O รูป นิรมิต ? O







เพลง .. ลาวคำหอม สี่แผ่นดิน



O ลมแผ่วพลิ้วโชยมา .. พร้อมห่าฝน-
ที่หลั่งหล่นรื่นเย็น .. โรยเส้นสาย
วิชชุแลบลั่นเสียง, ความเอียงอาย-
ก็วาบรูปโชนฉาย .. ต่อสายตา
O พร้อมสายฟ้าวาบกระพริบ .. ไกลลิบโพ้น
ความอ่อนโยนห้วงใจผู้ใฝ่หา-
ก็เวียนรอบอบอุ่น .. เนื่องหนุนมา
และในตา .. บางภาพก็วาบวก
O งดงามแห่งโลกธรรมกลางค่ำฝน
รอบอำพนบนสรวง, ในห้วงอก-
ก็ช่วงรอบสัญญา, ความ-สาธก, -
อ้อมแขนปกป้องงาม-พร้อม .. ยามนั้น
O เม็ดน้ำหล่นพร่างพรู .. ฤดูฝน
ขณะห้วงใจคน .. วาบ-วน .. สั่น
จากอาวรณ์ผ่านต้องเกินป้องกัน
ฤดูใดเล่าขวัญ .. จึงสั่นสะเทิ้น ?
O วาบแสงวิชชุแล่นบนแผ่นฟ้า
พร้อมแววตาแสนอุทธัจ .. นั้น-ขัดเขิน
บนฝั่งฟ้าลมระลอกยังหยอกเอิน
แววก้ำเกินในตา .. ก็พร่าพราย
O กี่งามจะเท่างามในยามนี้
จนดาวเลื่อนราศีเลือนลี้หาย
กี่งามจะเท่างามในยามอาย-
เมื่ออ้อมอกแขนชาย .. ล้อมกายตน
O งดงามเอยแววตาใต้ฟ้าต่ำ
ผ่องผกายร่ายรำในค่ำฝน
วิชชุเลื่อน .. ฟ้าค่ำก็อำพน
ความหมองหม่นในแววก็แล้วลา
O รื่นเย็นลมแผ่วโผย .. เมื่อโชยยั่ว-
หยอกหม่นมัว, ตาปรอยก็คอยท่า-
คอยที, อกอ้อมแขน .. ห้อมแหนมา-
ลบเลือนช่วงเหว่ว้าในอารมณ์
O วาบกระพริบวกไหว .. ที่ไกลพู้น
รูปผอูน .. อุ่นเนื้อก็เหลือฉม-
ชื่นผ่านความหวานหอม .. ให้น้อมชม
จนเกินข่มขับล้างให้จางรอย
O หล่นหลั่งหยาดลงมา .. เหมือนฟ้ารั่ว
พร้อมอกรัวสั่นแว่ว .. อย่างแผ่วค่อย
แววในตาร่ำรอ .. คล้ายรอคอย-
การปลดปล่อยผ่องแผ้วสู่แววนั้น
O วิชชุเลื่อนแล่นสาย, เมื่อสายตา-
สื่อออกคร่ากุมใจ .. จนไหวสั่น
ครึกครื้นไฟสรวงแล่น, อ้อมแขนพลัน-
โอบรูปขวัญฝากอุ่นลงจุนเจือ
O วิชชุเลื่อนแล่นสี, ราตรีนั้น-
มีสองขวัญแนบอุ่นร่วมหนุนเกื้อ
สายฟ้าเลื่อนครืนครั่น, เสียงสั่นเครือ-
ก็แว่ว .. เชื้อเชิญชู้ให้รู้ชม
O งดงามเอย .. ติดตามมาลามล่วง-
อ้อมแขนหวง, แรงชู้ .. สุดรู้ข่ม
หยาดเม็ดฝนปัดป่ายกลางสายลม
เมื่อห้อมห่มอุ่นอาย .. ข้างกายนั้น
O สะเทื้อนเสียงเลื่อนลั่นในชั้นฟ้า
หากตรงหน้าแว่วตอบ .. เสียงหอบ .. สั่น
ความอาวรณ์อาลัยของใครกัน-
ล้อมรัดพันผูกแล้ว .. สุดแล้วเลือน
O สะเทื้อนเสียงเลื่อนลั่นในชั้นฟ้า
แววในตาชาติชายก็ป่ายเปื้อน-
ด้วยอาลัยรุมเร้าเป็นเจ้าเรือน-
สุดหัวใจจะเขยื้อนขยับพ้น
O วิชชุเลื่อนแล่นสาย, เมื่อคล้ายว่า-
ความวุ่นว้าในทรวง .. ถึง-ร่วงป่น
แววในตาช้อนสบ .. บรรจบวน
ก่อนร่างคนหล่นซบ .. ปลายพลบนั้น !




Create Date : 27 เมษายน 2557
Last Update : 9 กันยายน 2560 15:17:38 น.
Counter : 1225 Pageviews.

4 comments
13 กย 62 ตะพาบ - สุสานทางความคิด mcayenne94
(13 ก.ย. 2562 13:35:18 น.)
ส า ย ล ม เ ดิ น ท า ง ผีเสื้อยิปซี
(13 ก.ย. 2562 13:41:29 น.)
🙏วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(14 ก.ย. 2562 01:42:11 น.)
จิตหลอน อยากบอกว่าหลง
(11 ก.ย. 2562 22:03:24 น.)
  
ต๊าย..สดายุ!

"O สะเทื้อนเสียงเลื่อนลั่นในชั้นฟ้า
หากตรงหน้าแว่วตอบ .. เสียงหอบ .. สั่น
ความอาวรณ์อาลัยของใครกัน-
ล้อมรัดพันผูกแล้ว .. สุดแล้วเลือน"

โคลงกลอนเยี่ยงนี้ แม่ไม่ให้อ่าน..เดี๋ยวใจแตก 555

สาวสาว..รีบเปิดไปอ่านหน้าอื่นซะ..
โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.5.126 วันที่: 27 เมษายน 2557 เวลา:21:30:06 น.
  
มินตรา ..

ที่แม่ห้ามน่ะ ชอบแล้ว
แต่ ส่วนมากไม่สามารถห้ามได้ .. เพราะมันฝืนธรรมชาติการเรียนรู้แห่งวัย

ยามฝนตก มักสร้างภาพในความคิดให้คนวัยหนุ่มสาวดีที่สุด .. และส่วนมากมักเป็นภาพที่ "แม่ห้าม" เสียทั้งนั้น 555

บุรุษหนุ่มมากรัก
ดรุณีริรัก
สำนวนจีนกล่าวไว้ ในทำนองเข้าใจธรรมชาติแห่งวัยได้ดี

ฟ้าฝนก็ช่างกระไร
เลื่อนลั่นอยู่ไม่รู้สิ้น .. 55
โดย: สดายุ... วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:18:15:20 น.
  
แหม..สดายุ..

ไปฟังอะไรที่คนจีนว่า...

มินตราน่ะนั่งไขลานแผ่นเสียงที่ป๋าซื้อมาให้แม่ฟัง..จนเมื่อยแขน..เพลงนี้ว่า..
" พี่นี้มีน้องอยู่ในดวงใจ เท่านั้น
หญิงอื่นหมื่นพันจะมาเทียมทัน ที่ไหน..
แต่รักของพี่ซ่อนอยู่กลางใจ ข้างใน
หนึ่งในดวงใจคือเธอคนเดียว แท้เทียว..."

ครูเอื้อร้องนะคะ..หนุ่มอัมพวา เคยได้ยินไหม..
โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 วันที่: 29 เมษายน 2557 เวลา:3:13:53 น.
  

มินตรา ..

เพลงที่ว่าเคยได้ยินนะเวลาเปิดวิทยุ .. แต่เปลี่ยนช่องทันทีที่ได้ยิน 55

เพลงของสุนทราภรณ์ชอบอยู่เพลงเดียว "ฟ้าแดง"
นอกนั้นต้องเอามาร้องใหม่โดยคนรุ่นใหม่ที่เสียงไม่ยานคางแบบครูเอื้อ ..

โดย: สดายุ... วันที่: 29 เมษายน 2557 เวลา:19:52:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sdayoo.BlogGang.com

สดายุ...
Location :
  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]

บทความทั้งหมด