[คิดถึงวิทยา] ห่างไกลแต่ไม่ต่างกัน

ช่วงกักตัวอยู่บ้าน มาแนะนำหนังที่สุดของการโรมอะโลนอย่างคิดถึงวิทยากันครับ คิดถึงวิทยา เป็นภาพยนตร์ปี 2557 ของ GTH กำกับโดยนิธิวัฒน์ ธราธร และเป็นที่ประทับใจผู้ชมจนกวาดรายได้ไปถึง 100 ล้านบาท เนื้อเรื่องเกี่ยวกับครูสองคน คือครูสอง (รับบทโดยบี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว) และครูแอน (รับบทโดยพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) ที่ต้องไปสอนโรงเรียนบนเรือนแพกลางน้ำหลังอกหักจากรักเก่า ทั้งสองไม่เคยพบกัน แต่รู้จักกันผ่านไดอารี่ที่เขียนทิ้งไว้


เนื้อเรื่องที่โรแมนติกเรียบง่ายนี้ได้ผนวกส่วนประกอบหลักของหนังเรื่องนี้ทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน นั่นคือโรงเรียนกลางน้ำสถานที่ห่างไกลผู้คนและสัญญาณโทรศัพท์ เหตุแห่งความเหงา และไดอารี่ที่เป็นสื่อให้ครูทั้งสองคนได้รับรู้ตัวตนของอีกฝ่าย

 
**เอ็นทรี่นี้มีการเปิดเผยสาระสำคัญของเรื่อง**
 
 


โรงเรียนกลางน้ำ

โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา สาขาเรือนแพ เป็นโลเคชั่นหลักของเรื่องนี้ ตัวโรงเรียนปลูกบนแพลอยน้ำ ที่นี่เป็นสาขาของโรงเรียนบ้านแก่งวิทยาที่อยู่ในตัวเมือง อ.ลี้ จ.ลำพูน

โรงเรียนนี้ใช้แบบของโรงเรียนที่มีอยู่จริงๆ คือโรงเรียนบ้านก้อจัดสรร สาขาเรือนแพ อยู่ริมลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพล ในอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เปิดในปี พ.ศ.2536 สอน ป.1-6 เพื่อเด็กด้อยโอกาส มีครูประจำหนึ่งคนคือครูมาด ใครจะตามรอยภาพยนตร์ไปดูต้องใจรักจริงๆ นะครับ เพราะเข้าไปไม่ได้ง่ายเลย ต้องไปขึ้นเรือที่ท่าเรือแก่งก้อ (ห่างจากตัว อ.ลี้ 36 กม.) แล้วนั่งเรือเข้าไปอีก 1 ชม.

มันตั้งอยู่กลางหุบเขา เป็นอาคารเล็กๆ ที่บรรจุความเหงาไว้เต็มไปหมด เพราะมันไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ผมว่าเจ้าโทรศัพท์มือถือเนี่ย มันเป็นตัวฆ่าความเหงาได้ชะงัด มันทำให้คนเราไม่ต้องคิดถึงกันแล้ว เพราะว่าแค่คิดก็โทร มันก็เลยไม่ไปถึงความคิดถึง แต่ที่โรงเรียนกลางน้ำนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีไฟฟ้า มีแต่เสียงจิ้งหรีดและเสียงเด็กๆ มันเลยเต็มไปด้วยความเหงา พอเกิดความเหงามันจะกลายเป็นความคิดถึง -- เก้ง-จิระ ให้สัมภาษณ์ไอเดียในการสร้างภาพยนตร์นี้

แต่ในการถ่ายทำต้องใช้ทีมงานจำนวนมาก โรงเรียนเรือนแพของจริงจะรับน้ำหนักคน 40-50 คนไม่ไหว หนังเรื่องนี้จึงสร้างโรงเรียนเรือนแพขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แบ่งเป็นแพห้องเรียนและห้องนอน กับแพลานโล่งสำหรับทำกิจกรรม ที่สำคัญโรงเรียนที่สร้างใหม่นี้ไปสร้างและถ่ายทำที่แก่งกระจานนะครับ ไม่ใช่ลำพูน แต่โลเคชั่นอื่นๆ ที่อยู่บนบกก็ใช้สถานที่ของลำพูนกับเชียงใหม่ตามท้องเรื่อง
 


โรงเรียนบ้านก้อจัดสรร สาขาเรือนแพ อ.ลี้ จ.ลำพูน
ต้นแบบของโรงเรียนในภาพยนตร์เรื่องนี้

 


โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา สาขาเรือนแพ
ที่สร้างขึ้นมาสำหรับถ่ายทำหนัง

 

การใช้ชีวิตบนเรือนแพไม่ได้สะดวกสบาย ต้องมีถังเก็บน้ำ ซึ่งวันดีคืนดีก็มีจิ้งจกตกไปตาย ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงต้องต่อไฟจากแบตเตอรี่หรือเครื่องปั่นไฟ บางทีก็มีสัตว์ร้ายขึ้นมาบนแพ บางวันก็พายุเข้า และที่สำคัญคือมันไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ หนังเรื่องนี้ช่างไม่โรแมนติไนซ์ความกันดารเลย ก็มันไม่สะดวกสบายจริงๆนี่นะ


เด็กนักเรียนที่นี่ล้วนเป็นลูกหลานชาวประมงที่หากินอยู่แถวนี้ พวกเขาจะขึ้นแพมาเรียนและค้างคืนอยู่บนแพ ก่อนจะกลับบ้านวันเสาร์-อาทิตย์ แพแห่งนี้จึงเป็นทั้งบ้านและโรงเรียนของครูและพวกเด็กๆ
 

 


 



พระเอก-นางเอกเรื่องนี้เลือกมาได้เหมาะกับบทเลยครับ เพราะลักษณะของครูสอง (คนซื่อ น่ารัก เป็นธรรมชาติ) และครูแอน (สาวมั่น ตรงไปตรงมา) คือสิ่งที่บี้และพลอยเป็นจริงๆ บี้เล่นหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก เขาอยากเล่นมากเพราะเป็นติ่ง GTH บี้ว่ายน้ำเก่ง แต่ฉากหงายตัวดำน้ำก็ยากจนต้องฝึกกับนักกีฬาทีมชาติพักนึง ส่วนพลอยกลัวน้ำมากเพราะตอนเด็กๆ เคยตกสะพานจมน้ำ แต่ก็พยายามฝึกจนเล่นฉากว่ายน้ำได้ พลอยเคยรู้สึกเหมือนครูแอน คือหลงรักตัวหนังสือของหนุ่ม เมืองจันท์ จนอยากเจอตัวจริงของเขา

ครูแอนและครูสอง สลับกันมาสอน โดยครูแอนทะเลาะกับ ผอ. เรื่องไปสักมือ เลยถูกส่งไปสอนที่เรือนแพ ในปีการศึกษา 2554 แต่หนุ่ยแฟนของครูแอนก็ชวนเธอไปสอนที่ รร.ม่อนฟ้า จ.เชียงใหม่ (สถานที่จริงถ่ายทำที่ รร.มงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกประถม) เพราะไม่อยากเจอแฟนแค่อาทิตย์ละสองวัน และเรือนแพก็ไม่ได้น่าอยู่ พอดีกับที่ครูสองขอเข้าทำงาน แต่ รร. ไม่มีตำแหน่งครูพละ เลยให้ไปสอนที่เรือนแพแทนครูแอนในปีการศึกษา 2555
 

