ก๋วยเตี๋ยวหมู เจ๊นวล พิมาย ... เมรุพรหมทัต




ไปถามร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยจากเจ้าหน้าที่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย

เขาตอบว่า

ไปตามทางหน้าพิพิธภัณฑ์นี่แหละ

ให้เลยไฟแดงแรกไปก่อน

อยู่ซ้ายมือก่อนไฟแดงที่สอง แต่ไม่มีที่จอดรถ

ถึงไฟแดงที่สองให้เลี้ยวซ้ายหาที่จอดแล้วค่อยเดินย้อนกลับมา

เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านเล็ก ๆ แต่ท้องถิ่นมักไปทานกัน

ต้นไม้ที่อยู่กลางภาพ คือตัวปราสาทหินพิมายทางทิศตะวันออก








แผนที่ ... ฝากบอกเป็นพิเศษสำหรับคุณสายหมอกและก้อนเมฆ

ว่าอะไรอยู่ตรงไหน คร่าว ๆ








ป้าบอกว่าให้แต่งหน้าให้ด้วยก่อนออกสื่อ ... แต่เราว่าไม่แต่งก็สวยอยู่แล้ว








เป็นก๋วยเตี๋ยวหมู








ครบเครื่อง ทั้ง บะฉ่อ หมูย่าง เครื่องใน

... ส่วนตัวชอบพริกดองน้ำส้ม แบบเนี๊ยะ ...








กลับออกมาที่จอดรถ

หันไปหันมา อ้าวนี่คือเมรุพรหมทัตนี่เอง


เป็นโบราณสถานก่อสร้างด้วยอิฐ

ลักษณะเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่

ตั้งอยู่บนเนินดิน

เชื่อมโยงกับนิทานพื้นบ้านเรื่องท้าวปาจิตกับนางอรพิม



***



ตำนาน ท้าวปาจิต และ นางอรพิม


ในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ในดินแดนสุวรรณภูมินี้

ท้าวปาจิต เป็นโอรสของ พระเจ้าอุทุมราช กับพระอัครมเหสี

ครองเมืองนครธมแห่งราชอาณาจักรขอม ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น

เมื่อพระชันษาประมาณ 15 ปี พระบิดาก็ให้เลือกคู่ครอง

โดยประกาศเรียกหญิงสาวในมหานครและหัวเมืองประเทศราช

มาให้ท้าวปาจิตเลือกเป็นคู่ครอง

แต่ท้าวปาจิตไม่สนใจเลยแม้สักคนเดียว

เมื่อโหรหลวงตรวจดูดวงชะตาก็กราบทูลว่าเนื้อคู่ของท้าวปาจิตยังไม่เกิด

ขณะนี้อยู่ในครรภ์หญิงชาวนาผู้หนึ่ง ในเมืองพิมาย

อันเป็นเมืองประเทศราชของนครธมอยู่ทางทิศพายัพ

ท้าวปาจิตจะต้องเดินทางไปหาหญิงผู้นั้น

อภิบาลครรภ์

และอบรมเลี้ยงดูกุมารีด้วยพระองค์เอง

จะสามารถสังเกตได้ง่ายจากหญิงคนนั้น

กำลังมีครรภ์และมีเงากลดกางกั้นอยู่

ไม่ว่าจะเดินไปไหนและทำอะไรอยู่กลางแจ้งก็ตาม


ท้าวปาจิตเสด็จออกเดินทางไปตามคำทำนายของโหรจนมาถึงเขตเมืองพิมาย

ท้าวปาจิตไม่แน่ใจจึงกางแผนที่ออกดู เรียกบริเวณนั้นว่า บ้านกางตำรา เพี้ยนเป็น บ้านจารตำรา

ท้าวปาจิตข้ามถนนเพื่อเข้าเขตเมือง เรียกบริเวณนั้นว่า บ้านถนน

เดินมาตามทางถึงหมู่บ้านที่มีต้นสนุ่นมาก เรียก บ้านสนุ่น

เลยบ้านสนุ่นมาถึงท่าน้ำใหญ่ เรียก บ้านท่าหลวง

แต่ผิดทาง จึงไปอีกทางหนึ่งถึง บ้านสำริด

พบหญิงครรภ์แก่ชื่อ ยายบัว กำลังดำนาอยู่

เหนือหัวของนางมีเงาคล้ายกลดกั้นอยู่

จึงเข้าไปแสดงตัวว่าเป็นใคร มีความประสงค์อะไร

และตั้งใจว่าจะอยู่ช่วยทำนาให้จนกว่าจะคลอดลูก

หากลูกคลอดออกมาเป็นชายจะยกย่องให้เป็นน้องชาย

ถ้าเป็นหญิงจะขอนำไปเป็นมเหสี


ท้าวปาจิตอาศัยอยู่กับยายบัวและนายมีสามียายบัวเรื่อยมา

จนยายบัวครบกำหนดคลอด เป็นทารกเพศหญิงตรงตามคำทำนายของโหร

ยายบัวตั้งชื่อให้ว่า อรพิม มีหน้าตาน่ารัก สวยงาม และมีผิวพรรณผ่องใส

เป็นที่พอใจแก่ท้าวปาจิตยิ่งนัก

ท้าวปาจิต ได้ทช่วยทำงาน ช่วยแลตลอดจนอบรมสั่งสอนนางตั้งแต่เด็ก

จนกระทั่งโตเป็นสาวสวย และได้ผูกสมัครรักใคร่กับท้าวปาจิตเช่นเดียวกัน


วันหนึ่งท้าวปาจิตได้บอกถึงฐานะและตัวตนของพระองค์ให้นางทราบ

ขออนุญาตนางบัว นายมี และนางอรพิม

ว่าตนจะกลับไปบ้านเกิดเมืองนอน

เพื่อยกขันหมากจากพระนครธม

มารับนางอรพิมไปอภิเษกสมรสตามราชประเพณีที่พระนครธม


เมื่อถึงนครธม

ท้าวปาจิตได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลต่อพระเจ้าอุทุมราชพระราชบิดาและพระราชมารดา

