แพร่ ... คุ้มเจ้าหลวง ถึงบ้าน วงศ์บุรี



ทันตะ มช. รุ่น 11 reunion ยังอยู่ในวันที่สาม








ออกจาก แพะเมืองผี ถึงปากทาง

ซ้ายมือ เป็นอนุสาวรีย์สองมหาวีรบุรุษจังหวัดแพร่ คือปู่พญาพล – พญาเมืองไชย


ปู่พญาพล

ได้พาคนไทยเชื้อสายไทลื้อ-ไทเขิน

จากเมืองเชียงแสน, 

จากไชยบุรีศรีช้างแสน หรือเมืองสุวรรคโคมคำ อยู่ตรงข้ามฝั่งโขงกับ อ.เชียงแสน

จากเวียงพางคำ (อ.แม่สาย เชียงราย)

ลงมาสร้างเมืองบนที่ราบริมฝั่งแม่น้ำยมชื่อว่า

" พลนคร "




พญาเมืองไชย

ปี พ.ศ. 2313 พญาเมืองไชยได้นำพลไปสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้ากรุงธนบุรี

พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็น พระยาศรีสุริยวงศ์

พ.ศ. 2327 พม่าได้จับพญาเมืองไชยไปเป็นตัวประกัน

ในขณะที่ถูกคุมขังอยู่ที่เมืองยอง จึงได้ชักชวนพญายองรวบรวมผู้คนเข้าต่อสู้กับพม่า

จนได้รับชัยชนะและรวบรวมผู้คนมาให้พระเจ้าเชียงใหม่กาวิละ

พ.ศ. 2332 พญาเมืองไชยจึงได้กลับมาครองเมืองแพร่เป็นองค์ที่ 8

หลังจากนั้นก็มีเจ้าครองเมืองแพร่สืบต่อกันมา

ไม่ได้แวะเพราะเพื่อนนัดรถรางของเมืองแพร่ให้พาเที่ยว









เช็คอินที่โรงแรมอนุรักษ์














ป่ะไปเที่ยวกัน








จากที่พักเราได้ผ่านอดีตโรงเรียนป่าไม้แพร่ ... ของเสือ กลิ่นสัก (เรื่องร้อยป่า)

ผ่านเข้ากำแพงเมือด้านทิศใต้ หรือ ประตูมาน ... เพิ่งทราบว่าเมืองแพร่มีกำแพงเมือง








กำแพงเมืองแพร่

เป็นกำแพงชั้นเดียว ขนาดความสูงประมาณ 7 เมตร

ฐานกำแพงกว้างประมาณ 15 เมตร  มีความยาวประมาณประมาณ 4000 เมตร

โอบรอบตัวเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำ ซึ่งมีรูปร่างคล้ายหอยสังข์

คูน้ำ เรียก น้ำคือ (ภาษาเหนือ) ล้อมด้านนอกกำแพง กว้างราว 20 เมตร

กำแพงเมือง เรียกว่า เมฆ ... อาจหมายถึงสูงเทียมเมฆ  








คล้ายเมืองลำพูน และเมืองลำปาง 

... น่าคิดว่าเป็นเมืองรุ่นราวคราวเดียวกันหรือไม่ ??? ...








ภายในกำแพงเป็นอิฐก้อนโบราณขนาดใหญ่และหินเรียงกันอยู่

ภายนอกเป็นเนินดิน

มีประตูเมือง 4 ประตู ทุกประตูจะมีป้อมปราการ

ทิศเหนือชื่อ ประตูใหม่ ทิศตะวันออกชื่อประตูชัย ทิศใต้ชื่อ ประตูมาน และตะวันตกชื่อ ประตูศรีชุม

ระหว่างประตูศรีชุมและประตูใหม่มีประตูเล็กๆ สำหรับนำสัตว์ออกไปเลี้ยงนอกเมือง เรียกว่า ประตูเลี้ยงม้า

ด้านในกำแพงมีถนนสายรอบเวียง ซึ่งบางช่วงถนนอยู่บนสันกำแพง

ปัจจุบันกำแพงยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก แม้ว่าบางส่วนจะเป็นถนนและบ้านเรือนทับอยู่บ้าง














