เชียงใหม่ ... วัดอุโมงมหาเถรจันทร์



วัดอุโมงค์ในเชียงใหม่นั้นมีสองวัด

1 วัดอุโมงมหาเถรจันทร์ อยู่ในกำแพงเมืองเชียงใหม่ เป็นวัดคามวาสี คือวัดในเมือง

2 วัดอุโมงค์ อยู่เชิงดอยสุเทพ เป็นวัดอรัญวาสี คลิก

วัดทั้งสอง

สร้างอุโมงค์ให้พระมหาเถระจันทร์ เหมือนกัน

วัดสร้างในสมัยพญามังรายเหมือนกัน

อุโมงค์สร้างในสมัยพญากือนาเหมือนกัน

วันนี้นำชมวัดในเมือง ชื่อวัดอุโมงมหาเถรจันทร์








เมื่อพญามังรายมหาราช ตกลงพระทัยจะสร้างเมืองขึ้นใหม่ ระหว่างแม่น้ำปิงกับดอยสุเทพ

ได้ส่งพระราชสาส์นไปทูลเชิญพ่อขุนรามคำแหง และพญางำเมือง

เพื่อปรึกษาการสร้างเมืองที่ เวียงเหล็กซึ่งตอนนั้นเป็นที่ประทับ

เมื่อวางผังเรียบร้อย

จึงได้สร้างวัดที่บริเวณกลางเมืองก่อน ในราวปี พ.ศ.1839-1840

เพื่อ เป็นจุดรวมใจให้สร้างเมืองเชียงใหม่ให้สำเร็จโดยราบรื่น ไม่มีอุปสรรค

ซึ่งเป็นวัดแรกที่สร้างในเมืองเชียงใหม่ ชื่อวัดโพธิ์น้อย








เมื่อสร้างเมืองเสร็จ

จึงสร้างเจดีย์ไว้ที่ที่หอนอน พร้อมทั่ง สร้างวัดขึ้นที่เวียงเหล็ก คือ วัดเชียงมั่น

ต่อมาได้นิมนต์พระสงฆ์จากลังกาเข้ามาเผยแพร่พุทธศาสนา

จึง สร้างวัดเวฬุกัฎฐาราม หรือ วัดไผ่ 11กอ ให้พระสงฆ์จากลังกามาจำพรรษา



มีเด็กคนบ้านเมืองวัวชื่อจันทร์

เมื่ออายุ 16 ปีได้ ไปขอบรรพชาเป็นสามเณรกับพระเถระวัดไผ่ 11 กอ

ต่อมาได้จำพรรษาที่วัดโพธิ์น้อย ได้สามปีก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุ

ต่อมาอีก 3 พรรษา เจ้าอาวาสวัดไผ่ 11 กอ พระอาจารย์ได้ล้มป่วย มีอาการหนัก

พระภิกษุจันทร์ได้ไปเยี่ยมและไปเฝ้าไข้

ท่านอาจารย์จึงได้มอบคัมภีร์ มหาโยคีมันตระประเภท ให้

พร้อมทั้งแนะนำให้เอาไปทำพิธีเล่าเรียนในที่สงัด

เมื่อท่องบ่นมนต์นั้นจบ จะทำให้เป็นผู้มีสติปัญญา เฉลียว ฉลาด เฉียบแหลม

สามารถเล่าเรียนและรอบรู้วิทยาการและพระธรรมได้โดยรวดเร็ว

เมื่อผู้เป็นอาจารย์ก็ถึงมรณภาพ

พระภิกษุจันทร์ได้ไปยังสถานที่อันสงัดบนดอยสุเทพ

ทำพิธีท่องมันตระประเภทให้ได้ครบพันคาบ

ในคืนที่สาม ท่านก็มองเห็นแสงสว่างตรงมา

ปรากฏเป็นรูปคล้ายมนุษย์ที่สวยงามอย่างยิ่งมายืนอยู่ตรงหน้า


ถามว่า ท่านมาทำอะไร และปรารถนาอะไร ?


พระภิกษุจันทร์ตอบว่า

“เรามาทำศาสตรเภท เพื่ออยากได้สติปัญญาอันเฉียบแหลม เฉลียวฉลาด”


ถามว่า ท่านจะอยู่ในพรหมจรรย์ตลอดชีวิตหรือ ?

หรือว่ายังจะลาสิกขาไปเป็นฆราวาสเมื่อเรียนศาสตรเภทจบแล้ว


พระภิกษุจันทร์ตอบว่า

“เราถวายชีวิตของเราแล้วเพื่อพระพุทธศาสนา”


ผู้นั้นพูดว่า

“เราจะถวายของสิ่งหนึ่งให้แก่ท่าน ท่านจงยื่นมือมารับเอาเถอะ”

แล้วก็ส่งของสิ่งหนึ่งให้ (ในตำนานว่าสิ่งนั้นเป็นหมากเคี้ยว)


พระภิกษุจันทร์แลเห็นแขนและมือที่ยื่นส่งของมานั้นสวยงามผุดผ่องและนิ่มนวล

ก็จับเอาทั้งมือทั้งหมาก


รูปที่คล้ายนมุษย์นั้น ก็กล่าวเป็นคำคาถาว่า

อสติกโรติ “ท่านจงหาสติมิได้เถิด” แล้วก็หายวับไป


จากนั้นมาท่านภิกษุจันทร์ก๊กลายเป็นคนหลงๆ ลืมๆคล้ายกับคนเสียสติ

และเมื่อเห็นว่าถูกทำลายพิธี และตนเองก็กลายเป็นคนสติเผลอไผลไป

พระภิกษุจันทร์ก็กลับลงมาจำพรรษาอยู่ ณ วัดโพธิ์น้อย

เวลามีสติสัมปชัญญะดี สามารถเรียนพระไตรปิฎกได้แม่นยำรวดเร็วมาก

เวลาสติท่านไม่สู้จะปรกติก็จะเที่ยวจาริกไปในที่สงบสงัด เพื่อบำเพ็ญภาวนาตามลำพัง

เมื่อพระภิกษุมีการถกเถียงปัญหาธรรมที่ลึกซึ้ง ก็ต้องอาศัยพระเถระจันทร์เป็นผู้เฉลย

ทำให้พญากือนาทรงโปรดปรานเป็นอันมาก


แต่เพราะพระมหาเถระจันทร์ชอบจาริกอยู่ตามป่าดง เพื่อหาที่สงบสงัดบำเพ็ญภาวนาอยู่เป็นนิจ

พญากือนาจึงสร้างอุโมงค์ให้พระเถระจันทร์อยู่เป็นที่ ให้ทั้งสองวัดคือ

วัดในเมือง ที่วัดโพธิ์น้อย ... เปลี่ยนชื่อเป็น ... วัดอุโมงมหาเถรจันทร์

และ

วัดวัดในป่าไผ่ 11 กอ หรือ วัดเวฬุกัฎฐาราม ... คิอ ... วัดอุโมค์ เชิงดอยสุเทพ


ท่านมรณะภาพลงด้วยอายุได้ประมาณ 77





อุโบสถสร้างพร้อมกับวัดโพธิ์น้อย  ได้บูรณะมาหลายสมัยจนปัจจุบัน

เป็นลักษณะล้านนา ก่อด้วยอิฐถือปูนขาว

เสาและโครงหลังคาเป็นไม้สักทั้งหลัง เดิมมุงด้วยกระเบื้องดินเผา

ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นกระเบื้องเคลือบ








พระประธาน ที่ปัจจุบันเรียกท่านว่าหลวงพ่อสมใจนึก

หล่อด้วยโลหะ หุ้มองค์พระ

เกศาดอกบัวตูม และลงรักปิดทองทับอีก ปางมารวิชัยนั่งขัดสมาธิราบ














วิหาร








พระประธานคือ หลวงพ่อโต หรือ หลวงพ่อใหญ่

หล่อด้วยปูนลงรักปิดทอง เกศาแบบเปลวเพลิงสร้างราวปี พ.ศ.1910-1914

สมัยของพญากือนา








พระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์หนึ่งปางมารวิชัย หล่อด้วยสำริดรมดำเกศาดอกบัวตูม 








พระพุทธรูปองค์อื่นในวิหาร

จีวรสีแดงซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ได้ปิดทอง เหมือนหลวงพ่อในพระอุโบสถตอนก่อนการบูรณะ









องค์พระจะเอนไปด้านหลังเล็กน้อย 








มีพระเจดีย์มี 2 องค์


พระเจดีย์อุโมงค์ องค์ที่ 1

ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวิหารหลวง

พ.ศ.1910 พญากือนา (กษัตริย์ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ องค์ที่ 6)

ได้สร้างถวายท่านมหาเถรจันทร์ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์น้อยในขณะนั้น

และเปลี่ยนชื่อวัดโพธิ์น้อยเป็นวัดอุโมงมหาเถรจันทร์






เจดีย์และลานหน้าเจดีย์ พระท่านว่า เป็นของเดิมที่ไม่ได้บูรณะแม้แต่น้อย








ทางเข้าไปในองค์เจดีย์








การเรียงอิฐ








ส่วนพระเจดีย์องค์ที่ 2

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของวิหารหลวง หรือด้านหลังวิหารหลวง

สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1916 สมัยพญากือนา









วัดอยุ่บนถนนสายเดียวกับวัดเชียงมั่น









เป็นวัดที่ครั้งแรกไปถ่ายรูปมาแล้วตั้งแต่ปลายปี 2557 แต่ไม่ครบถ้วน จึงไปอีกครั้ง

ที่พิเศษคือวัดนี้อนุญาติให้ผู้หญิงเข้าไปไหว้พระสมใจนึกในพระอุโบสถได้

ซึ่งปกติวัดทางภาคเหนือนั้นทำไม่ได้

โดยแจ้งความจำนงกับพระท่าน ในเวลาที่เปิดให้เข้าไปไหว้

พระท่านจะก็จะนำชม พร้อมทั้งอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง






ขอบคุณของแต่งบล็อกจากคุณชมพรค่ะ





Create Date : 24 กันยายน 2558
Last Update : 12 ธันวาคม 2560 21:04:28 น.
Counter : 2498 Pageviews.

16 comments
สืบสานประเพณี "พิธีรับบัว" ของชาวบางพลี Turtle Came to See Me
(12 ต.ค. 2562 07:43:16 น.)
แกรนด์แคนยอนเกาะนางคำ ดินแดนแสนลึกลับที่เพิ่งถูกค้นพบ สมาชิกหมายเลข 5519446
(9 ต.ค. 2562 10:25:28 น.)
Japan Trip 18 - 25 May 2019 -- สวน Kenrokuen สายหมอกและก้อนเมฆ
(8 ต.ค. 2562 15:24:24 น.)
wheelchair so easy!!! Kittykaka
(8 ต.ค. 2562 23:09:08 น.)
  
เคยไปเยี่ยมชม บรรยากาศเงียบสงบดี น่าส่งเสริมเปนวัดถ้ำตัวอย่างครับ
โดย: surya21 (surya21 ) วันที่: 24 กันยายน 2558 เวลา:15:15:57 น.
  
ตามพี่ตุ๊กไปด้วยคนค่ะ
บรรยากาศดีมาก ๆ ๆ
โดย: Close To Heaven วันที่: 24 กันยายน 2558 เวลา:15:49:54 น.
  
เคยไปทั้งสองวัด คิดว่ามีโอกาสน่าไปชมอย่างมาก
ถ้ามากราบพระบรมราชาอนุเสาวรีย์สามกษํตริย์
อีกเส้นทาง ก็เดินมาวัดดวงดี แล้วเดินทะลุหลังวัดมาวัดอุโมวค์ได้

ส่วนวัดอุโมงค์เชิงดอยสุเทพ หลังมอชอ
จะไปยากหน่อย ต้องถามทางชาวบ้านเข้าซอยซอกแซกมากครับ

Close To Heaven Food Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

โดย: moresaw วันที่: 24 กันยายน 2558 เวลา:16:40:43 น.
  
ตามมาไหว้พระด้วยค่ะคุณตุ๊ก
และได้อ่านประวัติศาสตร์ไปพร้อม ๆ กันค่ะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 24 กันยายน 2558 เวลา:16:43:18 น.
  
เก่าแก่มากเลยนะคะเนี่ย

แวะมาเยี่ยมชมค่ะ อิอิ
โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 24 กันยายน 2558 เวลา:17:36:16 น.
  
เข้ามาชม วัดในประเทศล้านนาครับ
แปลกชิ่อแปลกตา แต่ได้ความรู้เพิ่มมาฟรีๆ
โดย: พายุสุริยะ วันที่: 24 กันยายน 2558 เวลา:20:33:57 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Mitsubachi Food Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โหวตท่องเที่ยวให้เลยครับ พาไปไหว้พระทำบุญด้วยงานนี้ชอบครับ

วัดดูเก่าและน่าศรัทธามากๆครับ

วิหารสวยงาม ชอบรูปทรงแบบนี้จัง ไปเหนือ ส่วนมากทรงนี้แหล่ะ ผมชอบถ่ายรูปมาก
โดย: Ariawah Auddy วันที่: 24 กันยายน 2558 เวลา:22:23:29 น.
  
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
haiku Art Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
พรไม้หอม Health Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

หมดแรงแว้วววว ไว้กลับมาจ้อ อิอิ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 24 กันยายน 2558 เวลา:22:42:19 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 25 กันยายน 2558 เวลา:3:17:53 น.
  
รอบนี้มาส่งกำลังใจค่ะคุณตุ๊ก
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
โดย: เนินน้ำ วันที่: 25 กันยายน 2558 เวลา:7:08:22 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจค่ะคุณตุ๊ก


tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 25 กันยายน 2558 เวลา:9:19:45 น.
  
ยังไม่ได้ไปทั้งสองวัดอุโมง และวัดเชียงมั่นเลยค่ะ

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 25 กันยายน 2558 เวลา:17:51:18 น.
  
ผมอยู่เชียงใหม่...แต่ไม่เคยไปวัดอุโมงค์
วัดนี้...ไปแต่เชิงดอยสุเทพ..


ประวัติของภิกษุรูปนี้ น่าสนใจ ผมคิด
ในแง่ คนที่เรียนสมาธิ..

แล้วเห็นคาถาที่ วิญญานหรือเจ้าที่เจ้าทาง กล่าว
ว่า อสติ... ยังสงสัยว่า
ทำไม ไม่ให้มีสติ..

คงจะคล้ายกับพระอาจารย์ของผมว่า
"คนที่เรียนสมาธิ" ควรจะมีครูอาจารย์
คอยสอน หรือที่เขาเรียกทั่วไปว่า
"มีคนสอบอารมย์" ตอบปัญหาว่าลูก
ศิษย์ ขณะนั่งสมาธิจะเห็น..แสงสี หรือมี นิมิต ทั้งที่น่ากลัว น่าสนใจ
มีความสุขมากมาย.. (จะหลงหรือเพริด
กับสิ่งที่เห็น) สติจะเสีย

พระอาจารย์จึง กำชับมิให้ หลง
อย่าไปเชื่อ หรือ ดูว่า จริงหรือ
ไม่จริง..

เรื่องข้างบน น่าสนใจ.. ที่ไปท่องบท
หรือคัมภีร์ ด้วยตนเอง 1000 ครั้ง
แล้วเกิดสติปัญญาเฉียบแหลม..

ภายหลังจึงได้เรียน พระไตรปิฏกและ
ตีความออกได้ถูกต้อง จนพระเจ้ากือ
นาโปรด..

เขียนมายาว..แหะ ๆ ยังหาข้อสรุป
ว่าอะไร.. จบดีกว่า แต่ขอบอกคุณ
ตุ๊กว่า "ชอบ" เรื่องที่คุณตุ๊กถ่ายทอด
ครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 27 กันยายน 2558 เวลา:6:00:45 น.
  
เคยไปครับวัดนี้ แต่จำไม่ได้ว่าเข้าไปในวิหารหรือเปล่า
โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว วันที่: 28 กันยายน 2558 เวลา:17:36:12 น.
  
ยังไม่เคยได้ไปวัดอุโมงค์ทั้งสองแห่งเลยครับ เคยวางแผนอยากจะไปเมื่อสองปีก่อน แต่ไปไม่ถึงหมดเวลาซะก่อน เสียดายมาก ของตามพี่ตุ๊กมาเที่ยวไปก่อนละกันครับ ไว้คราวหน้าได้ไป จะเก็บเรื่องราวมาเล่าให้ฟังครับ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Health Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
โดย: NaiKonDin วันที่: 1 ตุลาคม 2558 เวลา:9:19:42 น.
  
ขอบคุณนะคะที่นำมาเขียนเล่าสู่กันฟัง ได้ความรู้ขึ้นเยอะเลยค่ะ ไม่เคยทราบมาก่อนว่าวัดอุโมงค์มี 2 วัด และยังไม่เคยไป เห็นแล้วอยากพาพ่อกับแม่ไปไหว้พระจังเลยค่ะ
โดย: touch the sky วันที่: 1 ตุลาคม 2558 เวลา:10:20:09 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Tuk-tukatkorat.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 139 คน [?]

บทความทั้งหมด