O ฝนเดือนเก้า .. O







จระเข้หางยาว ทางสักวา



O หยาดมาเถิดฝุ่นฝน .. สีหม่นเทา-
ลงปกคลุมรุ่งเช้าให้เหงาหงอย
ปีกเบาบางเคยขยับ .. ก็ลับรอย
ท่ามกลางน้ำฟ้าย้อย .. ลงเยี่ยมพื้น
O ร่วงหยดไหลหล่นล่าง .. หยาดพร่างพร้อย
ลงห่มเกสรสร้อยให้ช้อย-ตื่น
รับฉ่ำเย็นถ้วนตอนที่ย้อนคืน
ยามเสียงฟ้าครั่นครื้นอยู่อลเวง
O ไร้ปีกผีเสื้อบางสะบัดโบก
กลางฝนโชกฟ้าวาบ .. แสงปลาบเปล่ง
อติรูปในฝัน .. ก็บรรเลง-
สังคีตเพลงยั่วเย้า .. ในเช้าวัน
O อ้อยอิ่งกลางเม็ดฝนที่หล่นหยาด
ลดามาศก็ช้อยช่อร่ำรอหัน-
เรียวกลีบรับน้ำสรวงหล่นร่วงบรร-
โลมความชื่นฉ่ำนั้น .. เช้าวันนี้
O เจิ่งนองแผ่นพื้นโลกจนโชก-ชุ่ม
น้ำฟ้าร่วงผ่านพุ่ม .. โกสุมสี
ปีกล้อลมรำเพย .. อันเคยมี
จำปลีกลี้ฝุ่นฝนสีหม่นเทา
O ไหนเล่าดวงจำรูญ .. ในพู้นที่-
พร้อมรังสีเปลวแดด .. เคยแผดเผา
ฤๅ-บัดนี้ลับล่มใต้ร่มเงา-
ของเงียบเหงาเมฆทึมอันครึ้มมัว
O มืดอับพยับฝน .. เมฆหม่นแต้ม
ราวจะแย้มยั่วทาให้ฟ้าหลัว
งามรูปแพงทองเอย .. ฤๅเคยกลัว-
ความสั่นเร้าเร่งรัวของหัวใจ
O มืดอับพยับฝน .. เมฆหม่น-แกม
กลับแต่งแต้มรอบระยับขึ้นขับไข
ร้อยรวมความมั่นหมายจากภายใน-
ด้วยสายใยอาวรณ์ .. แสนอ่อนโยน
O พาตรู่เช้าลอยล่อง .. ละอองทิพ
ความ-คำแผ่วกระซิบ .. สู่ลิบโพ้น
อบอุ่นแห่งความหมาย .. ค่อยถ่ายโอน-
เข้าหักโค่นเปลี่ยวเหงาแห่งเช้าวัน
O ฝุ่นฝนสีหม่นเทา .. แห่งเช้ายาม
จึงเติมเต็มงดงาม .. เชื่อมความฝัน
ปีกผีเสื้อโบกบินกลางถิ่นพรรณ
ค่อยโบกขวัญฝากไว้ .. ที่ในทรวง
O หยาดน้ำฟ้า .. หยดย้อยเป็นสร้อยสาย
พร้อมความหมายในคน .. นั้นหล่นร่วง
แววนัยน์ตาวาบหวัง, ใจทั้งดวง-
ก็ผ่านช่วงหม่นเทา .. แห่งเช้าวัน
O หยาดน้ำค่อยสิ้นหยด, เหลือบทบาท-
พิสวาดิรายล้อมเข้ากล่อมขวัญ
ความนัยรู้รับรอง .. เมื่อพ้องกัน
ย่อมซาบซึ้งผูกพัน .. นิรันดร
O สิ้นหยดน้ำร่วงหยาด, สองชาติผู้-
ร่วมตอบรับนัยชู้ .. เกินรู้ถอน
แรงถวิลเสน่หา, รอบอาวรณ์-
ก็แทรกตอนจำนง .. เข้าบงการ
O ร้างหยดและไร้หยาด, ฝนขาดช่วง-
หากความหวง-ห่วงใย .. ยิ่งไพศาล
ลมเอย..ฝากเย็นรื่นของชื่นบาน
ห่มดวงมานผู้ถวิล .. อย่าสิ้นเลย
O ร้างหยดจนไร้หยาด .. ฝนขาดเม็ด
เหลือรุ้งเพชรรูปพลอยที่ค่อยเผย-
รอวันทอดทอสิทธิ์ลงชิดเชย
และสายลมรำเพยมาแผ่วพาน
O เพื่อจะไหวบทกระเพื่อมเป็นเหลื่อมรับ
ไว้ประดับธรณินทั่วถิ่นฐาน
เช่นแววตาจบจูบด้วยรูปคราญ
สั่นสะท้านสะเทือนทั่วทั้งหัวใจ -
O – ที่จักไหวส่ายรัว .. เพียงชั่วยาม-
ที่รูปนามรูปนั้น .. คอยสั่นไหว-
ยั่วหยอกความแหนหวง .. ความห่วงใย
เพรียกอาลัยวาดหวังอยู่ทั้งเป็น
O สิ้นแล้วหรือ .. ฝุ่นฝนสีหม่นเทา
เลื่อนรูปเงาพาโลกพ้นโศกเข็ญ
หรือ-เพียงรอถมเทียบความเยียบเย็น-
เข้าบีบเค้นอาลัย .. แห่งใจนี้
O ไร้ปีกผีเสื้อบางสะบัดโบก-
กลางแหล่งโลก-บินบ่ายอวดลายสี
ปีกเล่นลมรำเพยอันเคยมี
ราวปลีกลี้ลับสิ้นจากดินแดน
O เหลือแต่ปีกอาวรณ์เวียนว่อนอยู่
ด้วยแรงชู้ในทรวง, ด้วยหวงแหน-
รูปนามอันปรากฎเข้าทดแทน-
ติดตรึงแน่นในอก .. เกินยกแล้ว !





Create Date : 17 พฤษภาคม 2556
Last Update : 26 สิงหาคม 2562 8:46:06 น.
Counter : 1751 Pageviews.

0 comments
ถุงผ้า Insignia_Museum
(7 ต.ค. 2562 13:59:53 น.)
๒๑.*..เผลอชรา..*. พันคม
(7 ต.ค. 2562 12:45:32 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ปัญญา ชา จีน :: กะว่าก๋า
(4 ต.ค. 2562 06:15:40 น.)
Central Village >>> ดังนัก แวะหน่อย จันทราน็อคเทิร์น
(4 ต.ค. 2562 23:44:16 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sdayoo.BlogGang.com

สดายุ...
Location :
  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]

บทความทั้งหมด