2 ขวบ 4 เดือน: เริ่มไปโรงเรียนแล้วนะ - - - โรคต่อต้านโรงเรียนนี่มันน่ากลัวสุดๆไปเลย >.< (ตอน 2)
16 ต.ค. วันนี้ฝนตกหนักแต่เช้า ครูแป้นโทรมาบอกว่าวันนี้ไม่ต้องโรงเรียนก็ได้เพราะจะลำบากแล้วให้ไปอีกทีวันที่ 21 วันเปิดเทอมเลย เพราะ 17-18 ครูหยุด ปะป๊าก็เลยโทรไปหาอาม่าให้อาม่านั่งรถมาช่วยเลี้ยงเนเน่ที่คอนโด 3 วัน 

ช่วง 3 วันนี้ ตอนเช้า เนเน่ร้องไห้เยอะมากๆๆๆๆ เพราะเห็นแม่กับปะป๊าออกไปทำงาน ส่วนตัวเองต้องอยู่บ้าน อาม่าบอกว่า ทั้งร้อง ทั้งดิ้น นอนดิ้นไปทั่วห้องเลย ปลอบอะไรยังไงก็ไม่ยอม เปิดการ์ตูนให้ดูก็ไม่ดู บอกแต่จะให้อาม่าอุ้มไปรอรับแม่ที่ข้างล่าง จนอาม่าต้องแอบร้องไห้ เพราะสงสารหลาน และไม่คิดว่าเนเน่จะเป็นได้ถึงขนาดนี้ ตั้งแต่เกิดจน 2 ขวบ เนเน่ไม่เคยร้องไห้เยอะๆเลย เพิ่งจะเป็นครั้งนี้นี่แหละ

Smiley Smiley Smiley

ช่วงนี้แม่สารภาพเลยว่ากลุ้มใจมาก เพราะเนเน่ต่อต้านทุกสิ่งอย่าง มีแต่คำว่า ไม่ๆๆๆๆ ให้อาบน้ำก็ไม่อาบ พอบอกว่างั้นไม่ต้องอาบ ก็ร้องว่าจะอาบๆๆ แล้วก็ลงไปนอนดิ้นๆๆๆ แม่จะกอดจะอุ้มก็ไม่เอา ทำตัวอ่อนเป็นสะพานโค้ง สุดท้าย ก็น้ำตานองหน้ากันทั้งคู่ T^T

แม่ลองหาข้อมูลอ่านหลายๆที่ สรุปแล้วที่เนเน่เป็นแบบนี้ เป็นเพราะวัย 2 ขวบ ที่เขาเรียกกันว่า Terrible 2 นั่นเอง ประกอบด้วยเนเน่เข้าโรงเรียนด้วย ก็เลยเป็นโรคต่อต้านโรงเรียนเข้ามาผสม ทำให้ต่อต้านเยอะกว่าเดิม


    Terrible twos คืออะไร

    พ่อแม่ที่มีลูกผ่านพ้นวัยประมาณ 2 ขวบมาแล้ว คงจะผ่านภาวะ Terrible twos ของลูกกันมาแล้ว ส่วนพ่อแม่ที่ลูกกำลังเข้าสู่วัยดังกล่าวก็เตรียมรับมือกับภาวะ Terrible twos ของลูกกันได้เลย

    อะไรคือ ภาวะ Terrible twos?

