รวบรวมข่าว การจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพ
ผมขอสงวนสิทธิ์ไม่วิจารณ์ว่าเหมาะสมหรือไม่ ต้องขอให้เป็นหน้าที่ของทุกท่านที่จะตัดสินใจเองครับ และผมเชื่อว่าทุกท่านจะมีวิฒิภาวะพอที่จะไม่นำประเด็นทางการเมืองหรือความขัดแย้งเข้ามาในนี้



ชงงบซื้ออาวุธฯ5พันล้านบ.เข้าที่ประชุมครม.วันนี้




รายละเอียด :
ก.กลาโหม เสนอที่ประชุมครม.วันนี้ พิจารณาอนุมัติ 3 โครงการรวด“รถหุ้มเกราะยูเครน 3,900 ล.-ปืนเล็กยาว 5.56 มม. TAVOR TAR 960 ล.-ปืนกลเล็กขนาด 5.56 มม. แบบ NEGEV 270 ล้านบาท”เบ็ดเสร็จ 5129.74 ล้านบาท

(25กย.) แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (25กย.)นี้ มีนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกฯเป็นประธานที่ประชุมครม.แทน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในระหว่างการร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 62 ที่กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กระทรวงกลาโหม เสนอครม.พิจารณาอนุมัติให้กองทัพบกก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณโครง การจัดหาปืนเล็กยาว ขนาด 5.56 มิลลิเมตร จำนวน 15,000 กระบอก (ทบ.1380) ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ตั้งแต่งบประมาณ 2550 ถึงปีงบประมาณ 2552 วงเงิน28,571,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 960,856,182 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 33.63 บาท) ตามแผนการใช้จ่ายงบประมาณ 2550 ที่กองทัพบกได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการจัดหาปืนเล็กยาว ขนาด 5.56 มิลลิเมตร และได้ดำเนินกรรมวิธีจัดซื้อ/จัดจ้างในขั้นไม่ผูกพันงบประมาณตามกรอบวงเงิน โดยได้พิจารณาเลือกแบบปืนเล็กยาว ขนาด 5.56 มิลลิเมตร แบบ TAVOR TAR 21 จำนวน 15,000 กระบอก วงเงิน 28,500,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 958,455,000 บาท

พร้อมจัดหา SPARE PARTS AND GAUGES-LEVEL A วงเงิน 71,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,401,182 บาท วงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น 960,856,182 บาท จากรัฐบาลอิสราเอล ตามผลการจัดซื้อโดยวิธีรัฐบาลต่อรัฐบาล ระยะเวลา ดำเนินการ 3 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550 ถึงปีงประมาณ 2552 กำหนดยืนราคาจึงวันที่ 30 กันยายน 2550 ตามแผนงบประมาณ โดยปีงบประมาณ2550 จำนวน 144,128,427 บาท ปีงบประมาณ 2551 จำนวน 432,385,282 บาท ปีงบประมาณ 2552 จำนวน 384,342,473 บาท

ทั้งนี้การจัดซื้อครั้งนี้เป็นการจัดซื้อในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2530 ที่กลาโหมได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุที่ครม.มีมติอนุมัติใช้และแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง และให้ใช้ข้อตกลงทีกำหนดขึ้นด้วยความเห็นชอบระหว่างกันแทนการทำสัญญาได้ โดยกองทัพบกได้ร่วมเจรจาจัดทำร่างข้อตกลงซื้อขายในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาลกับผู้แทนรัฐบาลอิสราเอลบนพื้นฐานความสัมพันธ์อันดีต่อกันและได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน จนได้ข้อยุติตามร่างข้อตกลงซื้อขาย โดยทั้งนี้ รัฐบาลไทยต้องผ่อนใช้พร้อมดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งกองทัพไทยต้องเสนอความต้องการยุทโธปกรณ์หลัก ภายหลังการลงนามข้อตกลง จะสามารถใช้เวลาพิจารณาใช้เงินได้ภายใน 2 ปี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด โดยดอกเบี้ยจะเริ่มคิดเมื่อได้ตกลงใจซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์นั้นแน่นอน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในเกณฑ์ต่ำสุดของอัตราดอกเบี้ยของธนาคารทั่วไปในสหรัฐอเมริกา