พระองค์จึงให้จัดขบวนขันหมากอย่างดีและมีจำนวนรี้พลมากมาย

เดินทางไปเมืองพิมาย


ขณะเดียวกัน พระเจ้าพรหมทัต กษัตริย์ผู้ครองเมืองพิมาย

ได้ทราบข่าวความงามของนางอรพิม

จึงให้ไปนำตัวนางมาไว้ในพระราชวัง

นางอรพิมสุดที่จะขัดขืนได้จำต้องมา

แต่นางได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า

ถ้ามิใช่ท้าวปาจิตแล้ว ผู้ใดแตะต้องตัวนางก็ขอให้กายนางร้อนเหมือนไฟ

พระเจ้าพรหมทัตจึงแตะต้องตัวนางมิได้

เมื่อถามนางอรพิม นางได้กราบทูลว่าให้รอพี่ชายมาก่อน


กระบวนขันหมากของท้าวปาจิตยกออกจากนครธมมาหลายคืนหลายวัน

จนมาถึงลำน้ำแห่งหนึ่งท้าวปาจิตให้ทหารหยุดกระบวนขันหมาก

ให้ทหารและสัตว์พาหนะได้พักและบริโภคน้ำ

ชาวบ้านเห็นผู้คนมากันมากมายจึงเข้ามาไต่ถามว่า

พวกทหารตอบว่าจะไปบ้านสำริด

เพราะพระโอรสกษัตริย์แห่งเมืองขอมจะแต่งงานกับสาวบ้านนี้ ชื่อนางอรพิม

ชาวบ้านจึงเล่าให้ฟังว่า

พระเจ้าพรหมทัตได้นำตัวนางเข้าไปไว้ในปราสาทเมืองพิมายเสียแล้ว

ท้าวปาจิตโกรธมาก

โยนทรัพย์สินเงินทองข้าวของเครื่องใช้และขันหมากทิ้งลงแม่น้ำหมด

จึงเรียกว่า ลำมาศ หรือ ลำปลายมาศ

ส่วนรถทรงก็ตีล้อดุมรถและกงรถจนหักทำลายหมด

ชาวบ้านนำมากองรวมกันไว้จนที่เรียกว่า บ้านกงรถ

เมื่อพระทัยเย็นลงแล้วท้าวปาจิตก็ได้ขออนุญาตพระบิดาไปตามนางกลับคืน

ด้วยพระองค์เองตามลำพัง

พระเจ้าอุทุมราชและข้าทหารทั้งหลายจึงเดินทางกลับนครธม

พระองค์ก็ปลอมตัวเป็นลูกชายยายบัวเข้าไปตามหาน้องสาวชื่อ อรพิม

โดยได้ไปบอกนายประตูเมืองพิมายว่าจะขอเข้าไปเยี่ยมน้องสาว

เมื่อนางพบหน้าท้าวปาจิตนางก็ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก

ร้องออกมาว่า อ้อ! พี่มา!...3 ครั้ง เพี้ยนเป็น พิมาย

( เอ แล้วก่อนหน้าพี่มา เมืองนี้ชื่ออะไรเนาะ โหรข้างบนก็ว่าพิมายอยู่ ... แอบแซว )

พระเจ้าพรหมทัตเสด็จมาหานางอรพิม พบเห็นท้าวปาจิตอยู่กับนางอรพิม

เมื่อถาม นางตอบว่าเป็นพี่ชายของนางเอง

ท้าวปาจิตเล่าว่าค้าขายทางไกล

ทราบว่าน้องสาวจะอภิเษกสมรสเป็นพระมเหสีของพระองค์

จึงมาอวยพรให้ และทำความรู้จัก

พระเจ้าพรหมทัตดีใจอย่างมาก เพราะนางอรพิมจะได้ยอมเป็นพระมเหสีเสียที

จึงสั่งให้หาเหล้ายาอาหารมาเลี้ยงดูท้าวปาจิตอย่างดี

แต่พระเจ้าพรหมทัตถูกนางอรพิมมอมเหล้าเสียจนเมามายจนเสียสติ

จะลวนลามนางอรพิมต่อหน้าต่อตาท้าวปาจิต

ท้าวปาจิตจึงใช้พระขรรค์ฟันคอพระเจ้าพรหมทัตขาดสิ้นพระชนม์

แล้วหนีไป

ท้าวปาจิตและนางอรพิมบุกป่าฝ่าดง ถึงป่าใหญ่แห่งหนึ่ง

พอดีเป็นเวลารุ่งสว่างได้พบ พรานนกเอี้ยง

ซึ่งออกมาเที่ยวล่าเนื้อ

พรานเห็นนางอรพิมสวยงามมาก ก็นึกรัก

จึงใช้หน้าไม้ยิงท้าวปาจิตถึงแก่ตายแล้วก็ฉุดพานางไป

นางจึงทำเป็นว่ามีกำลังน้อย เหน็ดเหนื่อยมากจะเดินทางไปไม่ไหว

ถ้ามีเกวียนหรือช้างม้าให้นางนั่งไปนางก็ยินดีจะไปด้วย

พรานจึงไปหากระบือมาให้นางขี่ซ้อนไป

นางอรพิมได้โอกาสก็ใช้พระขรรค์ของท้าวปาจิตแทงนายพรานตาย

แล้วนางจึงรีบกลับมาที่ศพของท้าวปาจิต

ร่ำไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนายิ่ง

พระอินทร์เกิดความสงสาร

จึงชวนพระเวสสุกรรม แปลงกายเป็น “งู”กับ “พังพอน” สู้กัน

เมื่อพังพอนตาย

งูก็ไปกัดเปลือกไม้ชนิดหนึ่งมาเคี้ยวแล้วพ่นใส่บาดแผลพังพอน

พังพอนก็ฟื้นขึ้นมาต่อสู้กันต่อ

ครั้นงูตายพังพอนก็ทำเช่นเดียวกัน

นางอรพิมซึ่งเฝ้าสังเกตอยู่

จึงไปเอาเปลือกไม้นั้นมาเคี้ยวพ่นใส่บาดแผลท้าวปาจิต

ท้าวปาจิตจึงฟื้นขึ้นมาได้อีก

ทั้งคู่จึงนำเปลือกไม้นั้นติดตัวไปยังนครธมด้วย


รอนแรมกันมา ก็มาถึงฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งกว้างใหญ่มาก

