แบกเป้เที่ยว กระบี่ 6 วัน ตอนที่ 2 "เกาะพีพี"
11 เมษายน




"คืนแรกที่คลองประสงค์"

สำหรับคืนนี้ผมตื่นมารอบนึงประมาณตี 2 ได้ เข้าห้องน้ำ แล้วก็หลับอีกรอบ
ตื่นอีกทีราวๆ ตีห้า แล้วก็สไตล์เราอีกไม่ได้ละ ;p

เช้านี้ผมมีนัดกับพี่สุ เพื่อไปหาพี่หมาย
[ผมลืมเล่าไปว่า เมื่อวานพี่สุได้แจ้งแล้วว่าวันนี้จะได้เที่ยวพีพีฟรี
โดยจะให้ติดเรือไปกับพี่หมาย ที่ขับเรือให้กับบริษัทนึงที่ต้องพาแขกเที่ยวอยู่แล้ว
แล้วตอนที่สุมาส่งผม แกได้พาผมไปรู้จักกับพี่หมายไว้แล้ว ซึ่งบ้านห่างจากบ้านพี่สุไม่มากนัก]



ทีนี้ 6 โมงเช้าผมเลยลงไปอาบน้ำ
แล้วก็มารอพี่สุ
แต่ดูท่าพี่สุจะยังไม่ตื่น
ผมก็เอาไงดีหว่า
รอจน 7 โมง เวลานัดกับพี่หมายแล้ว พี่สุก็ยังไม่ตื่น
ก็เลยเดินไปหาพี่หมายเองเลย

โดยผมเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำไปเอง ทั้งเสื้อชูชีพ และหน้ากากสน็อคเกอร์ -_-'
พอไปถึง พี่หมายก็บอกว่า "โอ้ย รออยู่พอดี"

แล้วพี่หมายก็เห็นการแบกของทั้งเสื้อชูชีพ หน้ากาก และเป้ใส่อุปกรณ์กล้อง
โดยพี่หมายบอกว่า เฮ้ย ไม่ต้องเอาเสื้อชูชีพไปหรอก บนเรือเยอะแยะ
(ในใจคือ เกรงใจอะ ไปฟรีเลยจะพกไปเอง -_-')
เอาเสื้อไว้ที่บ้านพี่ก่อนละกัน
ไปกันๆ เราจะสายละ

จากนั้นพี่หมายก็ขี่มอไซต์ไปที่ท่าเรือ



"ตะลุยทัวร์พีพี ฟรี"


ซึ่งเรือที่เราจะขึ้นก็เป็นเรือที่ใหญ่กว่าเรือโดยสารทั่วไปนิดนึง และไม่มีหลังคา
ทำมาเพื่อ รับมอไซต์จากเกาะไปส่งที่ฝั่งตัวเมือง
ค่ารถ 20 บาท






[รูปพี่หมายกับมอไซต์ ขณะบนเรือข้ามฝาก เรือลำนึงสามารถบรรทุกมอเตอร์ไซค์ได้ 4 คัน]





พอขึ้นฝั่ง เราก็ต้องไปกันที่ท่าเรือของบริษัท
พี่หมายก็เล่าอะไรให้ผมฟังมากมาย

อย่างพี่เขาบ่นๆ ว่าเมื่อก่อนบริษัทเขาอยู่แถวๆ ตัวเมืองนี่แหละ
แล้วท่าเรือก็ใช้ตรงท่าเรือเจ้าฟ้า(ใกล้ๆ กับจุด ปูดำนั่นแหละ ย่านๆนั้น)

แต่ตอนนี้ต้องย้ายไปที่บริเวณท่าเรือ ซึ่งอยู่ทางอ่าวนาง
ก็ต้องเดินทางไปไกลหน่อย ไม่สะดวกเหมือนก่อน