โครงการที่ 2 ขอก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบฯ โครงการจัดซื้อปืนกลเล็กขนาด 5.56 มิลลิเมตร แบบ NEGEV จำนวน 992 กระบอก วงเงิน 7,707,840 ดอลลาห์สหรัฐ หรือประมาณ 270 ล้านบาท ( อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาห์สหรัฐเท่ากับ 33.63 บาท ) ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550 วงเงิน 54 ล้านบาท ปีงบ 2551 วงเงิน 108 ล้านบาท ปีงบฯ 2552 วงเงิน 108 ล้านบาท โดยให้ผู้บัญชาการทหารบกหรือผู้แทนเป็นผู้ลงนามในข้อตกลงซื้อขายระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลอิสราเอลในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย โดยให้รวมถึงการลงนามในเอกสารแก้ไขข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง นอกจากนี้ตามที่เป็นข่าวกระทรวงกลาโหม ยังเสนอครม.พิจารณาอนุมัติให้กองทัพบกก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณโครงการจัดหารถหุ้มเกราะ จำนวน 96 คัน (ทบ.1382) ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550 ถึงปีงบประมาณ 2553 วงเงิน 114,270,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,898,892,400 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 34.12 บาท) ตามแผนการใช้จ่ายงบประมาณ และให้ผู้บัญชาการทหารบกหรือผู้แทนเป็นผู้ลงนามในข้อตกลงซื้อขายรถหุ้มเกราะระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลยูเครนในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย

//www.komchadluek.net/2007/09/25/a001_156088.php?news_id=156088





ครม.เทกระจาด 5 พันล.ทิ้งทวน ผบ.ทบ.สนธิ


โดย Posttoday วันที่ 25 กันยายน 2550


การประชุม คณะรัฐมนตรีวันอังคารที่ 25 ก.ย. ต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการประชุมนัดส่งท้ายสิ้นปีงบประมาณ 2550 ซึ่งก่อนจะปิดหีบงบประมาณทีไร แทบจะเป็นประเพณีปฏิบัติไปแล้ว เมื่อหลายกระทรวง ชงเรื่องขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้าม ปีงบประมาณ ในโครงการสำคัญๆ

ที่แน่ๆ กระทรวงกลาโหม เสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติให้กองทัพบกก่อหนี้ผูกพัน ข้ามปีงบประมาณถึง 3 โครงการด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ โครงการ หารถหุ้มเกราะ จำนวน 96 คัน (ทบ.1382) ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550 ถึงปีงบประมาณ 2553 วงเงิน 114,270,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,898,892,400 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐ เท่ากับ 34.12 บาท) ตามแผนการใช้จ่ายงบประมาณ และให้ผู้บัญชาการทหารบก หรือผู้แทนเป็นผู้ลงนามในข้อตกลงซื้อขาย รถหุ้มเกราะระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาล ยูเครนในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย โดยให้รวมถึงการลงนามในเอกสารแก้ไขข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง



ทั้งนี้ โครงการจัดหารถหุ้มเกราะดังกล่าวได้มีการปรับเพิ่มจำนวนจากเดิมที่กำหนดไว้ จากจำนวน 48 คัน เป็น 96 คัน เนื่องจากในการเสนอคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2550 กองทัพบกได้ใช้ข้อมูลราคากลางจากรถหุ้มเกราะที่เคยผ่านการ คัดเลือกแบบของกองทัพบก โดยในขั้นการ บริหารงบประมาณกองทัพบกได้พิจารณาทบทวนการคัดเลือกแบบรถหุ้มเกราะที่มีมาตรฐานในการนำเข้าประจำการในกองทัพบก มีประเด็นสำคัญในการพิจารณา เช่น การมีประสิทธิภาพและสมรรถนะสูง มีเกราะป้องกันอาวุธปืนเล็กยาวและปืนกล รถหุ้มเกราะที่ผ่านการคัดเลือกมีราคาในการจัดหาต่ำกว่าราคากลางที่กองทัพบกได้เสนอไว้ใน คำของบประมาณ จึงได้พิจารณาปรับเพิ่มจำนวนรถหุ้มเกราะเป็น จำนวน 96 คัน ตามความต้องการของกองทัพ