 

 
ครูสองจบพละ ทั้งความรู้และเทคนิคการสอนวิชาปกติจะสู้ครูแอนไม่ได้เลย แต่เขาก็มีสิ่งที่ทำให้พวกเด็กๆ ยอมรับเหมือนกับครูแอน ไม่ใช่พระเดชที่จะลงโทษเพื่อให้เด็กเชื่อฟัง แต่เป็นจิตวิญญาณของความเป็นครู ที่ต้องการให้เด็กเรียนรู้และเข้าใจมากกว่าการท่องจำ เข้าใจพื้นฐานที่แตกต่างกันในเด็กแต่ละคน ต้องการปกป้องเด็กในฐานะของผู้ใหญ่ และไม่ต้องการทอดทิ้งเด็กแม้แต่คนเดียว โดยไม่คิดว่าการมาสอนโรงเรียนที่มีเด็กแค่ไม่กี่คนมันไม่คุ้มค่า
 


ทีแรกครูแอนมีครูจีจี้มาเป็นเพื่อนที่เรือนแพ แต่ใช้ชีวิตลำบากไปสักพักก็มาแจ็คพ็อตเจอศพที่ลอยมาอยู่ใต้ส้วม จนสติแตกหนีขึ้นบกไป ครูแอนก็กลัว แต่ต้องยอมลงไปเก็บศพเองเพราะไม่อยากรอกู้ภัยนานพวกเด็กๆ กลัว และถ้าเธอออกไปจากที่นี่ ผอ. จะสั่งปิดสาขานี้ เธอทิ้งพวกเด็กๆไปไม่ได้
 


วันหนึ่งมีงูเข้ามาในห้องเรียน ครูสองต้องรวบรวมความกล้าสู้กับงูเพื่อปกป้องเด็กๆ ในคืนที่พายุเข้าก็เป็นเขาเองที่คอยปลอบโยนพวกเด็กๆ และช่วยซ่อมแซมเรือนแพให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง หลังจากนั้นเด็กๆ มองครูสองดีขึ้นมาก พวกเขาไม่ได้เคารพคนที่มีอาชีพเป็นครู แต่พวกเขาเคารพคนที่มีความเป็นครู
 
 
"เป็นครู มันไม่ใช่แค่สอนหนังสือจริงๆนะ"

ชื่อของพวกเด็กๆ จะตั้งตามสัตว์น้ำ ปี 2554 เด็กในห้องของครูแอนมี 7 คน ส่วนปีถัดมา 2555 ห้องครูสองมีนักเรียน 4 คน คือ หมึก (ป.1) ทอง (ป.2) ทูน่า (ป.3) เก๋า (ป.4) เด็กห้องครูแอนก่อนหน้านี้ได้เรียนจบ ป.6 ไปสองคนคือซาบะและลักเลย์ ส่วนอีกคนนึงคือช่อน (ป.6) เรียนไม่จบเพราะต้องช่วยพ่อทำงาน

"ไม่ชอบเรียนเลขเลยครู"
"ไม่เรียนเลข แล้วจะเป็นหมอ เป็นวิศวะได้ไงล่ะ?"
"ไม่อยากเป็น"
"แล้วเธออยากเป็นอะไร?"
"อยากจับปลา"
"เอาจริงดิ?"
"อือ พ่อก็จับ ปู่ก็จับ"


ครูแอนลองถามเด็กคนอื่นๆ ว่าโตขึ้นอยากจะเป็นอะไร แม้จะมีคำตอบที่หลากหลาย แต่พอให้ทุกคนลองนึกดูดีๆ แล้วทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าก็คงจะจับปลา เพราะพวกเขามองไม่เห็นว่าด้วยชีวิตแบบนี้พวกเขาจะไปทำอย่างอื่นได้ยังไง

แม้จะเป็นครูที่เก่ง แต่นี่เองก็เป็นปัญหาที่ยากสำหรับครูแอน นักเรียนไม่เข้าใจว่าเขาจะต้องเรียนไปทำไม ในเมื่อสุดท้ายพวกเขาก็จะไปเป็นชาวประมงเหมือนกับพ่อของเขา เหมือนกับปู่ของเขา และเหมือนคนรุ่นก่อนหน้าไปไม่รู้อีกกี่ชั่วอายุคนที่ใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอดกาล

 
"จะเสียใจทำไม ก็เด็กมันไม่อยากเรียนต่อ เขาจ้างมาสอน ก็สอนไปดิ"

แต่ครูสองไม่ยอมให้มันจบแบบนี้ เขาอาสาไปช่วยงานพ่อของช่อนทุกเสาร์อาทิตย์เพื่อให้ช่อนได้กลับมาเรียนหนังสือ จะโตไปเป็นชาวประมงก็ได้ แต่อย่างน้อยก็เรียนหนังสือไว้ จะได้ไม่ถูกคนอื่นหลอก

แม้จะทำให้ช่อนกลับมาเรียนได้สำเร็จ แต่ช่อนก็ยังสอบปลายภาคไม่ผ่าน คะแนนของเด็กคนอื่นๆ ก็ไม่ดีนัก สองตระหนักว่าเขายังไม่เก่งพอ จึงขอออกไปเรียนต่อ พอดีกับที่ครูแอนมีปัญหากับหนุ่ยและครูที่โรงเรียนม่อนฟ้าจึงขอย้ายกลับมาสอนที่เรือนแพเหมือนเดิมในปีการศึกษา 2556 ทำให้ครูแอนและครูสองสวนกันอีกรอบ

แต่สิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาไว้ด้วยกันคือไดอารี่ที่ครูแอนเขียนความในใจตั้งแต่ตอนมาเรือนแพใหม่ๆ และนี่คืออีกหนึ่งส่วนประกอบหลักที่สำคัญที่สุดของหนังเรื่องนี้นอกจากเรือนแพ นั่นคือ "ไดอารี่" ครับ


 
 
 
ไดอารี่ของครูแอน

จุดเริ่มต้นแนวคิดของหนังเรื่องนี้มาจากเรื่องราวของเพื่อนคนหนึ่งของเก้ง-จิระ โปรดิวเซอร์หนังเรื่องนี้ เพื่อนคนนี้ย้ายที่ทำงานแล้วไปพบกับบันทึกของเจ้าของโต๊ะคนเดิม พอได้อ่านก็ตกหลุมรักคนเขียน และอยากทำความรู้จัก จนในที่สุดทั้งสองคนก็ได้แต่งงานกัน

ความรักแบบนี้เป็นเลิฟสตอรี่ที่น่ารักมาก เพราะว่าผู้ชายคนนี้เขาได้รักผู้หญิงคนนี้ก่อนที่จะได้เจอหน้าซะอีก และพอได้เจอหน้าเขาก็ยังรัก แปลว่ามันมีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการเขียนบันทึก ผมรู้สึกว่าคำบันทึกในสมุดเนี้ยมันเหมือนความในใจที่มันผ่านหัวใจของคนเขียนมาแล้ว -- เก้ง-จิระ ให้สัมภาษณ์แนวคิดในการสร้างหนังเรื่องนี้