    ลองนึกถึงภาพที่เจ้าตัวเล็กอารมณ์ดีๆ อยู่ แล้วก็สามารถร้องกรี๊ดลั่นบ้าน หรือหงุดหงิดร้องไห้ลั่นบ้านโดยไม่รู้สาเหตุ ทำเอาคนเป็นพ่อ:-)งงันตามๆ กัน พานนึกว่าลูกเจ็บป่วยหรือโดนมดแมลงกัดหรือไม่ แต่แท้จริงแล้ว ลูกของคุณอาจกำลังเข้าข่ายที่ว่านี้ก็ได้เด็กที่เข้าสู่วัย 2 ขวบ มักมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่รวดเร็วมาก ภาวะอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เช่นนี้เรียกว่า terrible twos เป็นช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของเด็ก จากเด็กที่หัวเราะร่าถูกใจไม่นาน หนูน้อยน่ารักคนเดียวกันนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นอาละวาดร้องกรี๊ดลั่นบ้าน เรียกว่า อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ตลอด เพราะลูกกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนจาก เด็กน้อยเตาะแตะ เป็นเด็กที่เดินเหินได้คล่อง ทำให้หนูน้อยสับสนว่าจะออกไปสำรวจโลกให้เต็มที่อย่างใจต้องการหรือจะอยู่กับแม่ดี ทำให้อารมณ์หนูน้อยไม่ดี

    แต่อาการแบบนี้จะอยู่สักพัก แล้วก็จะค่อยๆ ลดลง

    ก่อนหน้านี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกว่ามีผลต่อภาวะ terrible twos ในเด็กหรือไม่ โดยเริ่มเฝ้าสังเกตการณ์บ้านที่มีลูกวัยเตาะแตะทั้งหมด 60 ครอบครัว ในครอบครัวที่มีลูกวัย 2 ขวบ 6 เดือน จะใช้เวลา 50 นาที และวัย 3 ขวบใช้เวลา 1 ชั่วโมง ในการเฝ้าสังเกตว่า เมื่อเกิดข้อขัดแย้งขึ้นระหว่างแม่กับเจ้าตัวเล็ก บรรดาพ่อแม่ จะมีวิธีจัดการกับลูกอย่างไร

    งานวิจัยดังกล่าว พบว่า ครอบครัวที่เด็กควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ค่อยได้ เมื่อเกิดความขัดแย้งกันขึ้น ในที่สุดแล้วแม่จะบังคับข่มขู่ หรือดุลูกให้ทำตามคำสั่งโดยไม่ได้อธิบายเหตุผลให้ลูกเข้าใจ ซึ่งมักจะทำให้เหตุการณ์เลวร้ายลงไปกว่าเดิม



    ในขณะที่ครอบครัว ซึ่งแม่ลูกมีระดับความสัมพันธ์แน่นแฟ้น เมื่อเกิดข้อขัดแย้งขึ้น แม่กับลูกจะมีการปรับตัวเข้าหากันโดยอัตโนมัติ มีการสลายข้อขัดแย้งและยอมความกันโดยใช้เหตุผล เพื่อพยายามดูแลรักษาความสัมพันธ์นี้ให้มั่นคง จะสามารถมีการประนีประนอมกันได้ นั่นหมายความว่า เด็กในกลุ่มนี้จะมีภาวะ terrible twos ที่ไม่รุนแรงนัก และเด็กๆ มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี สามารถควบคุมตนเองได้ในระดับหนึ่ง

    งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าภาวะ terrible twos สามารถจัดการได้ง่าย หากเด็กใกล้ชิดกับครอบครัว และพ่อแม่ตอบสนองลูกด้วยเหตุผล ทำให้ลูกเกิดความรู้สึกมั่นคงและไว้ใจพ่อแม่นั่นเอง

    ขณะเดียวกัน ถ้าพ่อแม่เข้าใจถึงพัฒนาการตามวัยของลูกน้อยอย่างเหมาะสมอยู่แล้ว ก็จะทำให้สามารถรับมือกับเจ้าตัวน้อยได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะนั่นหมายถึงในช่วงที่เด็กเข้าสู่วัย terrible twos แต่พ่อแม่เตรียมรับมือ พยายามสรรหากิจกรรมให้ลูกได้สนุกสนานกับกิจกรรมของครอบครัว ก็จะช่วยผ่อนคลายกับความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ ได้


    เรียกว่าช่วงชีวิตของมนุษย์ มีอารมณ์เป็นตัวแปรในช่วงเปลี่ยนผ่านในแต่ละวัยทั้งสิ้น ฉะนั้น ถ้าเราเข้าใจ และเตรียมรับมือกับช่วงวัยต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ก็จะไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

    กรณีนี้เป็นกรณีที่สัมพันธ์กับห้วงอารมณ์ของมนุษย์ ที่มีความละเอียดอ่อนและต้องอาศัยความเข้าใจและการยอมรับจากคนรอบข้างด้วย

    ขอขอบคุณบทความเรื่อง "รับมือกับภาวะ Terrible twos ของลูก"
    โดย สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน จาก Quality of Life - Manager online
    23 เมษายน 2551

เด็กไม่ไปโรงเรียน

เด็กไม่ยอมไปโรงเรียนผิดปกติมากไหม?

                การที่เด็กไม่อยากไปโรงเรียน เป็นปรากฏการณ์ปกติในเด็กเล็กที่เริ่มไปโรงเรียนใหม่ๆในเด็กไทยจะเริ่มไปโรงเรียนอยู่ในช่วงอายุประมาณ 2ขวบครึ่งถึง 3 ขวบซึ่งเป็นช่วงที่เด็กมีความกังวลกับการแยกจาก (separation anxiety) ทำให้การไปโรงเรียนในช่วงแรกเป็นไปได้ลำบาก อย่างไรก็ตามความกังวลนี้จะลดลงเมื่อเด็กเติบโตขึ้นเด็กจะมีความมั่นใจมากขึ้นว่าเมื่อจากกับพ่อแม่แล้วเดี๋ยวก็จะได้พบกันเกิดมีความมั่นคงทางอารมณ์

เมื่อเด็กเล็กไม่ยอมไปโรงเรียน คุณหมอมีคำแนะนำใดให้ผู้ปกครองบ้าง?
กลุ่มเด็กเล็กมากอายุต่ำกว่า 2 ขวบ อาจจะติดพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูมากอาจเหมาะสมกว่า ถ้าให้เด็กได้อยู่กับที่บ้านต่อไปก่อน เพราะยังมีความกังวลกับการแยกจากสูงตามพัฒนาการปกติ
 ในกรณีเด็กตั้งแต่ 2 ขวบครึ่ง ถึง3 ขวบที่ไม่ยอมไปโรงเรียนผู้ปกครองควรใจเย็น ปลอบโยน ให้กำลังใจพูดให้เห็นประโยชน์ของการไปโรงเรียน การพูดควรทำด้วยความนุ่มนวล ไม่ควรดุหรือตะคอก หรือลงโทษ และติดต่อประสานงานกับครูให้ครูเตรียมพร้อมรับเด็กเมื่อพาเด็กไปส่งถึงโรงเรียนพ่อแม่ควรจะใจแข็งให้ครูเป็นคนรับมือพาเด็กเข้าโรงเรียนพ่อแม่ไม่ควรวิตกกังวลมากเกินไปและไม่ควรอยู่เฝ้าลูกเพราะจะยิ่งทำให้ปัญหายืดเยื้อยาวนานมากขึ้นเพราะเด็กก็จะยิ่งไม่มั่นใจ กลัว และกังวลพ่อแม่ควรจากมาด้วยท่าทีที่หนักแน่นมั่นคง นิ่งสงบ ไม่หวั่นไหวถ้าจำเป็นต้องแกะตัวเด็กออกไปให้มองหน้าแล้วบอกกับเด็กว่า เดี๋ยวตอนเย็นพ่อแม่ก็จะมารับแล้ว ตอนนี้เรียนหนังสือก่อน แล้วค่อยเจอกัน  ให้เด็กคาดหวังได้ว่าจะได้เจอกันอีกแสดงให้เด็กเข้าใจว่า ตามปกติคนเรามีการแยกจาก แล้วก็จะมีการพบกันใหม่   เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นธรรมดา  เด็กจะได้เรียนรู้ว่าการแยกจากเป็นเรื่องธรรมชาติ และเติบโตทางจิตใจมากขึ้น  