โครงการที่ 2 ขอก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบฯ โครงการจัดซื้อปืนกลเล็กขนาด 5.56 มิลลิเมตร แบบ NEGEV จำนวน 992 กระบอก วงเงิน 7,707,840 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 270 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐเท่ากับ 33.63 บาท) ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550 วงเงิน 54 ล้านบาท ปีงบ 2551 วงเงิน 108 ล้านบาท ปีงบฯ 2552 วงเงิน 108 ล้านบาท โดยให้ผู้บัญชาการทหารบกหรือผู้แทนเป็นผู้ลงนามในข้อตกลงซื้อขายระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลอิสราเอลในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย โดยให้รวมถึงการลงนามในเอกสารแก้ไขข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง



โครงการที่ 3 ขอก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบฯ โครงการจัดซื้อปืนเล็กยาว 5.56 มิลลิเมตร แบบ TAVOR-TAR 21 จำนวน 1.5 หมื่นกระบอก วงเงิน 28,571,400 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 960,856,182 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐเท่ากับ 33.63 บาท) ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ตั้ง แต่ปีงบประมาณ 2550 วงเงิน 144,128,427 บาท ปีงบฯ 2551 วงเงิน 432,385,282 บาท ปีงบฯ 2553 วงเงิน 384,342,473 บาท โดยให้ผู้บัญชาการทหารบกหรือผู้แทนเป็นผู้ลงนามในข้อตกลงซื้อขายระหว่างรัฐาลไทยและรัฐบาลอิสราเอลในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย โดยให้รวมถึงการลงนามในเอกสาร แก้ไขข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง



ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะโครงการของกระทรวงกลาโหมกระทรวงเดียวที่เสนอ ครม. สิริรวมเป็นงบผูกพันทั้งสิ้น 5,129.74 ล้านบาท


ทบ.ซื้อรถลำเลียงพลจากแอฟริกา




นอกจาก ครม.จะพิจารณางบของกระทรวงกลาโหมแล้ว พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ส่งท้าย ตำแหน่ง ผบ.ทบ. ก่อนจะเกษียณด้วยการอนุมัติโครงการจัดซื้อรถสายพานลำเลียง (APC)แบบ 4x4จำนวน 98 คัน จากประเทศแอฟริกาใต้ ในราคาคันละ 15 ล้านบาท รวมงบประมาณราว 1.6 พันล้านบาท เพื่อเร่งส่งไปประจำใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย


ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นที่ฮือฮา เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่กองทัพบกใช้อาวุธยุทโธปกรณ์จากแอฟรกาใต้ แม้ว่าจะมีอีก 4 ประเทศที่เสนอตัวเข้าประมูลด้วยก็ตาม ทั้ง เกาหลั ออสเตรเลีย และเยอรมนี แต่ ทบ.อ้างว่ารถ APV แบบ REVA ของแอฟริกาใต้ นี้มีราคาถูกที่สุด ที่มีราคาเฉลี่ยราวคันละ 60 ล้านบาท


รถสายพานลำเลียงพล APC จากแอฟริกาใต้นี้ถูกโจมตีว่าไม่ได้มาตรฐาน เพราะไม่ผ่านมาตรฐาน NATO และไม่มี Export Licence และไม่มีโรงงานผลิตในประเทศ แต่กลับไปผลิตที่แบกแดด ประเทศอิรัก ที่เต็มไปด้วยสงครามและด้อยประสิทธิภาพ อีกทั้งไม่มี local supplier และไม่มีการ transfer technology ที่ปกติแค่คันละ 8.5 ล้านบาท แต่กลับขายให้กองทัพบกไทยในราคาสูงถึงคันละ 15 ล้านบาท


ทั้งนี้ พล.อ. สนธิมีนโยบายที่จะเพิ่มอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยให้กับทหารในภาคใต้ แต่รถAPC แบบนี้ ถูกวิจารณ์ว่าเมื่อซื้อมาแล้ว แม้จะราคาถูกแต่จะไม่มีการดูแลซ่อมบำรุงให้


อย่างไรก็ตาม แม้ ทบ. จะจัดซื้อเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันการจุดชนวนระเบิด Jammer จากประเทศอิสราเอลมาจำนวน 10 เครื่อง เครื่องละ 60 ล้านบาท แต่ปรากฎว่า ตอนนี้เครื่องJammer ไม่สามารถใช้งานได้ถึง 8 เครื่อง จากที่อ้างว่าสามารถตัดสัญญาณได้ไกลมากกว่า 7 กม. แต่ความจริงได้แค่ 700 เมตรเท่านั้น




