+ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย +

 

ต่อเนื่องจากบล๊อกที่แล้วครับ ในบล๊อกนี้ก็ยังอยู่ที่สุโขทัยครับ และจะพาท่านไปชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยต่อเลย .... บ่ายๆเราขับขึ้นทางเหนือไป อ.ศรีสัชนาลัย โดยมีจุดหมายไปชมเฉพาะในตัวอุทยานที่อยู่ที่ตั้งที่ทำการ ส่วนบริเวณอื่นๆก็ขอติดค้างไว้เช่นเคยครับ เนื่องความจำกัดของเวลา



ซื้อบัตรและจ่ายค่าธรรมเนียนมที่นี่

การเข้าชมอุทยานก็สามารถเช่าจักรยานปั่นชมรอบๆได้ ราคาค่าเช่าก็เหมา 30 บาท/คัน ครับ หรืออีกทางเลือกหนึ่ง ก็ผ่านประตูเข้าไปก็ไปเช่ารถราง หรือรถกอล์ฟไฟฟ้า ซึ่งไปได้ทั้งหมู่คณะเป็นสิบๆคน ราคาก็รอบละ 300 บาท มีไกด์บรรยายด้วย ... ส่วนรอัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40  บาท หรือสามารถซื้อตั๋วรวมได้ ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท ในกรณีที่นำยานพาหนะเข้าภายในเขตอุทยานฯ เสียค่าธรรมเนียมอีก ราคา 10 - 50 บาท และทางอุทยานฯ มีบริการรถรางนำชมโบราณสถานทั่วบริเวณชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท  หากนักท่องเที่ยวที่ต้องการขอวิทยากรนำชม หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย  อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย  64130 โทร. 0 - 5567 - 9211 
 
 


ทางเข้าผ่านป้ายอุทยานฯ



แผนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย (วันนี้จะชมในวงสี่เหลี่ยมมุมซ้ายล่าง)


ข้อมูล
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 6 ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน ตัวเมืองตั้งอยู่บนที่ราบริมแม่น้ำยม มีเทือกเขาสามเทือกโอบรอบเมืองลักษณะเหมือนป้อมปราการธรรมชาติ เทือกเขาที่โอบล้อม ได้แก่ เขาพระศรี เขาใหญ่ และเขาพระบาท ลักษณะการวางผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่สม่ำเสมอ โดยมีแม่น้ำยมตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก กำแพงเมืองชั้นในเป็นศิลาแลง ส่วนกำแพงเมืองสองชั้นนอกเป็นกำแพงดิน (คูน้ำคันดิน) เนื่องจากสภาพภูมิประเทศมีความเหมาะสมต่อการตั้งถิ่นฐาน คือมีทั้งที่ราบลุ่มแม่น้ำและที่ลาดเชิงเขา ทำให้มีทั้งความอุดมสมบูรณ์ ของพื้นที่และปราการธรรมชาติที่ใช้ในการป้องกันข้าศึกศัตรู
 


ประตูรามณรงค์ทางเข้า

 

จากหลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดชมชื่น ทำให้ทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์หรือราวพุทธศตวรรษที่ 9 จากนั้นได้มีการอาศัยต่อเนื่อง และพัฒนามาเป็นชุมชนร่วมสมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 11-16 และในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ปรากฏหลักฐานที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง ในระยะนั้นเมืองศรีสัชนาลัยมีชื่อว่า “เมืองเชลียง” (เดิมชื่อว่า “เมืองเชลียง” แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “ศรีสัชนาลัย” ในสมัยกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงขึ้นครองกรุงสุโขทัย และได้สร้างเมืองขึ้นใหม่เป็นศูนย์กลางการปกครองแทนเมืองเชลียง) ตามหลักฐานที่ปรากฏในศิลาจารึก ตำนานและพงศาวดารที่ยืนยันว่ามีเมืองโบราณ 2 เมือง อยู่ในลุ่มน้ำยมก่อนแล้ว คือ เมืองสุโขทัย และเมืองเชลียง ต่อมาได้มีการย้ายศูนย์กลางของเมืองมาทางด้านทิศเหนือของเมืองเชลียงห่างออกไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีการเรียกชื่อเมืองว่า “ศรีสัชนาลัย” เมืองศรีสัชนาลัยมีความสำคัญควบคู่กันมากับเมืองสุโขทัย โดยมีสถานะเป็นเมืองลูกหลวง ความสำคัญของเมืองศรีสัชนาลัยดํารงสืบมา กระทั่งเกิดสงครามแย่งชิงเมือง

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย พร้อมด้วยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ได้รับเกียรติให้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกภายใต้ชื่อว่า "เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร"
 



วัดนางพญา

 
เมื่อเราผ่านประตูทางเข้าหรือประตูรามณรงค์เข้าไปแล้ว จะเห็นอาคารเล็กๆอยู่ทางขวามมือ เราสามารถติดต่อไกด์หรือเช่ารถรางได้ที่นั่น ซึ่งก็ต้องรอตามรอบนอกจากเหมารวม ...

ในบริเวณอุทยานฯจะเป็นรูปสี่เหลี่ยม (ดังในแผนที่) มีสถานที่ต่างๆมากมาย ... ส่วนวันนี้เราจะปั่นจักยานชม จากวัดนางพญา วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ วัดเจดีย์เจ็ดแถว และวัดช้างล้อม แล้วก็วนกลับไปออกที่ประตูรามณรงค์ตรงที่เราผ่านเข้ามาครับ



วัดนางพญา

วัดนางพญา
เป็นวัดที่มีลวดลายปูนปั้นงดงามมาก ปรากฏอยู่บนซากผนังวิหารด้านตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งเป็นวิหารขนาดเจ็ดห้อง ภายในวิหารตามเสาทุกด้านมีเทพนม และลวดลายต่าง ๆ ทำด้วยสังคโลกไม่เคลือบ เจดีย์ประธานของวัดเป็นเจดีย์ทรงกลมตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ ซุ้มด้านหน้ามีบันไดทางขึ้นจนถึงภายในโถงเจดีย์ ตรงกลางโถงมีแกนเจดีย์ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น วิหารก่อด้วยศิลาแลงมีมุขหน้า และมุขหลัง ผนังวิหารเจาะช่องแสง ผนังด้านใต้มีลวดลายปูนปั้น ลักษณะเด่นก็คือ ลวดลายปูนปั้นทำเป็นกึ่งมนุษย์กึ่งวานรกำลังวิ่ง แต่ถูกทำลายไปบางส่วน นอกจากนั้นยังทำเป็นรูปลวดลายพรรณพฤกษา และรูปเทพนมเป็นรูปแบบศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น  
 
 



ด้านข้างวัดนางพญา



วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่

 
วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่
ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดเจดีย์เจ็ดแถวนัก โบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานทรงกลม ก่อด้วยศิลาแลง องค์ระฆังได้พังทลายลง ด้านหน้ามีบันไดขึ้นไปจากมุขหลังของวิหารไปถึงเรือนธาตุเพื่อสักการะพระพุทธรูป ด้านเจดีย์ประธานมีวิหาร มีมุขด้านหน้า และด้านหลัง มีบันไดขึ้น 5 ทาง เสาวิหาร และกำแพงวัดก่อด้วยศิลาแลง

 
 


คูน้ำข้างวัด...เป็นสถานที่ที่ช่างในสมัยนั้นตัดศิลาแลงไปก่อสร้าง



รถรางที่พาชม...คนขับทำหน้าที่เป็นไกด์ไปด้วย



ปั่นชมอุทยานฯ ร่มรื่นมากๆ



เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัวตูม) ที่วัดเจดีย์ศิลปสุโขทัยแท้


 
วัดเจดีย์เจ็ดแถว 
ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดช้างล้อม นับว่ามีความสวยงามมากกว่าวัดอื่นในเมืองสุโขทัย เพราะมีเจดีย์แบบต่าง ๆ กันมากมายที่เป็นศิลปะสุโขทัยแท้ และเป็นศิลปะแบบศรีวิชัยผสมสุโขทัย โบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานรูปดอกบัวตูมอยู่ด้านหลังพระวิหาร และมีเจดีย์รายรวมทั้งอาคารขนาดเล็กแบบต่าง ๆ จำนวน 33 องค์ มีกำแพงแก้วล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง นอกกำแพงมีโบสถ์ และบ่อน้ำ เจดีย์รายที่วัดเจดีย์เจ็ดแถวมีรูปแบบที่ได้รับบอิทธิพลศิลปะจากที่ต่าง ๆ หลายแห่ง  เช่น ลังกา และพุกาม ด้านหลังเจดีย์ประธานมีเจดีย์รายที่มีลักษณะเด่น คือ ฐานเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมจัตุรัส ยอดเป็นทรงกลม ภายในเจดีย์มีซุ้มโถง ส่วนซุ้มโถงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปูนปั้น มีภาพจิตรกรรมเป็นภาพอดีตพระพุทธเจ้า และเหล่าเทวดากษัตริย์ ส่วนซุ้มจรนัมด้านหลังของเรือนธาตุทำเป็นพระพุทธรูปนาคปรก สาเหตุที่เรียกว่า วัดเจดีย์เจ็ดแถวเนื่องจากได้พบเจดีย์จำนวนมากหลายแถวภายในวัด และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าวัดเจดีย์เจ็ดแถวเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิของพระราชวงศ์สุโขทัย  



สะพานข้ามจากถนนเข้าวัดเจดีย์เจ็ดแถว









วัดเจดีย์เจ็ดแถวมองจากถนนหน้าวัดช้างล้อม




วัดช้างล้อม ... ขวาวิหารเล็กที่อยู่ในกำแพงวัดช้างล้อม

 


วัดช้างล้อม
อยู่ภายในกำแพงเมืองศรีสัชนาลัย บนที่ราบเชิงเขาด้านทิศใต้ของเขาพนมเพลิง โบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานทรงลังกา ตั้งอยู่ภายในกำแพงแก้วสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ฐานเจดีย์มีช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนังเจดีย์อยู่โดยรอบ จำนวน 39 เชือก และช้างที่อยู่ตามมุมเจดีย์ทั้ง 4 ทิศ ตกแต่งเป็นช้างทรงเครื่อง มีลวดลายปูนปั้นประดับที่คอ ต้นขา และข้อเท้า ส่วนทางด้านหน้าเจดีย์ประธานมีบันไดขึ้นสู่ลานประทักษิณ เหนือฐานประทักษิณมีซุ้มพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย ผนังซุ้มมีรูปประติมากรรมรูปต้นโพธิ์อยู่เบื้องหลังพระพุทธรูป แต่พระพุทธรูปได้ถูกทำลายไปคงเหลือเพียงองค์เดียวทางด้านทิศเหนือ บริเวณองค์ระฆังขึ้นไปเป็นบัลลังก์ ก้านฉัตรประดับด้วยรูปพระสาวกปูนปั้นลีลานูนต่ำจำนวน 17 องค์ 

วัดช้างล้อมที่เมืองศรีสัชนาลัยนี้ ช้างจะมีลักษณะที่เด่นกว่าช้างปูนปั้นที่วัดอื่น ๆ คือ ยืนเต็มตัวแยกออกจากผนัง มีขนาดสูงใหญ่กว่าช้างจริง และด้านหน้ามีพุ่มดอกบัวปูนปั้นประดับไว้ .... 
โบราณสถานภายในวัดที่ยังมีหลักฐาน คือ วิหารอยู่ด้านหน้าเจดีย์ประธาน นอกจากนั้นเป็นวิหารขนาดเล็ก ๆ 2 หลัง และเจดีย์ราย 2 องค์  





เจดีย์พระประธานทรงลังกาด้านหลังวิหาร



ทางเข้าเดินผ่านวิหารไปสู่เจดีย์พระประธาน





ที่ฐานเจดีย์มีช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนังเจดีย์อยู่โดยรอบ จำนวน 39 เชือก




ช้างที่อยู่ตามมุมเจดีย์ทั้ง 4 ทิศ ตกแต่งเป็นช้างทรงเครื่อง มีลวดลายปูนปั้นประดับที่คอ ต้นขา และข้อเท้า





 
ถ้าหากท่านมีเวลามากๆ ก็สามารถเที่ยวชมแหล่งประวัติศาสตร์ของเมืองศรีสัชนาลัยได้ตามแผนที่ด้านบน โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตรงทางที่เราเข้ามาครับ



การเดินทาง 
รถยนต์  จากตัวเมืองสุโขทัย ใช้ทางหลวงหมายเลข 101  เส้นสุโขทัย-สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย ไปจนถึงระหว่างกิโลเมตรที่ 17 - 19  เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแม่น้ำยม จะมีทางแยกขวาเข้าอุทยานฯ ไป ประมาณ 1.5  กิโลเมตร เป็นระยะทาง 68  กิโลเมตร หรือ รถโดยสารประจำทาง มีรถสายสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย ออกจากท่ารถที่ตลาดเทศบาลไปอุทยานฯ ทุกวัน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถใช้เส้นทางจากอำเภอสวรรคโลกไปตามทางหลวงหมายเลข 1201 ไปจนถึงตำบลเมืองเก่า บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำยมแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานฯ อีก 2  กิโลเมตร รวมระยะทาง 22 กิโลเมตร
 



ลาด้วยถาพนี้ครับ




___________________







Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 10 มีนาคม 2564 10:07:38 น.
Counter : 412 Pageviews.

11 comments
(โหวต blog นี้) 
เส้นทางเดินเท้า อุทยานแห่งชาติภูกระดึง สายหมอกและก้อนเมฆ
(10 เม.ย. 2564 20:12:21 น.)
+ วัดเจติยาคีรีวิหาร ภูทอก 2564 + wicsir
(9 เม.ย. 2564 07:20:45 น.)
พิธีพุทธาภิเษกรูปหล่อหลวงพ่อเพชร วัดส่องคบ ตำบลชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท สมาชิกหมายเลข 6131519
(10 เม.ย. 2564 14:32:36 น.)
ทนายอ้วนชวนเที่ยว - ไปเดินเล่นในสวนกุหลาบกลางหุบเขากัน - สวนกุหลาบกลางพนา เขาใหญ่ ทนายอ้วน
(5 เม.ย. 2564 12:13:29 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณKavanich96, คุณทนายอ้วน, คุณhaiku, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณSai Eeuu, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณSweet_pills

  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:41:08 น.
  
คราวที่แล้วไม่ได้ขึ้นไปบนเขาพนมเพลิงครับ โบราณสถานรอบๆนอกเมืองก็ยังไม่ได้ไป ต้องหาเวลาไปอีกครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:41:48 น.
  
เป็นสถานที่น่าไปเที่ยว... คุณอ๊อดเลือกเวลาไปถ่ายได้ดีเลยครับ แสงทะแยงสาดมาสวย
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:16:28:37 น.
  
น่าไปเที่ยวมากเลยค่ะ
ปั่นจักรยานชิลล์ๆ
โดย: VELEZ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:16:29:25 น.
  
รูปถ่ายสวยมากค่ะ
โดย: Sai Eeuu วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:22:53:08 น.
  
สวยงามมากพี่อ็อด ขอบคุณที่นำมาฝากกัน
จากภาพเจดีย์ไม่น่าจะซ้อนกันถึงเจ็ดแถวจ้า

โดย: หอมกร วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:40:18 น.
  
น่าภูมิใจค่ะคุณวิคที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้รับเกียรติให้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลก
ปั่นจักรยานชมอุทยานฯน่าเพลิดเพลินมาก
ขอบคุณคุณวิคที่พาชมนะคะ
ภาพสวยมากค่ะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:0:24:54 น.
  
สวัสดีตอนเย็นๆวันจันทร์ครับ มาชวนไปเที่ยว - วัดป่าสัก เชียงแสน เชียงราย ครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:52:07 น.
  
โดย: หอมกร วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:8:42:05 น.
  
สวัสดีตอนกลางวันวันศุกร์กับอากาศแสนจะโหดร้าย

มาชวนไปชิม - ซุปด้วยรัก ครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:14:20:07 น.
  
ขอบคุณคุณวิคแวะชมเมนูขนมที่บ้านนะคะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:0:40:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Travelsomewhere.BlogGang.com

wicsir
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]

บทความทั้งหมด