ใจหาย..เขาใหญ่..ไม่มีน้ำจะตก

วันนี้ทางอิสานบ้านเรา เรียกว่าวันเนาว์ หมายถึงวันก่อนวันตรุษสงกรานต์ 1 วัน คือวันที่ 12 เมษายนนั่นเอง แต่เป็นวันเหงาของเราน่ะสิ ร้อน ร้อนตับจะแลบ ไปหาที่เย็น ๆ อยู่ดีกว่า ว่าแล้วก็หาเหยื่อร่วมประเพณีแก้เหงาคลายร้อนจนได้ สถานที่ที่จะไปสานฝันวันนี้ ..คือเขาใหญ่ถิ่นไพรพนา..คือสัตว์สา..ร่าเริง.. ปัญหามีอยู่ว่า เขา ใหญ่น่ะเคยไปหลายครั้ง แต่ไม่เคยขับรถคนเดียวเลย!


เมื่อความเหงารุมเร้าเราก็ชนะความกลัว โอเคเพื่อน มากันคนละทิศงั๊นไปเจอกันที่ลานกางเต็นท์เลย แสนจะสบายอารมณ์ ขับรถจากชัยภูมิถึงตีนเขาใหญ่ คล่องตัวดีไม่มีติดขัด แต่ฝั่งโน้นสิรถติดหนึบหนับ ทำนายอนาคตได้ว่า ขากลับรถจะติดตั้งแต่ปากช่องจนถึงสีคิ้ว พอถึงด่านจ่ายค่าธรรมเนียมอุทยานฯ หมู่เมฆฝนดำทมึนคงจะขอลาจากฤดูกาลของตัวเองมาพักร้อนเหมือนกัน ยังจำประสบการณ์ชื้นแฉะตอนสละเสื้อตัวเก่งบิดน้ำฝนออกจากเต็นท์ที่ภูกระดึงได้ดี จะรอดมั๊ยเนี่ย เอ้า..แลบกันเข้า เปรี้ยง..คำรามกันหลายยก อธิษฐานขอพรจากเจ้าพ่อเขาใหญ่แล้วก็ออกลุย เอี๊ยด..ได้เลย กำลังอยากได้ผู้ร่วมชะตากรรมขึ้นเขาอยู่เชียว เป็นคู่รักวัยรุ่น หนุ่มก็หล่อสาวก็สวยชาวแคนนาดา เพิ่งมาเมืองไทยครั้งแรกจะไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ขอติดรถไปลงที่ที่ทำการอุทยานฯ วิธีโบกรถของฝรั่งเขาไม่เหมือนพี่ไทยโบกรถเมล์หรอกนะ เขาทำมือเหมือน โอ้ว..จอร์จ..มันยอดมาก แต่หัวแม่มือชี้ลงดิน เหมือนในหนังฝรั่งเลย แสงฟ้าแลบสว่างวาบเป็นทางยาว เสียงหนุ่มสาวหยอกล้อกันกระหนุงกระหนิง แข่งกับเสียงฟ้าร้องครวญ โรแมนติกอะไรเช่นนี้ อิจฉาตาร้อนซะเหลือเกิน


ผากล้วยไม้ คิดถึงเธอจัง กางเต็นท์รอเพื่อนดีกว่า มีเต็นท์กางอยู่ไม่กี่หลัง ชอบใจมาก เราเลือกทำเลฝั่งตรงข้ามศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เพราะคนน้อยสงบเงียบกว่า ที่นี่ไม่ต้องกลัวพี่กวาง “ขาใหญ่” มาถล่มเต็นท์ แต่ต้องกลัวมีดคัตเตอร์กรีดล้วงเอาเงินมากกว่า ก้ม ๆ เงย ๆ อยู่คนเดียว ก็ต๊กกะใจ มีหนุ่มใหญ่บุคลิกดีคนหนึ่งตรงรี่เข้ามา อุ๊ยตาย..ดีใจจัง..มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยตอกสมอบก เขาเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่งมาเมืองไทย มาทำงานอาชีพที่เรียกชื่อเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ไม่ได้ ชี้โบ๊ชี้เบ๊ ส่งยิ้มให้กันจนกางเต็นท์เสร็จ เขาก็ชี้มือไปทางน้ำตกเหวสุวัตน์ ฟังภาษาไทยสำเนียงจีนมาก ๆ ได้ความว่า ทางนั้นไปไหน เราบอกไปน้ำตก..เขาทำหน้างง ๆ บอก Water fall..เขาก็งง ๆ เราทำมือว่า สายน้ำไหลมาจากทางนี้ ตกลงไปแบบนั้น ไหลต่อไปทางโน้น..เขาก็ยังทำหน้างง ๆ โอ๊ย..หมดปัญญาแล้วจ้ะ เอายังงี้ หวงกั่วซู่ จำได้ว่าเป็นชื่อน้ำตกที่มีชื่อเสียงในจีน เขายิ้มกว้าง..ฮ่อฮ่อ แต่เรา..เฮือก..ถอนหายใจ