ไม่มีเรือแพหรือขอนไม้จะข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้

ขณะนั้นมีเถรคนหนึ่ง

ชาวบ้านเรียก เถรเรือลอย เพราะลอยเรือบิณฑบาตตามแม่น้ำเป็นประจำ

พายเรือผ่านมา

ท้าวปาจิตขอร้องให้ช่วยส่งข้ามฟาก

เถรเห็นนางอรพิมสวยงามมากคิดจะพานางไปกับตน

จึงบอกว่าเรือลำนี้ขึ้นได้ครั้งละ 2 คนเท่านั้นมิฉะนั้นเรือจะล่ม

ท้าวปาจิตจำต้องให้นางอรพิมไปกับเถรก่อน

เถรเจ้าเล่ห์พานางลอยน้ำไปเรื่อย ๆ ไม่ยอมหยุด

จึงต้องพลัดพรากกันอีกครั้งหนึ่ง

นางอรพิมคิดอุบายจะหนีจากเถร

จนกระทั่งมาพบต้นมะเดื่อต้นหนึ่งสูงมากและมีลูกดกเต็มต้นและผลงามน่ากิน

จึงบอกเถรว่าอยากกินมะเดื่อ

ให้เถรปีนขึ้นไปเก็บลูกที่งามที่สุดอร่อยที่สุดสุกที่สุดซึ่งจะอยู่บนยอดสูง

เมื่อเถรปีนต้นไม้ไปหาลูกมะเดื่อที่นางต้องการ

นางก็รีบเอาหนามมากองสุมโคนต้นมะเดื่อนั้นเพื่อไม่ให้เถรลงมาได้

แล้วรีบลงเรือพายหนีไปตามหาท้าวปาจิต

ก่อนไปนางได้สั่งไว้เป็นวาจาสิทธิ์ว่าให้เถรอยู่บนต้นมะเดื่ออย่าไปไหน

เถรจึงตายอยู่บนต้นมะเดื่อ

ก่อนเถรตายได้แช่งให้มีแมลงหวี่มาเกิดในลูกมะเดื่อทุกลูก

จึงปรากฏว่า ลูกมะเดื่อจะมีแมลงหวี่ข้างใน


นางอรพิมพายเรือกลับมาหาท้าวปาจิตแต่ไม่พบ

จึงจอดเรือแล้วขึ้นฝั่งเที่ยวตามหาท้าวปาจิตตามสถานที่ต่างๆตัวคนเดียว

จนพระอินทร์ความสงสารจึงลงมาประทานแหวนให้วงหนึ่ง

ถ้าสวมไว้ที่นิ้วชี้จะกลายร่างเป็นชาย

แต่ถ้าถอดออกสวมนิ้วอื่นจะกลายเป็นหญิงดังเดิม

นางอรพิมดีใจมาก

จึงได้

ควักนมทั้งสองข้างออกมา ปาเข้าป่ากลายเป็น ... ต้นนมนาง

จิกแก้มอันอวบอิ่มจิ้มลิ้มเป็นพวงแล้วเหวี่ยงทิ้งไปกลายเป็น ... ต้นแก้มอ้น

ควักโยนีขึ้นปาเข้าป่ากลายเป็น ... ต้นโยนีปีศาจ

แล้วสวมแหวนที่นิ้วชี้กลายร่างเป็นชายแล้วเดินทางติดตามท้าวปาจิตต่อไป


จนกระทั่งมาถึงเมืองหนึ่ง ชื่อ เมืองครุฑราช

มีลูกเศรษฐีสาวชื่อ แตงโม พึ่งจะเสียชีวิตลง

นางได้รักษาและก็สามารถทำให้นางฟื้นขึ้นมาได้

เศรษฐีและภรรยาดีใจจะยกสมบัติและให้แต่งงานกับลูกสาวของตน

แต่นางอรพิมไม่ยอม ขอเดินทางตามหาญาติต่อไป

ลูกสาวเศรษฐีก็ขอติดตามไปด้วย

มาถึง เมืองจัมปากนคร

กษัตริย์ผู้ปกครองเมืองมีพระราชธิดาชื่อ ปทุมวดี ได้ตายลง

นางอรพิมได้ใช้เปลือกไม้มาเคี้ยวพ่นใส่พระราชธิดาจนฟื้นขึ้น

พระมหากษัตริย์จะให้นางอรพิมอภิเษกกับพระธิดา

แต่นางอรพิมขอเวลาสักปีหรือสองปีให้ได้บวชเรียนก่อน

นางได้ไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง

ศึกษาพระธรรมวินัย จนมีความรู้แตกฉานมาก

จนได้เป็นสังฆราช

นางอรพิมได้ให้สร้างโบสถ์ขึ้นหลังหนึ่ง

แล้วเขียนภาพเล่าเรื่องของนางกับท้าวปาจิตที่ฝาผนังโบสถ์ไว้

เริ่มตั้งแต่แต่ท้าวปาจิตได้อาศัยอยู่กับยายบัว

จนถึงตอนนางมาบวชอยู่ที่วัดนี้

และนางสั่งไว้ว่า

หากมีผู้ใดที่มาดูภาพเขียนฝาผนังแล้วร้องไห้

ก็ให้คนเฝ้าโบสถ์รีบไปบอกให้ตนรู้ทันที


วันหนึ่งท้าวปาจิตเดินทางรอนแรมมาจนถึงเมืองนี้

ได้ขอเข้าพักอาศัยในโบสถ์แล้วนอนหลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย

ครั้นตื่นขึ้นมาก็มองไปรอบ ๆ เห็นภาพเขียนบนฝาผนังโบสถ์

จึงไปเดินดูโดยรอบ ก็รู้ว่าเป็นเรื่องราวของตนกับนางอรพิม จึงร่ำไห้

คนเฝ้าโบสถ์ก็รีบนำความไปเล่าให้พระสังฆราชรู้

พระสังฆราชจึงให้นำท้าวปาจิตไปพบ

และเล่าความจริงให้ฟังและบอกว่าตนคือนางอรพิม


นางอรพิมก็ถอดแหวน บอกความจริงกับทุกคน

และขอลาชาววัดและชาวบ้านเดินทางกลับพระนครธม

เจ้าเมืองจัมปากนครและเศรษฐีเมืองครุฑราช

ยกลูกสาวให้กับท้าวปาจิตแทน

เมื่อมีพระราชพิธีอภิเษกสมรสให้กับท้าวปาจิตและพระมเหสีทั้งสามที่นครธมแล้ว

ท้าวปาจิตและพระมเหสีทั้งสาม

ได้มาปกครองที่เมืองพิมายอันเป็นหัวเมืองประเทศราชของนครธม

แทนพระเจ้าพรหมทัตที่พึ่งจะสิ้นพระชนม์ไป

และได้จัดให้มีพิธีพระราชทานเพลิง

สร้างปราสาทไว้เป็นอนุสรณ์แก่พระเจ้าพรหมทัตที่สวรรคตแล้วนั้นด้วย

เมื่อพระเจ้าปทุมราชพระราชบิดาของพระองค์เสด็จสวรรคต

พระองค์ก็ได้เสด็จกลับพระนครธม

อภิเษกให้ขึ้นครองราชย์สมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรขอม




***



ที่นี่คือสถานที่ถวายพระเพลิงท้าวพรหมทัต

แต่จากลักษณะการก่อสร้างเข้าใจว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย











Create Date : 03 มีนาคม 2556
Last Update : 5 เมษายน 2556 12:45:06 น.
Counter : 1945 Pageviews.

30 comments
แวะมาชิลชิลที่ร้าน Fairy’s Scone House Khaoyai จ.นครราชสีมา อุ้มสี
(1 ธ.ค. 2562 11:44:54 น.)
อาหารเพื่อสุขภาพ ร่วมกิจกรรม Food For Fun#41"ยำไส้กรอกรมควัน+ไข่เจียวหอมใหญ๋" คนผ่านทางมาเจอ
(30 พ.ย. 2562 09:19:14 น.)
Food For Fun :: Hot Wok Return #41 เมนูข้าวต้ม "ผัดผักกาดดองใส่ไข่ในความทรงจำ" sawkitty
(29 พ.ย. 2562 21:20:21 น.)
Food For Fun : Hot Wok Misson #41 : ข้าวต้มกุ๊ย "หมูผัดขิงกับกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา" ฟ้าใสวันใหม่
(28 พ.ย. 2562 08:01:44 น.)
  