และแกก็บอกเรื่องสำคัญอีกเรื่องนึงว่า
วันนี้พี่ก็ไม่แน่ใจว่าเราจะได้ไปพีพี หรือเปล่านะ
คือพี่ขับเรือก็จริง แต่ขึ้นอยู่บริษัทว่า เขาจัดให้เราไปไหน
ผมก็บอกว่า ไม่เป็นปัญหาเลยครับ เพราะผมไม่เคยไปสักเกาะของพีพีเลย
พี่เขาดีแล้ว แล้วถ้าผมไม่มีแผนจะเที่ยวไหนอีก
จริงๆ มาขึ้นเรือกับพี่ทุกวันเลยก็ได้นะ (ตาลุกวาวเลย ฮ่าๆๆ)
คือส่วนใหญ่ พี่จะได้ไปพีพี นั่นแหละ
แต่ก็มีไป ทริป สี่เกาะ (เกาะไก่ เกาะทับ(ทะเลแหวก) เกาะปอยะ ถ้ำพระนาง (ที่มีไรเลยอยู่ในเกาะเดียวกัน)
แถมบางทีก็ได้เกาะห้อง นะ อันนี้ก็สวย
เกาะห้องจะเป็นของ อุทยานธารโบกขรณี
ในขณะที่เกาะพีพี ก็อุทยานหาดนพรัตน์ธารา เกาะพีพี
ผมฟังแล้วคิดอยู่ว่า จริงๆเราไปกับพี่เขาทุกเลยก็ดีแฮะ ฟรี แถมได้ประสบการณ์อีกแบบนึงด้วย ฮ่าๆๆ
แต่ตอนนั้นต้องตอบแบบคนดีไปก่อนว่า
"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวดูอีกทีว่าพี่สุเขาจัดโปรแกรมไปไหนบ้าง เผื่อบางทีไปกับพี่เขาครับ"



ใช้เวลาสักพัก พ่ีขับรถไปถึงใกล้ๆกับ อ่าวนาง โดยแวะให้ผมซื้อของกินก่อน
เพราะตอนเช้าผมรีบออกมา เลยยังไม่ได้กินไร
ผมเลยซื้อข้าวเหนียวเนื้อย่างมา

จากนั้นก็ไปที่ท่าเรือ ของบริษัทที่พี่หมายทำงานอยู่


ตอนนั้นก็เริ่มมีลูกค้าเข้ามากันบ้างแล้ว แต่ยังไม่มากนัก

ผมก็เห็นโต๊ะว่าง เลยรีบจัดการกับท้องตัวเองก่อน
ข้าวเหนียวเนื้อย่างนั้น รสชาติไม่เลว อร่อยดีจัง
แล้วก็กินกับไวตามิล อยู่ท้องทีเดียว :)







[ท่าเรือของบริษัทที่เราจะเดินทางด้วย]


จะเห็นว่าเรือวันนี้เยอะมาก
วันนี้พี่หมายก็บอกว่า คนเต็มเลยละ
จากนั้นก็เริ่มมีรถตู้ต่างๆ ทยอยเข้ามา ส่งลูกค้า

ซึ่งพี่หมายก็บอกว่า สำหรับวันนี้ พี่ได้ไปพีพีนะ

จากนั้นก็ถึงเวลาขึ้นเรือ แขกต่างๆ ก็ทยอยๆขึ้นเรือ


ระหว่างนั้นสายตาผมก็สังเกตุเห็นเรือลำนึง
ที่รู้สึกว่า จะมีสาวๆ หุ่นดีๆ ไปเยอะแฮะ
แอบคิดในใจ ทำไมไม่มาขึ้นเรือลำนี้ฟะ

แต่ที่ฮากว่านั้นคือ ผู้ช่วยพี่หมาย พูดออกมาเลย
"โหยพี่ ผมไม่มีกำลังใจทำงานแล้วเนี่ย"

แต่ผมก็คิดว่า น่า แขกที่มาเรือนี้อาจจะมีแจ่มๆ ก็ได้

แต่แล้ว ก็แจ่มไม่ออก (ฮา)
ส่วนใหญ่เป็นฝรั่งมีอายุ และครอบครัวคนไทยอีกครอบครัวนึง


ซึ่งเรือลำของเราจะออกเป็นลำที่ 4
พี่หมายก็บ่นๆ ให้ผมฟัง ว่าแย่หน่อยนะ
ถ้าเราออกลำแรกน่ะ จะได้ไปที่พีพีเล ก่อน คนจะไม่เยอะมาก เวลาจะดีกว่า
ถ้าออกลำที่ 4 นี่ สงสัยกว่าจะไปช่วงที่คนเยอะแน่

คือระบบการจัดการของที่นี่ เขาจะใช้เป็นหมุนเวียนนั่นแหละ
ไม่ใช่ว่า เรือ 10 ลำจะไปไหนไปพร้อมกัน
แต่จะแบ่งกันไป สลับจุดกัน เพื่อไม่ให้แออัด
แต่แม้บริษัทที่เราไปจะจัดการไว้แบบนี้
บริษัทอื่นที่ไปจุดหมายเดียวกัน ก็มีเยอะอยู่ดี
เพราะงั้น การที่ไปได้ไปจุดที่สวยที่จุคนได้น้อยอย่าง พีพีเล ก็ย่อมได้เปรียบนั่นแหละครับ


อย่างไรก็ตาม ผมไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งนั้นครับ (ก็นะ)


สำหรับบนเรือ นอกจากกัปตันเรือโดยพี่หมายแล้ว
ก็มีผู้ช่วยอีกคน (ผมจำชื่อไม่ได้ละ)
กับไกค์ ที่เป็นสาวชาวต่างชาติ แต่พูดไทยคล่องมาก ชื่อเอริก้า



สำหรับจุดหมายแรก เรือสปีดโบ๊ท พาเราไปที่เกาะไผ่
มีเวลาให้เรา ประมาณ 40 นาที
สำหรับที่นี่ เหมือนกับมาว่ายน้ำเล่นมากกว่าครับ :)






[เกาะไผ่]






[หาดของเกาะไผ่]



ที่เกาะไผ่จะมีสำนักงานของอุทยาน
ผมจึงเข้าประทับตราอุทยาน ของเกาะพีพี :D


จากนั้นก็เดินถ่ายรูปเล่น







[ทางเดินบนเกาะไผ่]








[แมวหลับที่เกาะไผ่]






สำหรับบนเกาะนี้สามารถมากางเต๊นท์นอนได้
ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวหลายคนมากางเต๊นท์นอนที่นี่กันด้วยครับ

บนเกาะก็มีร้านอาหารและเครื่องดื่ม
ราคาอย่างโหด
โค้กกระป๋องละ 40 หรือ 50 เนี่ยแหละ







[หาดบนเกาะไผ่อีกสักภาพก่อนผมจะไปดำน้ำ]



หลังจากถ่ายภาพแล้วเวลาก็เหลือ ไม่รู้จะทำไร เลยไปดำน้ำเล่นดีกว่า

จากชายหาด ต้องว่ายออกไปไกลเหมือนกันถึงจะเริ่มเจอปะการัง
ว่ายน้ำจนเริ่มเบื่อ ก็กลับฝั่ง
ผมไม่แน่ใจเรื่องเวลาด้วยว่าใกล้หมดยัง
เลยกลับดีกว่า

ไปถึงตรงที่นั่ง ยังพบพวกพี่ๆ ทีมงาน มานั่งคุยกัน
ไอ้เราก็แจมกับเขาด้วย
หัวข้อที่ตลกมากคือ ทุกคนเมาท์พี่คนที่ได้ขับเรือ เบอร์ 10
ซึ่งก็คือ เรือลำที่มีสาวเยอะๆ นั่นแหละครับ
แล้วที่ฮาไปกว่านั้น คือพี่แจ็คกี้ พี่ที่ขับเรืออีกลำนึง
เขาบ่นว่า จริงๆ เขาน่ะต้องได้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้
จองคิวนี้ไว้นานแล้วเนี่ย
แต่วันนี้ดันมาสาย พี่อีกคนเลยได้ไปแทน
ก็เป็นที่เฮฮากันน่ะครับ

จากนั้นก็ได้เวลาที่เราไปยังจุดอื่นต่อ
แต่แล้วพวกเราก็ได้ออกช้าสุด
เพราะมีลูกทัวร์หายไป
ใช้เวลาไปตามหาอยู่นานเหมือนกัน
ก็มาเจอกับครอบครัวชาวจีน ซึ่งลูกชาย(ประมาณเด็กประถม) ร้องไห้ งอแงไม่ยอมขึ้นเรือ
ทำเอาทุกคนเซ็งมาก เพราะเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

จุดหมายต่อไปของเราคือ เกาะยุง ซึ่งห่างจากเกาะไผ่ นิดเดียวเท่านั้น


สำหรับเกาะยุง เขาบอกว่า บนเกาะมีแอ่งน้ำขังอยู่ในเกาะ
จึงทำให้ยุงชุมมาก เลยตั้งชื่อนี้

แต่เราไม่ต้องห่วง ที่พาไปไม่ได้พาไปขึ้นเกาะ
แต่จะพาไปดำน้ำ
เพราะจุดที่นี่ ถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์มาก



สำหรับเกาะยุง ผมได้เปลี่ยนหน้ากากสน็อคเกอร์มาใช้ของพี่หมาย
เพราะพี่หมายบอกว่า พี่พูดตรงๆนะ
ของน้องเนี่ย มันห่วยมากเลยนะ -_-'
ของไม่ดีเลยนะ ใช้ของพี่ดีกว่า ถ้าชอบดำน้ำต้องลงทุนนะ
ขอบคุณครับพี่ คนใต้พูดตรงจริงๆ T_T....





[เกาะยุง]
























[เด็กน้อยชาวต่างชาติ นั่งอยู่บนหัวเรือ ผมเลยขอคุณพ่อเขาถ่ายรูป ชอบตรงหน้าตากวนทีนได้ใจมาก]





จากนั้นผมก็ขอไปดื่มด่ำโลกใต้น้ำกับเขาบ้างครับ

สำหรับใต้น้ำที่นี่ สวยใช้ได้เลย
มีปะการังเขากวาง หลายสีดี
ปลาส่วนใหญ่จะเป็นปลาเล็กๆ
ไม่ใหญ่สะใจเหมือน สิมิลัน
แต่ถือว่าสวยครับ มีโอกาสก็ควรมา :)




ทุกคนใช้เวลาที่เกาะยุงอย่างเต็มที่
ก็ถึงเวลาต้องไปต่อ

สำหรับจุดต่อไป เราจะได้ไปเกาะพีพีเล
อ่าวมาหยา ที่ทุกคนใฝ่ฝัน





สำหรับจุดแรกที่ต้องถ่ายรูปไว้คือ





[ถ้ำไวกิ้ง ซึ่งเป็นจุดเก็บรังนัก แต่ปัจจุบันเขาให้ไม่จอดเข้าชมแล้ว]





จากนั้นเรือก็พาเราชมรอบๆ เกาะพีพีเล

ซึ่งสวยงามมาก
แม้วันนั้นฟ้าจะไม่เป็นใจกับเราเลย
(ฟ้าไม่เป็นฟ้า ดูขาวๆ เหมือนมีหมอกลง)












[กำลังเข้าสู่อ่าวมาหยาแล้ว]


















[เรือลำอื่นที่กำลังเข้ามาเช่นกัน]










[อันนี้มองย้อนกลับไป จุดที่เราเข้ามา]












[เรืออีกลำกำลังเข้ามาเช่นกัน]










[หาดมาหยา อยู่ข้างหน้าเราแล้ว]












[ผู้ช่วยพี่หมาย กำลังเตรียมลงเรือเพื่อขึ้นหาด]











[เหล่าเรือต่างๆ มาจอดกันอย่างมากมาย]



สำหรับที่นี่ เป็นจุดที่ทุกคนอยากมา
แต่พื้นที่มีเพียงนิดเดียว
หาดจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายอย่างมาก

แถมด้วยฟ้าก็ไม่ถูกใจผมเท่าไหร่
ทำให้อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ วาดฝันว่ามันน่าจะสวยกว่านี้ครับ
แต่มาแล้วจะมาทำตัวน่าเบื่อไม่ได้ ต้องลุยเข้าไว้ครับ



ต้องถ่ายภาพตัวเองไว้สักหน่อย :)
ให้ฝรั่งคนนึงถ่ายให้




[ ใส่กับแว่นสุดเปรี้ยว 50 บาท ซื้อที่งานกาชาด ฮ่าๆ]










จากนั้นผมก็พยายามหามุมถ่ายภาพ

โดยส่วนตัวผมคิดว่าภาพนี้ดีที่สุดในการถ่ายอ่าวมาหยาครั้งนี้












จากนั้น พี่หมายก็เข้ามาทัก แล้วก็บอกให้มาถ่ายมุมนี้
เขาบอกว่า เป็นมุมสุดฮิตของที่นี่ คนเอเชียชอบกันมาก

แกก็พามาที่จุดนึง ซึ่งคนเอเชียมุมกันเยอะมากกกกกกกกกก
เป็นแท่งหินย้อยลงมา และจะมีมุมตรงเขาสองลูก

ผมเห็นแล้วก็ขำนะ เลยต้องถ่ายไว้สักหน่อย






[แสดงว่าคนเอเชียเราทะลึ่งกว่าพวกฝรั่งป่าวนะ เพราะเขาบอกว่าฮิตในหมู่คนเอเชีย]






หลังจากนั้นผมก็ถ่ายรูปเล่นเรื่อยเปื่อย





[ตอนถ่ายไม่ได้คิดไร แต่เห็นภาพแล้วแอบคิดครับ ฮ่าๆ]


















[เสียดายภาพนี้ผมถ่ายโอเวอร์เกินไป ฟ้าที่ขาวอยู่แล้ว ยิ่งขาวไปกันใหญ่ ;p]





เรามีเวลาบนหาดนี้เพียง 20 นาที(น้อยจังเนอะ)
ก็ต้องจากกันเสียแล้ว

จริงที่นี่ยังมีจุดชมวิว ด้วยนะ แต่ว่าด้วยเวลาของทัวร์ (20 นาที)
จึงไม่สามารถจะเดินไปได้ ;p


อ่าวมาหยาของผมจึงจบลงเพียงเท่านี้ครับ




จุดหมายต่อไป ก็คือ พีพีดอน เพื่อทานข้าวกัน




ที่เกาะพีพีดอน เป็นเกาะที่ใหญ่เหมือนกัน
และก็มีความเจริญมากกกกกกกกกกกก
ท่าเรือก็เป็นท่าเรือจริงๆ มีความคึกคักสูงมากครับ


เราจอดเรือที่บริเวณหาดตรงท่าเรือ และก็เดินทะลุไปอีกหาด เพื่อกินข้าว
ตอนแรกผมยังคิดอยู่ว่า ผมคงหาซื้อไรกินเอง

แต่แล้วก็ไม่ต้องครับ กินฟรีกับพวกพี่สต๊าฟ T_T สุดยอดโคด



กินข้าวเสร็จ พวกพี่สต๊าฟ ก็เมาท์กันต่อ เฮฮาดีจริงๆ ^^



ผมเองก็ขอตัวไปถ่ายรูปเล่น






























[จุดนี้น้ำแห้งจนเหมือนมีเกาะเล็กๆ อีกจุดเลย]


















[เรือรับจ้างมากมายเหลือเกิน]














ถ่ายรูปในฝั่งนี้เสร็จ ก็เดินไปนั่งคุยกับพ่ีหมาย
สักพักพี่เขาก็พาเรากลับไปยังบริเวณเรือ แวะถ่ายรูปท่าเรือสักเล็กน้อยครับ













[จะเห็นความคึกคักของผู้คนและร้านค้า]












[เราก็มารอบริเวณเรือสปีดโบ๊ท]










และนี่คือโฉมหน้าพี่ผู้ถูกเมาท์ตลอดทริป(ฮา)





[พี่ที่ได้ขับเรือเบอร์ 10 อันมีสาวไทยวัยรุ่นซะส่วนใหญ่บนเรือ]













[ภาพสุดท้ายของเกาะพีพีดอน ครับ]









ออกจากพีพีดอน

จุดหมายต่อไป พี่หมายจะพาเราไปจุดดำน้ำสุดสวย
ที่พี่เขาบอกว่า เป็นคนสำรวจเจอ และวางทุ่นเอง



แต่พอไปถึง กลับมีเรือเต็มไปหมด

พี่หมายบ่นๆ ดูจะหงุดหงิดไม่น้อย
ประมาณว่า เสียดาย ที่ไม่ได้พาลูกทัวร์ไปดำน้ำที่นั่น



พี่เขาเลยพาเราไปอีกจุดนึง

สำหรับผม ผมว่ามันก็สวยนะ แต่น่ากลัวไปหน่อย

เพราะจุดนั้น น้ำตื้นมากกกกกกกกกก
ผมไม่กล้าหย่อนขาลงเลย
กลายเป็นขาและมือ ตีขึ้นบนน้ำเกือบตลอด

พี่หมายเห็นก็บ่นๆ ว่า ว่ายน้ำแบบนี้ไม่ถูก
(ง่ะ ผมว่ายน้ำไม่เป็น)

เขาพยายามสอนวิธีว่ายน้ำที่ถูกต้อง
คือการแหวกมือและขยายออก
ส่วนขาอย่าตีขึ้นมาบนน้ำ
วิธีนี้ทำให้ไม่เหนื่อย
และที่สำคัญ ทำให้ไม่เกิดเสียงดัง
ปลาที่แปลกๆ ไม่ชินกับคนมาก มันจะไม่ตื่นคน

ผมเลยเร่ิมเข้าใจว่า ทำไมผมไม่ค่อยเจอปลาแปลกๆ -_-'



ใช้เวลาดำน้ำจุดนี้อยู่นานพอควร
เราก็ถึงเวลากลับ


ก่อนกลับ เราต้องผ่านเกาะไก่ และทะเลแหวก

พี่หมายเลยชะลอเรือ เรียกให้ลูกทัวร์มาดูทะเลแหวก

ผมเสียดาย อยากขึ้นบนฝั่งและถ่ายรูปทะเลแหวกจากเกาะนึงไปสู่เกาะนึง
แต่ก็เป็นไปไม่ได้
พี่หมายบอกว่า แบบนั้นต้องเหมาเรือมาโดยเฉพาะนะ T_T






[เกาะไก่]







[ทะเลแหวก ที่เราได้แต่เห็นไกลๆ เข้าไปไม่ได้ T_T]








[ทะเลแหวก ต่อจากภาพเมื่อกี้ คือจริงๆ น้ำตอนน้ีลดจดเกาะสามเกาะ เชื่อมถึงกันเลยครับ]







ประมาณ 4 โมงเย็นได้
เรือก็พาเรามาส่งที่ท่าเรือของบริษัท
ระหว่างทาง เห็นน้ำลดไปเยอะมากเลย
พี่หมายบอกว่า อีกสองวันจะยิ่งกว่านี้อีก ;p






