Counter : 454 Pageviews.

โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:10:48:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Tuk-tukatkorat.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 139 คน [?]

บทความทั้งหมด