เพิ่งได้อ่านตำนานนางอรพิมท์ ฉบับสมบูรณ์วันนี้ ราว พ.ศ1500นั้น เดาว่าเป็นยุคราชวงศ์มหิธรปุระ สองตระกูลย์คือสุริวงศ์ และจันทรวงศ์ น่าจะเป็นชุมชนพนมรุ้งและพิมาย-พนมวัน กษัตริย์ขอมกรุงยโศธรปุระ ตั้งแต่ก่อนสุริยะวรมันที่2นั้น ส่งพราหมณ์ผู้ใหญ่มาสร้างเทวาลัยอุทิศให้บรรพบุรุษของพระองค์ที่พิมายไม่แน่ใจว่าฝ่ายบิดาหรือมารดา ตอนนางอรพิมท์บวชนั้นอาจบ่งบอกว่าดินแดนแถบนี้นับถือพุทธศาสนา ?
โดย: surya21 (surya21 ) วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:15:58:38 น.
  
ขอบกินก๋วยเตี๋ยวค่ะ
แวะมากด like ให้เป็นคนแรก เลย
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:16:44:56 น.
  
มาชิมก๋วยเตี๋ยว และอ่านตำนานด้วยค่ะ ^^

โดย: lovereason วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:18:53:31 น.
  

แวะมากด Like ให้เป็นคนที่ 2
เจ้านี้จำได้เคยไปทานตอนไปปราสาทหินพิมาย
อร่อยค่ะ
ปล. แหล่มเรื่องค่ะตำนาน
อุ้มเป็นคนที่ชอบเรื่องตำนาน
ชอบตำนานแต่ละท้องที่มากๆ เลยค่ะคุณตุ๊ก
โดย: อุ้มสี วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:19:29:12 น.
  
~ แห้งค่ะ มาขอเตี๋ยวแห้งค่ะ ~
โดย: ~ ริมน้ำ_VoUฟ้า ~ (rimnam_kobfa ) วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:19:54:07 น.
  
เดือน พ.ค. จะให้กุ๊กทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นให้ทานนะครับตอนนี้ไม่อยู่ครับตามแหม่มไปแล้วครับ
โดย: เมศร์ ครับ IP: 101.51.100.185 วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:21:02:21 น.
  
รับ ค่ะ ไว้ก่อนค่ะพี่เมศร์ ... ลาภปากอีกแล้ว
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:21:15:33 น.
  
สวัสดีค่ะ พี่ตุ๊ก





โดย: ปรัซซี่ วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:21:42:36 น.
  
อร่อยปาก
ลำบากกายา
แต่ก็คุ้ม
ถ้าได้รสชาติ
ถูกปากถูกใจ
ผมยังไปต่างประเทศบ่อยเลย
สมัยทำงานที่ปาดังเบซาร์
เข้าออกต่างประเทศเป็นว่าเล่น
เบื่ออาหารไทยไปกินอาหารมาเลย์
แล้วค่อยกลับมากินอาหารไทยต่อ 555
โดย: ravio วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:22:43:09 น.
  
สวัสดีตอนดึกครับปี้ตุ๊ก

กับข้าวมะแลงตี้บ้านบ่าลำ
ผมเลยบ่ากิ๋นเลย 555
มาหันบล้อกตี้ตุ๊ก
ท้องร้องโครกๆเลยครับ 5555





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 มีนาคม 2556 เวลา:23:03:39 น.
  
ป้าด .. ตามประสาคนมักเส้นมาเห็นกันยามนี้สำหรับ
เมนูบะหมี่ ไม่ไหวค่ะ หิวทันด่วนเลย ...


