พระตำหนักดาราภิรมย์ ...




เพลงที่พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ทรงนิพนธ์คำร้อง


ในวันว่างวันหนึ่งที่เชียงใหม่

ชวนพรรคพวกไปเที่ยวที่ที่ยังไม่เคยไป







ตั้งอยู่ในค่ายดารารัศมี ซึ่งเป็นค่ายของตำรวจตระเวนชายแดน

อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่







เข้าค่าย ผ่านสนามบินเล็ก







พระตำหนักดาราภิรมย์

สร้างขึ้นหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระราชทานพระบรมราชานุญาต

ให้พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ทรงย้ายกลับมาประทับที่เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2457

หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต เมื่อ พ.ศ. 2453








เจ้าดารารัศมี พระธิดาองค์สุดท้าย

ของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 7

ประสูติจากแม่เจ้าทิพไกสร ในปี พ.ศ. 2416

ที่คุ้มหลวงกลางเมืองนครเชียงใหม่

ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยในปัจจุบัน







ดอกกุหลาบชื่อ " จุฬาลงกรณ์ "

ไม่มีหนามที่ลำต้น

ขนาดดอกที่ใหญ่มาก สีชมพู และมีกลิ่นหอมจัด

เกิดการการเพาะพันธุ์ของชาวยุโรปผู้หนึ่ง

และได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต

ตั้งชื่อกุหลาบพันธุ์ที่เขาผสมขึ้นใหม่ว่า “King of Siam”

พระราชชายาฯทรงนําพันธุ์มาจากสมาคมกุหลาบแห่งอังกฤษ

มาปลูกด้วยพระองค์เอง

และทรงถวายนามกุหลาบนั้นว่า "กุหลาบจุฬาลงกรณ์"







เมื่ออังกฤษได้เข้าครอบครองพม่าแล้ว

ได้พยายามขยายอิทธิพลเข้ามายังนครเชียงใหม่

และยังหัวเมืองฝ่ายเหนือ

โดยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร

ได้ส่งราชทูตมาทูลขอ เจ้าหญิงดารารัศมี

ไปเป็นพระราชธิดาบุญธรรม







ความดังกล่าวได้ทราบถึงพระเนตรพระกรรณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในปี พ.ศ. 2426 เมื่อพระราชชายา ฯ พระชนมายุ 11 ชันษาเศษ

พระบิดาโปรดให้มีพิธีโสกันต์

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้

พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิชิตปรีชากร

ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบได้กับผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ภาคพายัพ

ได้อัญเชิญพระกุณฑล (ตุ้มหู) และพระธำมรงค์เพชร

ไปพระราชทานเป็นของเฉลิมพระขวัญแก่เจ้าหญิงดารารัศมี

นัยว่าเป็นของทรงหมั้น

และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้จัดพระราชพิธีโสกันต์ฯ พระราชทานเจ้าหญิงดารารัศมี

ตามแบบอย่างเจ้านายใน "พระบรมราชจักรีวงศ์" เป็นกรณีพิเศษ







วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ในปี 2429 พระชนมายุ 13 ชันษา

พระเจ้าอินทวิชยานนท์พระราชบิดาได้เสด็จลงมายังกรุงเทพฯ

เพื่อร่วมในพระราชพิธีลงสรง และสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช

เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฏราชกุมาร

เจ้าหญิงดารารัศมีได้โดยเสด็จพระราชบิดาลงมากรุงเทพฯ ด้วย

และได้รับราชการฝ่ายในเป็นเจ้าจอม

ตำแหน่งพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ประทับอยู่ ณ กรุงเทพพระมหานคร







เมื่อพระองค์เสด็จเข้ามาประทับใน พระบรมมหาราชวัง

พระราชบิดาได้พระราชทานเงินค่าตอไม้

คือค่าสัมปทานไม้สักในเขตแคว้นล้านนา

ซึ่งตอนนั้นถือกันว่าป่าไม้สักทั้งหมดในดินแดนล้านนา

เป็นของพระเจ้านครเชียงใหม่ทั้งสิ้น

เพื่อสร้างพระตำหนักขนาดใหญ่ขึ้นใหม่ในเขตพระราชฐานชั้นใน

ในพระบรมมหาราชวังเพื่อเป็นที่ประทับของ

เจ้าจอมเจ้าดารารัศมี และข้าราชบริพารในพระองค์



ภาพจากวิกิพีเดีย





ทรงโปรดให้ข้าราชบริพารในพระตำหนักนุ่งผ้าซิ่น สวมเสื้อแขนกระบอก

ห่มสไบเฉียงและไว้ผมยาวเกล้ามวย แบบล้านนา

โปรดให้พูด"กำเมือง" มีอาหารพื้นเมือง

แม้กระทั่งการ "อมเมี๊ยง" ที่แปลกสำหรับชาววังเมืองกรุง







พระราชชายาฯทรงเปิดพระทัยรับวัฒนธรรมอื่น

โดยโปรดให้มีการเล่นดนตรีไทยและสากล

มีการเรียนดนตรีไทยในพระตำหนัก

ทรงตั้งวงเครื่องสายประจำตำหนัก

พระราชชายาฯ ทรงดนตรีได้หลายอย่าง

ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถมากคือ "จะเข้"

ทั้งยังสนพระทัยในการถ่ายรูปซึ่งเพิ่งเข้ามาจากต่างประเทศในรัชกาลที่ 5

ทรงสนับสนุนให้พระญาติคือเจ้าเทพกัญญาได้เรียนรู้

และกลายเป็นช่างภาพอาชีพหญิงคนแรกของเมืองไทย







เมื่อพระราชชายา ฯ พระชนมายุ 16 ชันษา

ทรงประสูติพระองค์เจ้าหญิงวิมลนาคนพีสี

ซึ่งพระองค์พระชนม์มายุได้เพียง 3 พรรษาเศษ ก็สิ้นพระชนม์



ในปี พ.ศ. 2451 พระราชชายา ฯ พระชนมายุ 35 พรรษา

เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ พระเชษฐาของพระราชชายาฯ

ลงไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทที่พระบรมมหาราชวัง

พระราชายาฯ จึงได้กราบบังคมทูลลาขึ้นมานครเชียงใหม่

เพื่อเยี่ยมเยียนมาตุภูมิ

โดยทรงรถจากสถานีรถไฟดุสิต ถึงสถานีรถไฟปากน้ำโพ

ซึ่งเป็นที่สิ้นสุดทรงรถไฟสายเหนือเวลานั้น

และประทับลงเรือ 56 วันจึงเสด็จถึงนครเชียงใหม่

ในระหว่างที่ประทับอยู่เชียงใหม่

พระราชชายาฯทรงดำริเห็นว่าบรรดาพระอัฐิของพระประยูรญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว

ซึ่งบรรจุไว้ตามกู่ที่สร้างกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณข่วงเมรุ

ข่วงแปลว่าลาน เมรุ แปลว่าเมรุ

ซึ่งเป็นบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระศพเจ้านายตระกูล ณ เชียงใหม่

ถนนข่วงเมรุ ปัจจุบันก็เรียกอีกชื่อว่า ตรอกเหล่าโจ้ว อยู่ทางทิศตะวันตกของตลาดวโรรส

จึงโปรดให้รวบรวมและอัญเชิญพระอัฐิ

ไปสร้างรวมกันไว้ ณ บริเวณวัดบุบผาราม หรือวัดสวนดอก ปัจจุบัน







ปี พ.ศ. 2452 ได้ทรงกลับไปที่กรุงเทพ ฯ

และหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี 2453

พระชายาเจ้าดารารัศมีได้ทรงย้ายกลับมาประทับที่เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2457







พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ได้เริ่มประชวรด้วยโรคพระปับผาสะ (ปอด)

แต่ยังคงประทับอยู่ที่ตำหนักดาราภิรมย์ ในบริเวณสวนเจ้าสบาย

สวนเจ้าสบายเป็นที่ทรงทดลองการเกษตรกรรมแผนใหม่

ในพระตำหนักดาราภิรมย์







จนกระทั่งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2476

เจ้าแก้วนวรัฐฯ จึงเชิญเสด็จมาประทับที่คุ้มรินแก้ว

ปัจจุบันอยู่หลังปั๊มเชลล์ข้างโรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด ถนนห้วยแก้ว

ได้สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2476

รวมพระชนมายุได้ 60 พรรษา



***


เจ้าดารารัศมีได้ทรงทำพินัยกรรมประทานที่ดินนี้เป็นมรดกแก่ทายาท

ต่อมาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ซื้อที่ดินต่อจากทายาท


และได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ ในปี 2541

พระตำหนัก

ชั้นบน

1.โถงทางเดิน

จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระปฐมวงศ์

พระประวัติพระตำหนักที่ประทับในพระราชชายาเจ้าดารารัศมี


2.ห้องรับแขก

จัดแสดงของถวายอันเกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาเจ้าดารารัศมี

และเครื่องเรือนร่วมสมัย


3.ห้องบรรทม

จัดแสดงของถวายอันเกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาเจ้าดารารัศมี

