ลักษณะทั่วไปและลักษณะร่วมของระบำและละครในเอเชีย

รศ.ดร.มาลินี ดิลกวานิช

จากการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับนาฏศิลป์และการละครในเอเชีย สืบสาวสาระความรู้ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา การพัฒนาการตามยุคสมัยมาจนถึงพินิจพิเคราะห์ลักษณะรูปแบบการแสดงที่ปรากฏเป็นขนบและแบบแผนในปัจจุบัน ศึกษาประเภทของระบำ-ละครที่สำคัญประจำชาติ องค์ประกอบของการแสดงที่ควรทำความเข้าใจ และอีกหลากหลายประเด็นที่ได้กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ หากนำมาพิจารณาในเชิงเปรียบเทียบให้เห็นภาพรวมแล้ว จะได้ข้อสรุปบางประการที่น่าสนใจดังนี้
๑. จุดกำเนิดของระบำและละครในเอเชียมาจากแรงบันดาลใจทางศาสนา จัดการแสดงเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อต่างๆ ในแต่ละชาติ แต่ละท้องที่ แต่ละยุคสมัย จนค่อยๆ พัฒนาขัดเกลาและกลายเป็นศิลปะการแสดงบริสุทธิ์และศิลปะการแสดงเชิงพาณิชย์ในภายหลัง ศาสนาและปรัชญาและความเชื่อของชาวเอเชียจึงแยกไม่ออกจากศิลปะการแสดง นาฏศิลป์อินเดียซึ่งเป็นต้นตำรับทั้งด้านทฤษฎีและนาฏลีลาของหลายประเทศในเอเชียได้วางรากฐานทางความคิดไว้ชัดเจนว่า พระอิศวรหรือพระศิวะ หนึ่งในเทพเจ้าสูงสุดของชาวฮินดูเป็นองค์นาฏราชาผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้และท่ารำให้แก่มวลมนุษย์ เรื่องราวที่ปรากฏในระบำและละครเอเชียจึงมักเกี่ยวของกับเทพเทวาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยกล่าวถึงเรื่องการอวตารขององค์พระศาสดาหรือพระอรหันต์ หรือเทพเจ้าซึ่งลงมาโปรดสัตว์โลก ขจัดปัดเป่าทุกข์ภัยอันเกิดตากความรุนแรงและอุบัติภัยทางธรรมชาติหรือเกิดจากปรากฏการณ์เลวร้ายในสังคม เห็นได้จากการแสดงรำบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รำอวยพรเทพเทวดาเพื่อความสิริมงคล การจัดพิธีกราบไหว้ครูและการรำเพื่อขอพรจากเทพเจ้าเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยและคุ้มครองปกปักรักษาชีวิต เป็นต้น
๒. ผู้อุปถัมภ์การแสดง ตามประเพณีดั้งเดิมในเอเชียมักเป็นระดับผู้นำในสังคมและชุมชน เช่น จักรพรรดิ กษัตริย์ สุลต่าน โชกุน เจ้าเมือง ผู้นำตระกูลชั้นสูง หัวหน้าชุมชน สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ
ประการแรก เป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้นำเหล่านั้นที่จะจัดพิธีกรรมทางศาสนาหรือพิธีกรรมตามประเพณีความเชื่อในชุมชนของตนเพื่อความสบายใจของพสกนิกรและผู้พึ่งพิงบารมีในประเทศและชุมชนของตน
ประการที่สอง เป็นวิธีเสริมสร้างความมั่นคงและบุญบารมีของผู้นำ เพราะการอุปถัมภ์ค้ำจุนศิลปินคณะใหญ่ไว้ในกลุ่มบริวารของตนได้นั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าตนมีฐานะมั่งคั่ง สามารถเป็นที่พึ่งพาอาศัยและเป็นที่เคารพยำเกรงของประชากรด้วย