ถ้าลูกไม่ยอมไปโรงเรียน พ่อแม่ควรทำอย่างไร?
                ผู้ปกครองควรใจเย็นๆแล้วค่อยๆพูดคุยกับลูกให้เข้าใจสาเหตุ และแก้ไขตามสาเหตุนั้นเท่าที่ทำได้ แล้วพากลับไปโรงเรียนให้เร็วที่สุด ข้อสำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงการให้เด็กอยู่บ้านเพราะถ้ายิ่งหยุดนาน ก็ทำให้ยิ่งปรับตัวยากเมื่อกลับไปเรียนโดยอาจต้องมีการปรับพฤติกรรมบางอย่าง เช่น เปลี่ยนคนรับส่ง ในกรณีที่แม่มีความกังวลก็อาจจะไม่เหมาะที่จะไปส่งอาจจะให้พ่อเป็นคนไปส่งแทน เพื่อให้เด็กสามารถเข้าไปเรียนได้
ถ้าพ่อแม่ได้พยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองให้รางวัล ใจแข็ง แล้วยังไม่ได้ผล แนะนำให้มาพบจิตแพทย์ เรื่องนี้จัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางจิตเวชเด็กภาวะหนึ่ง เพราะการไม่ได้ไปโรงเรียนนานๆจะมีผลเสียทำให้ยิ่งปรับตัวยากก่อให้เกิดปัญหาต่อทั้งตัวเด็กเองและครอบครัวมากขึ้นเรื่อยๆ
? เมื่อพาเด็กที่ไม่ยอมไปโรงเรียนมาหาจิตแพทย์แล้ว จิตแพทย์จะช่วยได้อย่างไร
                การดูแลแก้ไขปัญหานี้ต้องทำด้วยความรวดเร็ว ต้องมีการประเมินในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็นการตรวจร่างกายอย่างละเอียดในกรณีที่เด็กบอกว่ามีอาการทางกาย ว่าป่วยเรื่องใดหรือไม่อย่างใดต้องประเมินสภาพจิตใจและระดับสติปัญญาของเด็ก ประเมินสภาพจิตใจของทั้งครอบครัวความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดาหรือพี่น้อง รวมทั้งประเมินสภาพทางโรงเรียนในเรื่องความประพฤติ ความสัมพันธ์กับเพื่อนและครู มีการประสานงานหลายฝ่ายนอกเหนือจากจิตแพทย์อาจจะต้องให้นักสังคมสงเคราะห์ดูแลในเวลาที่จะนำเด็กกลับไปที่โรงเรียนเป็นคนประสานงานระหว่างที่โรงเรียนและที่บ้านติดต่อหาความร่วมมือกับทางโรงเรียนเพื่อเตรียมพร้อม เมื่อเด็กไปถึงโรงเรียนแล้วควรมีผู้ดูแลจัดการอย่างเหมาะสมให้เด็กอยู่โรงเรียนได้ต่อ
                ส่วนการให้รางวัลนั้นทำได้เมื่อเด็กยอมไปโรงเรียนบ้างแล้วเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมทางบวกของเด็ก แต่ควรหลีกเลี่ยงการให้เงินทองสิ่งของ ของเล่น พยายามให้เป็นคำชม หรือคะแนน เช่น เป็นดาว แต้มสติ๊กเกอร์ สะสมแล้วค่อยไปแลกของรางวัลทีหลัง การให้ของทันทีทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะต่อรองและคุมได้ยากขึ้น