คุณเธอมาถึงกันแล้ว ปล่อยให้เราพูดพล่าม “ทบิงลิช” (ภาษาใบ้+ไทย+อังกฤษ) กับตี๋หล่ออยู่ตั้งนาน เหนื่อยใจเกินกว่าจะจีบต่อ ไปนอนแช่น้ำตกเหวสุวัตน์กันเถอะ คณะอื่นที่ไป ส่วนมากเป็นรถปิ๊กอัพที่ขนสมาชิกครอบครัวหยุดพักจากการทำงานในเมืองกรุงมากันเต็มท้ายกระบะ เพื่อคืนถิ่นดินแดนบ้านเกิดเมืองนอน เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่มีมนต์ขลังมากที่สุดสำหรับชาวอิสาน ไม่ว่าจะไปทำงานอะไร ที่ไหน ยากดีมีจนยังไง ก็ต้องกลับมารวมญาติกันที่บ้านเสมอ มีนักท่องเที่ยวแวะลงบันไดมาเยี่ยมด้านล่างกันน้อยคนและใช้เวลาอันรวดเร็ว เพราะรอยยิ้มและอ้อมกอดของคนที่รอคอยอยู่ที่บ้านนั้นงดงามเกินกว่าจะเหลือสายตาไว้เพ่งพินิจน้ำตกเหวสุวันต์ยามแล้งใกล้จะแห้งเหือดเป็นไหน ๆ


โอ๊ะ..ตายแล้ว..พ่อหนุ่มเลโอนาโด ดีคาปรีโอ มาเห็นเข้าคงจะตกใจเหมือนเรา ก็สายน้ำตกเหลือน้อยนิดเดียวเอง! ต่อให้เจ๋งมาจากไหนก็คงไม่กล้ากระโดดลงไปตอนนี้หรอก น้ำใสไหลเอื่อยเย็นเห็นตัวปลาเล็ก ๆ เหมือนเดิม ผีเสื้อสีเหลืองตัวน้อยบินฉวัดเฉวียนผลัดกันเกาะดูดกินแร่ธาตุอยู่ตามโขดหินริมน้ำ เถาวัลย์ยืดตัวยาวย้วยย้อยลงจากหน้าผาชันสู่ห้วงน้ำเบื้องล่าง ราวกับว่าเป็นสายธารเสียเอง ต้นไม้ใหญ่ได้เวลาแตกใบอ่อนสีเขียวสว่างสดใสตามฤดูกาล เปลวแดดที่แผดแสงแรงร้อนแข่งกับเมฆฝนบนฟ้า พากันอ่อนลง อ่อนลงทุกที และแล้ว เหวสุวัตน์ก็ตกเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว


ขากลับเจอปรากฏการณ์รถติดกลางป่า ก็ช้างโขลงใหญ่น่ะสิ ท่านมัวเดินอ้อยอิ่งอยู่บนถนนขวางทางซะนาน จนแสงของวันใกล้จะหมด รถสามคันต่างพร้อมใจกันเงียบเสียง แต่ในใจน่ะตื่นเต้นตึ๊กตั๊กตูมตามจะแย่แล้ว กลัวท่านจะตื้บเอาน่ะสิ ต้องรอจนกว่าท่านจะเสร็จธุระ(ปัสสาวะ&อุจจาระ) แล้วเดินจากเราไปเอง