เมืองแพร่ไม่มีหลักฐานปรากฎชัดว่าสร้างในสมัยใด มีแค่จากข้อความในสถานที่ต่าง ๆ

ได้แก่


ตำนานพระธาตุช่อแฮกล่าวว่า เมืองแพร่มีมาตั้งแต่ สมัยพุทธกาล







จากประวัติวัดหลวง ว่า

พ.ศ. 1374 ท้าวพหุสิงห์ ราชโอรสของพ่อขุนหลวงพล ขึ้นครองเมืองพลนคร

ทรงรับสั่งให้ขุนพระวิษณุวังไชย เป็นแม่งานทำการบูรณะอารามวัดหลวง

มีการหุ้มทองพระเจ้าแสนหลวงทั้งองค์ ขยายกำแพงวัดออกไป

ถมกำแพงเมือง ก่ออิฐให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำขุนยมไหลเอ่อท่วมเวียง

แล้วฉลองสมโภช 5 วัน 5 คืน

แสดงว่ากำแพงเมืองมีการสร้างมาก่อนแล้ว





ตำนานสิงหนวัติกล่าวว่าเมืองแพร่เป็นเมืองที่ปกครองโดยพญายี่บา

กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งแคว้นหริภุญไชย ... ถูกพญามังรายยกทัพมาตี

สันนิษฐานว่าเมืองแพร่และเมืองลำพูนเป็นเมือง ที่สร้างขึ้นมาในระยะเวลาใกล้เคียงกัน





ราว พ.ศ. 1600 ขอมได้ยกทัพเข้ารุกรานเมืองพลนคร

เผาทำลายเมืองรวมทั้งวัด และเผาลอกเอาทองหุ้มพระเจ้าแสนหลวงไป

เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น เวียงโกศัย

เวียงโกศัยอันน่าจะมาจากชื่อ ดอยโกสิยธชัคบรรพต หมายถึง ดอยแห่งผ้าแพร

เป็นที่ตั้งขององค์พระธาตุช่อแฮ คู่บ้านคู่เมืองแพร่





พ.ศ.1719 พม่าขยายอิทธิพลมาสู่ดินแดนล้านนาและขับไล่ขอมออกไป

พม่าได้เรียกเมืองพลว่า เมืองแพล

พญาพีระไชยวงศ์ เจ้าเมืองแพลได้ทำไมตรีกับพม่า

และร่วมกับส่างมังการะเจ้าเมืองพม่า ทำการบูรณะวัดหลวง

เจ้าเมืองแพลและชาวเมืองแพลได้ร่วมกันสร้างพระธาตุหลวงไชยช้างค้ำ

พร้อมกับได้หุ้มทองพระเจ้าแสน หลวงและให้ชื่อวัดเสียใหม่ว่า "วัดหลวงไชยวงศ์"





ในตำนานเมืองเหนือ ฉบับใบลาน พ.ศ. 1824 กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า 

เจ้าเมืองลำปางได้เชิญเจ้านครพล ให้ไปร่วมงานนมัสการ และฉลองวัดพระธาตุลำปางหลวง





จากตำนานพระธาตุลำปางหลวงตอนหนึ่ง

ได้กล่าวถึงเจ้าเมืองพลยกกำลังผู้คนไปขุดหาพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ในพระธาตุ แต่ไม่พบ 





ชื่อพลนครปรากฎเป็นชื่อวิหารในวัดหลวง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่

โดยเชื่อว่าวัดนี้เป็นวัด ที่สร้างมาพร้อมกับการสร้างเมืองแพร่





หลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง มหาราช ที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 1826

หลักที่ 1 ด้านที่ 4 บรรทัดที่ 24 - 25 ซึ่งจารึกไว้ว่า

“.. เบื้องตีนนอน รอดเมืองแพล เมืองน่าน เมือง … เมืองพลัวพ้นฝั่งของ เมืองชวา เป็นที่แล้ว …”

ในข้อความนี้ เมืองแพล คือ เมืองแพร่ 

... เบื้องหัวนอนสมัยสุโขทัยคือทิศใต้ พระนอนจึงมักพบว่าหันพระเศียรหันไปทางทิศใต้ ...