ประการที่สาม ในด้านภาพลักษณ์ของประเทศของสังคมชุมชนนั้นๆ ย่อมหายถึงความเจริญทางศิลปวัฒนธรรมและความมีหน้ามีตา
นอกจากนี้ในสายตาของชาวต่างประเทศผู้ได้พบเห็นการแสดงอันวิจิตรประณีตงดงาม ย่อมบังเกิดความประทับใจและช่วยเสริมสร้างมิตรไมตรีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วย ผลประโยชน์ทั้งสามประการดังกล่าวนับว่ามหาศาลคุ้มค่า
๓. ระบำและละครในเอเชียล้วนมีขนบประเพณีและแบบแผนในเชิงปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านานไม่ว่าจะด้านใดก็ตามจะพบว่ามีกฎเกณฑ์ รูปแบบ วิธีการและเทคนิคต่างๆ กำหนดไว้แล้วโดยครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นต้นว่า ขั้นตอนและหลักสูตรของการเรียนรู้และการฝึกฝนต้องมีระเบียบวิธีที่เคร่งครัด ในด้านนาฏลีลาหรือภาษาท่าทาง การแสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึก ตลอดจนการสื่อคำพูด ความคิด และความหมายตามบทขับร้อง ล้วนต้องเรียนรู้ไปตามขนบแบบแผนทั้งสิ้น การสร้างสรรค์เปลี่ยนแปลงคิดขึ้นใหม่โดยผู้เรียนถือเป็นสิ่งผิดประเพณีอย่างยิ่ง การขับร้องและกรเปล่งของตัวละครมีจังหวะลีลาที่กำหนดไว้เฉพาะแบบ ส่วนมากมิค่อยนิยมเป็นธรรมชาติมากนัก การกำหนดเครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดงมีการบ่งบอกไว้เฉพาะประเภทเฉพาะวาระ แสดงถึงความพิถีพิถันในการเลือกเสียงดนตรีประกอบการแสดง การแต่งกาย การแต่งหน้า และเครื่องประดับต่างๆ มีสูตรสำเร็จชัดเจน ตัวละครใดแต่งอาภรณ์เครื่องประดับแบบใด บรรพบุรุษท่านกำหนดลักษณะรูปแบบไว้แล้ว และแม้กระทั่งการจัดเวทีและฉากจะพบว่ามีแบบแผนสืบทอดต่อๆ กันมาเช่นกัน
๔. นักแสดงในอุดมคติ คือ ผู้ที่สามารถแสดงได้สวยสง่างดงามถูกต้องทุกประการตามแบบแผนประเพณี เป้าประสงค์ของการแสดงอยู่ที่ผู้แสดงสามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด ความหมายและเนื้อเรื่องด้วยลีลาท่าทางที่ถูกแบบแผน หากทำได้ดีความวิจิตรประณีตงดงามก็จะตามมาเอง ดังนั้นนักแสดงระบำและละครในเอเชียจึงไม่สนใจการพัฒนาด้านการตีบทตัวละครในมิติของจิตวิญญาณ ไม่สนใจสำรวจความลุ่มลึกและซับซ้อนของจิตใจตัวละคร ส่วนมากตัวละครปรากฏเพียงมิติเดียว เช่น บทคนดี บริสุทธิ์ หือคนชั่วที่มีแต่กิเลสตัณหา เพื่อจะได้สอดแทรกคติธรรมคำสั่งสอน เรื่องราวที่นิยมแสดงเป็นเนื้อเรื่องที่รู้จักกันดีใช้แสดงสืบทอดกันมาช้านาน การสร้างบทและเนื้อเรื่องใหม่จึงไม่ใช่วิสัยปกติของนักเขียนบทละครในเอเชีย ละครที่เป็นแบบแผนประเพณีประจำชาตินิยมแสดงเรื่องราวที่ได้มาจากวรรณกรรมอมตะหรือตำนานเก่าที่เป็นที่นิยมชมชอบของผู้ชมมาแต่โบราณ สรุปก็คือ ทั้งเนื้อเรื่องและวิธีการสื่อ ยึดถือตามประเพณีนั่นเอง
๕. ระบำและละครในเอเชียเป็นศิลปะการแสดงที่มีวิธีสื่อในลีลาที่ไม่ค่อยสมจริง หากไม่ใช้แนวการสื่อด้วยรูปของสัญลักษณ์ ซึ่งมักจะเรียบง่ายก็ใช้วิธีตรงกันข้ามคือ ความอลังการหรูหราเกินจริง ไม่มีความพอดีที่สมจริง ทั้งนี้จะเห็นได้จากการจัดฉากที่มีทั้งแบบที่เรียบง่ายใช้วัสดุสองสามสิ่งเป็นสัญลักษณ์แทนทุกสิ่งทุกอย่าง และมีทั้งแบบหรูหราสิ้นเปลือง สร้างความตื่นตะลึงน่าประทับใจแก่ผู้ชม การแสดงออกด้วยท่าทางของผู้แสดงมีสองแนวคือ มีทั้งแบบที่แสดงออกน้อย ทำท่านิ่งเฉยเงียบขรึม อาศัยท่าละครใบ้ง่ายๆ เป็นสื่อบ้าง และมีทั้งแบบที่แสดงท่าทางเกินจริงผิดธรรมชาติของมนุษย์ ชุดเครื่องแต่งกายก็เช่นกัน มักอาศัยเครื่องหมาย ตรา ภาพสัตว์ ดอกไม้ สีสันและลวดลายเป็นสื่อสัญลักษณ์บอกให้ทราบถึงฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจ ทั้งเครื่องประดับศีรษะและหน้ากากก็เป็นอุปกรณ์ที่ใช้บอกฐานะด้วย อุปกรณ์และเครื่องแต่งกายของชาวเอเชียมักจะเน้นความหรูหรางดงามมากกว่าความสมจริงตามยุคสมัย การใช้หน้ากากและการวาดสีสันลวดลายบนใบหน้า ยังเป็นการแสดงถึงรสนิยมของชาวเอเชียที่ชอบการสร้างบรรยากาศขลัง ลึกลับ ศักดิ์สิทธิ์แต่ก็สวยงามอลังการมีเสน่ห์จับใจ
๖. ระบำและละครของเอเชียขาดไม่ได้ซึ่งเสียงเพลงและการขับร้อง การแสดงใดๆ ก็ตามจะต้องมีทำนองเพลงประกอบเสมอ และบ่อยครั้งมีทั้งเสียงเพลงและเสียงขับร้องลักษณะใดลักษณะหนึ่งประกอบการแสดงด้วย ศิลปะการแสดงใดก็ตามที่เป็นแบบแผนประเพณีประจำชาติจะต้องให้ความสำคัญต่อองค์ประกอบทางด้านดนตรีและศิลปินผู้ขับร้อง ในบางกรณีผู้แสดงจะต้องมีคุณสมบัติดีพร้อมด้านการขับร้องด้วย ยกเว้นในกรณีที่ผู้แสดงไม่ต้องเปล่งเสียงด้วยตนเองก็จะต้องอาศัยคณะผู้ขับร้องต้นเสียงและลูกคู่กับผู้พากย์บทที่มีฝีมือร่วมคณะการแสดง จึงจะถือว่าองค์ประกอบครบสมบูรณ์
๗. ศิลปะการแสดงของเอเชียมีลักษณะพิเศษร่วมกันซึ่งต่างจากโลกตะวันตกก็คือ ชื่นชมความสามารถของนักแสดงชายที่แสดงบทผู้หญิง ที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ งิ้วของจีน คาบูกิของญี่ปุ่น กถักลิของอินเดีย และละครนอกของไทย นอกจากนี้ยังพบการแสดงที่ใช้ผู้หญิงเล่นบทผู้ชายในหลายชาติซึ่งก็ดูจะเป็นเรื่องปกติในเอเชีย
๘. ศิลปินในเอเชียมีค่านิยมในการสืบทอดมรดกและความรู้ทางศิลปะการแสดงคล้ายกัน ถือว่าเป็นความลับเฉพาะในตระกูล และเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่ควรอนุรักษ์ต่อๆ ไป หากพบว่าทายาทโดยตรงไม่สนใจหรือมีคุณสมบัติบกพร่องเกินกว่าจะได้รับ ก็จะเลือกผู้ใกล้ชิดหรือผู้มาเกี่ยวดองในตระกูล บางกรณีอาจเป็นคนนอกตระกูล หากแต่อุทิศตนรับใช้สม่ำเสมอจนเป็นสานุศิษย์โปรดก็มี
๙. การเรียนรู้และฝึกฝนศิลปะการแสดงของแต่ละชาติในเอเชีย ต้องอาศัยเวลานานและต้องมีวินัยแห่งการฝึกในอย่างสม่ำเสมอ การเรียนรู้พื้นฐานอย่างต่ำต้องใช้เวลา ๘-๑๐ ปี ดังนั้นกว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือ “ครู” ในศิลปะการแสดงแบบใดแบบหนึ่ง จะต้องอาศัยการทำงานหนักอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง สะสมชั่วโมงบินและระสบการณ์ครึ่งค่อนชีวิต ทั้งยังต้องฝึกปฏิบัติอยู่เสมอมิได้ขาด และกว่าจะได้รับการยอมรับให้เป็น “ปรมาจารย์” ในวงการ ย่อมหมายถึงการอุทิศตนอย่างดีพร้อม เคร่งคัดต่อแบบแผนในการแสดงนั้นๆ และอุทิศตนเสมอต้นเสมอปลายในอันที่จะผลิตลูกศิษย์หรือทายาททางการแสดงไว้จำนวนมาก
จากผลการศึกษาที่ได้ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนใคร่ขอตั้งข้อสังเกตบางประการไว้ ณ ที่นี้ เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่สนใจค้นคว้าศึกษาและวิจัยเรื่องระบำและละครในเอเชียต่อไป
ประการแรก หนังสือเล่มนี้เป็นการปูแนวทางความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องราวของศิลปะการแสดงที่สำคัญของประเทศต่างๆ ในเอเชีย เนื้อหาสาระที่จะศึกษาวิจัยต่อๆ ไป ยังมีอีกมากมายมหาศาล พรมแดนของการศึกษาค้นคว้าในแขนงนี้ยังคงเปิดกว้างอยู่ รอผู้สันทัดและสนใจศึกษารุ่นใหม่ๆ เข้ามาช่วยกันผลิตงานเขียนภาษาไทยที่จะเป็นประโยชนทางปัญญาให้แก่สังคมไทย
ประการที่สอง การค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ในเชิงปริมาณนั้นไม่มีปัญหา เพราะผู้ศึกษาชาวตะวันตกได้ผลิตงานเขียนออกมาเป็นจำนวนมากแล้ว แต่ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ศัพท์เทคนิคหรือศัพท์ทางนาฏศิลป์ของชาติต่างๆ ซึ่งเมื่อสะกดคำอ่านเป็นภาษาอังกฤษ ผู้ซึ่งไม่มีความรู้ในภาษาของชาตินั้นๆ จะออกเสียงไม่ถูก และการสะกดเสียงโดยถ่ายทอดเป็นภาษาไทยก็จะยิ่งประสบความลำบากมากขึ้น ข้อนี้เองที่จะเป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งเมื่อต้องพึ่งแหล่งข้อมูลภาษาอังกฤษ
ประการที่สาม ปรากฏการณ์ทาธรรมชาติของมนุษย์ที่สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมการถ่ายอดศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมการแสดงให้กันและกันของชาวเอเชียก็คือ การแผ่กระจายและการซึมซับศิลปะและวัฒนธรรมนั้นไม่มีขอบเขตและทิศทางใดที่ตายตัว ชาวเอเชียมีแนวโน้มโดยธรรมชาติที่จะให้และรับสิ่งที่ดีงาม ประณีต เจริญหูเจริญตา สิ่งที่สร้างความสนุกสนานสบายใจและสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงขัดเกลาจิตวิญญาณให้สูงบรรเจิด ดังนั้น แนวทางรสนิยมทางศิลปะของชาวเอเชียดูเหมือนจะไม่หยุดนิ่ง และไม่มีข้อจำกัดของเวลาเช่นกัน เป็นต้นว่า ในวันนี้ศิลปะการแสดงของญี่ปุ่นอาจมีความเกี่ยวข้องกับศิลปะการแสดงไทยน้อยที่สุด แต่ในวันหนึ่งข้างหน้าอาจมีแนวโน้มที่เป็นไปได้ว่ารสนิยมทางศิลปะของคนไทย อาจจะยอมรับและโน้มเอียงเข้าหาแนวศิลปะกาแสดงของญี่ปุ่นบ้างก็ได้
ประการสุดท้าย ความรู้ความเข้าศิลปะการแสดงของชาวเอเชียมีส่วนช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ชาวตะวันออกนั้นมีมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ล้ำค่าน่าภาคภูมิใจ ทั้งในมิติของประวัติศาสตร์และมิติแห่งสุนทรียศิลป์
********************************



Create Date : 22 เมษายน 2550
Last Update : 22 เมษายน 2550 23:43:39 น.
Counter : 1653 Pageviews.

9 comments
ชุดที่ 1 โอน่าจอมซ่าส์
(5 มี.ค. 2562 22:03:30 น.)
วิธีรับมือกับ...มรสุมฝุ่น Princezz Matcha Latte
(31 ม.ค. 2562 17:07:35 น.)
สวนลุงวุฒิ อ.ภูเรือ จ.เลย : อาณาจักรของกุหลาบหินแห่งภูเรือ JinnyTent
(24 ก.พ. 2562 18:45:14 น.)
--- น ก แ ส ก --- ภูเพยีย
(11 มี.ค. 2562 10:24:51 น.)
  
น่าจะมีรูปการแสดงนาฏศิลป์อินเดีย
โดย: เต๋าบางบ่อ IP: 125.24.24.140 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:30:39 น.
  
เนื้อหาเยอะและดีมากเลยค่ะ
โดย: ณรมล IP: 202.44.32.9 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:37:11 น.
  

อยากรู้เรื่องละครที่ไม่ใช่ละครรำ
โดย: แจน IP: 124.120.65.11 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:13:49 น.
  
อยากได้ประวัติละครที่ไม่ใช่ละครรำ
โดย: พิงค์ IP: 124.120.65.11 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:15:37 น.
  
ดาชอบนีค่ะ
โดย: ดา IP: 124.120.65.11 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:16:29 น.
  
นะห์ชอบลิกค่ะ
โดย: นะห์ IP: 124.120.65.11 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:17:28 น.
  
อยากได้รูปหน้ากากในละครโีีนอ่ะ
โดย: โน้ต IP: 223.204.5.87 วันที่: 3 กรกฎาคม 2554 เวลา:11:44:34 น.
  
ใครรู้บ้างว่าศิลปะสมัยใหม่ในนาฆศิลปืตะวันตกคือไร
โดย: บอย IP: 110.77.240.14 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:40:08 น.
  
เนื้อหาตรงกับที่ผมเรียนเลยขอบคุณอีกครั้งน่่ะครับ บิ๊ก ม.ทักษิณสงขลา561061XXX
โดย: บิ๊ก-ขอบคุณมากๆครับ. IP: 206.53.152.7 วันที่: 13 สิงหาคม 2556 เวลา:21:32:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Somdej.BlogGang.com

จินตะหราวาตี
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]

บทความทั้งหมด