จะว่าไปก็เหมือนโลกโซเชี่ยลที่เราชอบ ชัง นับถือ ชื่นชม คนอื่นๆ จากความคิดที่เขาถ่ายทอดออกมา โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องรูปร่างหน้าตายศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ น่าทึ่งที่ความสัมพันธ์บนโลกโซเขี่ยลบางทีมันก็ยั่งยืนยิ่งกว่าในโลกแห่งความเป็นจริงเสียด้วยซ้ำ เพราะเราได้ค้นพบว่าคนเหล่านี้มีแนวคิดที่ไปกับเราได้จริงๆ

และสิ่งที่เชื่อมโยงครูแอนและครูสองเข้าด้วยกันนอกจากการถูกแฟนเก่าทิ้งแล้วก็คือจิตวิญญาณของความเป็นครู ครูที่ต้องการให้เด็กเรียนรู้จริงๆ ครูที่เข้าใจคุณค่าของการที่เด็กคนหนึ่งได้เรียนหนังสือ และครูที่เป็นพ่อและแม่ของเด็กๆ ไปด้วย นอกจากสิ่งที่พวกเขาเขียนลงไปในไดอารี่แล้ว คำบอกเล่าของพวกเด็กๆ และสภาพเรือนแพที่เปลี่ยนแปลงไป ก็ทำให้ครูทั้งสองคนรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นครูที่ยอดเยี่ยมเพียงใด แม้ครูแอนจะมีข้อเสียที่ไม่ชอบทำตามกฎระเบียบ ครูสองจะมีข้อเสียที่เป็นคนสอนไม่เก่ง แต่พวกเขาได้แสดงความเป็นครูที่แท้จริงออกมา และในปีการศึกษา 2556 ครูแอนก็ผลักดันให้ช่อนสำเร็จการศึกษาได้ในที่สุด




"ครูแอนไม่รู้จักผมหรอก แต่ครึ่งปีที่ผ่านมา ชีวิตผมมีแต่เด็กๆ แม่น้ำ แล้วก็การคิดถึงครูแอน"

"ขอขอบคุณครูสองนะคะ ที่ทำให้ได้ทบทวนว่าตัวเองมาเป็นครูเพื่ออะไร"

 
 


ช่วงแรกๆ ที่เขียนไดอารี่ ครูแอนเรียกโรงเรียนนี้ว่า ถ.ท.ว. (ถูกทิ้งวิทยา) เพราะตัวเองทะเลาะกับครูหนุ่ยและ ผอ. เลยถูกจับมาลอยแพในที่ห่างไกลผู้คนแบบนี้ ซึ่งครูสองได้อ่านเข้าก็เข้าใจเพราะตัวเองก็ถูกแฟนสาวทิ้งมาเหมือนกัน สำหรับคู่ของสองไม่มีปัญหาอะไรมาก เพราะน้ำแฟนเก่าเธอเป็นสก๊อย แค่สองมาสอนที่เรือนแพได้อาทิตย์เดียวก็หนีไปมีแฟนใหม่เรียบร้อย แถมด่าว่าสองไม่มีอนาคตเพราะไม่ได้บรรจุครูเสียที (โถ แฟนใหม่เด็กแว้นมึงมีอนาคตมากเนอะ) แต่ครูหนุ่ยคู่ของครูแอน เป็นรอง ผอ. ของ รร.ม่อนฟ้า ฐานะการงานดี และเอาใจใส่แอนแม้จะมีเรื่องให้ทะเลาะกันบ่อยๆ เพราะเห็นไม่ตรงกันหลายครั้ง หนุ่ยทำพลาดร้ายแรงครั้งนึง ตอนครูแอนมาสอนที่เรือนแพเขาเหงาจนไปวันไนท์แสตนด์กับผู้หญิงคนหนึ่งจนท้อง พอรู้เรื่องนี้เข้า ประกอบกับความอึดอัดในการสอนโรงเรียนใหญ่ที่ ผอ. ไม่ได้ชอบวิธีสอนแบบปฏิบัติจริงของครูแอนเท่าไหร่แล้ว เธอก็ตัดสินใจขอกลับมาสอนที่เรือนแพอีกครั้ง หนุ่ยส่งจดหมายมาขอโทษแอนหลายฉบับ จนกระทั่งจบเทอมเขานั่งเรือมาหาแอนถึงเรือนแพและขอกลับไปคืนดีด้วย โดยเขาจะรับผิดชอบลูกของเขา และเลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว


แอนเล่าให้หนุ่ยฟังว่าครูสองอยากให้เด็กรู้จักรถไฟ เลยเอาเรือลากแพให้เด็กดูแบบรถไฟ ลองมาวิเคราะห์มุมมองของครูหนุ่ย (สายเรียล) กับครูแอน (สายอินเนอร์) กันเลยครับ ว่าโจทย์เดียวกันนี้ ครูสองแบบจะมองแตกต่างกันได้ขนาดไหน
 
ครูหนุ่ย ครูแอน
ก็ไฟแรงดีนะ แต่ถ้าห้องมีเด็กสัก 50 คนจะทำแบบนี้ได้ยังไง ต่อให้มีเด็กแค่คนเดียวก็คุ้มค่าที่จะสอน
สุดท้ายเด็กก็สอบไม่ผ่าน อย่างน้อยเด็กก็ได้รู้จักรถไฟ
ครูควรเอาเวลาไปทุ่มเทกับการสอนดีกว่า แต่นี่ก็เป็นการสอนนะ

แม้หนุ่ยจะรักแอนมากมายเพียงใด แต่สุดท้ายแอนก็รู้ว่าชุดความคิดของเธอไปกับเขาไม่ได้ หนังไม่ได้ตัดสินว่าหนุ่ยกับแอนใครผิดใครถูก แต่มันยืนยันว่าแนวคิดของพวกเขาไปด้วยกันไม่ได้ ครูสองที่เธอไม่เคยพบเสียอีกที่เข้าใจคนอย่างเธอจริงๆ แม้การตัดสินใจของแอนดูจะไม่ยุติธรรมกับหนุ่ยเท่าไหร่ แต่ได้เลิกกันตั้งแต่ตอนนี้ก็น่าจะดีกว่าไปสร้างชีวิตคู่ทั้งที่พวกเขาเป็นคนคนละประเภทและไม่เคยเข้าใจกันเลย

แล้วครูแอนก็ตัดสินใจกลับมาที่เรือนแพอีกครั้ง ได้พบกับสองที่แวะมาเยี่ยมเด็กๆ ตอนปิดเทอม

และนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองคนได้พบกันจริงๆ แล้วเรื่องก็จบลงไปเลย เป็นหนังที่มีแอร์ไทม์ที่พระเอกกับนางเอกอยู่ด้วยกันสั้นที่สุดในปฐพี แต่การพบกันของทั้งคู่ก็ทำให้คนดูฟินจิกหมอนได้ถึงที่สุด

 


แม้องค์ประกอบของความเหงาจะจัดเต็ม แต่ด้วยความที่หนังสนุกและมีเหตุการณ์สำคัญตลอดทั้งเรื่องก็ทำให้คนดูลืมความเหงาไปเลย เพลงประกอบเรื่องนี้คือ ไม่ต่างกัน ของ 25 hours ดีงามเช่นกัน


เป็นหนังโรแมนติกฟีลกู้ดนะครับ แต่ในขณะเดียวกันหนังก็สอนเรื่องคุณค่าของความเป็นครูได้ดีมากๆ สพฐ. ควรส่งเสริมให้คุณครูทั่วประเทศได้ดูและยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ

รับไปสี่ไดอารี่ครับเรื่องนี้  




 



Create Date : 14 สิงหาคม 2564
Last Update : 15 สิงหาคม 2564 12:53:45 น.
Counter : 1280 Pageviews.

36 comments
10064_JOLT  หอมกร
(29 ธ.ค. 2564 08:40:15 น.)
ตั๋วหนัง 10 : Spiderman The Kop Civil
(28 ธ.ค. 2564 11:12:19 น.)
"The Matrix Resurrections" & "The Boss Baby 2" เปิดตัวอันดับ 1 & 3 "Sumikko 2" ร่วงไปอันดับ 8 Japan iamZEON
(22 ธ.ค. 2564 21:38:23 น.)
Blog 212(38)ว่าด้วยหนัง Venom 2 : Let There Be Carnage (2021) เริงฤดีนะ
(10 ธ.ค. 2564 05:45:21 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณcomicclubs, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณmultiple, คุณThe Kop Civil, คุณlovereason, คุณkae+aoe, คุณทนายอ้วน, คุณสองแผ่นดิน, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณtoor36, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณเจ้าหญิงไอดิน, คุณhaiku, คุณกระดิ่งลมเอะโดะ สีแดงยามค่ำคืน, คุณnewyorknurse, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณกะว่าก๋า, คุณSweet_pills, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณInsignia_Museum, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณ**mp5**, คุณภาวิดา คนบ้านป่า

  
เจิมๆๆๆ
เป็นหนัง Feel good มากมาก
เป็นหนังไทยเรื่องแรกในรอบปีละมัง
ที่เข้าโรงดูเรื่องนี้..ตอนนั้น บี้ โด่งดังสุด สุด
บทและการอสดงของน้องพลอย
เป็นํรรมชาติ และสวยน่ารักมาก
มิได้โดยรัศมี บี้ข่มแต่อย่างใด


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:17:37:06 น.
  
เรื่องนี้ดังมากเลยนะครับ
ตอนที่ออกฉายใหม่ๆ
แต่พี่ก๋าก็ยังไม่เคยดู
อ่านรีวิวในบล็อกน้องชีวิวไปก่อน

สภาพโรงเรียนในปัจจุบันดูทันสมัย แข็งแรงขึ้นนะครับ
โหดมากเลยหากจะเดินทางเข้าไปดูโรงเรียนจริง

คนเขียนบทเก่งมากนะครับ
ทั้งประเด็นเรื่องการเรียนการสอน
ความฝันของเด็ก และไดอารี่ที่เกี่ยวกับความรัก
เอาทั้งหมดมาอยู่ในหนังเรื่องเดียวกัน
ไม่ง่ายเลย



"อย่าก้าวเท้ายาวกว่าความยาวของขา"
พี่ก๋าตีความว่าอย่าทำอะไรเกินกำลังของตัวเองครับ

การเรียนแบบท่องจำ พ.ศ.
ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรเลยนอกจากท่องจำ
พี่ก๋าชอบข้อสอบที่ถามว่า "เพราะเหตุใด ?"
มากกว่า "เกิดขึ้นในปีใด ?" ครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:17:56:25 น.
  
เขียนเล่า จนอยากจะดูหนังเรื่องนี้่ซะแล้ว 555
..
เคยรู้ข่าวว่ามีโรงเรียนเรือนแพเหมือนกัน
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:18:11:05 น.
  
ชอบหนังเรื่องนี้ค่ะ ชอบความเอาใจใส่ ดูแลเด็ก ๆ ของทั้งคู่ เด็ก ๆ ก็น่ารัก

ครูสองถึงจะไม่เก่งเลข แต่ก็มีความพยายาม ชอบเรื่องการสอนให้เด็ก ๆ รู้จักรถไฟ

ครูแอนก็เป็นครูที่จริงจัง ใจดี แนวการสอนเน้นให้ปฏิบัติให้รู้

ปัจจุบันน้อยคนนักที่เขียนบันทึกเป็นเล่ม ๆ หนังเรื่องนี้อาจทำให้ใครบางคนอยากกลับมาเขียนบันทึก

การเขียนบันทึกเป็นการระบายทางหนึ่ง ในบันทึกของครูแอนก็ระบายเต็มหน้ากระดาษ ครูแอนก็คงไม่คิดว่าจะมีใครมาอ่าน แต่เมื่อมีคนมาอ่าน แล้วรู้สึกอย่างเดียวกัน ก็กลายเป็นความรู้สึกดี ๆ ต่อกันได้

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่โรแมนติกดีค่ะ เคยดูในโรงและดูในโทรทัศน์แต่ก็นานแล้ว ขอบคุณที่เขียนให้คิดถึง 'คิดถึงวิทยา' อีกครั้งค่ะ
โดย: comicclubs วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:18:25:11 น.
  
ยังโหวตไม่ได้....เพราะเพิ่งโหวตบล็อกนายกไป
แต่อ่านเรื่องแล้วทำให้อยากชมมากๆ
โดย: Brighten your day วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:18:39:38 น.
  
อ.เต๊ะ ดูครั้งแรก คิดว่าจะไม่สนุก ดูๆไป อ้าวเฮ้ย หยุดดูไม่ได้ซะงั้น

แม้เนื้อเรื่องจะไม่ซับซ้อนอะไร แทรกมุกตลกที่น่ารัก
แถมฝากข้อคิด เรื่องเทคนิคการเรียนการสอนให้คิดตาม
แต่ที่เด่นสุด คือ ที่ต้อง ลุ้นตลอดเรื่องว่า
เมื่อไหร่พระเอก จะได้เจอนางเอกซะที

ยิ่งฉากจบนี่ ลุ้นมาก กลัวนางเอกจะไปคืนดีกับแฟนเก่า
แล้วก็ ตอนสุดท้าย พระเอก นางเอก ทำท่าจะเจอกัน ยิ่งลุ้นเข้าไปอีก โอ๊ย น่าจะมีฉาก กอด จับมือ ไซร์ซอกคอ กันซักนิดก็ไม่ได้ ขัดใจ อ.เต๊ะ มากเลยเชียว 555

สรุป อ.เต๊ะ ดูไป 2รอบ ครับ หนังเรื่องนี้



โดย: multiple วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:18:43:30 น.
  
เรื่องนี้ผมก็ชอบมากเหมือนกันครับ ชอบไปทุกส่วนของหนังเลย ผมเคยดูในโรงตอนรอบสื่อ คนเยอะมาก ๆ ดูจบแล้วเหมือนเพิ่มพลังบวกให้ตัวเอง และก็กลับมาดูอีกหลาย ๆ ครั้ง
เพลงก็ดีงามจริง ๆ ครับ ฟังแล้วฟีลกู๊ดมาก ๆ แต่ก่อนผมจะเปิดฟังทุกครั้ง ก่อนออกไปทำกิจกรรมค่ายอาสา
พอดูหนังเรื่องนี้จบกลับมาบ้าน ผมรีบไปรื้อหาไดอารี่เก่า ๆ ที่เคยเขียนไว้มาอ่าน อารมณ์ ความรู้สึก บรรยายไม่ถูกเลยครับ
คุณชีริว รีวิวจนทำให้คิดถึงหนังเรื่องอีกละ ต้องไปดูอีกรอบละครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:19:03:32 น.
  
แง๊ เรื่องโปรด ลงชื่อก่อนค่ะเดี๋ยวดึกๆมาอ่านนะคะ
โดย: lovereason วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:20:09:48 น.
  
ดูแล้วครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:21:27:40 น.
  
สวัสดีครับคุณชีริว

เรื่องนี้เป็นหนังที่เกือบจะได้ดู แต่ก็ไม่ได้ดูสักที
ขนาเเค้าเอามาฉายให้ดูในทีวียังพลาดเลย ^^
รู้สึกตอนนั้นจะเบื่อบี้ 555

อ่านรีวิวของคุณชีริวแล้ว ทำให้อยากดูมากครับ
พล็อตเรื่องน่ารัก
ชอบครูที่เป็นมากกว่าอาชีพแบบนี้ครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยครับ
ตอนมาคุงเปรียบเทียบว่าแม่ยิ่งแก่ลง ร่างกายยิ่งเล็กลง เหมือนยางลบ ใจมันหายเหมือนกันนะครับ
และตอนที่แม่หยิบใบปริญญาบัตรมานี่ก็จุกจริงๆ

ชอบมุกการลงทุนมีความเสี่ยงครับ 555
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:22:03:10 น.
  
เรื่องนี้ดังอยู่ครับ แปบเดียวผ่านมา 7 ปีแล้ว เร็วชะมัด คนที่จะตามรอยต้องใจรักจริงๆ เพราะมันยากลำบาก ประเภทถ่ายรูป 2 ทีอัปรูปแล้วกลับ คงไม่มีคนแบบนั้นไปตามรแยแน่ๆ

ถ้าไม่พูดถึงประเด็นความเหงา ความลำบาก เรื่องการศึกษาในเรื่องนี้ก็เด่นนะครับ ถ้าเคยดูสารคดีของทางยุโรป โรงเรียนบางแห่งของทางนั้นก็คล้า่ยๆ แบบนี้แหละ เด็กน้อย ครู 3 คน (อารมณ์เดียวกับเรื่อง ยามเมื่อจักจั่นกรีดร้อง) แต่ของต่างประเทศอุปกรณ์ต่างๆ มันครบครัน เอาเข้าจริงโรงเรียนลักษณะนี้ความผูกพันธ์ของนักเรียนกับครูจะมีมากนะ

มันน่าเศร้านะที่เด็กมองไม่เห็นความฝัน ถ้าพุดถึงวเรื่องความฝันดูเหมือนญี่ปุ่นจะเน้นเรื่องนี้มากเลย


ที่ไปคุย มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะครับ อีก 3 ปีเราอาจจะยังคงปิดประเทศอยู่ก็ได้ แล้ววิกฤตก็หนักขึ้น ก็คนมันหน้าด้านอะ ส.ว. 250 ยังไม่เจ๋งเท่าแบล็กดีหรอกครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:22:34:10 น.
  
สวัสดีค่ะคุณชีริว
เปิดมาเจอคิดถึงวิทยานี่แบบกรี๊ดเลย เป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุดแล้วของ GTH จากที่ไม่ค่อยชอบพลอยกับบี้นี่เปลี่ยนมาให้ชอบได้ค่ะ อิอิ
เรื่องอื่นของgthก็ดีอย่างแฟนเดย์ แต่ก็ชอบไม่เท่าเรื่องนี้ค่ะ ได้แง่คิดหลายอย่าง ที่ดีงามคือความเรียบง่ายของแนวเรื่องที่สื่อโดยมีความคิดถึงเป็นธีมหลัก มีไดอารี่เป็นสื่อกลาง มาแบบนอร์มอลมากๆ
ดูจบก็ไปหารายการที่ตามไปดูเรือนแพ เห็นครูเดินทางเข้าออกยากลำบากแล้วแบบมีครูที่ทุ่มเทขนาดนี้จริงๆ เหรอเนี่ย เราจะเห็นแต่เรื่องราวไม่ค่อยจะโอเคของครูเท่าไหร่ ความรู้สึกก็เลยจะเหมือนที่เค้าว่า เค้าจ้างมาสอนก็สอนไปสิ ดูแล้วได้อะไรเยอะเลย และความรู้สึกแบบอุดมคติก็ยังมีอยู่จริง (เสียแต่ไม่ค่อยเห็น แหะๆ)
พูดถึงโทรศัพท์ นี่ขาดไม่ได้ค่ะ ต้องใช้ ไม่มีไฟฟ้าใช้ก็ลำบากเหมือนจะตาย เค้าอยู่ได้ไงนะ นับถือมากๆ นี่ทำไม่ได้จริงๆ
มีช่วงต้นปีที่แล้วไปทำธุระเชียงใหม่ ไปอยู่บ้านสวนประมาณอาทิตย์นึง ไม่มีแอร์ แต่มีไฟฟ้า รถไม่มี ไปไหนไม่ได้ ลำบากแต่ก็เครื่องใช้ไฟฟ้าครบ ก็พออยู่ได้ค่ะ แต่มานึกถึงในเรื่องมันลำบากมากๆ เลยอะ
เพิ่งรู้ว่าโรงเรียนที่ครูหนุ่ยสอนใช้มงฟอร์ตประถมเป็นที่ถ่ายทำทำไมจำไม่ได้ T Tตอนเด็กเรียนพระหฤทัย โรงเรียบเกือบจะติดกันเลยค่ะ 55
เพลงเรื่องนี้เพราะมาก อมตะแล้วล่ะ หลายปีก็ยังเพราะอยู่เลย ไม่ทันไรเรื่องนี้จะสิบปีแล้วนะ เวลาเปลี่ยน หลายๆ อย่างเปลี่ย แต่ที่ไม่เปลี่ยนคือที่เค้าออกมาไล่กันทุกวันนี่แหละ

เรื่องคุณภพที่เขียนเป็นภาพวาดจริงๆ ค่ะ แล้วต่างชาติสมัยนั้นก็ยังเป็นอินเดียอยู่ ภาพถ่ายก็ยังไม่มีเข้ามาเลยค่ะ ส่วนเรือนคุณภพนั้น อิอิ ไม่บอก ไม่เหลาดีกว่า 55
ขอบคุณมากๆ เลยค่า

โดย: lovereason วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:22:47:06 น.
  
