O ยามเช้า .. O








เพลง .. ลาวคำหอม
กอไผ่



๑.
O แผ่วลมเช้าผ่านรื่นโลมผืนน้ำ
หมอกก็ร่ำไรอยู่ไม่รู้หนี
พุ่มพฤกษ์กิ่งก้านใบ .. เคยไหววี-
กลับยืนรูปดุษณี .. ในที่นั้น
O ค่อย-ยกก้าวเหยียบย่าง .. ในสางตรู่
พรั่งพร้อมอยู่ .. คือใจที่ไหวสั่น
ด้วยอารมณ์เหนี่ยวดึง .. จดถึงกัน
กับเจ้าขวัญอ่อนน้อยผู้กลอยใจ
O แต่เมื่อสบ-รอยพักตร์จำหลักรูป
วิญญาณราวถูกสูบ .. จนวูบไหว
แถวผู้ขอก้าวย่างพ้นทางไป
ที่สุดผ่านพ้นได้ .. คือใจคน
O จาก-แถวท่านผู้ขอ .. หยุด .. รอ .. เคลื่อน
ใจนั้นเหมือนแกว่งสั่นนับพันหน
จาก-คำข้าวคดพร้อม .. แล้วน้อมตน
ก็งดงามเหลือล้น .. อยู่บนใจ
O แววในเนตรวับวามด้วยความสุข
ราวจะปลุกปลอบโลก .. พ้นโศกไข้
แก้มอิ่มเนียนแต้มเรื่อ .. จะเหลือใคร-
อาจฝ่าความแจ่มใส .. อ่อนวัยนั้น
O ทิวแถวท่านผู้ขอ .. เคลื่อน .. รอ .. หยุด
ก็เมื่อสุดต้านงาม-รุกลามขวัญ
จีวรปลิวปัดปลาย .. ก็คล้ายทัณฑ์-
จากปางบรรพ์ผูกบ่วง .. รัดดวงใจ
O คำข้าว .. ช่อดอกไม้ .. ถวายพระ
ตอบภาวะศรัทธาที่อาศัย
รูปนาม .. ทัศนา .. แววตาใคร-
ราวจะไหวเวียนอยู่ไม่รู้แล้ว
O สัมผัสบทงดงามแห่งยามเช้า
ของรูปเยาว์, หัตถ์พรหม, สายลมแผ่ว
สบชำเลืองเหลือบมา .. เหมือนว่าแวว-
ตาคู่นั้นผ่องแผ้ว .. สุดแล้วเลือน
O ปลายปีกนกโบยโบก .. สู่โลกไกล
เมื่ออาลัยรำบายลงป่ายเปื้อน-
หัวใจหนึ่งต้องพิษ .. จนบิดเบือน
สุดคล้อยเคลื่อนนิรมิตที่ติดตรึง
O ผมหล่นล้อมวงหน้า .. เมื่อหน้าน้อม-
ลงจบ-พร้อมอีกใจ .. เฝ้าใฝ่ถึง
มีความนัยพร้องพร่ำ .. และรำพึง-
แฝงความซึ้งอาลัย .. อยู่ในคำ
O ก่อนแฝงฝากสายลม .. ให้พรมผ่าน
สู่อีกด้านริมทาง .. ผู้ย่างย่ำ-
เหยียบโลกให้ตื่นต้อง .. กับจองจำ-
ของลมร่ำงามรูป .. เข้าจูบโจม
O มาตักบาตรทำบุญ .. เพื่อหนุนชาติ
กลับมาพลาดพลั้งจิต .. ด้วยฤทธิ์โฉม-
คราญเจ้านั้นเผยเงามาเล้าโลม
พาคลื่นโสมนัสช่วง .. กลางห้วงใจ
O หรือว่าบุญหนุนชาติ .. บำราศแล้ว
จากผ่องแผ้วเนตรนั้น .. เข้าสั่นไหว
แถวพระก้าวลับล่วง .. เมื่อทรวงใคร
ละห้อยเห็นรูปพิไล .. อยู่ในวัน
O หล่นลงแล้วรุ้งเรื้องที่เบื้องหน้า
เมื่อรูปปรากฏพร้อม .. รอ-ล้อมขวัญ
ข้าวรอพระก้าวผ่าน .. เนิ่นนานครัน
เมื่อรูปฝันผ่านผกาย .. เนตรพรายยิ้ม
O หล่นลงแล้วรุ้งเรื้องที่เบื้องหน้า
ต่อสายตาเจิดแจร่ม .. เนียนแก้มอิ่ม
เหมือนว่านัยแฝงเลศ .. ก่อนเนตรพริ้ม
ผ่านลงพิมพ์รอยทั่ว .. ทั้งหัวใจ
O แผ่วลมเช้าป่ายริ้วโลมผิวน้ำ
และที่คร่ำครวญอยู่เกินกู้ไหว
คืออกเต็มเสน่หา .. ความอาลัย
ด้วยเลศนัยแฝงเร้น .. บีบเค้นลง
O ใช่ไหมที่ต้องคิด .. รับผิดชอบ
กับล้อมรอบเร้ารุมด้วยลุ่มหลง
ใช่ไหมกับดื่มด่ำ .. ที่ดำรง
จำต้องบ่งบอกแล้ว .. ทุกแววตา ?
O สายลมเช้าอ่อยเอื่อยยังเฉื่อยโชย
หวานก็โรยตัวหนุนรับคุณค่า
แววชม้อยชม้ายสื่อ .. ราวขื่อคา-
ตอกตรึงอาวรณ์ชู้ .. เกินรู้คลาย
O สายหยุดหยุดกลิ่นหอมรายล้อมถิ่น
เมื่ออีกหอมรวยรินไม่สิ้นหาย
ผ่านแววเนตรซ่อนยิ้ม .. อันพริ้มพราย
ทอดเอาสายสวาดิรัด .. ในบัดนั้น !

๒.
O แรกรุ่งสุริยะเรื้อง - - - โรยทาง
ขับมืดหม่นสลัวลาง - - - เลื่อนพ้น
รูปหนึ่งหยัดสรรพางค์ - - - พร้อมหมู่ บ่าวเนอ
รอบาตร, จิตท่วมท้น - - - ศรัทธะ, ถ้อย, อธิษฐาน ฯ

O งามพร้อม-รูปพักตร์ล้ำ - - - เลอสมร
ลอบเหลือบเนตร, ดั่งวอน - - - เลศไว้
อิริยาทุกช่วงตอน - - - เตรียบรูป รอเนอ
รอ-ตอกตรึงจิตให้ - - - แต่ละห้อยถวิลเห็น ฯ

O แถวพระยกย่างก้าว - - - ยอกรรม-
ขึ้น-เทียบ, ทาน-สภาพธรรม - - - เท็จ-แท้
อุ้มบาตรห่มบุญ, กำ- - - - จัดโลก
ย่ำโลกเหยียบโลก, แก้ - - - บ่วงรั้ง-ปลาตรอย ฯ

O โอภาสธรรมพระล้าง - - - หม่นหลัว
แต่เมื่องามเตรียบตัว - - - ต่อหน้า
คำข้าว, คำพระ, หัว- - - - ใจหนึ่ง
หอม, แว่ว, ล่มเหว่ว้า - - - วาบสิ้นวายสูญ ฯ

O ผ้าแดงเข้มห่มเนื้อ - - - นวลอนงค์
ไหล่พาดสไบขาวลง - - - ลูกไม้
ผมยาวรวบเป็นทรง - - - เกล้าเสียบ ปิ่นแล
เลือดฝาดลูบแก้มไว้ - - - ระหว่างเช้าเบิกโฉม ฯ

O หอม-ข้าวหอม, ดอกไม้, - - - ดวงมณี-
แสงอ่อน, แถวพระลี- - - - ลาศ-คล้อย,
กรผุดผ่อง, ทัพพี - - - ผจงจับ
กอปร-ภาพงามแช่มช้อย - - - อยู่เชื้อเชิญประชัน ฯ

O แต่นั้น-จนบัดนี้ - - - ในคะนึง
ทั้งรูปนาม, ถวิลถึง - - - ทั่วพร้อม
ค่อยค่อยเคลื่อนรัดรึง - - - รอบอัต ภาพแล
สำนึกสำเหนียกล้อม - - - โลกละห้อยคอยเห็น ฯ

O แสงแรกสุริยะรู้ - - - ร่ำรอ
โลมลูบแก้มนวลลออ - - - อุ่น, อ้อน
ต่อตาท่านผู้ขอ - - - รอขจัด โลกแล
ตา-สบ, หลบ, เหลือบค้อน - - - แกล่ใกล้สาธุการ ฯ

O รูปนาม, นันทิ, น้อม - - - ในอุปา ทานเนอ
ตั้งภพชาติปรารถนา - - - นิ่มเนื้อ
โอภาสแห่งสุริยา - - - ยอมสยบ แล้วแล
แต่เมื่อแววเนตรเอื้อ - - - อุ่นร้อนลูบประโลม ฯ

O รูปจีวร-ก้าวผ่าน - - - พ้นสมัย
เหยียบโลก, ย่ำอาลัย - - - ล่มล้าง
รูปเนตรเหลือบ, หฤทัย - - - โยกแกว่ง
สบ, นิ่ง, ใจล่องคว้าง - - - สุดคว้า, สุดขืน ฯ

O รูปจีวรล่วงพ้น - - - เพียงตา
อีกรูป-งำลีลา - - - ลอบชม้าย
ธรรมพระแว่ว, เพทนา - - - แนบอก
สบเนตร, แววเนตรคล้าย - - - ข่มสะเทิ้น, ครวญธรรม ฯ

O หลังภาพ-ผมหล่นล้อม - - - รูปพักตร์,
ธรรมพระ, สัมมามรรค, - - - เนตรชม้อย,
บาปบุญ, จดจำหลัก - - - ลงจิต
คือโลกบัดนั้นคล้อย - - - เคลื่อนเร้าแรงถวิล ฯ

O เช้านั้น, นันทิ-ตั้ง - - - ตอบกาล
ลมร่ำ, รูปรำบาญ, - - - รูปเจ้า
บุญส่ง, บาปสืบสาน - - - สบแม่ ฤาแม่
สบเนตร, เนตรจึ่งเร้า - - - เร่งให้เสน่หา ฯ

O คง-บุญพาผ่านพ้อง - - - พบกัน
แววเนตรจึงล่ามพัน - - - ผูกไว้
บาปสร้างแต่เบื้องบรรพ์ - - - สุดบิด เบือนแม่
ลบรูป, ลบรอยได้ - - - แต่ด้วยชีพสูญ ฯ

O หล่นลงแล้วรุ่งเรื้อง - - - รมยา
ล่มรูปรอยทรมา - - - มอดเชื้อ
รูปนาม, รูปจริต, ปรา- - - - กฎแวด ล้อมเนอ
จักขุ, แดด-โอบเนื้อ - - - อุ่นเนื้อทะนุถนอม ฯ

O แผ่วลมเช้าป่ายริ้ว - - - โลมวัลย์
อีกรูปนามโลมขวัญ - - - ฝากชู้
แดดเช้า, เลศนัย-บรร- - - เจิด, ส่อง, สื่อเนอ
เมิน-ข่มยิ้ม, รับรู้ - - - ร่วมเชื้อเชิญอรุณ ฯ

O แดดยามสายรุ่งเรื้อง - - - รัศมี
เมื่อรูปนามเริ่มลี- - - - ลาศคล้อย
แววเนตร, กอปรท่วงที- - - - เมิน, หลบ
โลกแวดล้อม, เนตรชม้อย - - - หยุดสิ้น, พันธนา ฯ

O ช่อมาลย์อวลกลิ่นไล้ - - - ลมยอ
พลิ้วผ่านเหมือนร่ำรอ - - - แวดล้อม
รื่นหอม, รูปงาม-พะนอ - - - แนบจิต พี่แม่
จึงบัดนั้นพรั่งพร้อม - - - ห่วงละห้อย-หวาน, หอม ฯ

O ช่อเรียวรูปเด็ดไว้ - - - ในมือ
กลีบบอบบางถนอมถือ - - - กริ่งช้ำ
ใจเอยหวั่นไหวฤๅ - - - จึงระส่ำ เต้นนา
แต่เมื่อแววเนตรล้ำ - - - ล่วง-เชื้อเชิญใจ ฯ

O ภาพก้านช้อยช่อขึ้น - - - พะนอลม
ซ้อนทับภาพเนตรคม - - - เหลือบค้อน
ให้เพ่งผาด-ปรารมภ์ - - - รุมอก
รุม-ว่าคือออดอ้อน - - - ออดให้นิวรณ์กระเหิม ฯ

O ปรุงปรนสีกลิ่นเรื้อง - - - รมยา
ลอยล่องลานเพ-ลา - - - สู่รุ้ง
กลีบกรองละลานตา - - - เตรียบค่า ควรเนอ
หอมย่อมเกินเขตคุ้ง - - - ครอบฟ้าครองขวัญ ฯ

O เพรางายปฐมะเรื้อง - - - รังสิมันต์
มัทนะชมพูบรร- - - - เจิดช้อย
เตรียบพักตร์, ผุดผ่องวรร- - - - โณภาส เทียมฤๅ
เพียงเนตรเจ้าเหลือบชม้อย - - - มากน้อยประเมินไฉน ฯ

O กลิ่นเกลี้ยงกุสุมะรู้ - - - รวยริน
อบร่ำคร่ำครวญถวิล - - - หวั่นร้าง
หอมเอยหล่อเลี้ยงจิน- - - - ตภาพแต่ แม่นา
รูป-กลิ่น-ใจ-ล่องคว้าง - - - ระหว่างห้วงหวานหอม ฯ

O เพราพรายโอภาสเมื้อ - - - เมฆบน
เหลื่อมละลานอำพน - - - แผ่นฟ้า
เมื่อหอมกลิ่นเสาวคน- - - - ธะรสจู่ ใจนา
ล่มลบถ้วน, เหลือหน้า- - - - หนึ่งหน้านางเดียว ฯ




Create Date : 24 มิถุนายน 2559
Last Update : 13 เมษายน 2562 7:15:10 น.
Counter : 1591 Pageviews.

4 comments
ถุงผ้า Insignia_Museum
(7 ต.ค. 2562 13:59:53 น.)
No. 820 เล่นกีฬา จะไม่เป็นโรคซึมเศร้าจริง....? ไวน์กับสายน้ำ
(7 ต.ค. 2562 05:45:07 น.)
Haters got Nothing ชีวิตจริง ต้องการอะไร วัลยา
(6 ต.ค. 2562 15:58:51 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบครั้งที่ #237 "วิธีเขียนบล็อกให้น่าสนใจ" เรียวรุ้ง
(2 ต.ค. 2562 20:17:30 น.)
  
พี่ครับขอเมลหน่อยได้ไหมครับ หรือเฟสก็ได้ อยากถามเรื่องกระทู้เก่าๆที่พี่เคยโพสหนะครับ ขอบคุณครับ
โดย: โยธิน IP: 27.55.43.138 วันที่: 28 มิถุนายน 2559 เวลา:12:00:52 น.
  
โยธิน

ถามที่นี่ได้เลยครับ ..
ผมยินดี
โดย: สดายุ... วันที่: 28 มิถุนายน 2559 เวลา:13:12:58 น.
  
สดายุ

"ถามที่นี่"บ้าง

"O คง-บุญพาผ่านพ้อง - - - พบกัน
แววเนตรจึงล่ามพัน - - - ผูกไว้
บาปสร้างแต่เบื้องบรรพ์ - - - สุดบิด เบือนแม่
ลบรูป, ลบรอยได้ - - - แต่ด้วยชีพสูญ ฯ"

นี่กะจะ "ล่มลบถ้วน, เหลือหน้า- - หนึ่งหน้านางเดียว ฯ"
หรือคะ
มาเรียนให้ทราบว่า ยังมีคนตามอ่านอยู่ เท่านั้นเองค่ะ
จะได้มีกำลังใจ ประดิษฐ์ภาษางดงาม ทิ้งไว้ในโลกต่อไป


โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 วันที่: 2 กรกฎาคม 2559 เวลา:16:55:11 น.
  

มินตรา ..

"ล่มลบถ้วน, เหลือหน้า- - หนึ่งหน้านางเดียว ฯ"
ครับ .. เมื่อเจอนะครับ 55
โดย: สดายุ... วันที่: 3 กรกฎาคม 2559 เวลา:9:35:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sdayoo.BlogGang.com

สดายุ...
Location :
  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]

บทความทั้งหมด