ถ้าเด็กไม่ยอมไปโรงเรียนจริงๆ จะจัดให้มีครูมาสอนพิเศษที่บ้านดีหรือไม่?
ไม่แนะนำให้มีการจัดครูไปสอนพิเศษที่บ้านแทน เนื่องจากเด็กจะยิ่งไม่ต้องการไปโรงเรียน และไม่ได้เกิดการเรียนรู้ที่จะปรับตัว




19 ต.ค. วันนี้ปะป๊าไม่อยู่บ้าน เพราะต้องไป outing กับที่ออฟฟิศ 2 วัน (19 - 20 ต.ค.) ช่วงเช้า แม่ต้องพาเนเน่ไปทำฟัน แต่กว่าจะไปได้ ต้องรบกับเนเน่อยู่พักใหญ่ เพราะเนเน่ไม่ยอมแต่งตัวไปหาหมอ ต้องโทรไปหาปะป๊า ให้ปะป๊าช่วยพูด เนเน่ถึงจะยอม

คุณหมอฟันดูก็รู้เลยว่า ฟันที่อุดไว้มันกระเทาะออก ต้องอุดใหม่ หมอยังงงว่า เพิ่งมาเมื่อเดือนก่อน ฟันยังสวยอยู่เลย ทำไมอยู่ดีๆมันถึงหลุดซะได้ ... สงสัยเนเน่จะกัดช๊อกโกแลตแข็งๆแน่เลย มันก็เลยหลุด

พอทำฟันเสร็จ แม่ก็พาไปเล่นบ้านบอลที่เดอะมอลล์ท่าพระ เนเน่สนุกสนานมากเลย โดยเฉพาะตรงห้องลูกโป่ง

เห็นเนเน่ร่าเริงเป็นปกติ แม่ก็ดีใจ ^^





21 ต.ค. วันนี้เปิดเทอมวันแรก เนเน่ตื่นเต้นได้ใส่ชุดนักเรียนเป็นครั้งแรก จริงๆตอนแรกก็ไม่ยอมใส่ บอกว่าจะใส่ชุดธรรมดาไป แม่กับปะป๊าต้องบิ๊ว ต้องชมเยอะๆ ว่าใส่แล้วน่ารักมากๆ เลยยอม




ตอนเย็นไปรับกลับ ครูบอกว่าวันนี้กินมักกะโรนีเยอะเลย แต่นอน 5 นาที หลังจากนั้นก็โวยวายไม่ยอมนอน... ถามเนเน่ว่าพรุ่งนี้มา รร. อีกมั๊ย เนเน่บอกมาค่ะ Smiley

และเนื่องจากเนเน่ไม่ยอมนอนที่โรงเรียน แม่ก็เลยต้องพาเนเน่ไปนอนที่ห้องพยาบาลของออฟฟิศแทน... เฮ้อ.. อยากให้เนเน่ยอมนอนที่ รร. ไวๆจัง



22 ต.ค. วันนี้เนเน่ก็ไม่ยอมนอนที่โรงเรียนอีกแล้ว ครูบอกว่า ครูต้องพาไปทำกิจกรรมอื่นๆ เช่นช่วยครูติดบอร์ด เพื่อไม่ให้เค้าเครียด แม่ก็เลยต้องพามานอนที่บ้านไปก่อน


23 ต.ค. วันนี้วันหยุดปิยมหาราช แม่กับปะป๊าเลยพาเนเน่ไปเล่นบ้านบอลที่เดอะมอลล์ คราวนี้แม่ให้ปะป๊าเข้าไปเล่นกับลูกบ้าง เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้เล่นด้วยกันเลย เสาร์-อาทิตย์ปะป๊าก็ไม่ค่อยว่าง วันธรรมดากว่าปะป๊าจะกลับมาบ้านก็ดึกแล้ว นานๆได้เห็นพ่อลูกเล่นด้วยกัน แม่ก็มีความสุข ^^



24 ต.ค. วันนี้มีเข้าแถวตอนเช้าครั้งแรก แม่เองแอบตื่นเต้น เห็นเขามีเต้นกัน แม่เลยแอบยืนถ่ายรูป ปรากฏว่าเนเน่หันมาเห็น เลยร้องไห้จะหาแม่อย่างเดียวเลย พี่เลี้ยงเลยต้องทำท่าไล่ให้แม่ไป 555+


ตอนเย็นเนเน่บอกอยากไปหาปะป๊า แม่ก็เลยจัดให้ วันนี้เลยมาแอบกินนมแม่ที่ออฟฟิศปะป๊าแล้วหลับไป เด็กเอ๊ยยย ไม่ยอมนอนที่โรงเรียน รอมาหลับกับแม่...



25 ต.ค. วันนี้ไปส่งตอนเช้าและรอจ่ายเงินค่าการแสดงของเนเน่กับคุณครู เลยได้มีโอกาสเห็นเนเน่ใส่ชุดนอนสีชมพู น่ารักดี แต่พอเนเน่เห็นแม่จะกลับก็ร้องไห้ใหญ่เลย บอกว่ากลัวแม่หนีๆ น่าสงสารมั่กๆ แต่แม่ก็ไม่รู้จะทำไงได้แต่บอกว่าให้อยู่กับครูอยู่กับเพื่อนๆ

ครูก็บอกว่า ไม่ต้องห่วง เนเน่นี่คนพิเศษเลย เวลาเรียนก็นั่งตักครูแป้น ครูคอยอุ้ม คอยป้อนตลอด

ตอนเย็นเนเน่โชว์ดาวแดงให้ดูด้วย ครูบอกว่า เนเน่ไม่ร้องไห้เลย แล้วก็กินเก่งด้วย 
ปล. ที่ไม่ร้องไห้ เพราะมีเด็กใหม่มา 1 คนแล้วเขาร้องไห้ตลอด เนเน่ก็เลยทำเป็นเก่ง ไม่ร้องไห้ ให้เด็กคนนั้นดูเป็นตัวอย่าง 555+


ที่โรงเรียนมีสมุดบันทึกประจำวัน เอาไว้สื่อสารระหว่างคุณครูกับผู้ปกครองด้วยนะ ว่าวันๆลูกได้เรียน ได้กินอะไรบ้าง




26 ต.ค. ปะป๊ากับแม่พาเนเน่และโกวกล้วยไปเที่ยวหัวหินล่ะ เพราะเนเน่บอกว่าอยากไปเที่ยวทะเล

ช่วงนี้ปะป๊ากับแม่พยายามหาที่เที่ยวให้เนเน่ตลอดเลย คลายความเครียดให้ลูก



สนุกลูก แต่เหนื่อยพ่อแม่ 555+ แต่เอาเถอะ เพื่อลูกยอมได้ Smiley




27 ต.ค. วันนี้เนเน่ได้แต่งตัวสวยไปงานแต่งงานเจ็กโรจน์ ได้เจอน้องพราว พี่จีน่า พี่แองจี้ด้วย

ไฮไลท์ของงานสำหรับเด็กๆ คงไม่พ้นฟองสบู่ 555+

เนเน่ดูชอบน้องพราวมากเลย เดินตามตลอดเวลา









28 ต.ค. วันนี้ไปโรงเรียน  คุณครูบอกว่าไม่ยอมนอนเหมือนเดิม แม่เลยอาศัยห้องเจ้านาย กับยืมเบาะนอนของลูกเจ้านายให้เนเน่นอนไปก่อน



วันนี้เนเน่ได้ของฝากจากน้าจ๋าด้วย พอดีน้าจ๋าไปเที่ยวญี่ปุ่นมา มีแต่ของน่ารักๆทั้งนั้นเลย Smiley Smiley



29 ต.ค. วันนี้แม่ลองให้เนเน่มานอนตรงใต้โต๊ะแม่ ก็ดูเหมือนจะดีนะ แต่พอเนเน่สะดุ้งตื่นมาก็ร้องจะกินนม เอ่อ.. แม่กลัวคนเดินมาที่โต๊ะแม่พอดี เดี๋ยวจะโป๊ >.<

วันนี้มีเรื่องระทึกด้วย คือ แม่อุ้มเนเน่ลงบันได แล้วปรากฏว่าแม่ก้าวพลาดก็เลยตกบันได T^T เนเน่หงายท้อง หัวโขกพื้น ร้องไห้จ้าเลย แม่รีบอุ้มเนเน่ขึ้นรถป้าเก๋แทบไม่ทัน กลัวคนแตกตื่น Smiley

พอกลับถึงบ้าน เนเน่ก็งอแงร้องจะให้อุ้มตลอดเวลา แม่เองก็ขาเจ็บ สรุปเนเน่โดนแม่เอ็ดไปด้วยความโมโห 1 ยก (น่าสงสาร Smiley... แต่จะบอกว่าหลังจากนั้นเนเน่ก็ทำตัวดีขึ้น ไม่ (ค่อยจะ) กล้าทำแม่โมโหอีกเลย << แสดงว่ายังมีบ้างบางวัน)

ส่วนสภาพร่างกายเนเน่ก็ไม่เป็นอะไรนะ แม่ตรวจดูแล้วไม่มีแผล ไข้ไม่ขึ้น ไม่ร้องเจ็บหัว แต่ที่ร้องไห้คงเพราะตกใจมากกว่า

หลังจากวันนั้น เนเน่จะคอยบอกแม่ตลอดว่า แม่เดินระวังนะ เดี๋ยวตกบันได Smiley


ช่วงนี้ แม่ตกลงกับป้าเอ้อ (เจ้านายแม่เอง) ไว้ว่า อาจจะกลับเร็วหน่อยในแต่ละวัน เพราะเนเน่ยังไม่ยอมนอนที่โรงเรียน แล้วอาจจะงอแง กลัวรบกวนคนอื่น ป้าเอ้อก็บอกไม่เป็นไร เพราะอีกหน่อยลูกป้าเอ้อก็จะเข้า รร. เหมือนกัน



30 ต.ค. วันนี้มีเรื่องขำขัน

เรื่องขำขันเช้านี้ของด.ญ.ภัครดา:
ระหว่างทางไปโรงเรียน แม่พยายามหาขอหลอกล่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้ร้องไห้ หันไปหันมาเจอรถคันนึงเสียบตุ๊กตา Chip & Dale อยู่บนเสาอากาศ เลยเรียกให้เนเน่ดู
แม่: เนเน่ดูนั่นสิ ใช่ Chip รึเปล่า.. หรือว่า Dale นะ
เนเน่: นั่นกระรอก... เดลเป็นกระรอกนะไม่ใช่ชิป ชิปเป็น แบะแบะ (sheep = แกะ)
แม่: เออ จริงของเนเน่ แม่ผิดเอง.. =_=




1 พ.ย. สองวันแล้วที่ไปโรงเรียนโดยไม่เสียน้ำตา และหวังว่าเนเน่จะเก่งอย่างนี้ตลอดไปนะลูก ^^



Create Date : 28 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2556 16:58:54 น.
Counter : 5332 Pageviews.

0 comments
9 ก.ย. 64 มาแอบดูวิชาภาษาไทย kae+aoe
(9 ก.ย. 2564 13:02:56 น.)
4 ก.ย. 64 วันหยุดของเรา kae+aoe
(5 ก.ย. 2564 20:21:29 น.)
1st meeting #122SWnewcoolkids kae+aoe
(29 ส.ค. 2564 21:27:06 น.)
เจเจ จ๊ะจ๋า ประดิษฐ์ตุ๊กตาไล่ฝนค่ะ a whispering star
(15 ส.ค. 2564 16:17:56 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Tototang.BlogGang.com

TOToTaNG
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด