O หลัง .. อัสดงคต .. O







O เคว้งคว้าง .. ปีกนกโผ-ร่อนโล้ลม
ใกล้สูรย์จมจากลับพร้อมสรรพเสียง-
ปีกนก, รอบถวิล .. โบกบินเพียง-
จะรอเคียงโคมระยับ .. หล่นลับดวง

O เคลื่อนคล้อยผ่านปรากฏ .. ฟ้าจรดน้ำ
ลมเย็นย่ำ .. พลิ้วแผ่ว, เหมือนแววหวง-
ที่พลิ้วผ่านเนตรปลาบ .. ลงทาบทวง
เพื่อจะหน่วงเหนี่ยวหา .. แรงอาลัย

O สนธยา-เหลืองแดง .. ฉาบแต่งสรวง
เมื่อกาลล่วงสำหรับ .. จันทร์ขับไข
ลมแผ่วโลมแผ่นน้ำ .. นั้นร่ำไร
อยู่ล้อการวิ่งไหว .. เป็นวงนั้น

O อยู่ดีหรือไฉน .. นะใจเจ้า
จะเปลี่ยวเปล่าเงียบหงอย .. หรือคอยหวั่น-
ว่าคนที่ถวิลเห็น .. ไม่เว้นวัน-
จะรอพร้องรำพัน .. ค่ำยันเช้า

O รอผ่านคำ .. ผ่านศัพท์ให้รับรู้
ผ่านนัยชู้โอบขวัญ .. เช่นวันเก่า
ในทุกศัพท์สำเนียง .. มีเพียงเรา-
คอยใฝ่เฝ้าเย้าหยอก .. และยั่วกัน

O ร้างไร้ปลายปีกนกจะผกบิน
ยังแต่จินตนาภาพของคราบฝัน
ไร้ดาวลอยดวงแข่ง .. ด้วยแสงจันทร์
เหลือฮึกเหิมดวงขวัญ .. อย่าง-มั่นใจ

O แว่วเสียงนกงึมงำ .. กลางค่ำดึก
ก็นิ่งนึกปรารมภ์เกินข่มไหว
ละบทบาท-ปรารถนา, แรงอาลัย
คอยผ่านให้สำหรับ .. ได้รับ-รู้

O กลางหรีดหริ่งเรไร .. ที่ให้เสียง
เช่นร้อยเรียงความวอนผ่านย้อนสู่
ในวิกาลมืดดำ, ความดำรู-
คล้ายรออยู่แฝงเร้น .. อยู่เช่นนั้น

O สังคีตประณีตกรอง .. ความพร้องพร่ำ
ค่อยค่อยย้ำอกใจ .. จนไหวสั่น
คล้ายเรียวนิ้วเหน็บหนีบ .. เข้าบีบคั้น
เพื่อกีดกั้น, กักกุม .. เพื่อรุมเร้า

O เมื่อรอยกรรมนำชาติ .. มาพาดช่วง
สืบเงื่อนบ่วงอาวรณ์ .. ครั้งก่อนเก่า
ผ่านละม่อมพักตร์พิมพ์ .. แสนพริ้มเพรา
ความเปลี่ยวเปล่าทั้งปวง .. ย่อมล่วงแล้ว

O เคว้งคว้างในจินตะภพ .. คำรบนี้
รับลมวีวาดโรยแรงโผยแผ่ว
เนตรนั้นคล้ายอาวรณ์ .. จะย้อนแวว-
วามผ่องแผ้ว .. ห้อมห่มสายลมเย็น

O อยู่ดีหรือไฉน .. นะใจเจ้า
หรือเพียงเฝ้ารอคอย .. ละห้อยเห็น
กลางแวดล้อมงันเงียบ .. หรือเพียบเพ็ญ-
ด้วยอาวรณ์ซ่อนเร้น .. อยู่เช่นกัน ?





Create Date : 06 กรกฎาคม 2555
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 12:56:27 น.
Counter : 2680 Pageviews.

8 comments
~*~ สร้อยดอกรัก~*~ วลีลักษณา
(7 ต.ค. 2562 20:33:59 น.)
ผูกพันสารสายใยในเราสอง สมาชิกหมายเลข 5467145
(7 ต.ค. 2562 19:52:58 น.)
เขียนความจริง 9 กะว่าก๋า
(5 ต.ค. 2562 06:14:23 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ปัญญา ชา จีน :: กะว่าก๋า
(4 ต.ค. 2562 06:15:40 น.)
  
ช่วงแสงนวลระยับโคมขับไข
เนตรสดใสผ่องแผ้วผ่านแววหวาน
แย้มปรางเอื้อนอาวรณ์ทอนร้าวราน
รอบหม่นหมองยาวนานผ่านไปแล้ว
โดย: มาย IP: 115.87.86.212 วันที่: 7 กรกฎาคม 2555 เวลา:15:31:10 น.
  
มาย...

ช่วง .. แสงนวลระยับโคมขับไข
คำว่า ช่วง คงหมายถึง ช่วงเวลาที่ แสงนวลของโคมไฟทอดทอ

เนตรสดใสผ่องแผ้วผ่านแววหวาน
บาทนี้ ความใช้ได้

แย้มปรางเอื้อนอาวรณ์ทอนร้าวราน
แย้มปราง ?
ปรางคือแก้ม .. แก้มนี่แย้มได้หรือ .. มีแต่ปากที่แย้ม(ยิ้ม)ได้
เอื้อน .. คือ เอ่ย พูด พรรณา
อาวรณ์ .. ความรัก
แย้มปากพร่ำพรรณาถึงความรักเพื่อลดทอนความทุกข์ใจ ?
บาทนี้ความมันแปลกๆ

รอบหม่นหมองยาวนานผ่านไปแล้ว
บาทนี้โอเค


หากจะเขียนบทเดียว ก็ต้อง ..
บาทแรก .. เปิดประเด็น
บาทสอง .. แตกประเด็น
บาทสาม .. รวบประเด็น
บาทสี่ .. ปิดประเด็น

โดย: สดายุ... วันที่: 7 กรกฎาคม 2555 เวลา:20:13:24 น.
  

สดายุ..

"O อยู่ดีหรือไฉน .. นะใจเจ้า
จะเปลี่ยวเปล่าเงียบหงอย .. หรือคอยหวั่น-
ว่าคนที่ถวิลเห็น .. ไม่เว้นวัน-
จะรอพร้องรำพัน .. ค่ำยันเช้า

O รอผ่านคำ .. ผ่านศัพท์ให้รับรู้
ผ่านนัยชู้โอบขวัญ .. เช่นวันเก่า
ในทุกศัพท์สำเนียง .. มีเพียงเรา-
คอยใฝ่เฝ้าเย้าหยอก .. และยั่วกัน"

นี่ในสองบท ก็
.."เปิดประเด็น"ด้วย "อยู่ดีหรือไฉน .. นะใจเจ้า"
.. แตกประเด็น ด้วย "ว่าคนที่ถวิลเห็น .. ไม่เว้นวัน-
จะรอพร้องรำพัน .. ค่ำยันเช้า"
.. รวบประเด็นกับ "รอผ่านคำ .. ผ่านศัพท์ให้รับรู้"
แล้ว..ปิดประเด็น..ว่า..
"................... มีเพียงเรา-
คอยใฝ่เฝ้าเย้าหยอก .. และยั่วกัน"

ใช่ไหมคะ.. แล้ว 94 Pageviews นี่มาทำอะไรเอ่ย
หรือว่า"เรา"ในที่นี้ หมายถึงผู้เขียน และผู้อ่าน..
มิใช่ เธอ..แหละ.. ฉัน


โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.6.218 วันที่: 7 กรกฎาคม 2555 เวลา:20:37:55 น.
  
นั่นสิคะ มายก็ว่ามันแปลกๆ
ยังบิ๊วอารมณ์ไปไม่ถึง ยากค่ะยาก
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ
โดย: มาย IP: 115.87.81.56 วันที่: 9 กรกฎาคม 2555 เวลา:1:38:28 น.
  

สดายุ..

"O เพียงเจ้า ..

O เกิดแต่เมื่อบริบท..แห่งพจน์พากย์-
โหมแรงกรากเชี่ยวไหลพาใจเผลอ-
เข้าเสพรสให้คำ..ล้อมบำเรอ-
พาอ่อนหวานปรนเปรอ..จนเหม่อลอย"

คำกรองที่ร้อยไว้อย่างงดงามนั้น จะกี่ครั้งกี่หนที่ผ่านสายตา ย่อมสร้างความสดชื่นแก่ผู้อ่านเสมอ..
ดุจดอกไม้หอม..ยังคงหอมอยู่ร่ำไป..
โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.30.111 วันที่: 9 กรกฎาคม 2555 เวลา:12:50:12 น.
  


สวัสดีค่ะ...

โฉบมาแถวนี้พอดี มาอ่านเจ้าค่ะ ^^

อยากสามารถบ้าง แต่ รู้ตัวเองดีว่า ไม่มีความสามารถทางด้านนี้

ชอบอ่านมากกว่าค่ะ แต่ว่า... บทนี้บอกไรใครอีกน๊า....

รักษาสุขภาพนะคะ

ขอบคุณค่ะ
โดย: witch IP: 118.172.111.240 วันที่: 9 กรกฎาคม 2555 เวลา:14:45:57 น.
  
เกิดแต่เมื่อบริบท..แห่งพจน์พากย์-
โหมแรงกรากเชี่ยวไหลพาใจเผลอ-
เข้าเสพรสให้คำ..ล้อมบำเรอ-
พาอ่อนหวานปรนเปรอ..จนเหม่อลอย

ยิ่งเสพทราบคำความให้หวามหวั่น
ดวงใจจากไหวสั่นแต่เพียงค่อย
กลับไหวแรงตามอาวรณ์ที่ซ่อนรอย
เพียงยลถ้อยรอบถวิลยิ่งยินดัง

ลองใหม่ค่ะ
โดย: มาย IP: 124.122.142.153 วันที่: 10 กรกฎาคม 2555 เวลา:1:01:12 น.
  


มินตรา ..

บทที่เลื่อนขึ้นทางขวามือเป็นบทเก่า ทั้งนั้น
เขียนตอนที่ยังเป็นละอ่อนอยู่ 55

พักหลังเขียนรวดเดียวไม่จบ เพราะมีเรื่องอื่นๆน่าสนใจมากมาย
อยู่รอบๆตัว จึงเขียนไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะรีบไปไหน





แม่มดตัวน้อย ..

บทนี้ปัดฝุ่น re-run สำหรับคนที่ "เผื่อจะโฉบมาแถวนี้" เจ้าค่ะ

ความสามารถด้านนี้ ดูๆจะไม่ค่อยจำเป็นนัก
ขอให้เก่งเลข เก่งคำนวณเถอะ แล้วจะน่ารักมากมายสำหรับ จขบ ขอรับ .. 55

หรือ เรียนจบเกียรตินิยม มา จึงเป็นความสามารถที่"เป็นที่ต้องการ" อย่างแท้จริง สำหรับบางคนแถวนี้

อิๆๆ






มาย ..
IP ที่ 2 คคห.แรกเป็นเวลากลางวัน ที่ทำงานหรือที่เรียน
ส่วน IP หลังสุดเป็นยามวิกาล คือที่อยู่อาศัย .. แสดงว่าอ่านตำราจนดึก

บทที่สองที่เขียนเอง นับว่าเขียนเนื้อความได้ต่อเนื่องดีมาก
ด้วยคำเชื่อม "กลับ"

ดวงใจจากไหวสั่นแต่เพียงค่อย
"กลับ"ไหวแรงตามอาวรณ์ที่ซ่อนรอย

ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมือนคิดเนื้อความไว้ล่วงหน้าก่อนเขียน
ที่จะต่างกับคนเริ่มเขียนใหม่ส่วนมากที่พยายามจบเนื้อในแต่ละบาทให้สมบูรณ์ ทำให้จำต้องย่น ต้องย่อคำ จนอ่านไม่รู้เรื่องเป็นส่วนใหญ่ หรือทำให้เนื้อความกระโดด

แปลว่า ไม่ได้เพิ่งหัดเขียน

ใช่ไหม ?
โดย: สดายุ... วันที่: 10 กรกฎาคม 2555 เวลา:12:29:20 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sdayoo.BlogGang.com

สดายุ...
Location :
  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]

บทความทั้งหมด