O รื่น..ลมร่ำ .. O








เพลง .. ลาวคำหอม
ชัยภัค ภัทรจินดา


O แสงแรกยามเช้าตรู่ ..
ค่อยค่อยทอดทอสู่ .. แต้มภูผา
เรื่อดวงแดงแสงระยับ .. งามจับตา
น้ำค้างบนยอดหญ้า .. ก็พร่าพราย
O สิ้นคาบยามราตรี .. หมอกคลี่ม่าน
หนาวลมร่ำกล่อมกาลค่อยผ่านสาย
หาก-คาบยามรุ่งอรุณ .. เหมือนอุ่นอาย-
คอยเวียนว่าย .. วาบ-วกในอกคน
O ปีกผีเสื้อโบกบินล้อมถิ่นที่
ต้องไหวปีกวาดวี .. สักกี่หน-
จึงพอเพียงรสหวาน .. นั้น-ผ่านปรน-
เปรอชีพบนดอกมาลย์ .. หอมซ่านนั้น ?
O บนสรวงสูงปีกนก .. ว่อน-โบกบิน
ลมหนาวรินร่ำสู่-ฤๅรู้หวั่น
คลี่ปีกโล้ลมหนาว .. แต่เช้าวัน
ภาพในฝันที่เห็นก็เช่นเดียว
O คือรูปพักตร์ผ่องแผ้วบนแววตา
ละม่อมหน้าชายชม้อย .. เฝ้าคอยเหลียว-
เลือดบนแก้มซ่านริ้ว, และนิ้วเรียว-
เหมือนรอเหนี่ยวอารมณ์ .. ให้สมยอม
O ช่อขาวเกสรปีบ .. รอบีบกลิ่น
ต้องลมรินโรยผ่าน .. รสหวานหอม-
ก็แฝงฝากลมร่ำให้ด่ำดอม-
รื่นรมย์ที่รายล้อม .. อย่างพร้อมเพรียง
O ยิ่งปีกผีเสื้องาม, ตาวามนัย-
แฝงฝากให้อาวรณ์ออดอ้อนเสียง
เฉกลวดลายปีกบาง .. ลอยร่างเพียง-
เพื่อเข้าเคียงหวานหอม .. แนบน้อมรส
O เมฆขาวเวิ้งฟ้าใส .. ลมไหวแว่ว
วันผ่องแผ้วบังเดือนให้เลือนบท
หญ้าต้องลมโลมสู่ .. ยอดคู้คด
ภู่จ่อจดหวานหอมไม่ยอมลา
O นกโผเกาะกิ่งพฤกษ์ .. เมื่อนึกย้อน
ถึงช่วงตอนใจละห้อยแต่คอยหา
ดื่มด่ำด้วยรูปฝัน .. ถ้อยบรรดา-
ความออดอ้อนวอนว่า .. ท่วงท่าที
O ทอดตามองที่นี่และที่นั่น
รูปรอยฝัน .. แทรกฝ่าเรื้องราศี
กลางลมอุ่นโอบไล้, รอบไมตรี-
ก็ค่อยคลี่โอบรับไว้กับทรวง
O เมื่อลำดวนฟุ้งกลิ่นรวยรินสู่
ก็รับรู้ .. อ้อมแขน .. ผู้แหนหวง-
ของอาวรณ์ซาบซึ้ง .. ใจหนึ่งดวง
ของหอมหวานซ่านล่วง .. อีกดวงใจ
O เนียนเนื้อแก้มเอิบอิ่ม .. เนตรพริ้มหลับ
แขนแทนหมอนรองรับ .. สำหรับให้-
ผู้ซบเศียรนอนหนุน .. รู้อุ่นไอ-
และเสียงใจแกว่งตัว .. สั่นรัวนั้น
O มอบช่วงเชื้ออุ่นอาย .. ให้ก่ายกอด
แขนเหยียดทอดรอใจ .. แกว่งไหวสั่น
กลางสายลมแต้มแต่ง .. ร่วมแบ่งปัน-
คลี่สายใยสองขวัญ .. รัดพันธนา
O บัดนี้มา .. ละห้อยไห้ .. ถึงใครหนอ
จนคอยรอพบเจอ .. พร่ำเพ้อหา
ท่ามกลางน้ำค้างพรม .. วอนลมพา-
ปรารถนาซาบซึ้ง .. ส่งถึงทรวง
O คิดถึงนั้น .. มากมายสุดบ่ายเบี่ยง
อักษรเพียงใช้แทน .. อ้อมแขนหวง-
โอบกล่อมเนื้อเนียนนุ่ม .. ใจพุ่มพวง
บอกความห่วงอาวรณ์ .. ทุกตอนคำ
O สวยปีกผีเสื้อลายบินว่าย-วน
เมื่อใจคนเฝ้าหวนแต่ครวญคร่ำ
ถวิลความออดอ้อน .. ใครย้อนบำ-
เรอ .. หวานล้ำลึกล่วงโลมห้วงใจ
O ปีกนกยังคลี่กาง .. ร่อนกลางฟ้า
เมื่อแววตา, อาวรณ์ .. ผู้อ่อนไหว-
ยังละห้อยแหนหวง .. พร้อมห่วงใย-
แต่เพียงผู้เยาว์วัย .. อยู่ในยาม
O ลมร่ำสายโชยเฉื่อยคล้ายเหนื่อยอ่อน
เมื่อเสียงอ้อนออดชู้ .. สุดรู้ห้าม-
คอยกระซิบเร้ารุก .. คอยคุกคาม
พร้อมแววตาคู่งาม .. วาบวามนัย
O ปีกนกกางโล้ลม, อารมณ์ถวิล-
ก็หลั่งรินรอชู้ .. ร่วมสู่สมัย-
การจับจูงเกี่ยวร้อยทุกรอยใจ
กำหนดให้ .. ร่วมย่างบนทางเดียว
O ภาพนั้น - ไร้หมอกควัน .. ให้ฟันฝ่า
เพียงแววตาเหลือบชะม้อยเฝ้าคอยเหลียว
กลางสายลมผ่านริ้ว .. เหมือนนิ้วเรียว-
คอยเอื้อมเหนี่ยวแขนกอด .. อ้อนออดชู้ !




Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 4 พฤษภาคม 2562 22:31:24 น.
Counter : 1563 Pageviews.

3 comments
No. 821 เที่ยว @ ตะกั่วทุ่ง ที่ค่อนข้าง งง.. ไวน์กับสายน้ำ
(11 ต.ค. 2562 17:01:58 น.)
เดอะซีนเนอรี่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี สองแผ่นดิน
(10 ต.ค. 2562 23:10:51 น.)
วันหยุดพักผ่อนประจำเดือนมิถุนายน 62 ตอน 1 JinnyTent
(6 ต.ค. 2562 17:42:37 น.)
เขียนความจริง 9 กะว่าก๋า
(5 ต.ค. 2562 06:14:23 น.)
  

สดายุ..

เล่นโกงนี่ ลงกลอนเหมือนกัน ทั้งซ้ายและขวา..อย่างนี้ "แม่ลำดวน"มิเบื่อแย่รึ..
โดย: บุษบามนตรา IP: 192.99.14.36 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:10:25 น.
  
มินตรา ..

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนนารีปราโมชใหม่
เพราะไปม่วนอยู่กับ "อภิวัฒน์สยาม" ..

และเห็นว่านารีปราโมชมีเยอะแล้ว ..
ยังอ่านกันไม่ครบบทเลย

อ่าน"คอยเจ้า" ด้านขวามือไปก่อนนะ
โดย: สดายุ... วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:6:45:55 น.
  
สดายุ..

ไม่นะ ค่ะ เพราะไม่มีทั้ง"เจ้า" และ"จ้าว"ให้คอย..
โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:13:44:11 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sdayoo.BlogGang.com

สดายุ...
Location :
  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]

บทความทั้งหมด