รำลึก 100 ปี พระบรมรูปฯทรงม้า
รำลึก 100 ปี พระบรมรูปฯทรงม้า


ปีนี้ เป็นปีที่ครบรอบ 100 ปี พระบรมรูปทรงม้า ที่นับเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์แห่งแรกของสยามประเทศ ที่ทรงเสด็จฯ ไปเป็นแบบสร้างถึงกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สำหรับผู้ที่นับถือเสด็จพ่อ ร.5 พระบิดาของประชาชนชาวสยาม ในอดีต ต่อเนื่องมายังประชาชนชาวไทย ในปัจจุบัน จึงขอนำประวัติการสร้าง “พระบรมรูปฯทรงม้า” มาให้ร่วมรำลึกถึงกัน











อดีตเมื่อ 100 ปีมาแล้ว ได้มีเหตุการณ์เกี่ยวเนื่องด้วยพระราชวงศ์จักรีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสมัยรัตนโกสินทร์ นั่นคือ งานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก อันเป็นพระราชพิธีมหามงคลที่มีความหมายยิ่ง ในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 กล่าวคือ ในปีพ.ศ.2450 เมื่อถนนราชดำเนินสร้างแล้วเสร็จ และได้เริ่มลงมือสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม ในปีเดียวกันนั้นเอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติมาครบ 40 ปีบริบูรณ์ นับเป็นการครองราชย์ที่ยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์องค์ใดในพระราชวงศ์จักรี ก่อนหน้านั้น คือ รัชกาลที่ 1 ถึงที่ 4 ยังความปลาบปลื้มปีติมาสู่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วทั้งแผ่นดินในยุคนั้น

ทางราชการได้จัดให้มีงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ โดยเริ่มต้นในวันที่ 29 พฤศจิกายน ร.ศ.126 (พ.ศ.2450) อันเป็นปีที่ทรงครองราชย์มาครบ 39 ปี ย่างขึ้นปีที่ 40 เสมอด้วยรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)

รัชกาลที่ 5 จึงได้เสด็จฯไปยังมณฑลพิธี ณ กรุงเก่า (จ.อยุธยา) เพื่อสักการะบูชาดวงพระวิญญาณของพระเจ้าแผ่นดินไทยในอดีตกาล พิธีนี้เรียก งานพระราชพิธีรัชมงคล ที่กรุงเก่า จัดตามพิธีกรรมแบบโบราณ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-4 ธันวาคม 2450









พอถึงเดือนพฤศจิกายนปีถัดไป (พ.ศ.2451) ได้ทรงมีพระบรมราชโองการให้พระบรมวงศานุวงศ์ ปรึกษากันจัดงานสมโภชราชสมบัติครบ 41 ปีขึ้น โดยคณะกรรมการอันประกอบด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เป็นองค์ประธาน ได้มีมติให้จัดงานฉลองสมโภชติดต่อกัน 3 วัน3 คืน ระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2451

กำหนดการสำคัญๆ ของงาน คือ
(1) การกราบบังคบทูลถวายพระบรมรูปทรงม้า
(2) การแห่กระบวนรถมอเตอร์คาร์เฉลิมพระเกียรติ และ
(3) การเลี้ยงพระราชทานและอุทยานสโมสร เป็นต้น

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร เป็นประธานในการจัดงานสมโภช เนื่องจากพระองค์ยังทรงอยู่ระหว่างการเสด็จประพาสยุโรป โดยใช้ชื่อการจัดงานครั้งนี้ว่า “พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก”


ในตอนแรก ทรงมีพระราชดำริที่จะใช้เงินบริจาค ซึ่งพระบรมวงศานุวงศ์เก็บรวบรวมกันถวายจากงานเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 50 พรรษา ในรัชกาลที่ 5 พ.ศ.2446 หรือบางทีเรียก งานพระราชพิธีทวีธาภิเษก มาใช้ในการสร้างพระบรมรูปทรงม้า แต่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ได้ทูลขอร้องให้ประชาชนมีโอกาสร่วมบริจาคเพิ่มเติมด้วย และจะให้เป็นเรื่องของงานรัชมังคลาภิเษกคราวนี้แทน จึงควรที่จะชักชวนให้ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสบริจาคทรัพย์ตามกำลังเพื่อทูลเกล้าฯถวายเป็นเงินเฉลิมพระขวัญ หรือที่เรียกกันโดยสามัญว่า “ทำขวัญ” แล้วแต่จะทรงใช้สอยเงินนั้นตามพระราชหฤทัย นอกจากนี้แล้วยังมีเสนาบดีบางคนเห็นว่าควรจะสร้างสิ่งอันใดไว้เป็นอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติด้วย ซึ่งข้อตกลงนี้เห็นควรให้รอมติ ต่อเมื่อรู้ยอดเงินเฉลิมพระขวัญเสียก่อน









ในขณะเดียวกันก็ได้ทราบข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ เสด็จไปทอดพระเนตรพระราชวังแวร์ซาย ณ ประเทศฝรั่งเศส และสนพระทัยพระรูปพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ทรงม้า หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ลานข้างพระราชวัง ทรงปรารภว่าถ้ามีพระบรมรูปทรงม้าของพระองค์ตั้งไว้ในสนามที่ถนนราชดำเนินเชื่อมกับพระที่นั่งอนันตสมาคมคงจะสง่างามดี เหมือนเช่นที่มักมีกันตามประเทศต่างๆ ในยุโรป สืบราคาสร้างพระบรมรูปเช่นนั้นว่าราว ๒๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะนั้น


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จไปทำการตกลงและเลือกชนิดโลหะด้วยพระองค์เอง ในการสร้างพระบรมรูปทรงม้า ทรงเสด็จไปประทับเป็นแบบ ให้นายช่างปั้นหุ่น ขณะที่เสด็จประทับอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากการสร้างพระบรมรูปทรงม้ามีขนาดใหญ่มาก และต้องใช้กรรมวิธีที่สลับซับซ้อนเพื่อหล่อพระบรมรูปทรงม้า คณะผู้ดำเนินการจึงได้ติดต่อให้ประติมากรชาวฝรั่งเศสชื่อ จอร์จ เออร์เนสต์ ซอลโล (Georges Ernest Saulo) ผู้มีชื่อเสียงทางด้านการปั้นหล่อเป็นผู้รับผิดชอบการสร้างพระบรมรูปทรงม้า โดยพระรูป มีขนาดโตเท่าพระองค์จริง เสด็จประทับอยู่บนหลังม้าพระที่นั่ง โดยม้าพระที่นั่งนั้นมิใช่ปั้นจากแบบม้าพระที่นั่งจริง แต่เป็นม้าที่บริษัทได้ปั้นเป็นแบบเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว พระบรมรูปทรงม้าหล่อด้วยโลหะทองบรอนซ์ วางบนแท่นศิลาอ่อน สูง ๖ เมตร กว้าง ๒ เมตร ยาว ๕ เมตร ห่างจากฐานของแท่นออกมา มีโซ่ขึงล้อมรอบกว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๑ เมตร ตรงฐาน (ด้านขวามีอักษรฝรั่งเศสจารึกชื่อช่างปั้นและช่างหล่อชาวไว้ว่า C.MASSON SEULP 1980 และ G.Paupg Statuare และด้านซ้ายเป็นชื่อบริษัทที่ทำการหล่อพระบรมรูปทรงม้าว่า SUSSF Fres FONDEURS. PARIS) สำหรับแท่นศิลาอ่อนด้านหน้า มีแผ่นโลหะจารึกอักษรไทย ติดประดับแสดงพระบรมราชประวัติและพระเกียรติคุณ ลงท้ายด้วยคำถวายพระพรให้ทรงดำรงราชสมบัติอยู่ยืนนาน








พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงม้า สร้างเสร็จเรียบร้อยและส่งถึงกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ.2451 ครั้นถึงวันพุธที่ 11 พฤศจิกายนปีเดียวกันอันเป็นวันประกอบพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก เจ้าพนักงานได้อัญเชิญพระบรมรูปทรงม้าขึ้นประดิษฐานบนแท่นที่ลานพระราชวังดุสิต สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงอ่านคำถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกและน้อมเกล้าฯ ถวายพระบรมรูปทรงม้า จากนั้นได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระจุมจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ทรงประกอบพิธีเปิดผ้าคลุมพระบรมรูปทรงม้าเพื่อเป็นปฐมฤกษ์และประกาศพระเกียรติคุณให้ปรากฏไว้สืบไป


















อนึ่ง ระหว่างการเสด็จประพาสกรุงฝรั่งเศส พ.ศ.2450 นั้น นอกจากจะได้เสด็จฯไปประทับเป็นแบบหล่อพระบรมรูปฯแล้ว ยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างของที่ระลึกเพิ่มเติม สำหรับงานมหามงคลครั้งนี้โดยเฉพาะ มีอาทิ เหรียญเสมาห้อยคอเด็ก และ เหรียญรัชมังคลาภิเษก โดยว่าจ้างโรงกษาปณ์ฝรั่งเศสจัดทำ และยังได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์ แสตมป์ที่ระลึกเป็นตราพระบรมรูปทรงม้า จารึกอักษรแจ้งการรัชมังคลาภิเษกบนดวงแสตมป์ ของที่ระลึกที่กล่าวถึงนี้ถูกนำออกใช้และแจกพระราชทานตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน ศกนั้นเป็นต้นไป










ส่วนการบริจาคเงินจากประชาชนนั้น เหล่าผสกนิกรต่างร่วมใจกันบริจาคเงินกันเป็นจำนวนมาก เพื่อร่วมถวายความจงรักภักดี ที่มีอยู่อย่างท่วมท้น คณะกรรมการจึงสำรวจยอดเงินเฉลิมพระขวัญ ปรากฏว่า มีประชาชนยินดีถวายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้นประมาณ ๑ ล้าน ๒ แสนบาท เสนาบดีจึงลงมติ แล้วสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช กราบทูลขอถวายพระบรมรูปทรงม้านั้นเป็นของขวัญทูลเกล้าฯ จากประชาชนชาวไทย สนองพระมหากรุณาธิคุณในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ก็โปรดพระราชทานพระบรมราชานุญาต จึงปรากฏพระบรมรูปทรงม้าขึ้น ณ พระลานพระที่นั่งอนันตสมาคมด้วยประการฉะนี้ โดยได้สร้างแล้วเสร็จพร้อมกราบบังคมทูลถวายฯ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๑


สำหรับเงินเฉลิมพระขวัญที่เหลือจากการสร้างพระบรมรูปทรงม้าอีกประมาณเกือบ ๑ ล้านบาท ก็นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายตามมติเดิม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชดำริว่า จะนำเงินนั้นไปใช้ประการใด เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทยเพื่อสนองคุณความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อพระองค์นั้น แต่ยังไม่ทันตกลงว่าจะทำประการใด ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ จึงทรงดำเนินการตามพระราชประสงค์ของพระองค์ โดยโปรดให้ใช้เงินเฉลิมพระขวัญที่ยังเหลืออยู่ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทย โดยก่อตั้งสถานศึกษาระดับสูงขึ้น และตั้งชื่อขึ้นตามพระปรมาภิไธย ว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”











พอถึงวันงาน (11 พฤศจิกายน 2451) เวลา 08.00 น. ตอนเช้าอันเป็นศุภฤกษ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประทับ ณ ปะรำพิธี เบื้องหน้าพระบรมรูปทรงม้า และได้ทรงกล่าวสุนทรพจน์ขอบพระทัยประชาชน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจจัดงานถวายฉลองสิริราชสมบัติเป็นที่พึงพอพระทัย ทั้งยังได้ตรัสย้อนหลังไปถึงความเปลี่ยนแแปลงและก้าวหน้าของสยามตลอด 40 ปีที่ผ่านมา

ปิดท้ายด้วยพระพจนารถอันลึกซึ้งกินใจตอนท้ายว่า

"เราขอแสดงความขอบใจท่านทั้งหลาย พร้อมกันกับด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ ทั้งอาณาประชาราษฎรของเรา ในการที่ได้ยกย่องให้เกียรติอันยิ่งใหญ่แก่ตัวเราแต่เวลายังมีชีวิต จะเปนที่ตั้งแห่งความพอใจของเราอยู่เปนนิจนิรันดร บัดนี้เรามีความยินดีรับคำเชื้อเชิญของท่านทั้งหลายแล้ว และจะได้เปิดถาวรอนุสาวรี อันเปนเครื่องหมายแห่งความสโมสรสามัคคีของชาติชาวสยาม ขอให้ตั้งอยู่เปนเครื่องหมายน้ำใจของชาติอันใหญ่ อันจะมีสืบไปทุกชั่วทุกชั้นในกาลภายน่า"








พร้อมกันนี้ทรงรับการถวายพระราชสมัญญานาม "ปิยมหาราช" ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงคิดขึ้นเพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย อันมีความหมายว่า "ทรงเป็นมหาราชาผู้เป็นที่รักของประชาชน" ซึ่งระบุอยู่บนแผ่นทองสำริดที่ฐานของพระบรมรูปทรงม้า ตราบจนทุกวันนี้

TraveLAround



ปล. ตอนนี้ผมเขียนบล็อกมาได้กว่า 730 เรื่องแล้ว ล้วนเป็นสาระน่ารู้ต่างๆ ท่านที่เข้ามาชมบล็อกใหม่ ผมได้จัดทำเป็นสารบัญ แบบหนังสือให้ดูหัวเรื่องได้ง่ายที่ group :
นานา สาระ๑๐๐๐

ส่วนเรื่องเกี่ยวกับบ้านและการตกแต่ง รวมรวมแยกไว้ในหมวด Home Lover’s Corner สามารถคลิ๊กที่ ลิงค์ด้านบนได้เลยครับ

หมายเหตุ : website อื่นๆหลาย ที่ได้นำเอาเรื่องที่ผมเขียนไว้ ไปลงต่อในลักษณะของเนื้อหา ต้องได้รับอนุญาตก่อน ถ้าต้องการบทความใดไปใช้ โดยให้ติดต่อขออนุญาต ก่อนทาง Email : nana_sara1000@ymail.com มิฉะนั้น จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายลิขสิทธิ์


เรียบเรียงจาก
//oldforum.serithai.net
//www.matichon.co.th
//miraclemoon.exteen.com





Create Date : 17 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2551 0:40:28 น.
Counter : 5196 Pageviews.

0 comments
กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดเวทีสนทนาชี้แนะแนวทางการเขียนข้อเสนอโครงการให้น่าสนใจ จันทร์ใส
(15 ก.ค. 2562 15:37:52 น.)
#### Pruksa Living Tech Space กับ Travekanuman #### สาวไกด์ใจซื่อ
(26 มิ.ย. 2562 09:19:12 น.)
นิทรรศการหมุนเวียนผลงาน ครูจักรพันธุ์ โปษยกฤต haiku
(11 มิ.ย. 2562 22:01:05 น.)
ตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 230 "ความกลัว" newyorknurse
(17 มิ.ย. 2562 06:52:19 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Travelaround.BlogGang.com

travelaround
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 164 คน [?]