O คันธา .. แห่งวรรษาสมัย O









ลาวดวงดอกไม้ อัศวลีลา




O ผีเสื้อปีกบอบบางลอยร่างร่อน-
ล้อมเกสรมาลย์อยู่แต่ตรู่สาง
เมื่อหมอกเช้าแทรกตัวอยู่ทั่วทาง
และน้ำค้างวางหยด .. รอ-รดริน
O ลวดลายปีกบอบบางในสางตรู่
แทรกตัวสู่หวานหอมไม่ยอมสิ้น
ให้รสรื่นรมย์นี้ .. ปลุกชีวิน-
เพื่อโบกบินแนบยาม .. ให้งามล้น
O ดอกไม้หอม, แสงฉาย, ปีก-ลายพราง-
ค่อยค่อยคลี่ปีกกว้างก่อนคว้างหล่น-
ลงแทรกกลีบดอกมาลย์เอาหวานปรน-
เปรอตัวตนสำราญกลางม่านใบ
O เห็นน้ำค้างวางหยาด .. อยู่ดาษดื่น
ลมเช้าชื่นโรยริ้วก็พลิ้วไหว
ประหนึ่งเพชร-เม็ดน้ำ .. นั้นร่ำไร
รอแสงไล้โลมต้อง .. ก่อนล่องลอย
O รวยรวยรสมาศไม้ที่ในสวน
กลิ่นหอมอวลอบเร้าความเหงาหงอย
รื่นคันธารสหนอ .. เหมือนรอคอย-
บางรูปรอย .. ให้ถวิลแต่กลิ่นมาลย์
O คำนึงด้วยเจตจินต์ .. ที่ยินยอม-
ถูกกักกุมรุมล้อมด้วยหอมหวาน
ที่ทั้งใจไหวสั่นแต่วันวาน
เมื่อใครผ่านหวานหอมเข้าล้อมลน
O งามจริตรูปละม่อมพรั่งพร้อมค่า
ยิ่งช่อชั้นพวงผกา .. แห่งป่าฝน
ที่เสียดยอดพลอดยามให้ตามยล
ตราบดิ้นรนด้วยใจ .. คอยไขว่คว้า
O นับการก้าวยกย่าง .. บนทางฝัน
ช่างเต็มเปี่ยมมุ่งมั่น .. การฟันฝ่า-
อุปสรรคทั้งปวง .. ให้ร่วงคา-
อยู่ใต้ฝ่าเท้าย่ำ .. ที่ดำเนิน
O นับสิบร้อยพันหมื่นการตื่นหลับ
ล้วนลำดับรอยอุทธัจ .. ความขัดเขิน
ที่ค่อยโหมหวนระลอกเข้าหยอกเอิน
ด้วยท่าทีสะทกสะเทิ้น.. ทั้งเมิน-เมียง
O ละเมียดรส .. ผกากรองละล่องกลิ่น
หอมตรึงจินตนาการนั้น-ปานเสียง-
กระซิบแผ่วผ่านถ้อยมาร้อยเรียง-
ความซาบซึ้งให้ประเดียงประดังใจ
O กลีบเรียวบางดอกดวง .. บ้างร่วงหล่น
พร้อมกับห้วงใจคน .. ที่วนไหว
ละครั้งที่งดงามของความนัย
ผ่านโลมไล้ลูบอก .. พาวกย้อน
O หยาดน้ำค้างเคยเห็น .. ก็เร้นหาย
ยังแต่สายสวาดิชู้สุดรู้ผ่อน
ในคำนึงเงียบเหงา .. เหมือนเว้าวอน-
ความออดอ้อนพร้องพร่ำ .. อยู่ค่ำเช้า
O รูปชาติภพอบร่ำในคำนึง
คล้ายภาพซึ่งสาบสูญแต่พู้นเก่า
ย้อนเผยรูปรอยยิ้ม .. อันพริ้มเพรา
จำหลักเงาเรียวรูป .. โลมลูบทรวง
O นับแต่วันเดือนปีเท่าที่เห็น
ก็ยากเร้นรูปงามที่ลามล่วง
ราวอดีตบุญบาป .. มาทาบทวง-
ผ่านฤทธิ์หน่วงเหนี่ยวเร้า .. ให้เฝ้ารอ
O ถ้วนปวงความอ่อนโยนและอ่อนหวาน
ต่างฤๅเมื่อดอกมาลย์ .. เบ่งบานช่อ ?
ทั้งลามล่วงรุมเร้าพะเน้าพะนอ
เช่นรูปเยาว์แอบออ .. ร่ำรอทรวง
O ถ้วนสิ้นความอ่อนโยนและอ่อนหวาน
จึงค่อยซ่านซึ้งให้ .. อาลัย-หวง-
เข้าโอบล้อมห้อมห่มอารมณ์ปวง
ด้วยความห่วงใยล้ำ .. อยู่ค่ำเช้า
O น้ำค้างเร้นหยาดหยด .. ไปหมดแล้ว
เหลือลมแผ่วกอดเกี่ยวความเปลี่ยวเปล่า
ประหนึ่งเพชร-แสงปลาบ .. นั้นวาบเงา
เมื่อรูปเยาว์หล่นคว้าง .. ลงกลางใจ
O น้ำค้างสิ้นรูปรอย .. รูปรอยเจ้า-
ก็ผ่านเร้ารุมขวัญจนสั่นไหว
วงรอบความเสน่หา .. แรงอาลัย-
ก็โอบล้อมเอาไว้ .. สุดคลายคลอน
O ถ้วนสิ้นความคำนึง.. ส่งถึงอยู่
กอปรแรงชู้อาลัยเกินไถ่ถอน
เหมือนคำบวงพระเจ้า .. เคยเฝ้าวอน-
ค่อยผ่านตอนย้อนดังอีกครั้งแล้ว


O จงกลกรรณิเกศแก้ว - - - กรองมาลย์
ตามประทีปอธิษฐาน - - - ประเทียบถ้อย
จนรอบสุริยะกาล - - - เคลื่อนผ่าน นั้นแม่
อ้อมอกอุ่นจักคล้อย - - - เคลื่อนห้อมโอบขวัญ ฯ

O บูชาอัญชลิตเบื้อง - - - สรวงบน
สวมสอดบุษบาดล - - - ดอกสร้อย
หอมรูปรสเสาวคนธ์ - - - ควรอบ ร่ำแม่
ควร-ศัพท์เสียงร่ำร้อย - - - ผ่านรู้ปรารมภ์ ฯ

O โคมทองประทีปแก้ว - - - ชัชวาล
แต่งกอปรกรองอธิษฐาน - - - ทิพไท้
พึงดลจิตรูปคราญ - - - ครวญแต่ ถวิลนา
ถวิลแต่อกเรียมให้ - - - โอบเนื้อพะนอถนอม.




Create Date : 28 มีนาคม 2558
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:09:13 น.
Counter : 1766 Pageviews.

0 comments
ถุงผ้า Insignia_Museum
(7 ต.ค. 2562 13:59:53 น.)
๒๑.*..เผลอชรา..*. พันคม
(7 ต.ค. 2562 12:45:32 น.)
4 ตค 62 ตะพาบ - เขียนบลอกให้น่าสนใจ mcayenne94
(4 ต.ค. 2562 13:44:33 น.)
~*~ ความนัย ~*~ วลีลักษณา
(4 ต.ค. 2562 08:11:52 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sdayoo.BlogGang.com

สดายุ...
Location :
  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]

บทความทั้งหมด