[ท่าเรือตอนเย็น เรือกำลังกลับเข้าท่า]









[อีกสักพักภาพ]






สำหรับวันนี้ พี่หมายบอกว่า ผมจะกลับก่อนไหม หรือรอกลับพร้อมกัน
พอดีทางบริษัทมีนัดประชุมกัน
ถ้าจะกลับก่อน เดี๋ยวพี่เขาไปส่งที่หาดอ่าวนาง และขึ้นรถสองแถวกลับ
แต่ผมไม่ได้รีบร้อนไรอยู่แล้ว เลยรอกลับพร้อมพี่เขาดีกว่า






[อันนี้เหล่าพี่ๆ กำลังนั่งรอ การประชุม]








[ถ่ายรูปเล่น ระหว่างรอพวกพี่เขาจะประชุม แต่ภาพที่ได้ ถูกใจผมจัง]





รออยู่สักพักใหญ่ๆ
ก็มีข่าวว่า หัวหน้ายกเลิกประชุม ให้ทุกคนกลับบ้านได้


พี่หมายเลยกะว่าจะพาไปสุสานหอย พอดีเขาว่าจะแวะไปเอาของที่นั่นด้วย




แต่ขับรถออกมาได้สักพัก พี่หมายก็เจอพี่สาว และก็คุยกันนิดๆหน่อยๆ
พี่เขาเลยเปลี่ยนแผนไม่ไปสุสานหอยละ
แต่จะไปอ่าวนาง แวะนิดๆ หน่อยๆ และกลับบ้านกัน


ผมก็เลยได้ลงมาถ่ายรูปอ่าวนางตอนเย็นเล็กน้อยก่อนจาก












[ฝั่งพระอาทิตย์กำลังจะตก]











ผมกลับมาถึงบ้านพี่หมาย ประมาณเกือบทุ่มได้
ตั้งใจว่าจะอุดหนุนโรตีและน้ำชา ร้านพี่หมายสักหน่อย
แต่กะว่าไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยก่อน
พอดีคืนนี้มีบอล ด้วย ร้านพี่หมายก็ติดเคเบิ้ล เพื่อให้คนมาชมบอลกันอีกต่างหาก :)


ผมก็กลับไปบ้านพี่สุ ไปอาบน้ำ และก็ออกมาทักทายพี่สุ
พี่สุก็บอกว่า กินข้าวก่อนๆ
แกก็เลี้ยงข้าวหมกไก่ของที่นี่
ซึ่งเยอะมากกกกกกกกกก (แต่เราก็กินหมดนะ -_-')
คุยกันนิดๆ หน่อยๆ
พี่สุ ซื้อมาเผื่อแก๊ปด้วย
แต่แก๊ปยังไม่กลับมา
เห็นว่าแวะไปข้างนอก

ผมเลยบอกพี่สุ ว่าจะไปกินโรตีร้านพี่หมาย และก็ดูบอลด้วย


ไปถึง กำลังจบครึ่งแรกพอดี
วันนั้นผมจำไม่ได้ว่า แมนยู แข่งกับใคร
รู้แต่เสมอ แล้วที่ฮามาก คนที่นี่ชอบแมนยูกันนะ
แต่วันนั้นกลับไม่อยากให้ชนะ (สงสัยเล่นบอลต่อ ฮ่าๆๆ)



ส่วนโรตีที่ผมสั่ง ผมสั่งแบบธรรมดา
จริงๆ เขามีหลายแบบนะ ใส่มะพร้าว ใส่นู้นใส่นี่
แต่เราเอาแบบธรรมดาๆ ดีกว่า




[ฝีมือโรตี ของร้านพี่หมาย]