ตำนานแต่ละตำนานอ่านแล้วเพลินนะค่ะ แต่ว่าแอบนิสัย
ไม่ค่อยดีว่าอ่านแล้วไม่ค่อยจำเลย อาจจะเพราะว่ามันยาวแล้วก็
ดีเทลเยอะหน่อยนะค่ะ อ่านไปเพลินจนลืมเลย (ซะงั้นค่ะ) 555+
โดย: JewNid วันที่: 4 มีนาคม 2556 เวลา:1:47:56 น.
  
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยความสุขตลอดวันค่ะคุณตุ๊ก
โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 4 มีนาคม 2556 เวลา:6:59:56 น.
  
สระน้ำสี่เหลี่ยมด้านขวาบนน่าสนใจ
โดย: vet53 IP: 180.183.214.126 วันที่: 4 มีนาคม 2556 เวลา:8:24:25 น.
  
โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุสฺสีโล อสมาหิโต เอกาหํ
ชีวิตํ เสยฺโย สีลวนฺตสฺส ฌายิโน

ผู้ไม่มีศีล ไม่มั่นคง ถึงจะเป็นอยู่ตั้งร้อยปี
ส่วนผู้มีศีล เพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่วันเดียวประเสริฐกว่า

หมั่นรักษาศีลเพื่อความเจริญในชีวิตตลอดไป...นะคะ



เมื่อวันอาทิตย์ไปทำบุญมา ๒ วัด
วัดหลวงพ่อโสธร กับ วัดพนมพนาวาส
นำบุญกุศลและความคิดถึงมาฝาก...นะคะ

มาบล๊อกคุณตุ๊กตอนทานข้าวอิ่มแล้วพอดี
ไม่งั้นท้องคงร้องกระจองอแงเป็นแน่แท้...อิ อิ

วันพุธนี้ ปอป้าจะมาเชียงใหม่ มาดูบ้านหน่อย..ค่ะ
คงได้ทานน้ำเงี้ยวสมใจอยากแน่นอน
เรื่องกินน่ะ เท่าไรเท่ากัน ข้อยบ่ายั่น...555

วันนี้เหลือแต่ไลค์แล้ว...ค่ะ ฝากไว้ให้หนึ่งไลค์ก่อนละกัน...นะคะ

โดย: พรหมญาณี วันที่: 4 มีนาคม 2556 เวลา:12:21:05 น.
  
ทักทายสวัสดีครับคุณตุ๊ก

มาชิมก๋วยเตี๋ยวหมู เจ๊นวล ด้วยคนครับ
ดูน่าทาน น่าชิม แบบนี้ต้องมีเบิ้ล 555
โดย: ถปรร วันที่: 4 มีนาคม 2556 เวลา:12:33:42 น.
  
นางคงงามมาก เลยแก่งแย่งกัน เหมือนกับ
เฮเลน แห่ง ทรอย

ว่าแต่ว่าก๊วยเตี๋ยว น่าอร่อย เห็นหมู ตับชิ้นโตดี
ครับคุณตุ๊ก
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 4 มีนาคม 2556 เวลา:13:16:39 น.
  
สวัสดีครับคุณตุ๊ก

แวะมาทักทาย และมีภาพดอกไม้งามจากบล็อกใหม่มาฝากด้วยครับ

โดย: ทองกาญจนา วันที่: 4 มีนาคม 2556 เวลา:13:29:52 น.
  
สวัสดีครับพี่ตุ๊ก
ตำนานรักทรหดจริงๆครับ
หมี่แห้งน่าทาน
เมื่อวานก็ไปกินข้าวขาหมูกับผัดกระเพราหมู
ยังสงสัยร้านผัดทำไงกระเพราถึงห๊อมหอมครับ
โดย: moresaw วันที่: 4 มีนาคม 2556 เวลา:13:53:26 น.
  
เรียนรู้อีกอย่างแล้ววันนี้...พี่มา..เป็นพิมาย.

วันอาทิตย์ไปทำบุญออกรอบช่วยเด็กนักเรียนยากจน
กรีนฟรี+แค๊ดดี้ 2000 / 1 คน นักกอล์ฟเกือบ 300 ร้อย
เล่นแต่เช้ายันเย็นใต้ฝนริน (ฝนพรำๆ)..สนุกมาก
เลยเอาบุญมาฝาก

ขอบคุณสำหรับชื่อดอกไม้ครับ


มหกรรมดอกไม้อาเซียน เชียงราย 2012

โดย: wicsir วันที่: 4 มีนาคม 2556 เวลา:15:46:43 น.
  
ช่วงนี้เวลาโดนขโมย...มาไวไปไวหน่อยนะคะพี่ตุ๊ก
..ว่าแล้วจอมโจรก็ทำร่องรอย
ด้วยกล้วยไม้หอมๆ นะคะ ^^

โดย: mutcha_nu (mutcha_nu ) วันที่: 4 มีนาคม 2556 เวลา:20:18:58 น.
  



ราตรีสวัสดิ์ครับ
โดย: พันคม วันที่: 4 มีนาคม 2556 เวลา:21:15:26 น.
  
ขอบคุณมากค่ะพี่ตุ๊ก

บอกคนขับรถไว้แล้ว ขอแค่พิพิธภัณฑ์ กับปราสาทหินพิมาย สำหรับทริปนี้พอใจแล้ว ขาไปอาจจะแวะถ่ายรูปที่ปาลิโอก่อนค่ะ เค้าทำใหม่หนูไม่ได้ไปนานแล้ว

วันนี้หนูเดินทางแล้วค่ะ โชคดีมาก อากาศดีนะคะ เีพี้ยงขออย่าให้ฝนอย่าตกเลย

นิทานพื้นบ้านเรื่องท้าวปาจิตกับนางอรพิม ต้องเจอะเจอกับอุปสรรคหลายอย่าง เพราะความเป็นคนสวย...จะดีใจหรือทุกข์ใจดีคะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 5 มีนาคม 2556 เวลา:7:01:49 น.
  
น เวทา สมฺปรายาย น ชาติ นปิ พนฺธวา สกญฺจ สีลสํสุทฺธํ สมฺปรายสุขาวหํ

เวทมนต์ ชาติกำเนิด พวกพ้อง นำสุขมาให้ในสัมปรายภพไม่ได้
ส่วนศีลของตนที่บริสุทธิ์ดีแล้ว จึงนำสุขมาให้ในสัมปรายภพได้



ปอป้าจะเดินทางไปเชียงใหม่พรุ่งนี้เช้าและจะกลับมาวันที่ ๙
จากนั้นจะต้องติดภารกิจเดินสายหาหมออีก ๒-๓ วัน
พบกันอีกครั้งประมาณวันที่ ๑๒ หรือ ๑๔...นะคะ

โดย: พรหมญาณี วันที่: 5 มีนาคม 2556 เวลา:11:14:06 น.
  
คุณตุ๊กขา
มาชวนไปชมค่ะ


โดย: Calla Lily วันที่: 5 มีนาคม 2556 เวลา:11:27:35 น.
  
รอให้คุณหมอตุ๊กไปชิมร้านนี้ตั้งนานสองนาน
โดย: dentz metal IP: 124.121.127.140 วันที่: 13 มีนาคม 2556 เวลา:14:46:57 น.
  
ไม่ได้ไปบ่อยค่ะ พิมาย

โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 มีนาคม 2556 เวลา:15:26:01 น.
  
Create Date : 03 มีนาคม 2556
Last Update : 3 มีนาคม 2556 15:24:24 น. 26 comments
Counter : 639 Pageviews.

โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 5 เมษายน 2556 เวลา:12:44:28 น.
  

อยากไปกินจัง
โดย: โคราช IP: 101.51.116.139 วันที่: 5 มกราคม 2557 เวลา:20:10:41 น.
  
นึกอยู่ว่าเมื่อไหร่คุณหมอตุ๊กจะแนะนำร้านป้านวลสักที
หลังจากที่เชียร์มานาน
โดย: dentz metal IP: 101.51.88.189 วันที่: 18 กรกฎาคม 2557 เวลา:18:20:03 น.
  
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 22 กรกฎาคม 2557 เวลา:13:49:41 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Tuk-tukatkorat.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]

บทความทั้งหมด