และเครื่องเรือนร่วมสมัย


4.ห้องพักผ่อนพระอิริยาบถ

จัดแสดงจานชาม เครื่องเสวย ของใช้ส่วนพระองค์ และเครื่องดนตรี


5.ห้องจัดแสดงพระกรณียกิจ

ด้านการศาสนา ด้านการเกษตร และด้านศิลปะศาสตร์


6.ห้องจัดแสดงชุดเครื่องทรง

ผ้าทอที่พระราชชายาฯทรงออกแบบลวดลายและส่งเสริมการทอ

ชุดการแสดงที่พระราชชายาฯได้ทรง

ฟื้นฟูและทรงดัดแปลงศิลปะภาคกลางให้เข้ากับศิลปะภาคเหนือ


7.ห้องสรง


ชั้นล่าง


จัดแสดง

เครื่องมือเกษตร ที่ทรงใช้ในการทดลองการเกษตรแผนใหม่

เครื่องทอผ้า ซึ่งใช้ทอผ้า สำหรับพระราชชายาฯโดยเฉพาะ


ด้วยบนพระตำหนักไม่อนุญาติให้ถ่ายรูป

แต่ประทับใจมาก

โดยเฉพาะรูปเก่า ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ได้เล่ามาทั้งหมด





***


ปิดท้ายด้วยภาพ หอระฆังที่วัดป่าดาราภิรมย์

ที่หลานเล่าว่าตอนบวชเณรชวนกันไปปีน จนโดนหลวงพ่อดุ












Create Date : 18 พฤษภาคม 2555
Last Update : 1 มิถุนายน 2555 12:53:59 น.
Counter : 4260 Pageviews.

28 comments
◐◑↔ก่อนออกพรรษา ประเพณีรับบัวโยนบัว ประเพณีประจำท้องถิ่น ของชาว บางพลี สมุทรปราการ สมาชิกหมายเลข 4149951
(9 ต.ค. 2562 05:02:06 น.)
สายน้ำ กับ อาชีพ สองแผ่นดิน
(8 ต.ค. 2562 00:15:14 น.)
วันหยุดพักผ่อนประจำเดือนมิถุนายน 62 ตอน 2 JinnyTent
(8 ต.ค. 2562 16:06:34 น.)
Japan Trip 18 - 25 May 2019 -- สวน Kenrokuen สายหมอกและก้อนเมฆ
(8 ต.ค. 2562 15:24:24 น.)
  
เคยไปเที่ยวที่นี่มาเหมือนกันค่ะพี่ ชอบรูปทรงของตำหนักมากค่ะ ขอบคุณที่ไปเยี่ยมนะคะ
โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:10:20:17 น.
  
สวยงามจังค่ะ พี่ตุ๊ก
ขวัญยังไม่เคยเข้าไปเลย
โดย: kwan_3023 วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:10:32:01 น.
  
สวัสดีตอนสายๆ ครับคุณตุ๊ก .....

เพิ่งเคยได้ยินชื่อพระตำหนักนี้ครับ ตามหนังสือท่องเที่ยวต่างๆ เกี่ยวกับเชียงใหม่ก็ไม่เคยมีเล่มไหนแนะนำพระตำหนักนี้เลย อาจเป็นเพราะคนไทยเราไม่่ค่อยชอบเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาตร์หรือพิพธภัณฑ์กันเท่าไหร่ .....

พระตำหนักสวยงามและดูใหม่มาก เดาว่าคงจะเพิ่งผ่านการบูรณะมาเมื่อไม่นานนี้ .....

โดย: NET-MANIA วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:10:56:12 น.
  
เพิ่งรู้เจ้าดารารัศมีเป็นพระชายาตั้งแต่อายุยังน้อยมากๆ


โดย: กรุ๊ปบีราศีสิงห์ วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:18:50 น.
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:35:07 น.
  
คุณตุ๊ก เขียนได้ละเอียดดีจัง ผมเคยไปเที่ยว แต่
ได้ข้อมูลน้อยมากครับ

ภาพรองสุดท้าย มุมกล้องกับแสง สวยมาก
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:13:58:18 น.
  
เคยเข้าไปชมมาครั้งหนึ่ง แต่ก็แค่ชมผ่านๆ
วันนี้ได้เข้ามาดู โหมีข้อมูลละเอียดดีค่ะ
ขอบคุณที่แบ่งปันกันนะคะ
โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:14:20:56 น.
  

จะบอกว่าไงดีคะ พี่ตุ๊ก เมื่อวานหนูเพิ่งอ่านเจอพระตำหนักองค์นี้ ยังคิดเลยว่า ทำไมเราไม่เคยได้ยินมาก่อน คุยในบล็อกกับคนเชียงใหม่ก็หลายคน ไม่คุ้นพระตำหนักนี้เลย เหมือนพี่ตุ๊กรู้เลยนะคะ เพราะภาพที่หนูเห็นมามีแค่ด้านหน้าพระตำหนัก ที่มีพระบรมรูปหน่ะค่ะ (ใช้คำถูกรึป่าวน้อ) แล้วก็ดอกกุหลาบจุฬาลงกรณ์ ติดค้างไว้ ยังไม่ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมเลยค่ะ

จะหาโอกาสไปให้ได้ค่ะ

ขอบคุณพี่ตุ๊กค่ะ





โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:25:43 น.
  
ข้อมูลน่าอ่านมากค่ะพี่ อ่านได้เพลินเลยค่ะ
บรรยากาศก็น่าไปเดินชมมากค่ะ
โดย: coji วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:28:35 น.
  

ไม่เคยไปเลยครับ
อ่านแล้วจินตนาการไปยุคสมัยร้อยปี
บ้านเมืองสมัยนั้นคงเป็นอีกแบบ
ป่าไม่สักคงเต็มเมืองเลย
...อีก 100ปีข้างหน้าจะเป็นไงมั่งน้อ
โดย: REX-REX วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:44:09 น.
  
อ่านเรื่องราวแล้วน่าประทับใจมากๆเลยค่ะ มีโอกาสอยากไปสักครั้ง ขอบคุณที่นำภาพและข้อมูลมาฝาก
โดย: sawkitty วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:17:04:11 น.
  
น่าไปแอ่วตี้นี่ครับปี้ตุ๊ก
เตื้อแล้วไป บ่าได้เข้าไปแอ่วสักกำครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:17:19:42 น.
  
ยังไม่เคยไปค่ะ
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:17:22:46 น.
  
ดูแล้วขลังดีจังครับ พี่ตุ๊ก
โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:18:23:22 น.
  

นำน้ำแดงมาเสริฟเพื่อผ่อนคลายค่ะ
โดย: โสมรัศมี วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:03:44 น.
  
ที่นี่ เคยไปทัศนศึกษาสมัยเด็ก
โดย: chibifachan วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:16:08 น.
  
ผมยังเขียนอะไรไม่ออก ขอตามมาเที่ยวไปพลางๆก่อนครับ
ฟังเพลงแล้ว คิดถึงหนังเรื่อง "น้อยใจยา"

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: Insignia_Museum วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:38:44 น.
  
เป็นตำหนักที่สวยงามคลาสิคอีกแห่งนะคะ

โดย: mutcha_nu วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:50:04 น.
  
ได้ความรู้เยอะแยะเลย พร้อมทั้งดูภาพถ่ายสวยๆด้วยจ้า ฝีมือถ่ายภาพเยี่ยมมั่กๆ

โดย: ป่้าพรรณ (ประนม ) วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:1:01:34 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ตุ๊ก





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:5:58:15 น.
  
เป็นสถานที่สวยอีกที

ที่น่าไปเที่ยวจังเลยคะ

ยังไม่เคยได้ไปไหนเลย ....

ตามพี่ตุ๊กเที่ยวดีกว่า ไม่ร้อนด้วย ... 555
โดย: ตาโตสุดสวย วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:37:39 น.
  
สวัสดีเช้าวันเสาร์ครับคุณตุ๊ก

มาชมพระตำหนักดาราภิรมย์ด้วยคน
และโหวตให้ด้วยครับ

โดย: ทองกาญจนา วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:9:17:00 น.
  
โดย: Kavanich96 วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:24:06 น.
  
สวัสดีค่ะมาทักทายกันวันหยุดค่ะ

โดย: Calla Lily วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:13:19:43 น.
  
เที่ยวด้วยคนน่ะะะะะะะะะะ
***


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ลงสะพาน...เลี้ยวขวา วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:14:52:50 น.
  
เป็นสถานที่ที่น่าไปเที่ยวจังค่ะ
กุหลาบสวยมากๆ


มีขนมมาไล่แจกด้วยค่ะ อิอิ

โดย: sierra whiskey charlie วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:31:37 น.
  
มาชมภาพครับ
โดย: ravio วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:39:56 น.
  
ทั้งภาพทั้งเรื่องรายละเอียดดีมากค่ะ อ่านเต็มอิ่มเลย
โดย: redclick วันที่: 20 พฤษภาคม 2555 เวลา:6:41:57 น.
  
เป็นประโยชน์มากครับ
โดย: แมวหง่าว (chaiwatmsu ) วันที่: 24 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:08:22 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Tuk-tukatkorat.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 139 คน [?]

บทความทั้งหมด