แอ่วลำปางพ่อง ... วัดศรีชุม วัดม่อนจำศีล วัดเชตวัน และ หออะม็อก


วัดศรีชุมอีกครั้ง

( วัดศรีชุม ธันวาคม 2554 คลิ๊ก )







วิหารปราสาทหอสวดมนต์








พระอุโบสถ และเจดีย์












































คราวที่แล้วมา ที่นี่ปิด








พระพุทธรูปไม้สักทั้งองค์






*



วัดม่อนจำศีล









ตำนานของวัดว่า

เมื่อครั้งที่พระนางจามเทวีเสด็จมาสร้างเมืองเขลางค์

ได้ใช้วัดแห่งนี้เป็นที่จำศีลบำเพ็ญภาวนา จึงได้ชื่อว่า วัดม่อนจำศีล



ทางที่ขึ้นมา ลิบ ๆ คือ เมืองลำปาง








ทางขึ้นตรงมาจากซุ้มประตู เคยเป็นทางเดินขึ้น

ขนานกับถนน








สุดทางขึ้นมีสิ่งก่อสร้างนี้ที่หัวบันได

อะไรเอ่ย ?








เฉลย ... ที่ใส่น้ำให้คนที่เดินขึ้นมาดื่ม








สิงห์เฝ้าซุ้มประตู








พ.ศ. 2410 คหบดีชาวพม่า ได้นำช่างจากมันฑะเล ประเทศพม่า

มาทำการบูรณะและเปลี่ยนรูปทรงของเจดีย์ กำแพง ซุ้มประตู

เป็นศิลปะแบบพม่า














วัดนี้ได้ร้างมานาน จึงไม่ทราบประวัติแน่ชัด

จนมีพระมหาป่า เมืองแปง พระกรรมฐาน ได้ธุดงค์มาพบ เจดีย์

เห็นว่าเป็นวัดที่เก่าแก่ สงบวิเวก เหมาะสมที่จะปฏิบัติธรรม

จึงได้เจริญกรรมฐานประจำอยู่ที่นี่

ต่อมาผู้คนได้ทราบข่าวก็พากันขึ้นไปฟังธรรม เจริญกรรมฐาน ถวายทาน

ได้ช่วยกันสร้างวิหาร หน้าซุ้มพระเจ้าทันใจ เพื่อเป็นที่บำเพ็ญกุศล

ได้ช่วยกันบูรณะองค์เจดีย์ ก่อหุ้มองค์เดิม เพื่อให้มีขนาดใหญ่ขึ้น อีกหลายครั้ง


วัดม่อนจำศีล มีเจดีย์ทรงศิลปะพม่าใหญ่ๆ 3 องค์ด้วยกัน

เจดีย์ทอง

มีกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ยอดเจดีย์ทาสีทอง

พระธาตุเจดีย์บรรจุพระเกษาธาตุของพระพุทธเจ้า








เจดีย์ราย








นาค








ด้านทิศใต้ มีซุ้มพระเจ้าทันใจ








“พระเจ้าทันใจ”

ถือเป็น

พระพุทธรูปที่จะบันดาลความสำเร็จให้แก่ผู้อธิษฐานขอพรได้อย่างทันอกทันใจ

เป็นพระพุทธรูปที่ใช้เวลาสร้างได้สำเร็จภายใน 1 วัน

จะเริ่มพิธีตั้งแต่หลังหกทุ่ม

จนสามารถสร้างองค์พระได้สำเร็จก่อนพระอาทิตย์ตกดิน

มีลักษณะที่แปลกกว่าการสร้างพระพุทธรูปอื่น ๆ

คือจะมีการบรรจุหัวใจพระเจ้าคล้ายกับหัวใจของมนุษย์

และบรรจุวัตถุมงคลสิ่งของมีค่าไว้ในองค์พระพุทธรูปด้วย

ในช่วงระยะเวลาที่กำลังปั้น

จะต้องมีการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ตลอดทั้งคืนจนสว่างด้วย

