O หยาดเพชรเมื่อเพ็ญรูป .. O







เพลง .. สร้อยสนตัด



O แล้วเล่า..ความเรื่อเรื้องที่เบื้องหน้า
ค่อยก่อรูปรมยา..รับ-ราศี
แล้วเล่า..ปริศนาในตามี
ค่อยค่อยคลี่คลายล้อม..ให้ยอมต้ว
O เหมือนความหมายลอบเร้นบีบเค้นให้-
ความอ่อนไหวโหมระลอกเข้าหยอกยั่ว
เหมือนทุกมองสบนั้น..แววสั่นรัว-
จะกระเพื่อมโลมทั่วทั้งหัวใจ
O จันทร์ทรงเพ็ญงามเรื้องที่เบื้องหน้า
สุดสายตาอาจเคลื่อนกลบเกลื่อนไหว
ยิ้มในแววตานั้น-บีบคั้นใคร
จึงผ่านนัยให้ตระหนักพะวักพะวน
O ทุกครั้งสายตาเลื่อนแล้วเบือนสบ
แต่งชาติภพหยัดหยั่งทุกครั้งหน
ทุกครั้งหัวใจชายก็ว่าย-วน
ด้วยอับจนหลีกหลบ..กรรทบนั้น
O หยาดเพชรร่วงหล่นแล้ว..ในแววตา
ที่เหมือนว่าความหมาย..พร่างพรายสั่น
หยาดเอาความอ่อนหวานส่งผ่านกัน
สืบสัมพันธ์แฝงเร้น..ขึ้น - เป็น, มี
O จันทร์เพ็ญควร-ลอยดวงบนสรวงฟ้า
กลับเหมือนว่าลอยดวงกลางทรวงนี่
ทุก-กรรทบ..ภพชาติจึงวาดวี-
แฝงท่วงทีอาวรณ์..แอบซ่อนนัย
O โอ งามราวจะตามมาลามล่วง
กดทับทรวงบีบเค้น..เกินเร้นไหว
โอ นั่นแววตายั่ว..บีบหัวใจ
ฤๅ-หวังสั่นรัวให้ เสียง-ได้ยิน ?
O ท่ามกลางเสียงหลากหลายที่รายรอบ
แว่วเสียงสอบถามใจ..เหมือนไม่สิ้น
ว่าเยี่ยงไรรมย์รื่น..ถ้วนผืนดิน
เหมือนรวยรินกล่อมเห่ห้วงเวลา
O อก-กลางเสียง..ถามตอบอยู่รอบตัว
กลับสั่นรัวเหลือทีกับทีท่า-
ของรูปลักษณ์นวลลออ..เมื่อต่อตา-
ใครเล่าถูกล่ามคา..แววตานั้น
O สบตาแล้ว..สบอีกสุดหลีกหลบ
วางชาติภพรอสาป, แวววาบสั่น-
ก็วาบแววรำร่าย..ที่ปลายวัน-
เหนี่ยวรอบฉันทารส..ให้ทดลอง
O ราวโค้งรุ้งพุ่งลงที่ตรงหน้า
เพื่อ-ไขว่คว้า..ใฝ่เฝ้า..เป็นเจ้าของ
รอเพียงแววตอบรับการจับจอง
โลกทั้งผองย่อมวาง..ให้ย่างเท้า
O หล่นลงแล้วดาวร่วงจากสรวงสูง
มาจับจูงภาพฝันจากวันเก่า
มีดวงใจสั่นรัว..กับยั่วเย้า-
จากรูปเงาในตาเบื้องหน้านั้น
O หล่นลงแล้วดาวสรวง..สองดวงที่-
รำบัดสีฉาบทรวง..ทุกช่วงสั่น
เยื่อใยเอย คลี่สายเมื่อปลายวัน
ม้วนรัดขวัญโอบแล้ว..ผ่านแววตา
O ยิ้มรับแววชม้อยชม้ายเมียง
ทั้งความเอียงอายล้อมละม่อมหน้า
นวลแก้มอิ่มเนียนนั้น..เพียงหันมา-
ก็ตรึงล่ามปรารถนา..แววตา-คอย
O จันทร์ทรงเพ็ญแสงวาม..ในท่ามกลาง-
หยาดเพชรวางบทแล้ว..อย่างแผ่วค่อย
ระลอกความอ่อนหวานก็ผ่านรอย-
พาหัวใจเฝ้าคอย..ชม้อยชม้าย
O โอ งามหรือจะลามทั้งสามโลก
เข้าแทรกโศกอาดูร..จนสูญหาย
พักตร์ละม่อม..เสน่หา..แววตาชาย-
หรืออาจคลายโอบรัด..เอาตัดรอน ?
O หล่นลงแล้วดาวช่วง..สองดวงนั่น
พร้อมแววสั่นวาบสู่..เกินรู้ซ่อน
หล่นลงบนทีท่า..ความอาวรณ์-
ของหัวใจสั่นคลอน..เกินถอนตัว
O หล่นลงแล้วเรื่อรุ้ง..จากคุ้งฟ้า
ลงต่อตั้งปรารถนากลางฟ้าหลัว
งามไหนหนอพะนอขวัญ..ให้สั่นรัว-
แล้วหยอกยั่วจับวาง..ลงกลางใจ !




Create Date : 13 ธันวาคม 2555
Last Update : 20 มิถุนายน 2562 6:45:03 น.
Counter : 1973 Pageviews.

2 comments
ผูกพันสารสายใยในเราสอง สมาชิกหมายเลข 5467145
(7 ต.ค. 2562 19:52:58 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - Japonisme :: กะว่าก๋า
(7 ต.ค. 2562 06:25:33 น.)
เขียนความจริง 9 กะว่าก๋า
(5 ต.ค. 2562 06:14:23 น.)
Central Village >>> ดังนัก แวะหน่อย จันทราน็อคเทิร์น
(4 ต.ค. 2562 23:44:16 น.)
  

ดายุคะ..

มินตราก็ยังโปรดฉันท์มากกว่า กลอนอยู่ดีนะ
คำในกลอน ดูจะเป็น"ภาษาพูด"มากไป..
ฉันท์ยังมีอะไรก็มิทราบที่เพียง"แย้ม"แต่ก็ชัดเจน

O สืบสร้างระหว่างรหัสะเนตร
ระอุเจตะกำจาย
วาบอุ่นเพราะสุนทริยะสยาย
ฤดิ ถ่ายสิทอดถึง

ช่วงนี้ ตามตึก ตามต้นไม้ มีแววระยิบระยับของ"หยาดเพชร"จากแสงไฟวิทยาศาสตร์..
สวยงามจนปรารถนาจะให้ใครใครมาเดินเคียงข้าง..
คริสมัสต์ เป็นช่วงปลายปีที่..วัดความสำเร็จของชีวิตในแต่ละปีได้..

"เปรียบเธอเพชรงามน้ำหนึ่ง.."จึงเป็นรางวัลในชีวิตที่งดงามมาก..ในช่วงบรรยากาศปลายปีเช่นนี้..


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.200.247 วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:0:39:25 น.
  
มินตรา ..

ฉันท์ เป็นร้อยกรองที่ต้องใช้คำแขกมากกว่าชนิดอื่น .. เพราะโดยที่มาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน ..

ขณะที่ทั้งบาลี สันสกฤต เป็นของยากสำหรับคนรุ่นใหม่ยุคปัจจุบัน .. การสื่อความหมายจึงค่อนข้างทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ยาก .. ทั้งๆที่ไม่เคยใช้คำสมาส สนธิเลยด้วยซ้ำ

สมาส สนธิ คือ อย่างไร ? .. หลายคนอาจสงสัย

โลก+อุดร = โลกุตระ
สาธารณะ+อุปโภค = สาธารณูปโภค
จตุ+อริยะสัจจ์ = จตุราริยาสัจจ์
โลก+อภิวัฒน์ = โลกาภิวัฒน์
เบญจะ(ปัญจะ)+อุปาทานขันธ์ = ปัญจุปาทานขันธ์

ซึ่งจะเปลี่ยนรูปไปตามกฎเกณฑ์ทางภาษาและจะเข้าใจยากยิ่งขึ้นไปอีก .. ในฉันท์เก่าๆจะมีให้เห็นอยู่มาก

ความพึงใจในความสละสลวยทางภาษา เป็นเรื่องของรสนิยม สุนทรียภาพ อันเป็นจริตส่วนตน เช่นเดียวกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย -

ซึ่งฝรั่งเขามี ranking ออกมาทุกปีทั้ง ยอดเยี่ยม และ ยอดแย่ .. สำหรับเหล่าคนดัง - ซึ่งความตรงไปตรงมาแบบนี้ ไทยเราไม่มี -

ขืนมาวิจารณ์ฉัน สิเป็นโกรธกันไม่เผาผี - 55

วิถีแห่งเอเชีย - ใจเล็กนิดเดียว ในทุกเรื่อง !
วิวัฒนาการจึงช้ากว่าเขา

ช่วงนี้เราเรียก เทศกาลแห่งแสงสียามค่ำคืน
ในกรุงเทพ ก็ประดับประดา กันเป็นธรรมเนียมทุกปี .. อย่างที่พยายามตามกระแสตะวันตก .. เพราะเราไม่มีเทศกาลอะไรเกี่ยวเนื่องทางศาสนาในช่วงนี้ เหมือน คริสต์เขา

แต่ .. ฝรั่งว่าดี .. ไทยก็ดีตามด้วย - ขอเพียงได้เป็นแบบคนอื่นเท่านั้น .. 555
โดย: สดายุ... วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:8:34:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sdayoo.BlogGang.com

สดายุ...
Location :
  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]

บทความทั้งหมด