วัดจามเทวี ... หละปูนเจ้า


ชาวบ้านเรียกว่า วัดกู่กุด ... วัดกู่กุฏิ







ตั้งอยู่ในจังหวัดลำพูน หรือ นครหริภุญชัย







จาก ตำนานและนิยาย

เล่าว่า พระราชโอรสของพระนางจามเทวี

คือ พระเจ้ามหันตยศ และ พระเจ้าอนันตยศ

โปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อถวายพระเพลิง

จะเห็นว่าวัดจะอยู่นอกกำแพงเมืองทางทิศตะวันตก







แล้วโปรดให้สร้างเจดีย์เหลี่ยมมียอดหุ้มด้วยทอง ชื่อว่า สุวรรณจังโกฏิ

สันนิษฐานถึงการสร้างไว้สองประเด็นคือ


อาจเเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวี


หรือ


อาจเป็นเจดีย์มหาพลที่พระเจ้าอาทิตยราชสร้างขึ้น

เมื่อคราวสงครามชนะทัพละโว้ ในพุทธศตวรรษที่ 17


แต่


จากการที่ได้พบศิลาจารึกวัดกู่กุด หรือ ศิลาจารึกลำพูนหลักที่สอง

บริเวณเชิงพระธาตุเจดีย์กู่กุด

ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย

กล่าวถึงการปฏิสังขรณ์รัตนเจดีย์กู่กุด

ที่หักพังลงเนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ได้เกิดขึ้นในสมัยนั้น

ตามลักษณะทางศิลปกรรมของพระเจดีย์ที่วัดกู่กุดนี้

ที่อยู่ในพุทธศตวรรษที่ 17

หลังจากนั้นวัดนี้ก็คงถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง








จากชื่อ

กู่ คือ เจดีย์

กุด คือ ด้วน

หมายถึงเจดีย์ที่ส่วนยอดหักหายไป


หรือ

กู่คือ เจดีย์

กุฏิคือที่อยู่พระ

หมายถึงพระพุทธรูปที่ประทับอยู่ในซุ้มจระนำรอบองค์เจดีย์

(ซุ้มจระนำ ... ซุ้มที่เป็นช่องตัน มักเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป)


เป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมก่อด้วยศิลาแลง

ฐานล่างทำเป็นหน้ากระดานสามชั้น

องค์เจดีย์ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไปห้าชั้น







แต่ละชั้นจะมีซุ้มจระนำ ด้านละสามซุ้ม

ภายในซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นหุ้มศิลาแลงแบบนูนสูง

ปางประธานอภัย รวมทั้งหมด 60 องค์









ซุ้มจระนำ เป็น ซุ้มโค้งแบบสองหยัก ลักษณะสมัยทราวดีตอนปลาย

กระหนกปั้นเป็นกระหนกผักกูด

ตัวเหงาที่ปลายซุ้มเป็นแบบทราวดี

บริเวณมุมทั้งสี่ของแต่ละชั้น

ยกเว้นชั้นบัวกลุ่มและปล้องไฉนส่วนยอดบนสุดได้หักหายไป

จึงมีการเรียกเจดีย์องค์นี้ว่า เจดีย์กู่กุด






***



รัตนเจดีย์ หรือ เจดีย์แปดเหลี่ยม







เป็นแผนผังเป็นรูปแปดเหลี่ยมซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป

ส่วนฐานประกอบด้วยฐานแปดเหลี่ยมซ้อนกันสองชั้น

ถัดขึ้นไปเป็นชั้นบัวถลารองรับองค์เรือนธาตุ

ส่วนล่างของเรือนธาตุเป็นฐานลดท้องไม้ลงเล็กน้อยจากระดับผนังของเรือนธาตุ

ส่วนเรือนธาตุมีผังเป็นรูปแปดเหลี่ยมทรงสูง







ประดับซุ้มจระนำภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืน

ซุ้มมีลักษณะเป็นวงโค้งสามวง







ภายนอกประกอบด้วยทรงฟักเพกา

ส่วนสันมุมทั้งแปดก่อเรียงอิฐยื่นออกมาจากผนังระดับเดียวกับกรอบซุ้ม

เพื่อแบ่งขอบเขตของแต่ละด้าน







ส่วนยอดถัดจากตัวเรือนธาตุขึ้นไป

เป็นบัวถลาลดท้องไม้สองชั้น ขนาดเล็กลดหลั่นกันไปเล็กน้อย

รองรับฐานแปดเหลี่ยมเตี้ย ๆ ลดท้องไม้เช่นกัน

บริเวณท้องไม้แต่ละด้านจะมีซุ้มทรงสามเหลี่ยม

ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิ

ถัดขึ้นไปเป็นชั้นลวดบัวรองรับองค์ระฆังทรงกลม

ส่วนยอดบนสุดหักหายไปแล้ว







วิหารวัดจามเทวี






















พ.ศ. 2469 สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ เสด็จเยี่ยมวัดแห่งนี้

จึงได้โปรดให้เปลี่ยนชื่อจาก วัดกู่กุด เป็น วัดจามเทวี







พ.ศ. 2479 เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ผู้ครองนครลำพูน

ได้ไปนิมนต์ท่านครูบาศรีวิชัย ช่วยบูรณะวัดจามเทวีอีกครั้งหนึ่ง







จิตรกรรมฝาผนังเล่าถึงประวัติพระนางจามเทวี


ตำนานมุขปาฐะพื้นบ้านแห่งหนึ่งกล่าวว่า

พระองค์เป็นธิดาของคหบดีชาวหริภุญชัยซึ่งมีเชื้อสายชาวเมง

อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านหนองดู่ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

เมื่อพระนางยังมีพระชนม์ได้ 3 เดือนนั้น มีนกยักษ์ตัวหนึ่งโฉบเอาพระนางไป

เมื่อนกนั้นบินผ่านหน้าสุเทวฤๅษี

ซึ่งบำเพ็ญตบะอยู่ ณ เขาอุจฉุตบรรพต

... แปลว่าเขาไร่อ้อย เชื่อว่าคือดอยสุเทพในปัจจุบัน ...

ท่านจึงได้แผ่เมตตาจิตให้นกนั้นปล่อยทารกน้อยลงมา

แล้วรับเอาเด็กนั้นเป็นบุตรบุญธรรม และสอนสรรพวิชาให้

เมื่อเจริญวัยได้ 13 พรรษา

พระฤๅษีจึงต่อแพพร้อมด้วยฝูงวานรเป็นบริวารลอยล่องไปตามลำน้ำ

ถึงยังท่าน้ำวัดชัยมงคลเมืองละโว้ นาวาก็ลอยวนไม่ไปไหนทั้งสิ้น

เมื่อพระเจ้ากรุงละโว้และพระมเหสีพบเห็น จึงตั้งให้เป็นพระราชธิดา



สุกกทันตฤๅษี ซึ่งเป็นสหายกับสุเทวฤๅษี

กับนายควิยะผู้เป็นทูตของสุเทวฤๅษี มายังกรุงละโว้

เพื่อทูลขอพระนางจามเทวีไปเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองใหม่

ที่สุกทันตฤๅษีกับสุเทวฤๅษีสร้างขึ้น ซึ่งก็คือเมืองหริภุญไชย







พระนางขณะนั้นทรงพระครรภ์ ได้ล่องเรือขึ้นมาจากละโว้

ผ่านสามเงา

ขึ้นมาถึงลำพูนโดยนำ พระแก้วขาว

เชื่อว่าประดิษฐาน ณ วัดเชียงมั่น จังหวัดเชียงใหม่ ในปัจจุบัน


และ พระรอดหลวง ซึ่งประดิษฐานที่วัดมหาวัน จังหวัดลำพูน มาด้วย







พระนางประสูติพระโอรสแฝด คือ พระมหันตยศหรือพระมหายศ และ พระอนันตยศหรือพระอินทวร







ทรงปกครองหริภุญไชยให้รุ่งเรืองและเข้มแข็ง

และอภิเษกพระมหันตยศขึ้นเป็นกษัตริย์ครองหริภุญชัยแทนพระนาง

ส่วนพระอนันตยศให้ไปกราบท่านสุพรหมฤๅษี

ที่ดอยเขางามริมแม่น้ำวังกะนที

เพื่อขอให้ช่วยสร้างพระนครแห่งใหม่ เรียกว่าเมืองเขลางค์นคร

สุพรหมฤๅษีก็ถวายการราชาภิเษกพระเจ้าอนันตยศขึ้นเสวยราชสมบัติ







พระนางจามเทวีเสด็จไปประทับที่เขลางค์นครอีก 6 ปี

แล้วเสด็จกลับมายังหริภุญชัย







เมื่อพระนางจามเทวีมีพระชนม์ได้ 60 พรรษา

ได้สละราชสมบัติทุกอย่าง ให้พระโอรสทั้งสอง

พระนางออกบวชชีบำเพ็ญพรตอยู่ที่วัดจามเทวีแห่งนี้

จนพระนางสิ้นพระชนม์ รวมพระชันษาได้ 98 พรรษา

ซึ่งทางพระมหันตยศและพระอนันตยศ

ได้จัดถวายพระเพลิงภายในวัดดังกล่าวอย่างสมพระเกียรติ

และได้สร้างเจดีย์สี่เหลี่ยมบรรจุพระอัฐิของพระนางไว้ ณ ที่นี้












โบสถ์







กู่อัฐิครูบาศรีวิชัย










Create Date : 15 พฤษภาคม 2555
Last Update : 1 มิถุนายน 2555 12:52:04 น.
Counter : 4462 Pageviews.

20 comments
ถนนทุกสายมุ่งสู่เลห์ : Manali (อีกครั้ง) กาบริเอล
(9 ต.ค. 2562 11:42:55 น.)
สายน้ำ กับ อาชีพ สองแผ่นดิน
(8 ต.ค. 2562 00:15:14 น.)
โคราช - เชียงใหม่ ... วันเดียว tuk-tuk@korat
(8 ต.ค. 2562 13:55:35 น.)
Central Village >>> ดังนัก แวะหน่อย จันทราน็อคเทิร์น
(4 ต.ค. 2562 23:44:16 น.)
  
โบสถ์สวยค่ะ น่าไปกราบไหว้ น่าไปเที่ยวนะคะ

พี่ตุ๊กไปแทบทุกวัดในประเทศไทยเลยนะเนี่ย

มีบุญจัง
โดย: กรุ๊ปบีราศีสิงห์ วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:16:38:29 น.
  
คิดถึงลำพูนจัง
โดย: kwan_3023 วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:16:59:33 น.
  
เดี๋ยวกลับไปอ่านต่อที่บ้าน
อยากไปมากวัดนี้ เจดีย์ไม่ธรรมดา

ปล. เห็นมีคนรวบรวมหน้าบันวัดในโคราชของคุณตุ๊กไปโพสต์ไว้ในห้อง Historain บน facebook ด้วย
โดย: VET53 วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:17:08:28 น.
  
มาทำความรู้จักพระนางจามเทวีครับ
โดย: wicsir วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:17:40:04 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยจ๊ะ

ภาพสวยๆทั้งนั้นเลยคะ

ยังไม่ได้อ่านเลยคะ รีบทำเวลา

กำลังโดนแย่งคอมจากสามีคะ ...
โดย: ตาโตสุดสวย วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:13:30 น.
  
น่าไปจังเลยค่ะ ยังไม่มีโอกาสไปทางเหนือเลย
โดย: sawkitty วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:27:39 น.
  
ขึ้นเหนือเมื่อไหร่ น่าแวะชมเป็นบุญตาสักครั้งจริงๆพี่ตุ๊ก
โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:06:41 น.
  
อ่านเพลินเลยละ คนสวย
สนุกแบบได้ความรู้มากมาย
ถูกใจใชเลย

***
โดย: คนบ้า(น)ป่า (nulaw.m ) วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:37:44 น.
  
ไปเที่ยวด้วยคนค่ะ
ดูรูปเพลินเลยค่ะ สวยๆ ทั้งนั้น
จังหวัดนี้ยังไม่เคยไปเลยค่ะ
โดย: Close To Heaven วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:53:31 น.
  
ใช่เลยนะ ป่าวใชเลย พักนี้เป็นงัยไม่รู้
พิมพ์ผิดแบบฮาได้ฮาดีทุกบ้านเลย
โดย: คนบ้า(น)ป่า (nulaw.m ) วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:03:39 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ตุ๊ก

วัดในหละปูนมีวัดงามๆนั๊กเลยเน้อครับ
ตางลี้ก่งามครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 พฤษภาคม 2555 เวลา:5:48:30 น.
  
เค้าว่า คนที่ฉลาด จะรู้จักปล่อยวา่งอำนาจ
เมื่อยังมีอำนาจอยู่ ...

พระนางจามเทวีคงเป็นหนึ่งในหมู่คนฉลาดนั้น..

เป็นไงไม่รู้ครับชอบศิลปะทางล้านนาเหลือเกินดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลย

โดย: peeradol33189 วันที่: 16 พฤษภาคม 2555 เวลา:7:19:18 น.
  
โดย: Kavanich96 วันที่: 16 พฤษภาคม 2555 เวลา:7:26:18 น.
  


สวัสดียามสาย ๆ ค่ะ..^^

มีความสุขกับการทำงานนะค่ะ..

โดย: Lika ka วันที่: 16 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:26:14 น.
  
สวัสดียามสายครับ วันนี้อยากทานเนื้อทอดดดดด

โดย: คุ้นๆว่าเราเคยพบกัน วันที่: 16 พฤษภาคม 2555 เวลา:10:08:04 น.
  
อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ
จงทำประโยชน์ให้สำเร็จด้วยความไม่ประมาท

ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ตลอดไป...นะคะ



ปอป้าไปเยี่ยมชมวัดจามเทวีหลายครั้งแล้ว
ชอบเจดีย์เหลี่ยมมากเลย...ค่ะ

โดย: พรหมญาณี วันที่: 16 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:08:07 น.
  
ถ่ายภาพได้สวย มีเกร็ดความรู้ด้วย คนสมัยโบราณ
มีอายุยืนมากนะครับตั้ง 98 ปี

เอ..ที่วัดนี้หรือเปล่าครับ ที่มีเปลือก ข้าวเปลือกโตมากให้ดู เป็นข้าวโบราณขนาดลูกมะม่วง แต่ผุ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 16 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:28:45 น.
  

โบสถ์งามมากค่ะพี่ตุ๊ก

เจดีย์กู่กุด พี่ตุ๊กเล่าให้ฟัง...ความรู้มากมาย ขอบคุณมากค่ะ จำได้ว่า พี่ตุ๊กเคยบอกว่า วิธีเขียนคือ ไปอ่านมา แล้วเอามาเล่าให้ฟัง ไม่ได้ลอกมาทั้งกระบิ....


ปล. บรรยากาศแบบนั้น พี่ตุ๊กบอกว่าน่าไปเดินกับคนรัก


ไปกันค่ะ
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 16 พฤษภาคม 2555 เวลา:13:24:17 น.
  
ปี้ตุ๊กชมจนผมเขินเลยครับ อิอิอิ

ขอบคุณครับ
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 พฤษภาคม 2555 เวลา:14:15:33 น.
  
อยากไปบ้างครับ
โดย: แมวหง่าว (chaiwatmsu ) วันที่: 31 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:01:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Tuk-tukatkorat.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 139 คน [?]

บทความทั้งหมด