ถ้าสร้างไม่เสร็จถือเป็นพระพุทธรูปธรรมดาทั่วไป

และสามารถทำพิธีพุทธาภิเษกได้ในเย็นอีก








วิหารหน้าซุ้มพระเจ้าทันใจ








เจดีย์อีก 2 องค์ อยู่นอกกำแพงเจดีย์ทอง








เจดีย์อรหันต์ 8 ทิศ

มีรูปปั้นองค์พระอรหันต์ประจำ 8 ทิศ














เจดีย์ฤาษี

มีตำนานสอดคล้องกับวัดม่อนปู่ยักษ์ที่อยู่ใกล้ ๆ ว่า

ในสมัยพุทธกาล

เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระอรหันต์

เสด็จไปโปรดสัตว์ทางทิศบูรพา

ผ่านมาทางแคว้นแห่งหนึ่ง

มียักษ์อยู่ตนหนึ่ง ขัดขวางการเผยแพร่พระพุทธศาสนาและขับไล่

มาทางป่าบ้านพระบาท จนถึงบริเวณป่าม่อนจำศีล ยักษ์ก็ไล่มาทัน

พระพุทธเจ้าจึงให้ยักษ์ตนนั้นเข้าเฝ้าและฟังพระธรรมจากพระพุทธเจ้า

ยักษ์ได้เกิดอัศจรรย์ปีติ เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า

จึงบำเพ็ญศีลภาวนาที่ม่อนจำศีล

ต่อมา

ยักษ์ตนนั้นตายลงที่ม่อนปู่ยักษ์ ... วัดม่อนปู่ยักษ์
































สี่มุม เจดีย์จึงมีรูปปั้นยักษ์








แนวกำแพงเก่า








ลาวัดนี้ด้วยพระอุโบสถ






*


ไม่ทราบว่าเพราะเป็นศิลปแบบอินเดียหรือเปล่า

จึงชื่อวัด เชตวัน เหมือนวัดที่อินเดีย







หน้าพระอุโบสถ หันไปทางทิศตะวันออก








ครุฑยุดนาค








พระแม่ธรณีทรงแสดงปาฏิหาริย์ปราบเหล่าพญามารที่มาผจญพระพุทธเจ้า

โดยทรงบีบมวย ผมให้น้ำไหลออกมาท่วมพวกพญามารทั้งหลาย

นั่นคือ

อำนวยผลทางความมั่นคงและป้องกันสิ่งเลวร้าย








ประตูด้านทิศเหนือและทิศใต้








พระนอนหลังพระอุโบสถ








พระพุทธบาทจำลอง




















และที่มาที่นี่ก็เพราะ




















จากวัดเชตวันไปตามลายแทงต่อที่ หออะม็อก








เรื่องราวจากกำแพงเมืองเขลางค์ หรือ ลำปาง

สันนิษฐานได้ว่าเมืองเขลางค์ แบ่งได้เป็นสามรุ่นสามสมัย


รุ่น 1

สุพรหมฤาษีสร้างเมืองขึ้นราวปี พ.ศ. 1223

ให้เจ้าอันตยศโอรสแฝดผู้น้องของพระนางจามเทวีครอง


วัดที่มีศิลปะสมัยพระนางจามเทวี ที่ลำปาง (ที่เคยไป) คลิกชมได้ที่ชื่อวัด

วัดเวียง อ.เถิน ,วัดปงยางคก อ.ห้างฉัตร,วัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา ,วัดปงสนุกเหนือ อ.เมือง