กนังเรื่องนี้ดู 2 รอบ
ดูแล้วอยากเป็นครูมั่งจัง
คงเป็นครูแบบนี้
โดย: เจ้าหญิงไอดิน วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:23:11:16 น.
  
เรื่องนี้สนุกดีจ้าชีริว

โดย: หอมกร วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:23:36:02 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับน้องชีริว

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 สิงหาคม 2564 เวลา:6:22:17 น.
  
เรื่องนี้พี่ต๋าได้ดูค่ะน้องชีริว
เนื้อเรื่องดีน่ารักเป็นธรรมชาติ บรรยากาศก็ดีมากด้วยนะคะ
ขณะดูเหมือนถูกดึงดูดเข้าไปในจอ อินค่ะ

น้ำตกในจังหวัดนครนายกมีเยอะพี่ต๋าไปแทบไม่ได้ไปเลย
น้องชีริวพาเที่ยวเมื่อไหร่ขอติดตามเที่ยวด้วยนะคะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 15 สิงหาคม 2564 เวลา:8:04:02 น.
  
สวัสดี จ้ะ น้องชีริว

อ่านตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ตอนจะมาเม้นท์ ก็อ่านอีกรอบหนึ่ง
จำได้ว่าเรื่องนี้ออกโฆษณาในโทรทัศน์ ครูได้ผ่านหูอยู่ ปี 57 ครู
ก็เกษียณมาแล้ว 6 ปี เนาะ ช่วงยังไม่เกษียณ เคยมีโอกาสไป
เยี่ยมโรงเรียนน้องในฐานะอยู่ในทีมบริหาร ไปเยี่ยมโรงเรียนน้อง
ทางภาคเหนือ คือ แม่ฮ่องสอน อ.สบเมย เป็นโรงเรียนบนเขา มี
ตำรวจชายแดนเป็นครูส่วนใหญ่ เด็กชาวเขาทั้งนั้น ไฟฟ้าก็ต้องปั่น
เอาเหมือนกัน แต่โรงเรียนบนแพ นี่ยังไม่เคยเห็น
ตามที่เธอรีวิว โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา (ในหนัง) ของจริง
อยู่ที่ลำพูน การไปเยี่ยมหรือไปตามรอยของหนัง ดูลำบากมาก
ทีเดียวเนาะ ต้องมีความตั้งใจจริง ๆ คนที่จะไปสอนก็ต้องเป็น
คนเสียสละ รักอาชีพครูจริง ๆ เหงาตายแน่อย่างเธอว่า โทรศัพท์ ก็ไม่มี ไฟฟ้าก็ไม่มี แถมต้องผจญกับสัตว์ร้ายและ
ธรรมชาติ ลมฟ้าอากาศ เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ ปี 36 ที่
สร้างโรงเรียนบ้านก้อจัดสรร อ.ลี้ จ.ลำพูน ครูคิดว่า ปีนี้ 64
แล้ว น่าจะมีความเจริญเข้าไปบ้างแล้วไหม เนาะ
เรื่องนี้ ครูว่าสร้างจากโรงเรียนที่มีจริง และนำตัวละคร
คือ ครูสองและครูแอน เป็นครูที่มีความเป็นครู มีจิตวิญญาณของ
ความเป็นครูที่เป็นทั้งครู เป็นทั้งพ่อและแม่ของเด็ก ๆ ด้อยโอกาส
เหล่านี้ ครูเหล่านี้ น่ายกย่อง ถึงแม้ว่าจะมีจำนวนน้อย ก็ยังดี
ที่มีตัวอย่างของการเสียสละ ซึ่งปัจจุบันมีค่อนข้างน้อยเสียแล้ว
การสร้างหนังแบบนี้ จึงเป็นหนังที่สร้างสรรค์สังคม กระตุ้นให้คน
ดู โดยเฉพาะอาชีพครู ได้เห็นแบบอย่างที่ดี
ตัวที่ช่วยให้การดำเนินเรื่อง คือ สมุดบันทึกของครูแอน
ทำให้เห็นบรรยากาศและแนวการสอนของครูแอน ได้ชัดเจนขึ้น
และทำให้ครูสองที่ได้อ่าน เกิดความประทับใจ คนสองคนเมื่อ
มีอุดมการที่ตรงกัน ถึงจะจบแบบมาพบกันตอนจบของเรื่อง ก็
ไม่ได้ทำให้ความหอมหวานของตัวเอกทั้งคู่ดูน้อยไปหรอกนะ
เพราะเขารู้จักกันด้วยตัวอักษรที่บันทึกไว้ก่อนแล้ว นั่นเอง ความ
รู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกัน อุดมการที่เหมือนกัน ย่อมเป็นชีวิตคู่ที่เดาได้
ว่า ทั้งคู่จะเป็นคู่ที่เหมาะสม ครูแอนตัดสินใจเลือก โดยเลิกกับ
ครูหนุ่ยแฟนเก่านั้น เป็นการเลือกทางเดินที่ถูกต้องแล้ว จ้ะ อิอิ

โหวดหมวด ภาพยนตร์

โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 15 สิงหาคม 2564 เวลา:13:21:05 น.
  
ดูแล้วครับแต่ไปไม่รอด...เดี๋ยวกะจะต้องบังคับตัวเองให้ดูให้ได้
อ่านคอมเม้นทของเพื่อนๆแล้วต้องบังคับตัวเองให้ดูเรื่องนี้ให้จบ
เมื่อคืนนั่งชมเรื่องซามูไรคนสุดท้าย..(ไม่แน่ใจว่าชื่อใช่เปล่า)จนจบ
ทั้งๆที่หนังไม่มีอะไรนักมืดก็มืดดูแทบไม่ออกว่ามันฟันกันตอนไหน
บทพระเอกนางเอกจูบกันก็ไม่มี แต่สนุกอ่ะ ดูจนจบ...เดี๋ยวจะต้องกลับไปดูสองครูให้จบครับ...อยากรู้มากๆคืองี้ผมคงรำคาญเสียงน้องเอกและเพื่อนสาวเลยทำให้ไม่อยากดู...แต่หลายคอมเม้นท์บอกว่าดีฮ่า
โดย: Brighten your day วันที่: 15 สิงหาคม 2564 เวลา:21:48:53 น.
  
ตอนนี้พี่ก๋าดูซีรี่ย์ เรื่อง El Chapo ครับ
นึกว่าจะมีไม่กี่ตอนจบ
ดันมีตั้ง 4 Season 555
แต่ก็สนุกดี เป็นเรื่องราวของพ่อค้ายาระดับโลก
ไม่อยากดูซีรี่ย์ก็เพราะแบบนี้แหละครับ
มันดูแล้วติดจริงๆ 555


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 สิงหาคม 2564 เวลา:21:54:13 น.
  
สวัสดีค่าคุณชีริว
นี่ว่า2-3วันอัปทีน่าจะถี่ไป เลียนแบบคุณชีริวดีกว่า 55
จริงๆ แล้วเกรงใจเพื่อนๆ ค่ะ เพราะนิยายตัวหนังสือเยอะกลัวจะเสียเวลาอ่านนานค่ะ แต่ก็คิดแล้วว่าจะพยายามมาบ่อยๆ ไม่ทิ้งนานๆ แล้วอย่างน้อยเวลากลับบล็อกก็อบอุ่นแล้วก็ปลอดภัย
แต่บางทีต้องมาค่ำๆ ดึกๆ ค่ะ จะได้มีเวลาอ่านเต็มที่ ไม่งั้นก็พลาดอะไรดีๆ ในแต่ละบล็อกแน่ค่ะ อิอิ

คุณชีริวทายถูกอีกแล้ว คุณภพไม่ใช่ไทยแท้ค่ะ มีส่วนผสมแขกขาวแบบลูกเสี้ยวค่ะ ตอนนั้นตำราแพทย์แผนโบราณที่สืบทอดกันมาเป็นตำรับยาพระโอสถพระนารายณ์ก็มาจากสมัยต้นกรุงศรีนี่แหละค่ะ ฝรั่งยังเข้ามาไม่เยอะเลย แต่ประเด็นบวงสรวงลืมเลยอะ เขียนเพิ่มในตอนดีกว่า เย้
ขอบคุณมากๆ เลยค่า
โดย: lovereason วันที่: 15 สิงหาคม 2564 เวลา:23:08:19 น.
  

สวัสดียามเช้าครับน้องชีริว

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:7:08:38 น.
  
เรื่องนี้อ่านมาหลายสำนักแล้วว่า เป็นหนังดีย์~~~ เรื่องหนึ่งเลย
ผมไม่เคยได้ดูเลยครับ แต่ผมได้อ่านจนรู้เรื่องหมดแล้ว 55555

เรื่องราวมันก็ดูหนังฟิลกู้ดอย่างที่คุณชีริวว่าเลย คนนึงได้แรงบันดารใจและได้รู้จักอีกคนหนึ่งด้วยไดอารี่ การหลงตัวหนังสือของใครอีกคนมันดูหวานฉ่ำมากครับ ผมอาจจะไม่ได้เกิดมาในยุคจดหมาย มั้งครับ เลยไม่มีฟิลนั้น เคยแต่ฟังยินเสียงแล้ว หุยยยย ชอบเสียงนี้จัง 55555

คงต้องลองไปดูแล้วครับ เพราะมีแต่คนพูดตรงกันว่า ตัวละครแคสมาดี ทกคนเล่นได้เข้ากับตัวละครมาก ๆ
แต่เรื่องนี้นะ มันก็ทำให้เราเห็นครูที่เป็นครูจริงๆ ที่อยากสอนเด็กๆ จริงๆ ลบภาพครูที่ยุ่งกับการทำ...เค้าเรียกอะไรอ่ะครับ ทำผลงานส่งภาควิชา ทำนั่นทำนี่ โดยที่สั่งให้นักเรียนทำงานส่ง งานไหนดีก็เอาไปส่งเป็นผลงาน ครูที่ต้องทำแต่แผนการสอนจนไม่มีเวลาใส่ใจเด็ก ๆ ว่าเข้าใจ หรืออะไรไม่ชอบอะไร

ไว้จะไปลองดูจริงๆ ดูครับ แต่ออกตัวว่า ผมไม่ค่อยถูกโรคกับหนังแนวนี้เท่าไหร่ คือดูได้ แต่จับเมสเสซที่หนังต้องการส่งให้ไม่ได้ เป็นคนดูเพื่อความบันเทิงอย่างแท้ทรู 555555


จากบล๊อก

บริษัทผมนี่...ตอนนี้หนักมาก แต่ละคนไม่ไหว กัวกันหมดแต่แค่รอวันติดกันไป ทำอะไรไม่ได้ ทึกคนรอบตัวจะปัญญาอ่อนได้ แต่ตัวเราจะประสาทแตกไม่ได้ครับ 5555

เพื่อนหมอส่งมาว่าซิโนฟามกันเดลต้าได้ดีอ่ะครับ แต่เคส สหฟาม พี่สาวบอกว่า เค้าเริ่มฉีดช้า มันเกิดการระบาดไปนานแล้ว ฉีดไปก็หยุดไม่อยู่ แต่ผมก็ไม่วางใจนะครับ ติดคงทำได้แค่ระวังเต็มที่ แต่เอาเป็นว่า กันผมตายได้ก็พอ..... - -''

ตรวจ PCR Drive Thru คือดีครับ เร็ว ไม่ต้องลงจากรถ ไม่ต้องเสี่ยงจากการไปตรวจ
ผมจะประสาทแล้ว ยิ่งวันไหนป่วยยิ่งประสาทกิน - -''
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:14:45:00 น.
  
จากบล็อก ไข่คุณชาย

ถ้าไข่เจียวมีรสชาติแซ่บๆหน่อย มันเจริญอาหารดีครับ อิอิอิ


ขอบคุณสำหรับกำลังใจให้บล็อก - ไข่คุณชายคราบ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:20:06:32 น.
  
ที่ไปคุย
ผมลืมคิดไปเลย 7 ปีพอๆ กัน ขนาดหนังผมยังรู้สึกว่านาน แล้วไอ้ลุงมันอยู่ก็ช่วงเวลาประมาณเดียวกัน มันอยู่มานานมากแล้วจริงๆ ไม่รู้เมื่อไหร่จะไปเสียที ดูทรงแล้วคงอยู่จนตายคาเก้าอี้
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:21:35:47 น.
  
เรื่องนี้ตอนนั้นดังมากเลยค่ะ

ปล.โควิดหมดซีอยากไปช๊อบปิ้งร้าานอนิเมะ ค่ะ 555
โดย: kae+aoe วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:8:48:35 น.
  
สวัสดีครับคุณชีริว

นอกจาก Netflix คุณชีริวสมัครค่ยอื่นอีกมั้ยครับ
เห็นเพื่อนๆ ผมก็เป็หลายเมมเบอร์เลย

วันนี้ได้อัพบล็อกใหม่แล้ว มาช่วนไปอ่านกันครับ
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:20:35:55 น.
  
ชอบบรรยากาศของสถานที่ถ่ายทำครับ
ครั้งแรกที่ชม ผมตั้งใจมกๆ ชอบการแสดงของเด็กๆด้วย
เขาทำได้ดี คิดถึงชีวิตวัยเด็ก
ในท้องน้ำที่เวิ้งว้างก็แฝงความน่ากลัว
เพราะมีประสบการณ์กับน้ำลึกที่เราไม่รู้ว่ามีอะไรใต้นั้น
โดย: Insignia_Museum วันที่: 18 สิงหาคม 2564 เวลา:7:07:10 น.
  
จากบล็อก

พี่ก็เพื่อนน้อยนะในเฟช
แต่ส่งภาพร่วมสนุก
เพราะเราไปวัดที่คนอื่นเขาไม่ไป
จะได้ชวนคนอื่นมาวัด
มาสัมผัสแบบเรา

โดย: อุ้มสี วันที่: 18 สิงหาคม 2564 เวลา:23:45:32 น.
  
สวัสดียามเช้าค่ะ
โดย: kae+aoe วันที่: 19 สิงหาคม 2564 เวลา:8:43:32 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 19 สิงหาคม 2564 เวลา:10:52:06 น.
  
สวัสดีค่า คุณชีริว
ขนาดไม่ได้เข้าบล็อกหลายวันนะคะ ยังขยันกว่านุ่นเยอะๆๆๆ นี่มาลงได้ก็เพราะเขียนไปได้เยอะแล้วค่ะ เกินครึ่งเรื่องแล้ว ถ้ายังเริ่มเตาะแตะ มีหวัง ดองบล็อกจนเค็มอีกแน่เลย แงงง
รถยางแตกต้องมีค่ะ เพื่อรุ้งจะได้ไปเจออะไรเด็ดๆ แต่นุ่นลืมเลยค่ะว่าตอนนี้บ้านเมืองเจริญขนาดนี้การจะเห็นภาพชัดๆ ของวัดที่อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำน่าจะเป็นอะไรที่ยากแล้วแหละ ดีนะคะ คุณชีริวเจ้าของพื้นที่บอกก่อน เด๋วไปปรับให้เข้ากับบริบทในปัจจุบันอีกนิดค่ะ
นี่อุตส่าห์กางกูเกิลแมปกับดูแผนที่ปัจจุบันกับอดีตแล้วนะคะ ความที่ไม่ได้ไปอยุธยานานก็เลยนึกภาพไม่ออกเท่ากับไปเห็นด้วยตา รู้งี้ถามคุณชีริวก่อนดีกว่า อิอิ
ในเรื่องมีพูดถึงพิษณุโลกด้วยค่ะ เพราะว่าวัดหน้าพระเมรุสร้างหลังจากสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถไม่กี่ปี รุ้งก็อยู่ยาว อุ๊ปปป บอกไม่ได้ค่ะ เด๋วเป็นสปอยล์ 55
มหาชาติคำหลวงยากมากจริงๆ เลยค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าคนไทยโบราณจะแต่งเก่งขนาดนี้นะคะ มาอ่านตอนนี้รู้สึกว่าละเมียดละไมมากจริงๆ กำสรวลสมุทรจดๆ ไปหาก่อนค่ะว่าสมัยไหน อ้างอิงได้รึเปล่า
แต่ในเรื่องต่อๆ ไปจะมีพูดถึงตำรับยาโอสถพระนารายณ์ด้วยค่ะ อิอิ

ขอบคุณคุณชีริวมากๆ เลยค่า ยังแช่บล็อกอีกหลายวันเลยค่ะ ลงบ่อยเด๋วจบเร็วเกิน เย้
โดย: lovereason วันที่: 19 สิงหาคม 2564 เวลา:23:46:16 น.
  
สวัสดีครับคุณชีริว

เรื่องนี้พิมพ์ออกมาสองรุ่น รุ่นไพเรท และรุ่นนี้(รูปในบล็อก) เป็นลิขสิทธิ์ปีแรกๆ ของสยามเลยครับ
ว่าไปตอนเด็กๆ นี่ผมเฉยๆ กับโดราเอมอนนะ อาจเพราะดูแพร่หลายมากไป แบบเจอที่ไหนก็มีงี้มั้ง และตอนมันเยอะ เลยไม่ปักใจติดตามเท่าไหร่ แบบว่ามีก็อ่านได้ แต่ไม่ค่อยซื้อเก็บ ยกเว้นภาคพิเศษ ชอบเพราะมันเป็นเรื่องยาว ผจญภัย และสมัยเด็กก็จะซื้อ การ์ตูน Ice-cream ของวิบูลย์กิจ ที่จะลงโดร่าตอนพิเศษนี้ด้วย

สาวๆ คงชอบผีดูดเลือดเพราะหล่อนี่แหละครับ เห็นหลายเรื่องเลยจะอารมณ์นี้ 55
ตอนลูซิล เด็กกำพร้า ก็แสดงให้เห็นถึงจิตใจของผีดูดเลือดได้ว่า ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาดูดเลือดสาวพรหมจรรย์ไปซะทุกคน (ท่าน)เคานท์ก็เลือกนะ ^^

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 20 สิงหาคม 2564 เวลา:0:01:52 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับน้องชีริว

เด็กยุคใหม่
ไม่รู้ยังได้เล่นดูดดอกเข็มกันอยู่รึเปล่านะครับ 555
พี่ก๋ายังทัน

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 สิงหาคม 2564 เวลา:6:25:26 น.
  
จากบล็อก
กัมพูชาไปเพราะธุระครับ แถมไม่ให้เที่ยวอะไรเลย ถ้าเลือกไม่ไปได้ผมจะเลือกไม่ไปครับ เสียเวลา

เจ้าตัวค่าแรงถูก เขาเป็นคนขับรถไฟ มาจากภาค SBR ตอนสู้กับวาเลนไทน์บนรถไฟครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 20 สิงหาคม 2564 เวลา:10:26:53 น.
  
อ่านรีวิวแล้วก็อยากดู ทำไมไม่เคยดูก็ไม่รู้ค่ะ
หรืออาจเพราะเคยแอนตี้หนังไทยยุคแรกๆ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 20 สิงหาคม 2564 เวลา:11:36:01 น.
  
สวัสดีค่า คุณชีริว
บ้านเมืองอยุธยาเคยไปหลายปีแล้วค่ะ ขนาดตอนออเจ้าดังๆ ยังไม่ได้ไปเลย ที่จริงบ้านเกิดปู่อยู่อยุธยา ตอนเด็กๆ ไปบ่อย บ้านปู่อยู่ริมน้ำแต่ตรงไหนก็ลืมแล้วค่ะ เด็กเกิน จำได้แต่ว่าใกล้ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรอยู่
ในเรื่องคุณภพจะอยู่สามรัชกาลเลยค่ะ พระบรมไตรโลกนาถ พระรามาธิบดี ที่ 3 พระรามาธิบดีที่ 2 ทีแรกอยากให้มีไปพิษณุโลกจริงๆ แต่ในเรื่องคาบเกี่ยวกับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จสวรรคตที่พิษณุโลกเสียก่อน เลยมีกล่าวถึงว่าจะให้คุณภพไปค่ะ อิอิ
เขียนนิยายกวา่จะจบแต่ละเรื่อง ถ้าทำอย่างเดียวกินแกลบเลยเพราะกว่าจะจบแบนานมากๆ ค่ะ แงงงง
ขอบคุณคุณชีริวมากค่า

ลืมๆ ฉากในคิดถึงวิทยาที่ชอบเป็นฉากในน้ำของพระนางที่เค้าตัดมาทำตัวอย่างค่ะ ภาพสวยมาก แต่ในชีวิตจริงนะ ถ้าอย่างนางเอกมาอยู่คือต้องใจเด็ดมาก สมัยนี้ก็อันตรายเกิน อยู่ยากมากๆ เลยค่ะ >//<
โดย: lovereason วันที่: 20 สิงหาคม 2564 เวลา:22:04:22 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Shiryu.BlogGang.com

ชีริว
Location :
พระนครศรีอยุธยา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]

บทความทั้งหมด