ระหว่างรอโรตี ชายร่างใหญ่ ก็เข้ามาทักทายผม
ถามว่า ว่าใช่พี่วัชหรือเปล่าครับ
ผมชื่อ แก๊ป ที่พักบ้านพี่สุครับ
ผมก็อ้อออ คนนี้นี่เอง
แต่ผมบอกว่า ผมดันสั่งโรตีไปแล้วน่ะสิ
คงไปไม่ได้
ไว้คราวหน้า และแก๊ปก็นั่งมอไซต์จากไป



สักพักโรตีก็มาเสริฟ





[โรตี บางกรอบ อร่อยดีครับ เห็นตอนน้ีก็อดนึกถึงไม่ได้แฮะ อยากกินอีกจัง]


มีเรื่องนึงที่อยากบอกไว้
คนที่น่ีกินรสจัดมากครับ
อย่างอาหารก็จะเผ็ดไปเลย
แต่ถ้าน้ำชา หรือขนม
ก็หวานมากกกกกกกกกกกกก ต้องเตือนเขาเรื่องน้ำตาลนะครับ ใส่อย่างโหดครับ


เมื่อดูบอลจบ ผมก็กลับไปหาพี่สุ
พี่สุบอกว่า สรุป พรุ่งนี้ผมได้ไปเกาะปันหยีนะ
ราคา 700 บาท รถตู้จะมารับที่สวนสาธารณะ

ผมก็โอเค
แล้วก็เข้าไปนอน

ผมจะไปเกาะปันหยี โดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นั่นเลย
เพิ่งรู้ด้วยซ้ำกว่า มันอยู่พังงา!



Create Date : 25 เมษายน 2553
Last Update : 25 เมษายน 2553 8:11:15 น.
Counter : 1281 Pageviews.

7 comments
#### รีวิว Fullrich Lanna Suite Hotel - โรงแรมดีๆ ราคาไม่แพงอีกที่ของเชียงใหม่ค่ะ #### สาวไกด์ใจซื่อ
(4 พ.ย. 2562 10:38:15 น.)
พิพิธภัณฑ์พระราม 9 ชีริว
(3 พ.ย. 2562 20:08:56 น.)
เที่ยวโตเกียว # 3...พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Museum) Sweet_pills
(2 พ.ย. 2562 00:27:38 น.)
No. 827 เที่ยวพังงา ในที่ไม่ควรไป เป็นไง..? ไวน์กับสายน้ำ
(1 พ.ย. 2562 05:03:19 น.)
  
โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:9:36:11 น.
  
โดย: thanitsita วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:11:36:04 น.
  
ตามเข้ามาดูรูปสวย ๆ ของกระบี่

ทะเลสวย น้ำใส
โดย: ดาว IP: 124.122.26.187 วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:13:42:20 น.
  
ดีมากไอ้น้อง
เอาตอนสามมาไวๆ
คืนนี้น่ะ คืนนี้ เข้าใจมั้ยยย
โดย: กีบ(บก.เฉพาะกิจ) IP: 180.210.216.68 วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:17:15:59 น.
  
ว้าว โรตีน่าทานจัง

พีพียังสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

จำได้ว่าไปดำน้ำดูปลิงทะเลตัวใหญ่

เท่า ๆ กับท่อนแขนแถว ๆ ทะเลแหวก

ดูไปก็หยะแหยงไป แต่ก็ชอบเพราะไม่เคยเห็นตัวเป็น ๆ

เคยเห็นแต่สำเร็จรูปอยู่ในจานแล้ว

แสนจะน่าหม่ำ ไม่เหมือนของจริง
โดย: tummydeday วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:22:32:33 น.
  
อิจฉาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อิอิ
โดย: ก่าแป๊ง วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:8:41:46 น.
  
555555555 เกาะสวย น้ำใส ต้องไปชัวร์ เน๊อะ
โดย: rabbitcall วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:11:04:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Supercar.BlogGang.com

วัชเจียเหว่ย
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด