ทริปเชียงใหม่ กินดี นอนสบาย และกิจกรรมน่าสนใจ ตอนที่ 1 เชียงใหม่เป็นสถานที่อันดับต้นๆ ที่คนอยากไปเยือนเป้เองก็ไปเชียงใหม่หลายครั้งและชอบไปเที่ยวเชียงใหม่ทุกแบบไม่ว่าจะเป็นแบบแบ๊คแพ็คนอนเต้นท์ตามอุทยานแห่งชาติไปจนกระทั่งถึงการไปพักในโรงแรมหรือรีสอร์ทหรูๆ ที่มีเยอะมากในเมืองเชียงใหม่และนอกเมืองเชียงใหม่ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกตามแต่รสนิยมของแต่ละท่าน รอบนี้ได้มีโอกาสไปพักที่ดาราเทวีซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรมที่เป้ชอบมากด้วยรายละเอียดของตึก บรรยากาศรอบ ๆ โรงแรมเป็นโรงแรมที่เมื่อไปแล้วมีความรู้สึกว่า เราได้เข้าไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ได้ไปซึมซับบรรยากาศแบบโบราณ ๆ รอบๆ ตัว (ทำให้เก็บไปฝันต่อได้ว่าเป็นเจ้านางน้อย)อิอิอิ ทริปนี้แม้ว่าจะเป็นทริปสั้น ๆ แค่สามวัน มีกิจกรรมที่หลากหลายมากมายแต่คราวนี้เป้อยากเล่าถึงกิจกรรมหนึ่งซึ่งเป้ประทับใจมาก ๆ และอยากจะรีวิวเผื่อให้เพื่อน ๆ ที่สนใจหรือคนอื่น ๆ ได้ลองดู เป้ต้องขอขอบพระคุณทางโรงแรมดาราเทวีที่จัดกิจกรรมนี้ให้ ทำให้เป้ได้ลองประสบการณ์สปาที่น่าสนใจและดีเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศค่ะ เนื่องจากทริปนี้เป้มีโอกาสมาพักที่ดาราเทวีแค่คืนเดียวแถมตอนมาถึงก็บ่ายมากแล้ว และเป้ก็ต้องไปทำกิจกรรมที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ (ซึ่งก็เป็นการสปาที่เป้ชอบมากกกก) จึงทำให้ไม่สามารถเก็บ ภาพสวย ๆ ของโรงแรมมาให้ได้ชมกันมากนัก (ซึ่งเป้จะขอเขียนในบล๊อกต่อไปรวบยอดกับที่พักที่อ่างขางซึ่งเป็นอีกที่หนึ่งของที่พัก ที่เราพักกันในทริปนี้ค่ะ) แต่เพื่อให้ข้อมูลกับคนที่มาอ่านบล๊อกนี้ เป้ขออนุญาตนำลิ้งค์ของคุณบุ๊งที่ไปด้วยกันได้ถ่ายไว้ และสมาชิกในพันทิปที่เคยไปมาได้รีวิวไว้ซึ่งสามารถหาอ่านได้ที่ลิ้งค์ข้างล่างค่ะ อันนี้เป็นบรรยากาศห้องที่เป้พักกับน้องบุ๊ง หนึ่งในบล๊อกเกอร์ที่ไปด้วยกันในทริปนี้ค่ะ //www.bloggang.com/mainblog.php?id=close-to-heaven&month=23-02-2015&group=22&gblog=13 และอันนี้เป็นกระทู้รีวิวห้อง colonial suite และบรรยากาศในโรงแรมของสมาชิกในพันทิป กิจกรรมที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้คณะเราก็มีหลายอย่างค่ะคือการทำมาการองกับเชฟ Fabrice หรือจะเลือกไปทำสปาที่ห้องสปาของโรงแรมหรืออาจจะเลือกไปลองทำนาดูก็ได้ คนเมืองกรุงแบบเป้ที่เป็นออฟฟิศซินโดรมหน่อย ๆต้องเลือกไปผ่อนคลายในสปาอยู่แล้วค่ะ เป็นสิ่งหนึ่งที่เป้รู้สึกว่าพิเศษมากสำหรับการมาเชียงใหม่รอบนี้เพราะสปาของโรงแรมดาราเทวีนั้นมีชื่อเสียงระดับประเทศ(ต้องไปลองดูว่าสูสีกับสปาที่เป้ชอบมากที่สุดที่กรุงเทพฯได้ไหม)ไปดูบรรยากาศกันเลยค่ะ
ด้านหน้าของบริเวณที่เป็นส่วนสปา (เนี่ยถ้าเป้แต่งชุดพื้นเมืองนะค่ะรับรองว่าตัวเองต้องมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้านางที่มาเตรียมสรงน้ำจริง ๆ อิอิอิ)
เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่จะให้เราทำแบบสอบถามซึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับร่างกาย การกินอาหาร การนอน การใช้ชีวิตวิถีและกิจวัตรในแต่ละวัน ซึ่งมีคำถามประมาณ 4-5 หน้ากว่าจะตอบคำถามเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อยค่ะ มีความรู้สึกเหมือนทำข้อสอบหน่อย ๆพอกรอกข้อมูลเสร็จ จะมีคุณหมอซึ่งเป็นคนอินเดียและจบมาเกี่ยวกับด้านนี้โดยเฉพาะจะมาพูดคุยกับเราเป็นภาษาอังกฤษ(หากท่านใดไม่ถนัดภาษาอังกฤษ พนักงานของสปาก็จะมาแปลให้ฟังค่ะ)และคุณหมอก็จะแนะนำคอร์สการนวดหรือการปฏิบัติตัวต่าง ๆ ที่เหมาะกับเรา บริเวณล็อบบี้ของตึกที่เป็นสปา เป็นที่ที่เจ้าหน้าที่ คุณหมอและแขกที่ขอเข้ารับบริการจะมาพูดคุยกันเพื่อเลือกสปาที่ต้องการ
รูปหน้าปกของเมนูคอร์สต่าง ๆ
เช่นในกรณีของเป้ซึ่งเป็นคนธาตุลมและเป็นคนที่ชอบทำอะไรตลอดเวลาบางครั้งจะลืมไปว่าร่างกายต้องการการพักผ่อนเหมือนกัน (แต่สมองมัวแต่สั่งงานให้ร่างกายทำโน่นนี่นั่นมากเกินไป)คุณหมอก็เลยแนะนำการนวดสองคอร์สให้เป้ เพื่อเป็นการผ่อนคลายและเพื่อเป็นการ refreshร่างกายจากความเครียดและความเหนื่อยล้าซึ่งก็คือ
บรรยากาศภายในห้องทรีทเม้นต์ ซึ่งจะมีโซนที่เป็นเตียง และโซนที่เป็นห้องอาบน้ำ (ในกรณีที่แขกต้องการอาบน้ำหลังจากได้รับทรีทเม้นต์) เป้เก็บภาพภายในห้องทำทรีทเม้นต์มาให้ชมกันค่ะสวยมากและรู้สึกว่าผ่อนคลาย ภายในตึกสปาเนี่ยเงียบมากจริง ๆหากใครมีโอกาสมาเที่ยวเชียงใหม่และอยากผ่อนคลายโดยมีคุณหมออายุรเวชมาแนะนำแบบถูกต้อง เป้แนะนำให้ไปลองกันค่ะแต่อาจจะต้องเผื่อเวลากันซักหน่อย อย่างคอร์สที่เป้ทำเนี่ยก็กินเวลาไปสามชั่วโมงไม่รวมกับเวลาที่ทำแบบสอบถามดื่มน้ำสมุนไพรหลังการนวดด้วยค่ะ แต่หากจะสนใจแค่การนวดแบบสั้น ๆ เช่นนวดเท้าหรือนวดเฉพาะจุดที่นี่ก็มีให้บริการค่ะแต่ถ้ามาทำแบบเป็นคอร์สหรือให้คุณหมอแนะนำให้ก็น่าจะดีกว่าเพราะบางทีตัวเราก็ไม่รู้ว่าเราควรจะได้รับทรีทเม้นต์แบบไหนค่ะ ถ้าเป้อาศัยอยู่ที่นี่เป้ก็คงหาโอกาสไปนวดอีกค่ะคงไม่บ่อยเพราะราคาที่ค่อนข้างสูงแต่คงเป็นที่ที่เป้จะไปให้รางวัลกับตัวเองหรือไปเพื่อผ่อนคลายจริง ๆ
หมายเหตุ เป้ได้ไปทริปนี้ในช่วงวันที่ 23 - 25 มกราคม 2558 ค่ะ thx u crab
โดย: Kavanich96
วันที่: 7 ธันวาคม 2558 เวลา:2:22:55 น. |


















วันที่: 7 ธันวาคม 2558 เวลา:2:22:55 น.
น่าไปเที่ยวมั่งจัง 
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [