O ขาบเขียวแห่งเรียวขน .. O






จระเข้หางยาว ทางสักวา



O ลำดวนเอ๋ย .. เมื่อพรากไปจากถิ่น
แม้นที่หอมรวยรินอาจสิ้นบท
หากที่ยังหอมอยู่ไม่รู้ลด
จะข่มกดเยี่ยงไรก็ไม่เลือน-
O -คือหอมหวานนัยชู้เมื่อรู้แจ้ง
เจ้ารูปแพงรำบายลงป่ายเปื้อน
อกใครเล่าอาจคิดให้บิดเบือน-
ไปจากเงื่อนนัยคำเจ้านำวาง
O เมื่อรสหวานรอบชู้ .. ผ่านสู่ใจ
แรงสั่นไหวรอบสวาดิหรืออาจขวาง
ความเงียบงันเปล่าเปลี่ยวในเที่ยวทาง-
ย่อมเลือนร้างห่างรอย .. จาก .. ถ้อยคำ
O แต่รอบความอ่อนหวาน .. เผยผ่านสู่
ก็รับรู้อกนวลที่ครวญคร่ำ
เวียนรอบความหอมกรุ่นเจ้าหนุนนำ-
หอมยิ่งล้ำลำดวนเมื่อจวนลม
O เมื่อความหมายแฝงเร้นเผยเห็นรอย
การรอคอย, มุ่งหวัง .. ก็สั่งสม
เงื่อนงำปรารถนาในอารมณ์
ฤๅ-อาจข่มขับล้างให้จางรอย ?
O จึงทุกการเรียงร้อยเป็นถ้อยคำ
เพื่อตอกย้ำกำสรดให้ถดถอย
ทั้งเพื่อความกำสรวลทุกส่วน .. พลอย-
ได้เคลื่อนคล้อยบทบาท .. เคยพาดคา
O หมายว่าเรียวขนยูง .. งาม, สูงส่ง
จะรำแพนคลี่วงอยู่ตรงหน้า
ให้เสพรูปงามสี .. ด้วยลีลา-
ของผู้ท้าทายงามให้คร้ามเกรง
O โอ ผุดผ่องผิวเนื้อ .. ผู้เหลืองาม-
เผยรูปนามเร้ารุมเข้ากุมเหง
จบวงรอบหม่นมัว .. ด้วยตัวเอง
ก่อนรุดเร่งเร้ารัวอีกหัวใจ
O ผ่านรูปบทงดงาม .. เข้าล่ามจิต-
โดยลิขิตขีดชี้ .. เกินลี้ไหว
เคลื่อนรูปเข้าล่ามคา – ความอาลัย-
กำหนดให้สั่นรัว .. ด้วยตัวเอง
O โอ รอบความปรารถนา .. รูปอ่าองค์-
ยังล้อมวงเคี่ยวกรำอย่างคร่ำเคร่ง-
ฉวยฉุดความคลอนแคลน .. ให้แกลนเกรง-
โดยการเพ่งพิศแล้ว .. ทุกแววตา
O ปรุงเปรียบถ้วนความคำแล้วนำร้อย
เพื่อรูปแพงเสพถ้อย .. แล้วคอยว่า-
ความอ่อนโยนอ่อนหวานที่ผ่านมา-
จักเผยแววเสน่หา .. แสนอาลัย
O หวังเพียงคอยถวิลอยู่ .. ไม่รู้แล้ว
ถ้วนทุกแววตานั้น .. คอยสั่นไหว-
เพื่ออบอุ่นอ่อนหวาน .. โลมผ่านใจ-
โอบกล่อมให้ละห้อยเห็นอยู่เช่นนั้น
O หมายว่าความผูกพัน .. ตราบวันนี้
คงยาก-คลี่คลายรัด .. หรือตัดบั่น
เหลือแต่ต้องยินยอม-การล้อมกัน-
ด้วยสายใยรัดพัน .. ตราบวันวาย
O หมายว่าความผูกพันแห่งวันวาน
จักแทรกผ่านอารมณ์ เกินข่มหาย
อารมณ์ชู้ดื่มด่ำ .. ค่อยรำบาย-
อกใจสายสวาดิน้อย .. ทุกรอยใจ
O ให้ถ้วนความคำนึง .. มีถึงอยู่
คล้อยผ่านสู่-แทรกขวัญ .. คอยสั่นไหว-
จนอาวรณ์วาบหวามด้วยความนัย-
เฝ้าล่องไหลผ่านระลอกยั่วหยอกกัน
O รูปแพงเอย .. ลำดับความรับรู้-
ล้วนนัยชู้โอบล้อมเข้ากล่อมขวัญ
รู้เถิดว่า .. แต่นี้ยากมีวัน-
จะหยุดใจไหวสั่น .. แม้-วันเดียว
O แพงเจ้าเอย .. ครันครบ-แล้วภพชาติ
รอคอยโหมรอบสวาดิ .. ขึ้น-กราดเกรี้ยว-
แววตาเฝ้าหวงแหน, สองแขนเรียว-
เจ้าจงเหนี่ยวโอบไว้ .. อย่าได้คลาย !
O แล้วอ้อมแขนอกอุ่น .. จะหมุนหา-
พร้อมแววตาอ่อนโยนที่โชนฉาย
สองแขนเอื้อมเหนี่ยวร่างที่ข้างกาย
โอบกอดความเอียงอาย .. ไม่คลายเลย !




Create Date : 26 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 15 พฤษภาคม 2562 8:18:41 น.
Counter : 2074 Pageviews.

2 comments
โรงพยาบาล (แผนกจิตเวช) ในความทรงจำ (งานตะพาบครั้งที่ 238) comicclubs
(11 ต.ค. 2562 17:14:25 น.)
ในความทรงจำ อาจารย์สุวิมล
(11 ต.ค. 2562 22:57:39 น.)
Song Of India from Sadko by Rimsky-Korsakov ปรศุราม
(8 ต.ค. 2562 13:27:26 น.)
ถุงผ้า Insignia_Museum
(7 ต.ค. 2562 13:59:53 น.)
  
พี่ค่ะแปลนิราศนรินทร์บทที่๘๖ให้หนูหน่อยค่ะ จำเป็นมากคะ ขอบคุณล่วงหน้าล่ะกันนะคะ
นางนวลจับแมกไม้............นางนวล
นวลนุชแนบเรียบควร...........คู่แคล้ว
เบญจวรรณจับวัลย์พวน.......พันโอบ ไม้แม่
แลว่าวัลย์ทรแก้ว.................กอดอ้อมเอววัลย์ฯ

ขอบคุณคะ^^
โดย: michell IP: 1.46.41.162 วันที่: 14 ธันวาคม 2558 เวลา:20:37:16 น.
  
๘๖. นางนวลจับแมกไม้.....นางนวล
นวลนุชแนบเรียมควร........คู่แคล้ว
เบญจวรรณจับวัลย์พวน......พันโอบ ไม้แม่
แลว่าวัลย์กรแก้ว..............กอดอ้อมเอววัลย์

บาท ๑...จะเห็นว่าคำ นวล มีความหมายถึง ๓ อย่าง นกนางนวล ต้นนางนวล และ นวล (นาง)
บาท ๒...นางควรจะมาแนบข้างเป็นคู่เดินทาง
บาท ๓ – ๔...นกเบญจวรรณจับเถาวัลย์ที่พันอยู่รอบๆ ต้นไม้ ก็ให้นึกถึงมือของนางที่กอดเอวของพี่ คำว่า วัลย์ (เถาไม้เลื้อย) ในบาท ๓-๔ นั้น มีความหมายถึง ๓ อย่าง คือ
วัลย์...หมายโดยตรงถึงเถาไม้เลื้อย
วัลย์กร...หมายถึง มือ (โดยการเปรียบกับเถาวัลย์)
เอววัลย์...หมายถึง เอว (โดยการเปรียบกับเถาวัลย์)

ศัพท์...
- พวน...........เชือก (ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเทียบเคียงว่า เถาวัลย์นั้นเหมือนเชือก)
โดย: สดายุ... วันที่: 14 ธันวาคม 2558 เวลา:21:01:58 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sdayoo.BlogGang.com

สดายุ...
Location :
  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]

บทความทั้งหมด