กาแฟหมา คือสุดยอดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของมื้อเย็น ก็น้ำข้าวที่รินออกจากการหุงข้าวแบบเช็ดน้ำนั่นเอง ร้อนจี๋ควันฉุยหอมกรุ่นโรยเกลือป่นนิดหน่อยอร่อยชื่นใจ บอกลาแสงสุดท้ายของวันแล้วดินเนอร์ใต้แสงเทียน กินกันไปคุยกันไป ตามประสาคนเริ่มแก่ชอบคุยเรื่องความหลัง หนุ่มเต็นท์เพื่อนบ้านเชิญไปร่วมร้องเพลงรอบกองไฟ(เตาถ่าน) ตลก เฮฮากันสนุกดี ฝนไม่ตกชัวร์ เชื่อดาวเต็มฟ้าได้มั๊ยจ๊ะดาว 5 ทุ่มกว่าแล้ว ราตรีสวัสดิ์จ้ะ


“นี่คือเสียงจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวผากล้วยไม้ครับ ขณะนี้ช้างขึ้นครับ ขอให้นักท่องเที่ยวทุกท่านอยู่นิ่ง ๆ ในความสงบ กรุณาอย่าวิ่ง อย่าส่งเสียงดัง ขณะนี้ช้างขึ้นครับ ขึ้นมาอยู่หลังร้านค้าแล้วครับ” ภาษาอะไรอีกเนี่ย “ช้างขึ้น” นิ่งไม่ไหวแล้วค่ะคุณ คว้าไฟฉายได้ก็ย่องไปดูเลย นั่นไง ช้างครอบครัวเดิมที่เจอเมื่อตอนเย็นจริง ๆ ด้วย เดินกันสวบสาบทำกิ่งไม้หักกรอบแกรบ “ช้างไปแล้วครับ เชิญนักท่องเที่ยวพักผ่อนตามอัธยาศัย ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ” เสียงเครื่องขยายเสียงเงียบลงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังขึ้นทันที งึมงำงอมแงมแล้วก็เบาลง มีเพียงเสียงของป่าเขาใหญ่ปกคลุมรอบตัว


บรรยากาศยามเช้าสดชื่นเสมอ ยังมืดอยู่เลย ฝูงลิงหลายสิบตัวโห่ไล่กันไปไล่กันมา ปีนขึ้นต้นไม้นี้กระโดดลอยไปต้นไม้โน้น ลงไปกัดกันจุ๊กจิ๊กเจี๊ยกจ๊ากบนลานหญ้า นอนต่อไม่ไหวแล้ว งั๊นลุกขึ้นมาดูมันซะเลยก็เพลินดีเหมือนกัน เอ? หรือว่านี่คือความยากลำบากของชีวิตสัตว์โลกผู้น่ารักกันนะ บนต้นไม้ข้างเต็นท์เราลิงไม่กล้ามา แต่ดีกว่านั้น คือมีนกกกแสนสวยตัวหนึ่งมาเกาะอยู่ ตื่นเต้นดีใจสุดสุด แอบมองอยู่พักนึง คว้ากล้อง ส่องไปที่นกน้อย ผับพรึบผับขยับบิน อดเลย เมื่อโลภมากนัก ลาภก็บินหายลับไป



หลังกาแฟและอาหารเช้าชาวแคมป์แล้วก็ออกเดินเท้า ผากล้วยไม้เป็นน้ำตกที่กระจุ๋มกระจิ๋ม น่ารักน่าเอ็นดู ตรงนั้นตกนิดตรงนี้ตกหน่อย มีมุมน่ารักให้หนุ่มสาวเลือกนั่งหลากหลาย มีแอ่งให้หนูน้อยเล่นได้อย่างปลอดภัย ถึงจะไม่หรูหราไฮโซเหมือนเหวสุวัตน์ ไม่บู๊ดุดันเหมือนเหวนรก แต่ก็มีเสน่ห์มากเชียวล่ะ มาวันนี้น้ำตกผากล้วยไม้เหลือเพียงลำธารเล็กจิ๋วเท่านั้นเอง