กลาโหมขอ ครม.ไฟเขียวซื้อจรวด


Dailynews 17/09/2007

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 18 ก.ย. ทาง กระทรวงกลาโหมขออนุมัติให้ ผบ.ทบ. หรือผู้แทน (เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก) เป็นผู้ลงนามในเอกสารข้อตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยการซื้อขายจรวดขนาด 40 มิลลิเมตร ชนิดระเบิดต่อสู้รถถังแบบ 69 หรือ แบบ PG-7 ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย

รวมทั้งการลงนามในเอกสารแก้ไขข้อตกลงดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น โดยกระทรวงกลาโหม รายงานว่า กองทัพบกได้จัดซื้อจรวดแบบ PG-7 จำนวน 5,745 นัด เป็นเงิน 19,181,865.60 บาท จากจีน โดยวิธีรัฐบาลต่อรัฐบาล ซึ่งกระทรวงกลาโหมพิจารณาแล้วเห็นว่าการจัดซื้อครั้งนี้เป็นแนวทางตามที่ ครม. เคยมีมติไว้ ซึ่งอนุมัติให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์จากมิตรประเทศอื่นนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกาได้.






ครม.ไฟเขียวกลาโหมก่อหนี้ผูกพันจัดซื้ออาวุธ

--------------------------------------------------------------------------------

โดย Post Digital 25 กันยายน 2550 15:54 น.

ครม.เห็นชอบให้ ก.กลาโหม ก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ จัดซื้ออาวุธ 6.7 พันล้านบาท ด้าน รมช.พัฒนาสังคมฯ เผยใช้เวลาพิจารณานานพอสมควร


นายณัฐฐวัฒน์ สุทธิโยธิน ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.เห็นชอบให้กระทรวงกลาโหมก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ โครงการจัดซื้ออาวุธ มูลค่า 6.7 พันล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามมติครม.เดิมที่เคยอนุมัติไว้


"คณะรัฐมนตรีมีมติตามที่เคยมีมติครม.ไปแล้ว อนุญาตให้กระทรวงกลาโหมก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ ในการจัดซื้ออาวุธ" นายณัฐฐวัฒน์ กล่าว


สำหรับโครงการจัดซื้ออาวุธ สำหรับโครงการจัดซื้ออาวุธ ประกอบด้วย ปืนกลเล็ก 992 กระบอก มูลค่า 259 ล้านบาท(2550-2552), รถหุ้มเกราะ 69 คัน มูลค่า 3,898 ล้านบาท(2550-2553),ปืนเล็กยาว 1.5 หมื่นกระบอก มูลค่า 960 ล้านบาท(2550-2552) อาวุธปล่อยนำวิถีแบบพื้นสู่พื้น เพื่อนำไปติดตั้งในเรือรบของกองทัพเรือ มูลค่า 1,599 ล้านบาท (2550-2552) ครม.ยังมอบหมายให้ผู้แทนรัฐบาล โดยผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เป็นผู้ลงนามกับรัฐบาลอิสราเอล ภายใต้การจัดซื้อรัฐบาลต่อรัฐบาลด้วย


นพ.พลเดช ปิ่นประทีป รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีกรณีที่กระทรวงกลาโหมเสนอครม.พิจารณาอนุมัติในโครงการจัดซื้ออาวุธต่างๆ ถึง 3 โครงการว่า การประชุมวันนี้มีการซักถามกันบ้างแต่ไม่มีอะไรที่สำคัญ รายละเอียดพอสมควรตนจำไม่ได้ เวลาที่ใช้ในการพิจารณานานพอสมควร



Create Date : 25 กันยายน 2550
Last Update : 25 กันยายน 2550 16:06:24 น.
Counter : 1833 Pageviews.

0 comments
Blog 57/2563 Tom Hank ออกจาก รพ.ในAustraliaกลับอเมริกาแล้ว เริงฤดีนะ
(29 มี.ค. 2563 07:21:48 น.)
อาการของโรค COVID 19 ควรไปรพ.เมื่อไร ? newyorknurse
(27 มี.ค. 2563 03:11:07 น.)
☕ขนมปังจิ้มสังขยาชาไทย☕ โอน่าจอมซ่าส์
(27 มี.ค. 2563 01:27:16 น.)
Love, Me - Collin Raye ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(26 มี.ค. 2563 20:53:07 น.)

Skyman.BlogGang.com

Analayo
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]

บทความทั้งหมด