เชียงใหม่ - วัดเก่าเล่าเรื่องสันกำแพง ... วัดพระธาตุดอยงู วัดเชียงแสน วัดป่าตึง



เคยทราบมาว่าดอยงูเป็นโบราณสถานที่มีกองอิฐเก่าอยู่มากมายทั่วบริเวณ

วันหนึ่งขณะขับรถผ่านไปแม่กำปอง ก็เห็นป้ายวัด 

และในวันว่างจึงมาสำรวจ








จากเมืองเชียงใหม่ไป อ. แม่ออน บน ทล. 1317 ซ้ายมือ

จะเห็นดอยเตี้ย ๆ อยู่กลางทุ่ง บนยอดดอยมีวัด 

เพราะมีงูเยอะ จึงเรียกว่าดอยงู








ทางเข้าเป็นทางลูกรังข้างวัดศรีออนใต้  ข้างคันคลองชลประทาน

ถึงแยกที่เห็นป้ายขาว ให้เลี้ยวซ้ายไปวัดพระธาตุดอยงู








จุดหมายคือดอยดอยเตี้ย ๆ ที่เห็นขวามือ








ถนนราดยาง วนขึ้นตัววัด








เล่าว่าแรกถนนสร้างจากศรัทธาวัดป่าเปา

โดยใช้จอบถาง และลากยางรถยนต์ปรับที่




















ทางเดินขึ้นบันไดนาค









ผู้สูงอายุยังเล่าขานว่า

ในคืนวันพระที่สำคัญๆ ในทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา,วันวิสาขบูชา 

เคยเห็นแสงพระธาตุ ลอยจากดอยงูมาที่วัดป่าเปาเสร็จแล้วกลับลอยไปที่ดอยงูเหมือนเดิม


ตำนาน เล่าว่า

เดิมเรียกว่า ม่อนศิลา ที่หนาแน่นไปด้วย ต้นไม้

ในสมัยพระนาคมนะพระพุทธเจ้า ... พระพุทธเจ้าก่อนพระสมณโคดม ได้เสด็จมาถึงที่นี้

และได้แสดงพระธรรมเทศนาโปรดแก่ พญานาคราช องค์ใหญ่

พร้อมด้วยเทพบุตร เทพธิดา ใหญ่น้อยทั้งหลาย

ได้เสด็จมาประทับที่ พระธาตุดอยงู หรือม่อนศิลา ใกล้ลำน้ำแม่ออน เป็นเวลา 3 วัน

มีนกยูงทองมาเต้นลำแพนปีกถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระองค์

แล้วทูลให้พระองค์ได้โปรดสัตว์ทั้งหลาย ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้

พระองค์จึงทรงเนรมิตถ้ำหลวงให้เป็นโพรงใหญ่สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของหมู่สัตว์ป่า


พระพุทธองค์โปรดพระธรรมเทศนาจบแล้ว

จึงถอด พระเกศา (เส้นผม) ไว้ให้พญานาคราชผู้เป็นใหญ่ที่ดูแลถ้ำแห่งนี้

เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของพญานาคราช

พญานาคราชจึงได้นำเอาขวดผาพร้อมลูกแก้วงามใสใส่รวมกับพระเกศา

บรรจุไว้ในดอยลูกนี้ แล้วใส่ชื่อว่า “ม่อนศิลา” ดังนี้ฯ








ผู้สูงอายุยังเล่าขานว่า

ดอยงูมีถ้ำอยู่ ปากถ้ำอยู่ทางทิศเหนือ มีต้นตะเคียนคู่ สูงใหญ่มากอยู่ใกล้ๆ

ในถ้ำมีสมบัติมากมาย ทั้งถ้วยโถโอชามที่นำมาจากเวียงกุมกามมาเก็บไว้

มีชาวบ้านไปขอยืมมาใช้ แต่เวลาส่งคืนไม่ใช่ของเดิมที่เอามา

ปากถ้ำจึงเลื่อนเข้ามาปิด ไม้ให้เข้าไปได้อีก

ผู้เล่าบอกว่าตอนเด็ก ๆ ได้เดินตามผู้ใหญ่เข้าไป

ที่ตรงเหนือปากถ้ำจะมีต้นสะรี (ต้นโพธิ์ ) แทรกอยู่ระหว่างหินใหญ่ 2 ก้อนmujปิดทับปากถ้ำไว้ 

ต้นไม้ตะเคียนคู่ต่อมาได้แห้งตายลง จึงเลื่อยทำเป็นแผ่น ใช้ก่อสร้างศาสนาวัตถุในวัด

ปัจจุบันนี้ทั้งต้นไม้ตะเคียน และถ้ำมีเพียงร่องรอยเท่านั้น

ไม่เข้าไปลุยป่านะ 








เคยมีพระมาอยู่บริเวณนี้ มีศาลาสามหลัง แต่เกิดไฟป่าศาลาถูกเผาหมด

มีผู้ที่มีฌาณมาจากกรุงเทพ ฯ หกคน ด้วยรู้ว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์

ได้มาอธิฐานว่าหากมีผู้ปกปักรักษาขอให้แสดงตัวออกมาแล้วจะสร้างศาลาให้

ก็ปรากฎเห็นงูใหญ่ขดล้อมยอดเขาไว้ จึงได้มาสร้างศาลาข้างเจดีย์ขึ้น








อิฐเก่ากระจัดกระจายอยู่บนเขา

หากก้อนไหนสภาพดีก็นำมาใช้ก่อสร้างใหม่








เมื่อท่านที่เล่าเรื่องพระธาตุดอยงูทราบว่าชอบไปโบราณสถาน 

ท่านจึงแนะนำให้ไปวัดเชียงแสน อันเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดใน อ.สันกำแพง

อยู่เลยวัดป่าตึง ... ครูบาหล้าตาทิพย์ ไปราว 2 กม.

ในต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่








เขาด้านหลังวัด








แนวกำแพงวัด








โบสถ์








เสมา








เจดีย์หลังวิหารเป็นเจดีย์เก่าที่มีสภาพสมบูรณ์ ไม่เคยผ่านการบูรณะ 














ทำให้คิดถึงสถูปเจดีย์บรรจุอัฐิพระเจ้าติโลก ที่วัดเจ็ดยอด ในภาพนี้ ซึ่งต่างกันที่ซุ้มขจรนำ







































พระท่านเล่าว่าเดิมตรงนี้มีเจดีย์อยู่กลางดงไม้

มีการขุดพบศิลาจารึก และถ้วยชามต่าง ๆ ปัจจุบันนำไปเก็บรักษาที่วัดป่าตึง

หน้าวัดเชียงแสนมีอนุสาวรีย์ของหมื่นดาบเรือง








เลยวัดไปอีกเล็กน้อยมีเตาเผาโบราณ














จึงได้ตามรอยของเก่ามาถึงวัดป่าตึง








พระอุโบสถ




















วิหาร








เจดีย์หลังวิหาร








ศาลาหลวงปู่หล้า








หลวงปู่หล้า







หรือ

หลวงปู่หล้าตาทิพย์

เล่ากันว่า มีอยู่วันหนึ่งฝนตั้งเค้าจะตกหนัก

หลวงปู่หล้าบอกให้พระเณรรีบออกจากกุฏิ เพราะกุฏิเก่าทรุดโทรมและมีต้นลานใหญ่อยู่ข้าง

ปรากฎว่าวันนั้นฝนตกหนักกิ่งต้นลานก็หักโค่นลงมาทับกุฏิพังทุกคนปลอดภัย

และพากันสรรเสริญว่า "ตาทิพย์"

อีกเรื่องหนึ่งคือ

มีคณะผู้มากราบนมัสการหลวงปู่หล้าเกินจำนวนที่แจ้งขอของขลังจากท่าน

แต่ได้รับแจกกันครบทุกคน จึงพากันเห็นเป็นอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์

นอกจากนั้น นายอนันต์ อดีตครูใหญ่โรงเรียนบ้านป่าตึง

ได้เล่าเพิ่มเติมว่า

เช้าวันหนึ่งประมาณตี 5 หลวงปู่หล้าให้พระเณรรีบทำความสะอาดวิหารจะมีแขกมาหาที่วัด

ปรากฎว่าพอถึง 6 โมงเช้า พระศรีธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดสันป่าข่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

นำญาติโยมมาหา

หลังจากนั้นชาวบ้านของหายหรือถูกลักขโมย

มาถามหลวงปู่ก็บอกให้ไปตามทิศนั้นทิศนี้ได้ของคืนมาทุกครั้ง

แต่หากท่านห้ามไม่ต้องไปตามจะไม่ได้คืน ก็จะเป็นจริง

ร่างท่านอยู่บนกุฏิ








ไม่เน่าเปื่อย








พิพิธภัณฑ์เครื่องถ้วยชามสันกำแพง ในบริเวณวัด








หลักศิลาจารึกดาบเรืองที่พบที่วัดเชียงแสน














ความว่า








ทำให้ทราบว่า

ชาวบ้านอำเภอสันกำแพง อพยพมาจากพันนาภูเลา เชียงแสน

มาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำแม่ออน 

พระเจ้าศิริลัทธมมังกรมหาจักรพรรดิราชาธิราช

ตาม จ.ศ. 840 ตรงกับ พ.ศ. 2031 สมัยพญายอดเชียงราย)

แต่งตั้ง เจ้าอติชวญาณบวรสิทธิ์ เป็นหมื่นดาบเรือน

เป็นโอรส พญายอดเชียงรายต่างจากที่เขียนข้างบน

พญายอดเชียงรายเป็นผู้ปลงพระศพพระเจ้าติโลก

อาจมีอิทธิพลต่อการสร้างเจดีย์ในวัด สาลกัลญาณมหันตาราม


ในปีวอก สัทฤทธิสก (เปลิกสัน) จุลศักราช 840 เดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ วันพุธ 

ได้มีติตศรัทธาชักชวนบรรดาทายกและทายิกาทั้งหลาย 

มาประชุมกันเพื่อสร้างวิหาร พระเจดีย์และหอไตรปิฎก 

ได้ทำการหล่อพระพุทธรูป 5 องค์

หนึ่งในนั้นคือ ... พระเจ้าฝนแสนห่า














ปัจจุบันอยู่บนกุฏิหลวงปู้หล้า








ทุกวันนี้ก็ยังมีผู้มาบนบานศาลกล่าวกับท่าน

ให้เขียนใส่ขันไว้ แก้บนโดยไข่








เมื่อสร้างเสร็จได้ขนานนามวัดที่สร้างขึ้นว่า "สาลกิจญาหันตาราม" 

ซึ่งคือ วัดเชียงแสน ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง ในปัจจุบัน 


เมืองออนโบราณ ตั้งเมืองเป็นแนวยาวตามลำน้ำแม่ออน เป็นชุมชนใหญ่

มีแหล่งผลิตเครื่องปั้น ดินเผา ที่ใช้ไฟสูง พบเตาเผาในตำบลออนไต้ จำนวน 83 เตา

กระจายตามลำห้วยแม่ลานที่เรียกสมัยต่อมาว่า เครื่องถ้วยสันกำแพง 








ลวดลายที่พบเป็นลายพรรณพฤกษา และ ลายปลา




















ต่อมาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเรียกว่า แขวงแม่ออน นครเชียงใหม่

พ.ศ. 2445 ในรัชสมัยของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ เจ้าครองนครเชียงใหม่

ได้เกิดกบฏเงี้ยวขึ้นที่อำเภอเมืองแพร่

ที่แขวงแม่ออนมีชาวเงี้ยว 11 คน มีอาวุธครบได้ทำการบุกปล้นโรงกลั่นสุราที่บ้านป่าไผ่

ตำบลแช่ช้าง แล้วทำการเผาที่ทำการแขวงแม่ออนเสียหายทั้งหลัง

แล้วได้หนีไปทางอำเภอดอยสะเก็ด

พ.ศ. 2446 ทางราชการได้ย้ายที่ทำการแขวงแม่ออนมาปลูกสร้างที่บ้านสันกำแพง

จึงได้ชื่อว่า อำเภอสันกำแพง มาจนถึงทุกวันนี้














Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 9 ตุลาคม 2561 15:35:02 น.
Counter : 5266 Pageviews.

15 comments
อุทัยธานี - สุพรรณ ... วันเดียว tuk-tuk@korat
(14 ต.ค. 2562 07:51:18 น.)
+ ซิลเวอร์เลค & สวิสชิพฟาร์ม พัทยา (เลียบทะเลตะวันออก 03) + wicsir
(17 ต.ค. 2562 08:08:05 น.)
เมืองเพชรบุรี อดีตที่มีชีวิต ชีริว
(12 ต.ค. 2562 11:37:17 น.)
No. 821 เที่ยว @ ตะกั่วทุ่ง ที่ค่อนข้าง งง.. ไวน์กับสายน้ำ
(11 ต.ค. 2562 17:01:58 น.)
  
เกยไปแต่วัดป่าตึง
ไปกราบสรีระหลวงปู่หล้าครับ

แต่บ่าเกยทราบประวัติเลย
น่าสนใจมากๆเลยนะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:15:29:09 น.
  
อ่านเพลินและได้ความรู้ด้วย
ขอบคุณค่ะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:16:37:22 น.
  
มาแล้วครับ..
หนีไปเที่ยวมาก็หลายวันอยู่
ดูป่าไม้ในวันนี้แล้วก็ใจหายนะครับ
ไม่สดชื่นเหมือนหน้าฝน
ท่านประธานว่าอยากไป ปันหยี
ก็จะมัวรอช้าอยู่ใย
ไปเลยครับ....
โดย: พายุสุริยะ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:32:48 น.
  
สวัสดีค่า พี่ตุ๊ก ^^
มาแปะหัวใจก่อนค่า
วัดดอยงู เคยได้ยินค่ะ
สนใจอยู่พอดีเลย
ทางขึ้นเล็กจัง แบบนี้รถคงสวนไม่ได้นะคะ
เหมือนวัดพระธาตุดอยคำเมื่อก่อนเลย
ทางขึ้นประมาณนี้ รถสวนยาก ทางชัน แคบด้วยแต่ตอนนี้ฮอตสุดๆ ไปเลยค่ะ

หลวงปู่หล้าตาทิพย์
ไม่เคยได้ยินค่ะ ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ด้วยค่า
มีความสุขมากๆ นะคะ
โดย: lovereason วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:0:21:03 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:3:21:33 น.
  
ความคิดดีนะคะ ลอกลายถ้วยชามเก็บไว้


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
หอมกร Movie Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
ผู้ชายในสายลมหนาว Education Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:5:22:08 น.
  
สวัสดียามเช้าครับ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: **mp5** วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:6:35:59 น.
  
สวัสดียามเช้าครับพี่ตุ๊ก

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:6:46:56 น.
  
เคยไปเชียงใหม่ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปวัดที่ไหนเลยค่ะ น่าเสียดายจัง
ได้อ่านเรื่องของหลวงปู่แล้วทึ่งค่ะ
โดย: Close To Heaven วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:8:26:58 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Hobby Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Fanclub Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
สะบายดียามเช้า ค่ะ พี่ตุ๊ก
วัดนี้ ดูสงบๆ ดี นะคะ
ชอบจังนะคะ วัดป่า แบบนี้ สงบ ร่มเย็น ค่ะ
โดย: kwan_3023 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:8:38:48 น.
  
ดีจังมีการไปตามหาสิลาจารึกต่อด้วย
โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:9:26:02 น.
  
เร่ืองเกี่ยวกับเตาเผาโบราณ ถ้าหากสนใจจริง ๆ ต้องหาอ่านจากหนังสือ อ.ไกรศรี นิมมานเหมินทร์ ท่านค้นคว้าเร่ืองเครื่องปั้นดินเผา และเตาเผาแหล่งนี้ไว้อย่างละเอียด เราอ่านมานานหลายปีแล้วออกจะลืม ขอบคุณ อ. ตุ้กมากท่ีพยายามเสาะหาวัดเก่า ๆ โบราณมาฟื้นความจำ
โดย: หนานเตอะ IP: 58.9.68.173 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:05:57 น.
  
วันนี้อ่านเพลินมากค่ะ ได้ความรู้และได้เที่ยวไปด้วยนะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
anigia Parenting Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
โดย: ALDI วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:23:02:53 น.
  
ขอบคุณอ้ายหนานเต๊อะตวยเจ้า
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:16:00:11 น.
  
ได้ไปวัดป่าตึงมาค่ะ แต่เสียดายไม่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์เลย เสียดายมากๆ
โดย: ชลบุรีมามี่คลับ วันที่: 2 มีนาคม 2559 เวลา:9:52:40 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Tuk-tukatkorat.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 139 คน [?]

บทความทั้งหมด