เมืองแพร่นั้นมีเจ้าผู้ครองนครสืบต่อกันเรื่อยมา จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5

ได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยเจ้าพิริยะเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่ 

ถูกกำกับด้วยข้าหลวงซึ่งโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พระยาไชยบูรณ์ ข้าหลวงคนแรก

และด้วยเหตุการณ์กบฎเงี้ยว

ทำให้เจ้าพิริยะเทพวงศ์ ต้องไปอยู่ยังหลวงพระบางในบั้นปลายชีวิต

อ่านกระทู้เจ้าพิริยะเทพวงศ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่ ผู้ทำให้สิ้นสุดตระกูล ณ แพร่ โดยคุณ ณ นนทบุรี ที่นี่











คุ้มหลวงเมืองแพร่








เป็นคุ้มของ เจ้าพิริยะเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่องค์สุดท้าย








และแม่เจ้าบัวไหล เทพวงศ์ ... เจ้าแม่หลวง 

ชายาคนที่สองของเจ้าน้อย เทพวงศ์ หรือ เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่








ฝั่งตรงข้ามคือ โรงเรียนเทพวงศ์ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนพิริยาลัย ตามชื่อเจ้าหลวงผู้ก่อตั้ง








เป็นเรือนขนมปังขิง

คืออาคารประเภทหนึ่ง ที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก

ซึ่งแพร่เข้ามาในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 4

มีการประดับตกแต่ลวดลายฉลุที่วิจิตรพิสดาร หรูหรา สวยงาม ลักษณะหงิกงอเป็นแง่งคล้ายขิง

ได้รับความนิยมอย่างมาก ในสมัยพระนางเจ้าวิกตอเรียที่ 2 แห่งอังกฤษ


หลังคามุงด้วยไม้แป้นเกล็ด ไม่มีหน้าจั่วแบบหลังคาเรือนปั้นหยา

มีมุขสี่เหลี่ยมยื่นออกมา


หลังคามุขด้านหน้าเป็นทรงสามเหลี่ยม

ทั้งปั้นลมและชายคาน้ำรอบตัวอาคารประดับด้วยไม้แกะ ฉลุสลักลวดลายอย่างสวยงาม

ฝีช่างชาวจีน














มุขด้านหน้าตัวอาคารแต่เดิมมีบันไดขึ้นลงทั้ง ด้านทิศเหนือและด้านทิศใต้









ภายในตึกแต่ละประตูล้วนมีชื่อ















ชุดรับประทานอาหาร จัดทำเป็นชุดเฉพาะ








พื้นไม้สักทองหรือเปล่า?

... ไม้สักทองคือไม้สักที่เนื้อไม้มีทองผสมอยู่ทำให้มีสีเหลืองทอง ...

มีช่องติดต่อไปห้องข้างล่าง เป็นที่เก็บเงินทอง ทรัพย์สิน








ซึ่งมีทาสถูกขังให้ดูและอยู่ข้างล่าง








ในห้องอีกฟากหนึ่งของตึก  ปัจจุบันเป็นห้องจัดแสดง มีช่องที่พื้นเช่นกัน








เรียกว่าตูบผี มีไว้เพื่อส่งอาหาร และ เพื่อตัดสินความจากด้านบนกับนักโทษในคุกข้างล่าง








ภาพเล่าเรื่องการทำไม้สมัยก่อน








สมัยก่อนผู้หญิงไม่ใส่เสื้อ ถ้ายังเป็นสาวจะห่มสไบบาง ๆ ดังรูปจ่างฟ้อน ขวาบน

แสดงว่าอากาศไม่หนาว

เพราะป่าไม้มีปกคลุมทำให้อากาศไม่หนาวมากดังปัจจุบัน














โถงระเบียงหลังตัวตึกมีช่องกว้างกว่าในห้อง เพื่อหย่อนนักโทษลงไปสู่คุกมืด








ช่องในคุกมืดมองขึ้นมา ภาพจากหมอสมชัย - เมืองชล

... คานใหญ่มาก ...








ด้านหลังคือจวนผู้ว่าปัจจุบัน 

... สมัยก่อนอาคารคุ้มหลังนี้ถูกใช้เป็นจวนผู้ว่า และท่านผู้ว่าก็เคยได้ยินเสียงครวญครางจากคุกข้างล่าง ...








สาแหรกเครือญาติ








เจ้าอินทร์เดช เทพวงศ์ หรือ คุณโชติ แพร่พันธ์ หรือ ยาขอบ ผู้แต่ง ผู้ชนะสิบทิศ








เจ้าบัวไหล เป็นธิดาของเจ้าไชยสงครามเจ้าเมืองพะเยา

เป็นผู้ที่มีฝีมือในการเย็บปักถักร้อยยอดเยี่ยมเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว

ได้ปักผ้าม่าน หมอน และเครื่องใช้อื่นถวายรัชกาลที่ 5 เป็นที่โปรดปราน

จนได้ประทานชื่อห้องนั้นว่า ห้องบัวไหล

ในภาพท่านได้ใช่ปีกแมลงทับจริง ๆ มาปักลงบนผ้า




















เหนือโดมไฟตะเกียง ทำด้วยไม้ตัดขวางสามขนาด ฉลุลวดลาย

เพื่อดักเขม่าตะเกียงไม่ใหัเลอะเพดาน และทำความสะอาดได้ง่าย









ภายใต้ตัวอาคารเดิมสูงจากพื้นดินประมาณ 2 เมตร 

แต่ถูกน้ำท่วมใหญ่ จึงได้บูรณะเหลือความสูงไม่เท่าเดิม

ในอดีตใช้เป็นที่คุมขังนักโทษและทาส

หลังเลิกทาสก็ยังใช้คุมขังนักโทษจนกระทั่งมีการสร้างเรือนจำเมืองแพร่ขึ้น

และมีคำเล่าขานของผู้เฒ่าผู้แก่ถึงเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณต่าง ๆ 

ของบรรดาผีทาสที่เสียชีวิตจากการถูกพันธนาการอย่างโหดเหี้ยมน่ากลัว


การเข้าชมในคุกใต้ดินนั้น มีเคล็ดอยู่ว่า

อย่าเดินหน้าหันหน้าเข้าคุกแต่ให้เดินถอยหลังเข้าคุกแทน 

ตอนออกก็เดินหน้าออกมาอย่าหันหลังไปมองคุก 








มีภาพจำลองการทรมานนักโทษด้วยวิธีต่าง ๆ เช่นใส่ตะกร้อมีหนามให้ช้างเตะ ฯลฯ

ดู ๆ แล้วรับหรือไม่ก็ตายอยู่ดี

ประตูด้านโน้นเข้าสู่คุกมืด








ไหใส่อุจจาระ มีช่องให้เทออกสู่ภายนอก








ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐถือปูน มี 2 ชั้น 

ไม่มีการฝังเสาเข็มแต่ใช ้ไม้ซุงท่อน ส่วนใหญ่เป็นไม้แก่น ไม้แดง และไม้เนื้อแข็ง ปูรองรับฐานทั้งหลัง 

ผนังรับน้ำหนักคาน หนาประมาณสุดแขนผู้บรรยาย








ไม้คานวางบนผนังหนามากเช่นกัน เพื่อรองรับพื้น








ได้รับพระราชทาน รางวัล จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี

ให้เป็นสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภท อาคารสถาบันและสาธารณะ 












ออกจากคุก ก็ให้ไปไหว้พระ

พระพุทธโกศัยที่วัดพระบาทมิ่งเมือง









ต่อด้วยไปชมพิพิธภัณฑ์เสรีไทย ซึ่งมีศูนย์กลางภาคเหนือที่ จ.แพร่

มีนายทอง กันทาธรรมเป็นหัวหน้า














อีกแห่งที่จะไปแต่ค่ำแล้ว ปิดแล้ว คือวัดจอมสวรรค์














คืนนี้มีขันโตกที่บ้านวงศ์บุรี ที่เจ้าบ้านเล่าว่า เคยจัดให้แต่แขกชาวต่างประเทศ

นี่เป็นกลุ่มคนไทยกลุ่มแรกที่ได้ขอมา

บ้านวงศ์บุรีได้รับรางวัลบ้านอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี 2536 

จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2440 โดยเจ้าบุรีรัตน์

เพื่อเป็นของขวัญแต่งงาน

เจ้าพรหม (หลวงพงษ์พิบูลย์) และแม่เจ้าสุนันตา วงศ์บุรี ธิดาเจ้าบุรีรัตน์

บ้านหลังนี้จึงมีสีชมพูมาแต่แรกเริ่ม 

เป็นเรือนขนมปังขิงขนาดใหญ่ 2 ชั้น

โดยช่างชาวจีนจากมณฑลกวางตุ้ง โดยมีช่างชาวไทยเป็นผู้ช่วย

ใช้เวลาก่อสร้างนาน 3 ปี

บ้านหลังนี้เชื่อมต่อกับบ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลัง

คาดว่าสร้างขึ้นในสมัยของแม่เจ้าบัวถา มหายศปัญญา

ภรรยาคนแรกของเจ้าพิริยเทพวงศ์ (เจ้าหลวงเมืองแพร่องค์สุดท้าย)

และเป็นพี่สาวของพระยาบุรีรัตน์ (เจ้าน้อยหนู)



























จากคำถามของคุณ mariabamboo

"บ้านสีชมพู กับเจ้าบุรีรัตน์เชียงใหม่เป็นคนเดียวกันใหมคะ?"


ในแต่ละเมืองคือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่านมีเจ้าครองนครต่าง ๆ กันไป

เจ้านายฝ่ายเหนือ มีฐานันดรศักดิ์หลัก 5 ชั้น ที่เรียกว่า เจ้าห้าขัน หรือ เจ้าขันห้าใบ เป็นผู้ปกครองเมือง คือ

เจ้าหลวง เป็นฐานันดรศักดิ์ของเจ้าผู้ครองนคร

เจ้าอุปราช หรือ เจ้าหอหน้า ... ถ้าเจ้าหลวงไม่พร้อมก็ทำการแทน

เจ้าราชวงศ์ เป็นฐานันดรศักดิ์ลำดับที่ 3 มักเป็นอนุชาในเจ้าหลวงองค์ที่อยู่ในราชสมบัติ หรือเป็นโอรสในเจ้าหลวงองค์ก่อน

เจ้าบุรีรัตน์ เป็นฐานันดรศักดิ์ลำดับที่ 4 มักเป็นโอรสในเจ้าหลวงองค์ก่อน หรือเป็นโอรสในเจ้าห้าขันเดิม

เจ้าราชบุตร เป็นฐานันดรศักดิ์ลำดับที่ 5 เฉพาะเจ้านายผู้เป็นโอรสในเจ้าหลวงองค์ที่อยู่ในราชสมบัติ








พื้นปูด้วยไม่สักทอง








เพดานเหนือโคมไฟ ทำด้วยไม้สามขนาดตัดตามขวาง ฉลุลาย เหมือนคุ้มเจ้าหลวง

คิดว่าคงมัวัตถุประสงค์เช่นเดียวกัน








พระยาบุรีรัตน์ (เจ้าน้อยหนู) มี

ปู่ชื่อพระยาบุรีรัตน (หนานมหายศ)  บิดาชื่อพระยาบุรีรัตน (หนานปัญญา)

พระยาบุรีรัตน์ (เจ้าน้อยหนู) จึงได้รับพระราชทานนามสกุลว่า มหายศปัญญา








เจ้าแม่บัวถา มหายศปัญญา พี่สาวเจ้าน้อยหนู

เป็นชายาคนแรกของเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ เจ้าครองนครแพร่

ไม่มีโอรสธิดาด้วยกัน  จึงได้แยกจากเจ้าหลวงพิริยเทพวงษ์มาอยู่บ้านวงศ์บุรี แห่งนี้








ห้องเตียว ... เตียวภาษาเหนือแปลว่าเดิน คือโถงทางเดิน














พระพุทธรูปบูชาสมัยอู่ทอง เชียงแสน และสุโขทัย

เป็นห้องเดียวที่มีลูกกรงเพราะเดิมเป็นห้องเซฟบรรจุของมีค่าของตระกูลวงศ์บุรี








จัดแสดงเอกสารโบราณต่าง ๆ เช่น

ซื้อขายทาสอายุกว่า 100 ปี จำนวน 49 ฉบับ ... ห้ามถ่ายรูป

เอกสารการของสัมปทานป่าไม้ สัญญากับบริษัทชักลากไม้ ตั๋วรูปพรรณช้างโค








เชี่ยนหมาก








ขันโตก








และนี่คือขันโตกของเรา

อร่อยทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแกงฮังเลที่บ้านวงศ์บุรีทำเอง อร่อยมาก








ที่นี่แพร่ ก็หนาวไม่แพ้เมืองน่าน 9-10 องศา C 








ขอบคุณเจ๊หลิน กับ ฟิชเชอร์ ... ท.ญ.รุ่งอรุณ & ท.พ. ศิริชัย - เจ้าบ้านเมืองแพร่ แต่อยู่เมืองจันท์








Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2559 7:44:31 น.
Counter : 2765 Pageviews.

28 comments
sasima house เชียงใหม่ ใกล้พันธุ์ทิพย์พลาซ่า แมวเซาผู้น่าสงสาร
(11 ต.ค. 2562 18:53:00 น.)
ซาปานอกจินตนาการ ตะลีกีปัส
(11 ต.ค. 2562 18:20:42 น.)
นึกว่าอยู่สวิตเซอร์แลนด์! I Love Flower Farm สวนดอกไม้เปิดใหม่น่าไปเช็กอิน สมาชิกหมายเลข 5519446
(8 ต.ค. 2562 11:44:39 น.)
หนาวแรกมาแล้ว ณ “ดอยอินทนนท์” 7 จุดเช็กอินไม่ควรพลาด สมาชิกหมายเลข 5518089
(8 ต.ค. 2562 11:40:42 น.)
  
แปะเจิมค่ะ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 6 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:15:30:57 น.
  
รีบแปะก่อนเม้นท์ค่ะ

คุ้มสวยโอ่อ่ามากมายค่ะพี่
เด่นสุดสำหรับนิคก็ลวดลายฉลุ สวยเหลือเกิน
ชอบตรงตะเกียงโบราณด้วยค่ะ ไอเดียดี
ประตูเมฆะวิมาน นิคอ่านไปตีความไป
ยังนึกว่าจ๋น คือ จนค่ะ ดีที่มีคำอธิบาย



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:15:40:23 น.
  
ตามเข้าไปอ่านกระทู้ด้วยค่ะ ได้ความรู้มากมาย แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเลยค่ะ กบฎ หรือเสียสละ

ไม่นึกว่าที่แพร่มีอาคารสวย ๆ อยู่หลายหลัง ขอบคุณพี่ตุ๊กค่ะ อิ่มกับข้อมูล และภาพจุใจเลย
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:45:21 น.
  

มาเยี่ยมชม มาทักทาย

มาตามเที่ยวเมืองแพร่ด้วยคนครัย ผมยังไม่เคยไปเลยครับ เคยคิดอยากไปเที่ยวเมืองแพร่เพราะอยากไปดูอนุสาวรีย์พระลอกะพระเพื่อนพระแพงที่โดนศรปักอก ผมเคยเห็นในภาพแล้วดูงดงามมีเสน่ห์ดีครับ

ที่คุ้มเมืองแพร่จำได้ว่าเคยดูรายการสารคดีที่พาไปเที่ยวคุ้มเมืองแพร่เหมือนกันครับ พอถึงถึงตอนที่ขังคุกข้างล่างเขามีการลำลองโดยมีการแสดงเป็นคนโดนขังด้วยครับ

อิอิ

โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:58:40 น.
  
เกาะติดเมืองแพร่อย่างถึงแก่น เชื่อว่าได้ถึงเมืองแพร่แล้วจริงๆ
แม้แต่ร่องรอยบนกระดานยังได้เห็น
อีกทั้งภาพเก่ายังช่วยเล่าเรื่องราวด้วย
+
โดย: Insignia_Museum วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:22:30:49 น.
  
คุ้มสวยมากเลยค่ะพี่ตุ๊ก
งามมากกกกกกกกกกกกกก
โดย: อุ้มสี วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:23:58:45 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:3:51:34 น.
  



บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mariabamboo Photo Blog ดู Blog
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Food Blog ดู Blog
haiku Art Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:5:40:06 น.
  
บ้านสีชมพู กับเจ้าบุรีรัตน์เชียงใหม่เป็นคนเดียวกันใหมคะ เหมือนจะช่วงเวลาเดียวกันเลย แม่โมชอบเรื่องเก่า ๆ อย่างนี้มากค่ะแพร่ น่าเที่ยว
โดย: mariabamboo วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:6:53:00 น.
  
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 1 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ส่งกำลังใจให้คุณตุ๊กค่ะ
โดย: เวียงแว่นฟ้า วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:8:16:55 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:10:03:26 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ
โดย: Raizin Heart วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:14:59:44 น.
  
ขอบคุณสำหรับความรู้ที่นำไปฝากค่า
โดย: mariabamboo วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:17:18:35 น.
  
มาแปะกัวใจให้คุณตุ๊กเรัยบร้อยแล้วค่ะ
โดย: ป้าเก๋า (ชมพร ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:01:59 น.
  
ไปเที่ยวด้วยค่ะ แต่ต้องพาเพื่อนไปเยอะหน่อย
ไม่กล้าเที่ยวแบบนี้คนเดียวค่ะ เสียวหลังเล็ก ๆ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
Tristy Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
Close To Heaven Parenting Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
โดย: ALDI วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:22:21:17 น.
  
ตามเที่ยวกับคุณตุ๊กก่อนนะคร้า
กับแปะหัวใจไว้ให้คร้า

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 1 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ
โดย: Tui Laksi วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:23:17:03 น.
  
เรือนขนมปังขิงนี่งามขนาดเลยเน้อครับปี้ตุ๊ก
ลายฉลุไม้สุดยอดมากๆครับ

ตี้ลำปางก่งามครับ

งาช้างคู่นี้
ถ้าแขกจีนมาหันใส่
ท่าจะตาลุกวาวเลยครับ
คนจีนซอบงาช้างขนาดเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:18:22:33 น.
  
สวัสดีค่ะคุณพี่ตุ๊ก..

เรือนโบราณนี่น่ากลัวนะค่ะ

โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:31:33 น.
  
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 0 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ
โดย: moresaw วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:41:15 น.
  
แปะๆๆๆๆ ค่ะ
โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:23:00:00 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยครับ พี่ตุ๊ก
ไปแพร่มาครั้งก่อนเน้นไหว้พระธาตุ ยังไม่ได้แวะชมคุ้มเจ้าหลวงเลยครับ
ชมผ่านบล็อกพี่ตุ๊กก่อนแล้วกัน
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:23:10:47 น.
  
สวัสดียามเช้าครับพี่ตุ๊ก

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:6:54:25 น.
  
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 1 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:11:58:03 น.
  
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 5 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:53:38 น.
  
น่าสนใจมาก ๆ ค่า ดูมีเสน่ห์ น่าสืบค้น
โดย: mariabamboo วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:12:36:04 น.
  
ทักทายยามบ่ายค่ะ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ
โดย: Raizin Heart วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:14:25:19 น.
  
บ้านไม้นี่สวยจริงๆ เนอะ
เห็นคุ้มเจ้าหลวงแล้วนึกถึงเรื่องกบฏเงี้ยวเมืองแพร่ ซื้อหนังสือมายังอ่านไม่จบเลย
โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:16:08:11 น.
  
สาระแน่นเลยนะครับ ผมชอบเมืองแพร่เหมือนกันครับ เงียบๆ ชิลๆ น่าเที่ยว
โดย: ไอฟายน้อย (Ces ) วันที่: 15 มีนาคม 2559 เวลา:23:21:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Tuk-tukatkorat.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 139 คน [?]

บทความทั้งหมด