สายแก่ ๆ ล่ำลาลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ แล้วรีบบึ่งไปยังน้ำตกเหวนรก ระหว่างทางรถเห็นขี้ช้าง(อุจจาระ) กองใหญ่ใหม่ ๆ หลายกองเรียงราย คงทิ้งรอยไว้ไม่เกินเมื่อคืนนี้แน่นอน ระหว่างทางเดินเท้า เห็นกระรอกกระแตจอมปราดเปรียว กิ้งก่าตัวใหญ่ นกสีสดสวยหลายพันธุ์ มีตัวหนึ่งคาบลูกไทรสุกสีแดง ว้า เจ็บใจตัวเองที่ไม่รู้จักชื่อนก บันไดไม้สูงชันเริ่มดูมีอายุบ้างแล้ว จากประสบการณ์สองน้ำตกที่ผ่านมาก็พอจะทำใจได้แล้วว่า น้ำคงจะไม่ตกที่เหวนรกหรอก เป็นจริงด้วยสิ น้ำที่เหลือน้อยนั้นเย็นยะเยือกเยียบยังไงชอบกล ผาเหวนั้นช่างยิ่งใหญ่ สูงชันน่าหวั่นไหวเสียจริง ดูเวิ้งว้าง หวาดเสียว หดหู่ เศร้าใจ พาลให้นึกถึงลูกช้างเล็ก ๆ แสนซน และแม่ช้างสุดประเสริฐที่ตกลงไปตายเมื่อหลายปีก่อน ขากลับอากาศร้อนอบอ้าว แดดแรง ยอดไม้ไม่ไหวติง อีกเดี๋ยวจะถึงรถแล้ว ก็สวนทางกับสาวสวยแต่งหน้าจัด นุ่งยีนส์ฟิตเปรี๊ยะ สวมเสื้อสายเดี่ยวรัดติ้วแบรนดัง ใส่รองเท้าส้นเข็มแหลมสูงปรี๊ด เธอมองเสื้อชุ่มเหงื่อโทรมกาย กับหยดน้ำเม็ดเป้งบนใบหน้าเรา ทั้งสองฝ่ายต่างมองหน้ากันงง ๆ เหมือนมีคำถามแต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยความ


หาไม่ได้อีกแล้ว วันหยุดยาวไหน ๆ ก็ไม่มีบรรยากาศและเหตุการณ์เทียบครั้งนี้ได้ ทุกเวลานาทีที่ผ่านมาช่างน่าประทับใจ จะเก็บความทรงจำนี้ไว้ ไม่รู้ลืม...เขาใหญ่...










Create Date : 07 กันยายน 2549
Last Update : 25 กันยายน 2549 16:21:10 น.
Counter : 820 Pageviews.

6 comments
ชาลีไดอารี่ ... แมวก็มีหัวใจ* ฟ้าใสวันใหม่
(11 ม.ค. 2564 14:18:16 น.)
วิ่งเพื่อน้อง รักผืนป่าห้วยขาแข้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี สองแผ่นดิน
(11 ม.ค. 2564 23:39:08 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - โจน :: กะว่าก๋า
(8 ม.ค. 2564 06:29:08 น.)
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี สองแผ่นดิน
(2 ม.ค. 2564 21:16:12 น.)
  
เราไปอยู่โคราชตั้งสองปีแต่ยังไม่เคยได้ไปเที่ยวเลยค่ะ
โดย: 304 คอนแวนต์ (304 คอนแวนต์ ) วันที่: 7 กันยายน 2549 เวลา:18:42:25 น.
  
เพื่อนเคยพาไปค่ะ แต่เป็นแบบไปกลับ
.
.
รูปสวย แต่เล็กไปนิดนึงค่ะ
โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:22:23:59 น.
  
อยากไปเที่ยวเขาใหญ่บ้างจังเลย แต่เกรงใจเจ้าทากน้อยเหลื้อเกิน
โดย: ปลาทองครีบหยิก วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:16:46:39 น.
  
ขออภัยท่านผู้ชมทุกท่านค่ะ

เกิดเหตุเส้นผมบังภูเขากับมือใหม่หัดสร้างบล็อคเข้าโครมเบ้อเร่อเลย

เดี๋ยวเล็กเดี๋ยวใหญ่อยู่นั่นแล้ว ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะคะ
โดย: season_2u วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:19:18:23 น.
  
แวะมาเยี่ยมค่ะ
.
.
.
โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:2:58:42 น.
  
ไม่ได้เข้ามาทักทายกันนาน เป็นไงบ้างครับ

โดย: stawahna (stawahna ) วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:16:13:30 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Season2u.BlogGang.com

season_2u
Location :
ชัยภูมิ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]