สถานที่ที่ปรากฎชื่อในรุ่นนี้ว่ามีอยู่แล้ว

วัดพระแก้วดอนเต้า อ.เมือง , ประตูม้า อ.เมือง



รุ่น 2

ต่อมาอีกราว 600 ปี

พญามังราย ใช้อ้ายฟ้ามาเป็นไส้ศึกจนตีหริภุญไชยได้

พญายีบากษัตริย์หริภุญไชยขณะนั้น

หนีมาเมืองเขลางค์ที่พญาเบิก โอรสครองอยู่

พญาเบิกจึงยกทัพไปตีเมืองหริภุญไชย

แต่สู้ขุนคราม โอรสพญามังรายไม่ได้

จึงถอยกลับมาถึงบ้านแม่ตานก็ถูกจับและถูกประหารที่นั่น

ชนรุ่นหลังเห็นถึงความกล้าหาญของพญาเบิก

จึงขนานนามท่านเป็นเจ้าพ่อขุนตาน ... แห่งดอยขุนตาน

ขุนไชยเสนาได้รับการแต่งตั้งจากขุนครามให้ไปครองเมืองเขลางค์

จึงได้ทิ้งเมืองเขลางค์รุ่น 1

สร้างเมืองเขลางค์นครรุ่น 2

ขึ้นทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเดิม ราวปี พ.ศ.1844

จากนั้นราวปี พ.ศ.2301 ล้านนาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าโดยบุเรงนอง


รุ่น 3

ภายใต้การปกครองของพม่า

หนานทิพย์ช้าง ควาญช้างและพรานป่าแห่งบ้านปงยางคก

ได้ลอบเข้าไปที่วัดพระธาตุลำปางหลวงที่ตั้งทัพพม่า

และได้ใช้ปืนยิงท้าวมหายศตาย ... ทีรอยลูกปืนที่รั้วล้อมพระธาตุ

แล้วขึ้นครองเมืองเขลางค์ ได้เป็นรัฐอิสระจากพม่าในปี พ.ศ. 2275

มีโอรสคือ เจ้าฟ้าชายแก้ว สิงหราชธานี ได้ครองเมืองต่อมา

เจ้าฟ้าชายแก้วทรงมีโอรส 7 องค์

คนโตคือเจ้ากาวิละครองเมืองเขลางค์ต่อจากเจ้าฟ้าชายแก้ว

เจ้ากาวิละร่วมกันน้องทั้ง 7 กอบกู้ล้านนาจากพม่า

จากการทำสงครามกับพม่า

ทำให้กำแพงเมือง ป้อมประการ ประตูเมือง ของเมืองรุ่น 1 และรุ่น 2 เสียหายมาก

และเป็นยุค เก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมือง

คือการรวบรวมไพร่พลจากเมืองอื่น ๆ มาไว้ที่เมืองเขลางค์เป็นจำนวนมาก

ราวปี พ.ศ. 2330-2337 เจ้าคำโสม พระอนุชาองค์ถัดมาของเจ้ากาวิละ

ครองเมืองเขลางค์ และได้ขยายเมืองออกไปทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำวัง



เมืองเขลางค์รุ่นที่ 1

สร้างบนที่เนินบนฝั่งตะวันตกของคุ้งแม่น้ำวัง

รูปทรงของเมืองเป็นรูปหอยสังข์

มีพื้นที่ของเมืองแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ

1. ส่วนหัวของเมือง

ใช้สำหรับทางศาสนา มีวัดพระแก้วดอนเต้าเป็นศูนย์กลาง

ใช้เตรียมพร้อมด้านการทหาร มีประตูม้าเป็นประตูชัยของเมือง


2. ส่วนกลางของเมือง ฝั่งตะวันออก

อยู่ถัดจากส่วนบนลงมาทางปลายน้ำ

เป็นย่านที่อยู่อาศัยของเจ้าผู้ครองนคร

และเครือญาติอยู่ทางด้านใต้ของวัดพระแก้วลงมา


3 . ส่วนกลางของเมือง ฝั่งตะวันตก

เป็นพื้นที่ว่างเรียกว่า ข่วงเมือง ... ข่วงแปลว่าลานโล่ง

เป็นที่ชุมนุมกองคาราวานสินค้า

เป็นลานประกอบพิธีกรรม

เป็นที่ฌาปนกิจสำหรับเจ้าเมือง พระเถระชั้นผู้ใหญ่

เป็นที่รวมพลของทหารก่อนออกศึก

เป็นลานพักผ่อนสำหรับชาวเมือง

มีวัดหัวข่วงเป็นอารามอยู่กับข่วงเมือง


4. ส่วนล่างของเมือง

อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

เป็นที่พักอาศัยและประกอบการค้าขายทางเรือ








เมืองเขลางค์รุ่น 2

ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวัง

ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเขลางค์นครรุ่น 1

วางชัยภูมิของเมืองโดยหน้าเมืองอยู่ทางทิศใต้

มีแม่น้ำวังเป็นคูเมือง

เมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมเหมือนเมืองเชียงใหม่








เมืองเขลางค์นครรุ่น 3

ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำวัง

แม่น้ำวังเป็นแนวปราการของเมืองด้านตะวันตก

วางแกนของเมืองขนานกับแม่น้ำด้านทิศตะวันออก-ตะวันตก

วางจุดศูนย์กลางของเมืองไว้ในแนวตรงข้ามกับรอยต่อของเมืองเขลางค์รุ่น 1 และรุ่น 2

บริเวณศูนย์กลางของเมืองรุ่น 3

อยู่ที่บริเวณวัดคะตึกเชียงมั่น วัดบุญยวาทย์ วัดบุญยืน วัดป่าดัวะ

และคุ้มหลวงของเจ้าคำโสม

(คือบริเวณศาลากลางจังหวัดหลังเก่า และศาลจังหวัด)

ประมาณเอาจากถนนรอบเวียง ได้แผนที่เหมือนข้างบน








หออะม็อก เป็นภาษาม่าน หรือพม่า แปลว่าหอปืน

สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2351

ในสมัยเจ้าหอคำดวงทิพย์ เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์ที่ 3

เป็นรูปแปดเหลี่ยมเกือกม้าวงรี

ก่อด้วยอิฐสอดินดิบ

ส่วนยอดสุดของกำแพงป้อมเป็นรูปใบเสมา








ร่องรอยกำแพงเมืองเก่าที่ยังเหลืออยู่








มีช่องทางเข้า-ออก ด้านตะวันตกด้านเดียว ซึ่งเป็นด้านในของ กำแพงเวียง

ภายในป้อมป้อมปืนเป็นนั่งร้านไม้ 3 ชั้น

ชั้นที่ 2 และ ชั้นที่ 3 มีช่องสำหรับลำเลียงกระสุนปืนใหญ่ดินปืนอยู่ตรงกลาง








ข้างหออะม็อก มี ศาลเจ้าพ่อหมอกมุ่งเมือง

เป็นทหารเอกของพระเจ้าหอคำดวงทิพย์

บวชเรียนเป็นพระภิกษุ ณ วัดจอมสะหลี นครเชียงตุง

แล้วลาสิกขาบท (หนาน = ทิด)

มารับราชการทหารในกองทหารนครลำปาง

และกิตติศัพท์เลื่องลือว่า

ยามเดินไปแห่งใดจะเกิดอัศจรรย์มีหมอกปกคลุมไปทั่ว

เป็นที่มาของชื่อ หนานหมอกมุงเมือง

ท่านแต่งงานมีครอบครัวกับสาวชาวบ้านลำปางหลวง อำเภอเกาะคา

เจ้าหอคำดวงทิพย์ทรงโปรดแต่งตั้งให้เป็นนายทหารคนสำคัญ

ออกราชการสงครามในยุค “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง”

ท่านเป็นต้นตระกูล “ไชยนิลพันธ์”

ดาบคู่มือของท่านได้เก็บรักษาไว้ ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง








คุยกันท้ายเรื่อง


ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการทำไม้ชาวอังกฤษที่เคยทำไม้อยู่ในพม่า

ให้เข้ามาทำไม้ในหัวเมืองล้านนา ซึ่งได้นำชาวพม่าที่ชำนาญมาทำไม้ด้วย

ข่าวความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้สักในล้านนา

ทำให้มีชาวพม่าเดินทางเข้ามาทำไม้ในเมืองไทยกันมากขึ้น

สร้างความร่ำรวยเป็นอันมาก

เศรษฐีชาวพม่าเหล่านั้นส่วนใหญ่จะนับถือพุทธศาสนา

จึงสร้างวัดหรือซ่อมแซมวัดที่มีอยู่แล้ว

ซึ่งถือว่าได้บุญกุศลแรงกล้า

และเป็นการไถ่บาปที่เข้าไปตัดโค่นต้นไม้ใหญ่ในป่า

อันเป็นที่สถิตย์ผีสางนางไม้

จึงพบจะเห็นวัดศิลปะพม่าหลายวัดที่ลำปาง

เช่น วัดศรีชุม , วัดศรีรองเมือง อ.เมือง , และอีกหลายวัด


ทำไมไม่ใช่เชียงใหม่

... เพราะสมัยก่อนอุตสาหกรรมป่าไม้ที่ลำปางเจริญกว่าเชียงใหม่







Create Date : 07 พฤษภาคม 2557
Last Update : 9 พฤษภาคม 2557 16:55:15 น.
Counter : 4435 Pageviews.

26 comments
wheelchair so easy!!! สมาชิกหมายเลข 5530793
(8 ต.ค. 2562 23:09:08 น.)
หนาวแรกมาแล้ว ณ “ดอยอินทนนท์” 7 จุดเช็กอินไม่ควรพลาด สมาชิกหมายเลข 5518089
(8 ต.ค. 2562 11:40:42 น.)
โคราช - เชียงใหม่ ... วันเดียว tuk-tuk@korat
(8 ต.ค. 2562 13:55:35 น.)
วันหยุดพักผ่อนประจำเดือนมิถุนายน 62 ตอน 2 JinnyTent
(8 ต.ค. 2562 16:06:34 น.)
  
ตามคุณตุ๊กมาทัวร์วัดสไตล์พม่าสุดคุ้มเลยค่ะ
ทริปนี้มาลำปางคุณตุ๊กพาชมวัดกราบพระ สร้างบุญมามายค่ะ
ตามเส้นทางแผนที่ใกล้ๆกันมากนะค่ะ
ข้อมูลแบบนี้ยังไม่เคยอ่านที่ไหนด้วย ...
ขอบคุณมากๆค่ะ คุณตุ๊ก

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
คนบ้า(น)ป่า Music Blog ดู Blog
ถปรร Photo Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog
โดย: tui/Laksi วันที่: 7 พฤษภาคม 2557 เวลา:15:36:41 น.
  
ตามมาแอ่วลำปางค่ะ
โดย: มี๊เก๋+ป๊าโอ๋=ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2557 เวลา:16:00:21 น.
  
วัดศรีชุม งามหลายๆค่ะ
แต่ละรายละเอียดต้องเรียกว่าสุดยอดศิลปะกันเลย

เรื่องราวการสร้างพระเจ้าทันใจ นิคก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองค่ะพี่ตุ๊ก
ตอนแรกนึกว่าขอพรได้ทันใจซะอีกค่ะ
เพราะต้องรีบสร้างให้เสร็จนี่เองค่ะ
พระเจ้าทันใจจึงมีลักษณะไม่ไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่
จากที่นิคเห็นมาหลายๆที่อ่ะนะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tui/Laksi Home & Garden Blog ดู Blog
บูรพากรณ์ Art Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 7 พฤษภาคม 2557 เวลา:16:10:17 น.
  
สวัสดีครับพี่ตุ๊ก
วัดศรีชุมลายแกะสลักไม้สวยงามมาก
อุโบสถวัดเชตวันแปลกตา
มารู้ตอนท้ายสมัยก่อนลำปางเจริญกว่าเชียงใหม่
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
โดย: moresaw วันที่: 7 พฤษภาคม 2557 เวลา:18:31:37 น.
  
เรื่องวัดวาอาราม วิหาร โบสถ์ เจดีย์ สถาปัตยกรรม ต้องตามพี่ตุ๊กเท่านั้น คริคริ

tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สมาชิกหมายเลข 861805 วันที่: 7 พฤษภาคม 2557 เวลา:19:30:33 น.
  
ตามไปโลด ไว้ขึ้นเหนือเมื่อไรไปตามดูเลย
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
haiku Fanclub Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog
เริงฤดีนะ Sports Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2557 เวลา:22:50:10 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 8 พฤษภาคม 2557 เวลา:4:03:52 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับปี้ตุ๊ก

วัดศรีชุมก่ซอบครับ
วัดในลำปางหลายวัดงามขนาดเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 พฤษภาคม 2557 เวลา:6:06:28 น.
  
สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณตุ๊ก
เยี่ยมชมพร้อมส่งกำลังใจนะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ร่มไม้เย็น Dharma Blog ดู Blog
ญามี่ About Weblog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: เฉลิมลาภ ทราบแล้วเปลี่ยน วันที่: 8 พฤษภาคม 2557 เวลา:7:23:14 น.
  
สวยมากครับ คุณหมอ อยากเห็น พระธาตุ ลำปางหลวงครับ ด้วยครับ
โดย: เมศร์ ครับผม IP: 101.51.64.14 วันที่: 8 พฤษภาคม 2557 เวลา:8:25:24 น.
  
พี่ตุ๊กเป็นนักเสาะแสวงหาวัดเที่ยวตัวยงเลย สุดยอด

ว่าแต่ว่า นาคนั่น! มีขาด้วยอ่ะพี่ แปลกดี
โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 8 พฤษภาคม 2557 เวลา:9:21:06 น.
  
สมัยรัชกาลที่ 5 เรารื้อประตูเมือง หอรบลงแทบทุกเมืองเพราะไม่มีสามารถต้านทานการรบสมัยใหม่ได้ ในขณะเดียวกันเมืองสมัยก่อนก็คับแคบจำเป็นต้องขยายตามประชากรที่เพิ่มขึ้น

เมื่อเห็นสิ่งนี้แล้วรู้สึกตื่นเต้น คิดว่าน่าจะเป็นต้นแบบให้เราได้นึกถึงป้อมบนกำแพงเมืองสมัยรัตนโกสินทร์ได้เลย ในขณะเดียวกันก็คงถ่ายทอดมาจากสมัยอยุธยาตอนปลาย อยากไปอยุธยาไปดูป้อมมที่เหลืออยู่ อยากรู้ว่าจะเหมือนอันนี้ไหม
โดย: ปลาทอง สมองน้อย วันที่: 8 พฤษภาคม 2557 เวลา:15:34:33 น.
  
เขียนได้ละเอียดมาก ๆ ขอบคุณค่ะ
โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 8 พฤษภาคม 2557 เวลา:21:02:26 น.
  
วัดศรีชุมมีมุมสวยๆน่าเดินชมมากครับ
tuk-tuk@korat Travel Blog
โดย: Insignia_Museum วันที่: 8 พฤษภาคม 2557 เวลา:21:26:34 น.
  
สวัสดีค่า พี่ตุ๊ก ^^
เป็นวัดเก่าแก่ที่สวยดีนะคะ
ชอบวัดโบราณแบบนีั้ค่ะ
ไม่ต้องสวยมากแต่ได้เห็นวัฒนธรรมสมัยเก่า สวยดีค่ะ
แต่ถ้ากลางคืนคงหวาดเสียวเหมือนกันค่ะ ><

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆและภาพสวยๆค่า

โดย: lovereason วันที่: 8 พฤษภาคม 2557 เวลา:23:02:51 น.
  
เป็นวัดเก่าแก่และงามมากจริงๆคุณตุ๊กขา
อนุโมทนาบุญด้วยค่า
และขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตค่ะ
โดย: schnuggy วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:2:30:09 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ตุ๊ก

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:5:46:41 น.
  
มาชวนไปรับลมร้อน ที่เกาะล้านกันค่ะ

โดย: ป้าคาล่า วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:6:50:10 น.
  
ไม่น่าเชื่อว่าลำปางเคยเจริญกว่าเชียงใหม่นะคะ

ลำปาง เป็นแค่ทางผ่าน เวลาหนูไปเที่ยวเหนือ ที่ตั้งใจไว้และเห็นจากเพื่อนบล็อกเราบ่อยคือ พระธาตุลำปางหลวง และวัดปงสนุก

สามวัดวันนี้ของพี่ตุ๊ก เปิดหูเปิดตาเลยค่ะ ครั้งแรกที่เห็น ที่ได้ยิน

ขอบคุณค่ะพี่ตุ๊ก เพราะหาข้อมูลใช่ไหมคะ เลยไม่ได้เปลี่ยนหน้าซักที
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:7:03:08 น.
  
โดย: maistyle วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:9:53:26 น.
  
สวัสดีจ้ะน้องตุ๊กคนขยัน

ก็ขยันหารายละเอียดและรูปมาเพียบเลยละ

เคยผ่านไปลำปางแวะเข้าเมืองทานข้าวมาไม่ต่ำกว่าสิบครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยเพราะไม่ค่อยได้ทำการบ้านก่อนไป เพิ่งรู้ที่น่าไปดูไปศึกษามีมากมายเลย

พระเจ้าทันใจนี่ทางเหนีอมีมาก ๆเลยนะครับ

น้องตุ๊กเขียนในแผนที่ว่าเดิน 2.4กม. ใช้เวลา 29นาที แสดงว่าต้องเดินแบบด่วนจี๋เลยนะครับ เพราะวินาทีหนึ่งต้องได้ระยะทางตั้ง 1.39 เมตร ขาสั้น ๆละก็เกือบสามก้าวต่อวินาทีเลยนา

แบบนี้ต้องให้กำลังใจการท่องเที่ยวกันหน่อยจ้ะ
โดย: find me pr วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:10:16:09 น.
  
บ้านเมืองก่มีก๊ะเรื่องครับปี้ตุ๊ก
เมืองไทย
พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรกครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:14:19:55 น.
  
สวัสดีครับพี่ตุ๊ก
รูปสี่มุม เจดีย์จึงมีรูปปั้นยักษ์....
ไม่เห็น รูปไม่ขึ้น อยากดูครับผม

โดย: moresaw วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:16:09:26 น.
  
เป็นวัดที่โด่งดังเรื่องศิลปะพม่า ตอนไปลำปางอยากแวะเหมือนกันครับ แต่เวลาไม่เอื้ออำนวย โชคดีที่ได้ดูในบล็อกนี้แบบเต็มๆเลย

ที่ตักน้ำที่หัวบันไดวัดม่อนจำศีลนั่น.... สารภาพว่าผมคิดว่าเป็นเตาเผาขยะ
ผมชอบวัดนี้ที่มีเจดีย์เก่าทรงแปลกๆหลายองค์มาก เป็นวัดแรกที่แวะในทริปขึ้นเหนือช่วงปีใหม่ปี 2013 เลยครับ

วัดเชตวันอันนี้ไม่เคยไป พระนอนที่มือไม่ได้หนุนหัวดูแล้วแปลกดีครับ

บล็อกนี้ได้เห็นวิวัฒนาการของเมืองลำปางทั้งสามยุคชัดเจนเลย ตอนทำบล็อกเมืองเขลางค์ผมก็อยากทำแผนที่แสดงขอบเขตเมืองทั้งสามยุคซ้อนในภาพเดียวกันและแสดงตำแหน่งวัดศูนย์กลางเมืองยุคต่างๆนะครับ แต่ตอนนั้นขี้เกียจ -3-
ได้เห็นหออะม็อกและกำแพงเมืองเก่ามากมายด้วย พี่ตุ๊กตามรอยเมืองเก่าได้ละเอียดจริงๆ บางทีถึงจะขับรถเจอก็จอดลงไปถ่ายรูปยากนะครับ
ช่วง ร.5 อุตสาหกรรมไม้ที่ลำปางรุ่งเรืองจริงๆ รถม้าก็เป็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากยุคนั้นจนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลำปางไป
ส่วนตอนนี้ลำปางคงเน้นงานเซรามิคนะครับ
โดย: ชีริว วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:22:47:50 น.
  
ภาพสวย อ่านคำบรรยายเพลินเลย
อนุโมทนาบุญด้วยค่า

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ALDI Food Blog ดู Blog
Close To Heaven Parenting Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: schnuggy วันที่: 10 พฤษภาคม 2557 เวลา:19:17:29 น.
  
สวยและงดงามมากค่ะพี่ตุ๊ก
โดย: อุ้มสี วันที่: 12 พฤษภาคม 2557 เวลา:20:46:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Tuk-tukatkorat.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 139 คน [?]

บทความทั้งหมด